“ดู ดู้ ดู๊ ดูเธอทำ”
“ทำไมถึงทำกับฉันได้!!~~~”
^^
ขณะที่จิ้งหยวนกำลังเดินไปที่ห้องโถงกลางของจวน ด้วยค่าเสียหายที่ได้รับไม่ใช่การบังคับให้จ่ายเงิน จิ้งหยวนก็รู้สึกอารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก ถึงกลับต้องฮัมเพลงผ่านลำคอออกมาด้วยอารมณ์ดี
ยิ่งหลังจากที่จวนขายแชมพูอีกหลายชุดให้บรรดาสนมและขุนนาง รายรับที่หลั่งไหล่เข้ามา ก็ทำให้เขาจ้างคนเข้ามาทำงานเพิ่มและสร้างคลังเก็บเงินและโกดังขึ้นมาใหม่อีกหลายหลัง เพื่อมั่นใจว่าจะเพียงพอต่อการนำไปขายที่ในเร็วๆ นี้กำลังมองหาตัวแทนจำหน่าย
ในอดีตเขายังไม่สามารถเปิดการขายต่อสาธารณชนอย่างเป็ทางการ แต่ตราบใดที่เขาหาตัวแทนจำหน่ายได้ กิจการใหญ่ก็จะทำการเปิดขายให้กับทุกคนทั่วทั้งเมืองหลวงก็ไม่ใช่ปัญหาที่เขาต้องมานั่งกลุ้มใจอะไรอีก
สำหรับเื่การบรรจุแชมพูกับครีมนวด จิ้งหยวนมอบหมายให้แม่เฒ่าเหยียนเป็คนดูแลเื่ผลิตภัณฑ์ ส่วนต้าเซี่ยนเป็คนจัดการขายและทำข้อเสนอกับรูปแบบจำหน่าย
เมื่อจิ้งหยวนเดินมาถึง แม่เฒ่าเหยียนและคนรับใช้คนที่จ้างมาก็รีบลุกขึ้นทักทายเมื่อเห็นจิ้งหยวนเดินมาตรวจงาน
นายท่าน!” แม่เฒ่าเหยียนคำนับ
“เป็อย่างไรบ้าง?” จิ้งหยวนเหลือบมองคนงานใหม่ด้วยความอยากรู้
“ทุกอย่างเป็ไปได้ด้วยดีนายท่าน ตอนนี้เรามีกล่องแชมพูอยู่ประมาณ 3,000 กล่อง บวกกับของชุดเก่ารวมรวมแล้วทั้งแชมพูและครีมนวดมีอย่างละ 5,000 ชุด ส่วนแปรงและยาสีฟันมีเพียง 1,000 ที่กำลังบรรจุใกล้จะเสร็จ อีกสองสามวันทุกอย่างก็พร้อมตามที่นายท่านกำหนดเ้าค่ะ” แม่เฒ่าเหยียนพูดพร้อมกับพาจิ้งหยวนเดินดูกลุ่มคนที่กำลังง่วนอยู่กับการหยิบขวดแชมพูใส่กล่อง
“ดีๆ ทุกคนทำงานหนัก เมื่อสินค้าชุดนี้ขายหมด ทุกคนจะได้รับโบนัสเพิ่มคนละ 500 อีแปะ” จิ้งหยวนที่ได้ยินก็พยักหน้าให้อย่างพอใจ ด้วยคนที่เยอะขึ้นและพวกเขาก็ได้รับเงินเดือนสูงกว่าที่อื่นอยู่แล้ว ต้าเซี่ยนจึงแนะนำว่าไม่ควรมอบเงินก้อนใหญ่ให้ทีเดียว ซึ่งจิ้งหยวนก็เห็นด้วย เพราะหากไม่มีการควบคุมที่แน่นอน องค์กรก็ยากที่จะพัฒนาเดินหน้าได้ต่อ
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครในจวนบ่นอะไร ยังคงตั้งใจขยันไม่เกียจคร้าน เพราะคงไม่มีที่ไหนรับพวกเขาที่เป็สามัญชนมาทำงาน แล้วยังได้เงินเดือนเทียบเท่ากับคนที่รับราชการ
เงินจำนวนห้าร้อยอีแปะ เกือบจะเท่าเงินเดือนของพวกเขาทั้งหมด คนรับใช้ที่เคยอืดอาด ก็มีพลังมากราวกับพวกเขาผ่านการโด๊บยา
“ย้ายกล่องที่บรรจุเสร็จไปที่โกดังใหม่ แยกวางตามเกรดตามที่ข้ากำหนดไว้”
“เ้าค่ะ”
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์แชมพูเป็ที่รู้จักกันดีแล้วทั่วเมืองหลวง และจนถึงตอนนี้ คำสั่งซื้อจากวังก็ยังคงเพิ่มขึ้นไม่เคยแ่ แม้จะส่งไปรอบแรกและรอบสองถึงสี่ร้อยกล่อง แต่มันก็ยังคงไม่เพียงพอต่อความ้าของสนมและนางกำนัลที่มีมากถึงเกือบพันคน
แม้แต่ฮองเฮาก็ถึงกลับต้องตีรายการแชมพูเอาไว้ในหนึ่งรายการจำเป็ ที่ต้องซื้อไว้เป็ของประจำวังที่ขาดไม่ได้ ทำเอาจิ้งหยวนที่ได้ยินรู้ยินดีสุดๆ เพราะมันหมายความว่าเขาจะสามารถนำแชมพูเข้าไปขายได้ตลอดเมื่อครบกำหนดชำระประจำเดือน เป็ขาประจำที่การันตีว่าขายออกและได้เงินกลับมาอย่างแน่นอน
ด้วยสิ่งนี้ จิ้งหยวนจึงริเริ่มแบ่งเกรดผลิตภัณฑ์ออกเป็สามเกรด คือเกรดทั่วไป เกรดดี และเกรดพรีเมี่ยม
เกรดทั่วไป คือ ของที่ไม่มีกล่องบรรจุภัณฑ์ เป็การขายสินค้าแบบแยกขาย ที่มีเพียงแค่ขวดเคลือบแชมพู 1 ขวด ซึ่งมีไว้สำหรับประชาชนคนส่วนใหญ่ ที่สามารถกลับมาซื้อครีมนวดเพิ่มได้ในภายหลัง
เกรดดี คือ ของที่มีกล่องบรรจุภัณฑ์ที่จะขายออกไปเป็ชุดแชมพูบวกครีมนวด ยาสีฟันขายออกไปพร้อมกับแปรง
ส่วนเกรดพรีเมี่ยม คือกล่องบรรจุภัณฑ์หรูหรา ที่จะแถมของบางอย่างลงไปเหมือนที่เขาขายให้กับคนในวัง เน้นไปที่เหล่าตระกูลและคุณหนูที่มั่งคั่ง
ในมุมมองของจิ้งหยวนที่มีต่อธุรกิจ
เมืองหลวงที่มีคนอยู่หลายล้าน นับว่าเป็ตลาดชั้นยอดที่หาไม่ได้ง่ายๆ และจิ้งหยวนก็เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ว่าตลาดที่ทำเงินที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในวัง แต่สถานที่ที่สร้างรายได้เป็กอบเป็กำคือคนที่อยู่นอกวังหลวง
มันไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดเอง แต่เป็สิ่งที่จิ้งหยวนอนุมานขึ้นจากเหล่าพ่อค้าที่มารวมตัวกันที่ด้านนอก เพื่อรอคอยโอกาสจากเขาให้อนุญาตเข้ามาพบ หลังจากที่ต้าเซี่ยนประการออกไปว่าจวนสกุลจิ้ง้าตามหาตัวแทนจำหน่าย
“พี่ใหญ่ ข้าคิดถึง…ทะ…อุ๊บ” ขณะที่จิ้งหยวนกำลังคิดบางสิ่งบางอย่างอยู่นั้น อยู่ๆ เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากทางด้านนอก วิ่งตรงเข้ามา้าจะกอด แต่จิ้งหยวนก็ไหวตัวได้ทัน ยืนมือไปยันหน้าผากของอีกฝ่ายไม่ให้เข้าใกล้ ก่อนจะพบว่าหนุ่มน้อยคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็องค์ชายอู่เค่อลูกพี่ลูกน้องของเขาเอง
“สต๊อบ..บัดนาว”
“กระหม่อมบอกแล้วมิใช่หรือว่าอย่าพุ่งเข้ามาเช่นนี้อีก”
จิ้งหยวนคุ้นเคยกับเสียงนี้มาก เพราะมันคือเสียงแรกที่เขาได้ยินหลังจากลืมตาตื่นตอนข้ามมายังโลกนี้
ทะ..ทำไมกัน”
“ระ…ระ..หรือพี่ใอ๋ไม่ต้อนรับข้าแย้ว?!”
มือของจิ้งหยวนยังดันหน้าผากของอีกฝ่ายเอาไว้ และองค์ชายอู่เค่อก็ยังคงพยายามออกแรงเดินหน้าจนปากเบี้ยวพูดเสียง “อู้อี้” ฟังไม่ค่อยออก
แต่ไม่ว่าองค์ชายอู่เค่อจะพยายามผลักยังไง เขาก็สามารถทำให้จิ้งหยวนถอยได้แม้แต่นิดเดียว จนสร้างความใให้องค์ชายอู่เค่อนิดหน่อย ที่ไม่คิดว่าเพียงไม่กี่วันที่ลูกพี่ลูกน้องฟื้นตัว พี่ชายของเขาเหมือนจะมีแรงที่เยอะขึ้น แขนขามีเนื้อมีหนังนิเหน่อย ไม่ได้อ่อนแอล้มง่ายเหมือนแต่ก่อน
ฮ่าฮ่า กระหม่อมจะกล้าได้ยังไง เพียงแต่ดีใจที่องค์ชายมาหาก็เท่านั้น ว่าแต่คนที่ยืนอยู่ด้านหลังนี่คือ? ..”
ด้านหลังองค์ชายอู่เค่อ เป็ชายอ้วนคนหนึ่งที่แต่งตัวคล้ายพ่อค้าต่างถิ่น จนกระทั่งแม้แต่ตอนที่จิ้งหยวนหันไปมองและถาม ชายอ้วนคนนั้นก็ยังเอาแต่มองขวดแชมพูบนพื้นด้วยดวงตาที่มันวาว
“โอ๊ะ”
“ขออภัยท่านโหวที่ข้าเสียมารยาท”
“ผู้น้อยนามว่าจู่ทง เป็พ่อค้าจากเมืองอันหยางขอรับ” ชายอ้วนเริ่มแนะนำตัวเอง ซึ่งจิ้งหยวนก็พยักก็หน้าและทักทายกลับเล็กน้อย ปรากฏว่าคนๆ นี้มาจากหัวเมืองใหญ่อันหลาง ที่ขึ้นชื่อว่าเป็เมืองอู่ข้าวอู่น้ำของอาณาจักร
และพอจะรู้ถึงความตั้งใจและการมาเยี่ยมขอองค์ชายสามแล้ว ว่าอีกฝ่ายพาพ่อค้าคนนี้มาหาเขาทำไม
“พี่ชาย แชมพูของท่านมีชื่อเสียงเกินไป จนจำนวนสาส์นเรียกร้องที่มาถึงข้ามีมากจนจัดการเต็มโต๊ะไม่หมด ข้าได้ข่าวว่าท่านกำลังประกาศหาตัวแทน ช่วยยืนยันให้รู้ได้หรือไม่ว่าจะทำการเจรจาตอนไหน ข้าจะได้ไปบอกคนพวกนั้นให้เลิกส่งสาส์นมาที่กรมการจัดการสักที”
ภายนอก ถึงองค์ชายอู่เค่อจะดูเป็เด็กวัยรุ่นหากเทียบกับอีกโลกหนึ่ง แต่ที่โลกนี้พอผู้ชายอายุครบ16 ปีผ่านพิธีปักผม จะถือว่าเป็ผู้ใหญ่ที่สามารถแต่งงานและขอเข้าทำงานสอบเป็ราชการได้
ในฐานะองค์ชาย เขาจึงทำงานในราชสำนัก ดูแลเื่การคลังและการจัดสรรระเบียบ เทียบได้กับขุนนางน้อยระดับ 12 ซึ่งการค้าขายและจัดสรรเครื่องบรรณาการก็เป็ส่วนหนึ่งในงานที่เขาทำ
“อืมม..” จิ้งหยวนยังไม่ตอบ แต่เหลือบมองไปทางจู่ทง จนองค์ชายอู่เค่อพอจะเข้าใจบางอย่าง ว่าการพูดคุยนี้ถือเป็ความลับทางการค้า เขาจึงหันไปทางจู่ทงเพื่อพูดบางสิ่งให้อีกฝ่ายถอยออกไปรอเขาที่นอกห้องโถงก่อน
“จู่ทง เ้าไปรอข้าที่ข้างนอก ท่านโหวกับข้ามีเื่ที่จะพูดคุยส่วนตัวสักหน่อย”
“ดะ…ได้พ่ะย่ะค่ะองค์ชายสาม!” จู่ทงแม้จะไม่เต็มใจ แต่เขาก็ไม่กล้าฝ่าฝืนคำสั่ง โค้งตัวคำนับเล็กน้อย แต่ยังไม่ลืมที่จะเหลือบมองขวดแชมพูและครีมนวด รวมถึงผลิตภัณฑ์อีกหลายอย่างที่เห็นแล้วไม่อยากจะละสายตา
