เล่มที่ 6 บทที่ 165 ซากศพโบราณ
หลังจากสะบั้นตัดห้วงหยินหยางภายในค่ายกล เ้าอสุรกายก็ไม่อาจหายตัวหรือสลับห้วงหยินหยางได้อีก
เหล่าสัตว์ร้ายทั้งแปดยังคงคำรามกึกก้อง ก่อนจะพากันดาหน้าฉีกกระชากเ้าอสุรกาย เนื้อทุกชิ้นที่ถูกฉีกออกมา ก็พลันสลายกลายเป็ไออสูรอันโอชะให้เหล่าสัตว์ร้ายได้กลืนกิน
เ้าอสุรกายเห็นเช่นนั้นก็ไม่นิ่งเฉย มันยังต่อสู้ต่อไปจนสังหารสัตว์ร้ายได้ตนหนึ่ง ทว่าไม่นานสัตว์ร้ายตนนั้นก็ฟื้นคืนชีพมาอีกครั้งด้วยพลังจากค่ายกล เป็เช่นนี้วนไปอย่างไม่รู้จบ สัตว์ร้ายทั้งแปดพุ่งเข้าจู่โจมเ้าอสุรกายอย่างบ้าคลั่งเสมือนหากไม่สังหารอีกฝ่ายให้ตาย ก็ไม่คิดจะไม่รามือ
ไม่นานไออสูรในร่างก็ยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ ขณะเดียวกันเหล่าสัตว์ร้ายที่กลืนกินไออสูรเข้าไปก็กลับแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ค่ายกลที่สูบไออสูรเข้าไปมากมายขนาดนั้นจึงมีพลังที่เก่งกล้าขึ้นมาด้วย…
ในตอนนี้ไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว
หลินเฟยส่งยิ้มเ็า ขณะที่ยืนมองเ้าอสุรกายกำลังดิ้นรนอยู่นอกค่ายกล
“ในเมื่อรู้ว่าค่ายกลนี้เป็วิชาของเผ่ามนุษย์เซียน แล้วไม่รู้หรือไงว่าเผ่ามนุษย์เซียนเป็ปรปักษ์กับเผ่ากุ่ยิ…”
เมื่อหลินเฟยพูดจบ ั์ตาของเ้าอสุรกายก็ปรากฏความสิ้นหวังฉายชัดออกมา บัดนี้ไม่ว่าจะพยายามดิ้นรนอย่างไร ก็ไม่สามารถหนีรอดไปได้ ไออสูรมากมายค่อยๆถูกสูบไปเรื่อยๆ…
“หากคิดจะสังหารข้าละก็ ฝันไปเถอะ!” เ้าอสุรกายตวาดออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อพูดจบมันก็ตบเข้าที่หัวตนเองทันที
ทันใดนั้นอักขระลึกลับมากมายก็โผล่ขึ้นรอบกายเ้าอสุรกาย ก่อนจะทยอยแตกสลายหายไป ส่วนร่างกายของมันก็เริ่มเลือนรางไปเรื่อยๆ กระทั่งกลายเป็หมอกควันดำกระจายในอากาศ…
หลินเฟยเห็นเช่นนั้นก็ตกตะลึงพลางหอบหายใจถี่รัว ‘เ้านี่กำลังทำลายตบะพลังตัวเอง…’
หลังจากร่างของอสุรกายได้สลายกลายเป็หมอกควันแล้ว นั่งก็หมายความว่าเ้าอสุรกายไม่เหลือตบะพลังอีกต่อไป บัดนี้กลายเป็เพียงขุมพลังเริ่มต้นที่แสนอ่อนแอ ไม่มีอะไรสามารถสังหารมันได้อีก เพราะมันกลายเป็หมอกควันไปเสียแล้ว ขอแค่เศษเสี้ยวนี้ไม่ดับสูญไป ก็สามารถฟื้นคืนชีพได้อีกเรื่อยๆ แต่จะต้องใช้เวลาสักหน่อยเท่านั้น
“ช่างใจเด็ดจริงๆ” หลินเฟยแค่นหัวเราะเย็นเยือกออกมา
“ข้าเองก็อยากได้อสุรกายอย่างเ้ามาเซ่นดินิถู่อยู่พอดี…”
ขณะที่พูดหลินเฟยก็โคจรพลังบงการให้เกิดดินิถู่ไปด้วย จากนั้นเงาของดินิถู่ก็กระจายปกคลุมไปทั่วรัศมีสิบจ้าง ก่อนจะดูดกลืนหมอกควันดำทั้งหมดเข้าไป
หลังจากกลุ่มควันดำถูกดูดกลืนเข้าไปในดินิถู่แล้ว หมอกควันดำนั้นก็กระจายไปทั่วห้วงมิติดินิถู่ หลินเฟยเองก็ไม่รอช้า รีบโคจรพลังเพื่อดูดกลืนเข้าไปทันที
ในห้วงมิติดินิถู่ตอนนี้ มีหมอกควันดำที่มีแสงสว่างวาบเป็ระยะลอยกลางอากาศ และนี่ก็คือเครื่องหมายของเ้าอสุรกายที่ทำลายตบะพลังตัวเองจนเหลือเพียงขุมพลังเริ่มต้น ที่กำลังดิ้นรนต่อต้านการดูดกลืนของดินิถู่อยู่นั่นเอง
หมอกควันดำที่แพร่กระจายอยู่นั้นกำลังต่อต้านพลังกดดันจากดินิถู่อย่างเอาเป็เอาตาย มันกำลังกระจายไปทั่วบริเวณอย่างไม่ย่อท้อ หลินเฟยเห็นดังนั้นก็แค่นหัวเราะเ็าออกมาอีกครั้ง ก่อนจะบงการด้วยจิตตภาวนา ทันทีทันใดก็มีูเาลูกหนึ่งลอยมาพอดี ก่อนจะมาหยุดบริเวณเหนือหมอกควันดำ พริบตาต่อมาก็กลายสภาพเป็อสรพิษเกล็ดหิน และลำตัวอันใหญ่ยาวของมันก็กดทับลงมาอย่างหนักหน่วงทันที
อสรพิษเกล็ดหินกำลังขดตัวเป็วงกลมล้อมรอบหมอกควันเอาไว้ดุจกรงขัง ไม่นานก็มีลำแสงสีดำไหลวนปิดล้อมหมอกควันเอาไว้อย่างแ่า ทำให้ไม่อาจหลุดรอดไปได้อีกต่อไป
“เ้าอสรพิษเกล็ดหิน เ้าถึงกับช่วยคนนอกอย่างนั้นหรือ!” เสียงของอสุรกายดังลั่นออกมาจากกลุ่มหมอกควัน
ทว่าอสรพิษเกล็ดหินได้ยินดังนั้นก็แลบลิ้นแฉกของมันออกมา ก่อนจะทำเพียงแค่นหัวเราะเ็าเท่านั้น
“บัดนี้ข้าคือเซียนูเาของที่นี่…”
อสุรกายได้ยินเช่นนั้นก็โวยวายไม่หยุด แต่อสรพิษเกล็ดหินกลับไม่แยแสแม้แต่น้อย เอาแต่นิ่งเงียบอย่างเดียว ไม่คิดโต้ตอบอะไร หลินเฟยจึงใช้โอกาสนี้รีบกลืนกินหมอกควันที่ถูกปิดล้อมทันที
เพียงแค่เวลาหนึ่งก้านธูปเท่านั้น ูเาก็เกิดสั่นะเืราวกับูเาไฟปะทุ ขณะนั้นเองหมอกควันก็กลายสภาพเป็กลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นฟ้าในทันที
ครู่เดียวเท่านั้นก็มีเมฆหมอกสีดำกระจายไปทั่วท้องฟ้า ก่อนที่ผืนฟ้าจะปรากฏเป็โพรงขนาดใหญ่ราวกับถูกเจาะทะลุ ซึ่งกำลังมีสายน้ำสีดำเทกระจายลงมา
สายน้ำสีดำที่หลั่งไหลลงมาตามแนวเขาสลับซับซ้อนก็ได้กลายเป็แม่น้ำสายใหญ่ภายในเวลาไม่นาน สายน้ำไหลเชี่ยวไปตามเส้นทางอันคดเคี้ยว เพียงครู่เดียว ห้วงมิติในดินิถู่ก็ปรากฏเป็แม่น้ำิไหลทั่วบริเวณ
หลังจากหมอกควันสลายไป ก็มีแม่น้ำิปรากฏขึ้นมาแทนที่ในที่สุด
หลินเฟยกลับขมวดคิ้วแน่นยิ่งกว่าเดิม…
หลังจากหมอกควันสลายไป กลับยังมีกลุ่มก้อนขุมพลังสายหนึ่งหลงเหลืออยู่ และนี่ก็คือจิติญญาเจินหลิงของเ้าอสุรกายนั่นเอง
อย่างไรก็ตามแม้มันเป็อสุรกายที่ยังไม่บรรลุกุ่ยหวัง แต่ก็มีพลังเทียบเท่า แถมยังมีสายเืที่ไม่ธรรมดา หากคิดจะกำจัดอีกฝ่ายให้สิ้น เกรงว่าจะไม่ใช่เื่ง่ายๆ
อสุรกายตนนี้เหมาะที่จะกลืนกินให้เป็แม่น้ำิก็จริง ทว่าบัดนี้พอเกิดเป็แม่น้ำิแล้ว เจินหลิงของมันกลับยังไม่สลายไป แม่น้ำิจึงถือว่ายังไม่สมบูรณ์ และการทิ้งจิติญญาไว้เช่นนี้ อาจจะเป็ภัยในภายหลังได้อีกด้วย
หากไม่กลืนกินให้หมดละก็ เกรงว่าวันหน้ามันจะบำเพ็ญกระทั่งกลายเป็เซียนแม่น้ำิ เพราะทั้งคู่มีต้นกำเนิดพลังเดียวกัน ถึงตอนนั้นก็จะหลุดจากการควบคุมของหลินเฟยในที่สุด
หากเป็แบบนั้น อีกฝ่ายก็จะมีสิทธิ์่ชิงอำนาจในการควบคุมิถู่อีกด้วย และด้วยฐานะของเซียนแม่น้ำิ ยังทำให้อีกฝ่ายมีข้อได้เปรียบมากกว่ากว่า…
หลินเฟยคิดได้ดังนั้นก็รีบโคจรพลังเข้าไปเพื่อบดขยี้เจินหลิงที่หลงเหลือทันที แต่กลับมีขุมพลังสายหนึ่งต้านทานพลังของหลินเฟยอย่างเอาเป็เอาตาย ทำให้ไม่สามารถกลืนกินเจินหลิงของเ้าอสุรกายได้ชั่วขณะ
หลินเฟยมองเจินหลิงที่หลงเหลือก่อนจะแค่นหัวเราะอำมหิต
“จะไม่ยอมสลายไปจริงๆ ใช่ไหม…”
เมื่อสิ้นเสียงของตนเอง เขาก็ยกนิ้วแตะไปที่พื้นของห้วงมิติดินิถู่ ทันใดนั้นหมอกควันดำที่เคยส่งเข้ามาในดินิถู่ก่อนหน้านี้ก็ลอยออกมา ไม่นานก็พุ่งทะยานไปทางเจินหลิงของเ้าอสุรกายทันที…
หลังจากควันดำเข้าประชิดตัวได้ ก็มีเสียงโหยหวนดังขึ้น…
หลังจากเจินหลิงของเ้าอสุรกายดูดควันดำสูบพลังเข้าไปสายหนึ่ง ก็ไม่อาจต่อกรกับพลังดินิถู่ได้อีก หลินเฟยจึงโคจรพลังบดขยี้เข้าไปทันที สุดท้ายเจินหลิงที่หลงเหลือก็สลายกลายเป็หยดน้ำฝนสีดำ โปรยปรายลงสู่แม่น้ำิ
พริบตานั้นห้วงมิติดินิถู่ก็สั่นะเืขึ้นมา ไม่นานก็ขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อยราวกับห้วงมิติมีชีวิตขึ้นมา ผืนฟ้าที่ใสสะอาด บัดนี้ก็แต่งแต้มไปด้วยเมฆสีดำลอยปกคลุมไปทั่ว
น้ำจากจุดปลายน้ำของแม่น้ำิระเหยลอยขึ้นกลายเป็เมฆดำ เมื่อเมฆดำเริ่มปกคลุมหนาแน่น ก็ลอยต่ำควบแน่นกลายเป็หยดน้ำฝนสีดำ จากนั้นโปรยปรายลงสู่ต้นทางของแม่น้ำิอีกหลายครั้งอย่างไม่รู้จบ
กระทั่งเจินหลิงของอสุรกายสลายเป็แม่น้ำิโดยสมบูรณ์ หลินเฟยก็คิดจะหันไปดูควันดำอีกครั้ง ทว่าบัดนี้มันกลับหายไปเสียแล้ว…
ขณะกำลังครุ่นคิดว่าควันดำนั้นคืออะไรกันแน่ จู่ๆก็เกิดภาพนิมิตบางอย่างขึ้นมา และนี่ก็คือความทรงจำของเ้าอสุรกายประหลาดนั่นเอง
หลินเฟยบงการด้วยจิตสำนึกของตนเอง ไม่นานก็มีภาพขาวดำฉายขึ้นมา…
ความทรงจำที่หลงเหลือนี้มีไม่มากนัก เป็ภาพที่ไม่ต่อเนื่อง ไม่สามารถปะติดปะต่อได้ แต่สิ่งที่รู้ชัดก็คือเื่ราวของอสุรกายขั้นกุ่ยหวัง…
บนที่รกร้างแสนกันดารกว้างใหญ่ไพศาล มีโครงกระดูกปรากฏมากมาย ยอดเขาก็เหี้ยนเตียนไร้ซึ่งดงไม้ใดๆ แถมยังมีลำธารสายน้อยสีเืกำลังไหลรินไปตามแนวเขา
หมอกควันสีขุ่นเทาแพร่กระจายเต็มท้องฟ้า หมอกควันปกคลุมจนไม่อาจเห็นแสงเดือนแสงตะวันได้ ส่วนที่พื้นดินก็มีบึงโคลนสีดำปนเทาปรากฏอยู่ บางครั้งก็เห็นพื้นดินเบื้องล่างสั่นะเืเล็กน้อยจนเกิดเป็ฟองอากาศ และเมื่อฟองอากาศแตกออก ก็จะกลายเป็หมอกควันสีหม่นลอยขึ้นไปในอากาศ
ระหว่างหุบเขาที่สลับซับซ้อนก็มีเสียงลมหวีดหวิวดังเป็ระยะ ทุกครั้งที่สายลมพัดผ่าน โครงกระดูกมากมายบนพื้นก็จะสลายกลายเป็ผุยผงล่องลอยไปตามสายลม…
และสถานที่อันน่าสะพรึงกลัวแห่งนี้ ก็มีอสุรกายขั้นกุ่ยหวังอาศัยอยู่…
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
