บทที่ 160 ปรุงโอสถพร้อมกันหกเตา
ลึกเข้าไปในหุบเขา ท่านผู้เฒ่าสูงสุดแห่งตระกูลลู่นั่งมองเด็กสาวทั้งสองคนอยู่ภายในห้องอันเงียบสงบของตนเอง ด้วยความรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ใบหน้าที่ไม่เคยปรากฏอารมณ์ความรู้สึกใด กลับปรากฏระลอกคลื่นเล็กน้อยจากคำพูดของลู่หนาน ราวกับว่าตนเองไม่ได้ััความรู้สึกเช่นนี้มานานหลายปีแล้ว การปล่อยเด็กสาวทั้งสองคนเข้ามาในหุบเขามิใช่เื่ใหญ่โตอะไร การได้มองพวกนางเล่นซนสนุกสนานกลับทำให้เขารู้สึกรักใคร่เอ็นดูอีกฝ่ายจากส่วนลึกของจิตใจ
ทางด้านสถานที่จัดงานชุมนุม ตู้เสวียนเฉิงสลายภาพฉายไปเรียบร้อยแล้ว ในเมื่อพิสูจน์ได้ว่าตระกูลลู่มีต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นอยู่จริงๆ ก็เพียงพอแล้ว ส่วนเื่ของเด็กสาวทั้งสองคนนั้นเป็เพียงเหตุไม่คาดฝันเท่านั้น แต่หากจะพูดกันตามตรง ตู้เสวียนเฉิงเองก็ชื่นชอบพวกนางอยู่ไม่น้อย ลู่หนานเป็เด็กเฉลียวฉลาดและร่าเริง จีชิงรั่วเป็คนอ่อนโยนและละเอียดรอบคอบ เป็ลักษณะนิสัยที่ยอดเยี่ยมด้วยกันทั้งคู่
เสียงประท้วงจากความเคลือบแคลงสงสัยด้านล่างเวทีเงียบหายไปแล้ว น่าขันยิ่งนัก ตระกูลลู่มีต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นอายุนับหมื่นปี ขณะที่เขาหนิงชุยเฟิงมีเพียงต้นอ่อนของมัน ตัวแทนจากขุมกำลังใหญ่ที่ทัดเทียมกับตระกูลลู่ต่างพากันแสดงความอิจฉาริษยาออกมาทางสีหน้าและแววตา มันคือต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นอายุหมื่นปีที่แสนล้ำค่าจริงแท้แน่นอน
ใน่เวลานี้ ลู่หงิก็ปรุงโอสถสำเร็จเป็ที่เรียบร้อย เมื่อเห็นโอสถจำนวนมากพรั่งพรูออกมาจากเตาหลอมโอสถอย่างไม่ขาดสาย หลังจากผ่านไปหกร้อยถึงเจ็ดร้อยเม็ดแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะหยุด ทำให้ผู้ชมทั้งหลายตกตะลึงจนหลุดอุทานออกมา
“ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าเขาหนิงชุยเฟิงจะต้องกดข่มตระกูลลู่สำเร็จแน่ แล้วนักพรตสันโดษอย่างพวกเราก็จะได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขดังเดิม แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว ถึงฝีมือและชื่อเสียงของเขาหนิงชุยเฟิงจะเป็ของจริง ทว่าตระกูลลู่กลับร้ายกาจมากเกินไป นี่เป็เพียงนักปรุงโอสถคนที่สองของตระกูลลู่เท่านั้น อีกทั้งยังไม่ใช่คนที่มีฝีมือร้ายกาจมากที่สุดด้วย หากนายน้อยตระกูลลู่ที่ฝีมือร้ายกาจสุดเป็คนออกโรงเอง บางทีอาจจะปรุงโอสถออกมาได้มากกว่าหมื่นเม็ดเลยกระมัง เทียบกับศิษย์พี่ของท่านาาโอสถแล้วยากจะตัดสินว่าใครเหนือกว่ากัน!”
“เ้าพูดเช่นนี้ก็ไม่ถูกเสียทีเดียว ตระกูลลู่ขายโอสถในราคาถูกก็เพื่อกดดันเขาหนิงชุยเฟิง หากเขาหนิงชุยเฟิงเป็ฝ่ายพ่ายแพ้และไม่อาจลุกขึ้นมายืนหยัดได้อีกครั้ง ตระกูลลู่จะสามารถขึ้นราคาโอสถทั้งหมดได้ตามอำเภอใจ เพราะพวกเขาครองตลาดแต่เพียงผู้เดียว มิเช่นนั้นก่อนหน้านี้เขาหนิงชุยเฟิงจะอวดดีถึงเพียงนั้นหรือ?”
“เฮ้อ พวกเ้าว่า เสิ่นตานเจวี๋ยกับหวันต่านเยวี่ยที่นั่งอยู่ในสถานที่จัดงานแห่งนี้ด้วยจะรู้สึกเหมือนอยู่บนพรมเข็มหรือไม่? เมื่อครู่นี้เพิ่งจะวางมาดเป็ผู้าุโสั่งให้นายน้อยตระกูลลู่ออกไปต้อนรับพวกเขาอยู่เลย แล้วดูตอนนี้สิ นักปรุงโอสถสองคนที่ตระกูลลู่ส่งตัวมาอย่างส่งเดชยังมีฝีมือการปรุงโอสถเก่งกาจไม่ต่างไปจากตัวเขา ต่อให้เอาไปเปรียบกับศิษย์พี่คนนั้นของเขาก็ยังเหนือกว่าเพียงปริมาณโอสถที่ปรุงออกมาได้เท่านั้น แต่คุณภาพโอสถของตระกูลลู่เป็ที่ประจักษ์มาโดยตลอด ประสิทธิภาพหากเทียบกับโอสถชนิดเดียวกันยังเหนือกว่าหนึ่งถึงสองขั้นด้วยซ้ำ หากจะเปรียบเทียบกันจริงๆ เขาหนิงชุยเฟิงก็เป็ฝ่ายแพ้แล้ว!”
ในที่สุดโอสถทั้งหมดก็พรั่งพรูออกมาจนครบ มีจำนวนทั้งสิ้นสามพันหกร้อยเม็ดไม่ขาดไม่เกิน สร้างเสียงฮือฮาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วทุกหนแห่ง แต่ตอนนี้ไม่มีใครคาดหวังว่าเขาหนิงชุยเฟิงจะเป็ฝ่ายชนะอีกต่อไป พลังที่แท้จริงก็เป็เช่นนี้ คนแรกที่ตระกูลลู่ส่งออกมาคือนักปรุงโอสถขั้นห้าที่เพิ่งจะเลื่อนขั้นได้ไม่นาน ทว่าทักษะการปรุงโอสถกลับเหนือกว่าาาโอสถแล้ว เื่อื่นไม่จำเป็ต้องพูดถึง
ถึงเสิ่นตานเจวี๋ยจะทำเป็เมินเฉยต่อคำวิจารณ์เ่าั้สักเพียงใด แต่ยิ่งพยายามไม่สนใจกลับยิ่งได้ยินความคิดเห็นของพวกเขาแทบทุกคน ในสถานการณ์ที่แทบจะไม่มีใครอยู่ข้างเขาหนิงชุยเฟิงเลย ความอัดอั้นตันใจขุมหนึ่งจึงพัดเวียนไปมาอยู่ภายในอกของเขา หากมิใช่เพราะเขาให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีของตนเองมาก ไม่อยากจะเสียภาพลักษณ์ต่อหน้าผู้คนมากมายละก็ ป่านนี้คงระบายเพลิงโทสะที่อยู่ในใจของตนเองออกไปแล้ว
สีหน้าของหวันต่านเยวี่ยก็มืดครึ้มไม่ต่างกัน เขาคิดไม่ถึงเลยว่าดินแดนขนาดเล็กเช่นเทียนตูจะมีนักปรุงโอสถขั้นห้าอยู่มากถึงเพียงนี้ การเลื่อนขั้นของนักปรุงโอสถยากยิ่งกว่าการเลื่อนขั้นพลังบำเพ็ญเพียรเสียอีก แม้ว่าเหนือขั้นห้าขึ้นไปจะยังมีขั้นสี่และขั้นสาม แต่กว่านักปรุงโอสถคนหนึ่งจะเลื่อนระดับขั้นได้ ย่อมต้องใช้เวลาและสมุนไพรวิเศษจำนวนมหาศาล แล้วยังต้องมีอาจารย์คอยให้คำชี้แนะ ต้องมีพร้อมทั้งพร์และความสามารถในการเรียนรู้ เมื่อครั้งยังเป็เพียงขั้นต่ำย่อมเลื่อนขั้นได้อย่างไม่ยากเย็น แต่หลังจากเป็ขั้นห้าแล้วมีโอสถชนิดใดที่ไม่จำเป็ต้องใช้วัตถุดิบล้ำค่าหายากจำนวนนับไม่ถ้วนบ้าง? แต่สมุนไพรวิเศษเ่าั้มีความล้ำค่าก็เพราะว่ามันหายากยิ่งนัก ดังนั้นหลังจากขั้นห้าเป็ต้นไปจึงเลื่อนขั้นได้ยากลำบากราวกับปีนไต่สรวง์
ทว่าตอนนี้ตระกูลลู่กลับมีนักปรุงโอสถขั้นห้าโผล่ออกมาถึงสามคน แล้วยังปรากฏตัวออกมาในระยะเวลากระชั้นชิด แค่นี้เขาก็ตกตะลึงมากพอแล้ว แต่บัดนี้ยังได้เห็นอีกว่าฝีมือการปรุงโอสถของคนทั้งสองแทบไม่ได้ด้อยไปกว่าตนเองและศิษย์น้องเลย เื่นี้ทำให้เขาตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม ถึงขั้นที่พอจะคาดเดาได้แล้วว่าการมาเยือนครั้งนี้คงจะไม่ได้รับผลประโยชน์ใดติดมือกลับไป
แต่ถึงจะแพ้ก็ต้องแพ้อย่างมีเกียรติ หากพวกเขาลุกออกไปตอนนี้ คนอื่นๆ จะคิดว่าเขาหนิงชุยเฟิงยอมรับความพ่ายแพ้ไม่เป็จนต้องหลบหนีอย่างน่าสังเวช ถึงเขาจะไม่มีรากฐานหรือได้รับผลประโยชน์ใดจากเทียนตู แต่เขาก็ไม่อาจทนฟังคนอื่นวิจารณ์ตนเองได้
โดยเฉพาะในเวลานี้ นักปรุงโอสถขั้นห้าทั้งสามคนของตระกูลลู่บัดนี้ปรากฏตัวออกมาสองคนแล้ว เช่นนั้นนักปรุงโอสถขั้นห้าคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ก็คือลู่อวี่ นายน้อยตระกูลลู่ที่ถูกขนานนามว่าอัจฉริยะผู้นั้น หวันต่านเยวี่ยก็อยากจะดูให้เห็นกับตาเช่นกัน ว่านักปรุงโอสถที่ได้รับสมญานามว่าอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเทียนตูจะมีฝีมือสักเพียงใด ต้องรู้เขารู้เราถึงจะรบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
ไม่ใช่เพียงหวันต่านเยวี่ย แต่คนทั้งหมดที่อยู่ในงานชุมนุมั้แ่ผืนดินจรดท้องนภาต่างก็เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ แม้ชื่อเสียงนักปรุงโอสถอัจฉริยะของนายน้อยตระกูลลู่จะเป็ที่รับรู้กันในวงกว้าง ทว่าคนที่เคยเห็นฝีมือการปรุงโอสถของเขาจริงๆ กลับมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
มู่ซิงเหอสองปู่หลานเคยไปงานเลี้ยงยาอายุวัฒนะของเขาหนิงชุยเฟิงมาแล้ว แต่พวกเขาไม่ได้เปิดเผยตัวตน การต่อสู้ระหว่างเขาหนิงชุยเฟิงกับตระกูลลู่ แน่นอนเขาว่าต้องเข้าข้างตระกูลลู่อยู่แล้ว แต่ท้ายที่สุดใครจะเป็ผู้ชนะในศึกครั้งนี้ เขาเองก็ยังไม่แน่ใจเช่นกัน ต้องรอดูกันต่อไปเท่านั้น อย่างไรเสีย แต่มู่เสวียนกลับไม่พอใจวิธีการที่ระมัดระวังตัวเกินเหตุของผู้เป็ปู่ ถึงเขาหนิงชุยเฟิงจะเป็ฝ่ายชนะแล้วอย่างไร? มากสุดตระกูลลู่ก็เพียงสูญเสียผลประโยชน์จากการค้าขายโอสถบางส่วน ทว่าตระกูลลู่เป็ตระกูลเก่าแก่ที่มีรากฐานนับพันปี เขาหนิงชุยเฟิงจะทำอะไรตระกูลลู่ได้อย่างนั้นหรือ?
โดยเฉพาะตอนที่มู่เสวียนเห็นลู่หนานกับจีชิงรั่วนั่งดื่มชาอยู่ใต้ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋น ในเขตหวงห้ามหลังเขาของตระกูลลู่ผ่านทางภาพฉาย หากบอกว่านางไม่อิจฉาแม่นางน้อยทั้งสองเห็นทีจะเป็การโกหกตัวเอง แม้นางจะอายุมากกว่าเด็กสาวทั้งสองหนึ่งเกือบสองปี แต่มันก็เพียงเท่านั้น นางยังคงมีอารมณ์ความรู้สึกเหมือนกับเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันอยู่ หากมิใช่เพราะท่านปู่ขัดขวาง นางคงไปที่ตระกูลลู่นานแล้ว และในวันนี้คนที่นั่งอยู่ใต้ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นก็น่าจะมีนางด้วยอีกคน
มู่ซิงเหอก็จนใจกับการตัดพ้อต่อว่าของหลานสาว มู่เสวียนที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวมาั้แ่เด็กอยากจะมีสหายวัยเดียวกันยิ่งนัก แต่การจะหาสหายรุ่นราวคราวเดียวกันที่นิสัยเข้ากันได้นั้นมิใช่เื่ง่าย
ดังนั้นจึงเอ่ยว่า “เสี่ยวเสวียนไม่ต้องร้อนใจไป หลังจากงานชุมนุมครั้งนี้จบลงแล้ว พวกเราไปพักอยู่ที่ตระกูลลู่สักระยะหนึ่งดีหรือไม่ ด้วยความสัมพันธ์ของพวกเรากับตระกูลลู่ การจะขอให้เ้าได้ฝึกบำเพ็ญเพียรที่ใต้ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นสักระยะคงไม่เป็การยากเย็นเกินไป พื้นที่รอบต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นของตระกูลลู่กว้างใหญ่ถึงเพียงนั้น บำเพ็ญเพียรพร้อมกันสิบกว่าคนยังมีที่ว่างเหลือ ปู่ของเ้าเป็ถึงคนเพาะปลูกพืชวิเศษขั้นหก มีความสนใจใคร่รู้ต่อสมุนไพรวิเศษแห่งโลกา์ ตระกูลลู่คงไม่กล้าปฏิเสธ!”
มู่เสวียนได้ยินแบบนั้นใบหน้าค่อยพลันปรากฏรอยยิ้ม ถึงอายุของนางจะมากกว่าลู่หนานและจีชิงรั่ว แต่นางติดตามท่านปู่ออกเดินทางหาประสบการณ์มาทั่วทุกสารทิศ ความรอบรู้และความคิดอ่านมิใช่สิ่งที่เด็กสาวอย่างลู่หนานและจีชิงรั่วจะเทียบได้ แต่ด้านอื่นๆ นางก็ไม่ได้แตกต่างจากเด็กสาวทั่วไปนัก ยังคงชอบเล่นสนุกซุกซนเช่นเดิม
ตัวแทนจากขุมกำลังใหญ่ทั้งหลาย หลังจากได้ประจักษ์กับตาว่าตระกูลลู่มีต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นอายุนับหมื่นปีอยู่จริง พวกเขาก็แสดงท่าทางร่วมยินดีด้วย แม้ว่าคนที่รู้สึกหวังดีจากใจจริงจะมีเพียงไม่กี่คนก็ตาม ทว่ามันกลับทำให้ลู่เหว่ยจุนปลื้มปีติอยู่ดี หากใช้โอกาสนี้ทำให้ชื่อเสียงของตระกูลลู่โด่งดังกว่าเดิมได้นับเป็เื่ที่ไม่เลวเลยทีเดียว
ยามนี้เป็เวลาใกล้ค่ำแล้ว แสงอาทิตย์อัสดงจวนจะลับขอบฟ้า สะท้อนผิวน้ำทะเลสาบจนเกิดประกายแสงสีทองระยิบระยับพร้อมกับเสียงคลื่นเบาๆ ทำให้บรรยากาศในงานเงียบสงบอย่างบอกไม่ถูก
ลู่อวี่ที่มารออยู่นานหลายชั่วยามแล้ว เหลือบมองไปทางอัฒจันทร์ที่มีคนจากเขาหนิงชุยเฟิงนั่งอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวขึ้นไปบนเวทีด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว
สายตาที่ลู่อวี่มองมาทำเอาเสิ่นตานเจวี๋ยหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย แม้ว่าการเยียดหยามและดูแคลนในแววตาของอีกฝ่ายจะเบาบางนัก ทว่าเขากลับมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน แต่จู่ๆ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ คราแรกที่ตนเองปรุงโอสถในงานเลี้ยงยาอายุวัฒนะ สาเหตุที่ปรุงยาชิงหลิงโอสถขั้นห้าได้หลายร้อยเม็ด เป็เพราะพึ่งพาคุณสมบัติจากเตาหลอมโอสถระดับอาวุธวิเศษของศิษย์พี่ มิเช่นนั้นแล้วด้วยพละกำลังของตนเพียงอย่างเดียว ต่อให้ปรุงยาชิงหลิงได้สำเร็จ ก็ไม่มีทางปรุงออกมาได้เกินสิบเม็ดอย่างแน่นอน และมีโอกาสที่จะปรุงโอสถล้มเหลวจนสูญเสียวัตถุดิบไปโดยเปล่าประโยชน์ด้วย
นักปรุงโอสถสองคนของตระกูลลู่ที่ก่อนหน้านี้ปรุงโอสถออกมาได้จำนวนมหาศาล ก็ใช้เตาหลอมใบเดียวกัน เกรงว่าจะใช้วิธีการเดียวกับของตน เ้าเด็กลู่อวี่ผู้นั้นเพิ่งจะอายุยี่สิบ การที่มีฝีมือปรุงโอสถยอดเยี่ยมถึงเพียงนั้นได้ น่ากลัวว่าจะเป็เพราะเตาหลอมโอสถใบนี้เช่นกัน มีโอกาสสูงนักที่เตาหลอมโอสถดังกล่าวจะเป็อาวุธวิเศษที่คุณภาพสูงยิ่งกว่าเตาหลอมของศิษย์พี่
เมื่อคิดได้ดังนี้ เสิ่นตานเจวี๋ยก็เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา อารมณ์หดหู่ของเขากลับมาเป็ปกติอีกครั้ง ฉวยโอกาสตอนที่ลู่อวี่ยังไม่ได้เริ่มการปรุงโอสถ เอ่ยปากถามออกไปเสียงสูงว่า “เตาหลอมโอสถของนายน้อยลู่คงจะคุณภาพสูงไม่น้อย มิเช่นนั้นแล้วนักปรุงโอสถขั้นห้าของตระกูลลู่ทั้งสองคนนั้น คงไม่สามารถทำเื่น่าเหลือเชื่ออย่างการปรุงโอสถจำนวนมหาศาลสำเร็จได้ ไม่ทราบว่านายน้อยลู่พอจะอธิบายความพิเศษของเตาหลอมใบนี้ให้พวกเราทุกคนทราบได้หรือไม่?”
เสิ่นตานเจวี๋ยพยายามใช้มันสมองทั้งหมดที่เขามี แม้จะไม่ถึงขั้นใจดำอำมหิต แต่ก็แสดงถึงความเกลียดชังไม่น้อย
เตาหลอมโอสถที่ลู่อวี่ให้ลู่หงิกับลู่เหว่ยเฉินยืมใช้ สามารถช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จและปริมาณของเม็ดยาได้ เื่นี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รับรู้ แต่ลู่เหว่ยจุนกับผู้เฒ่าทั้งหลายในตระกูลล้วนทราบกันดี ในเมื่อเป็การโต้กลับเขาหนิงชุยเฟิง เช่นนั้นจะใช้กลอุบายใดล้วนไม่สำคัญ ขอเพียงบรรลุเป้าหมายก็พอแล้ว
ทว่าก่อนหน้านี้ที่เสิ่นตานเจวี๋ยกับหวันต่านเยวี่ยใช้เตาหลอมโอสถใบเดียวกันในงานเลี้ยงยาอายุวัฒนะ คนเกือบทั้งหมดในงานไม่ทันได้ฉุกคิดถึงจุดนั้น อีกทั้งชื่อเสียงของเสิ่นตานเจวี๋ยก็เป็ที่เลื่องลือในเทียนตูมานาน หลายคนจึงคิดว่าการที่ฝีมือของเขาเก่งกาจขึ้นมากะทันหันไม่นับว่าเป็เื่แปลก
แต่พอเป็ตระกูลลู่ แม้จะมีนักปรุงโอสถขั้นห้าอยู่ถึงสามคน แต่หากลองนับดูดีๆ แล้ว ทั้งสามคนนี้ก็เป็นักปรุงโอสถขั้นห้าที่เพิ่งจะเลื่อนขั้นกันทั้งหมด ถึงนายน้อยตระกูลลู่จะมีความอัจฉริยะอยู่หน่อย และมีฝีมือล้ำเลิศอยู่บ้าง ผู้เฒ่าห้าของตระกูลลู่ก็เป็นักปรุงโอสถมานาน ประสบการณ์มีอยู่อย่างเหลือล้น ทว่าลู่เหว่ยเฉินผู้นั้นเหตุใดถึงปรุงโอสถออกมาได้มากกว่าาาโอสถอีกเล่า?
