หลงเหยียนให้ความรู้สึกแปลกๆ เหมือนเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้นกับตัวเขา ถึงอย่างไรก็ดูไม่ออกว่าอะไรที่เปลี่ยนไป
ลั่วซางมองหลงเหยียนแล้วนึกในใจ ‘ฮึ วางมาดไปเถอะ รอถึงหุบเขาชูหยุนเมื่อไร เ้าก็ต้องตายอยู่ดี ต่อให้ไม่ถูกคนพวกนั้นฆ่าตาย สุดท้ายก็ตายด้วยน้ำมือข้าอยู่ดี’
จากนั้นเขาก็ตบบ่าหลงเหยียน “ไอ้หนุ่ม เตรียมตัวให้ดีล่ะ เช่นนั้นเราก็ออกเดินทางกันเถอะ ข้ารอไม่ไหวแล้ว”
ไม่จำเป็ต้องอธิบายความหมายจากคำพูดของเขาแล้ว เพราะเท่านี้ก็ชัดเจนมากแล้ว
หลงเหยียนมองเขาแล้วยิ้ม “เช่นนั้นก็ดี ข้าก็รอไม่ไหวแล้วเหมือนกัน”
คำพูดของหลงเหยียนทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตะลึง เขารอไม่ไหวอย่างนั้นหรือ หรือยังดูไม่ออกอีกว่าแววตาของลั่วซางนั้นดูเคียดแค้นมากเพียงใด?
ต่อให้เขามีพร์สูงมาก แต่ดูเหมือนสมองไม่ได้ฉลาดเท่าไรนัก หลงเหยียนจะรู้ได้อย่างไร เมื่อครู่ทุกคนพูดคุยอะไรกันในห้องอาหาร ซูจื่อมั่วอยากเตือนหลงเหยียน แต่เห็นแววตาที่น่ากลัวของซือถูหม่าและลั่วซาง เขาก็หมดปัญญา
‘หลงเหยียน หากเ้าตายขึ้นมาก็ไม่เกี่ยวกับข้านะ’ ซูจื่อมั่วนึกในใจ
ตอนแรกพวกเขาคิดว่าหลงเหยียนต้องกลัวมากแน่ อย่างน้อยก็ต้องแสดงออกถึงความหวาดผวา ทว่าเห็นท่าทีที่นิ่งเรียบของหลงเหยียน ลั่วซางก็เข้าใจแล้ว
‘เ้าหมอนี่ต้องแสร้งวางมาดแน่ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องตายแล้ว สู้ทิ้งรอยยิ้มไว้ในวินาทีสุดท้ายเลยดีกว่า ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เ้ามามีเื่กับข้าเอง ทำร้ายน้องชายข้า เ้าคงต้องใช้ชีวิตมาแลกเท่านั้น’
ยามนี้ที่เขามองหลงเหยียน ในใจพวกเขาคิดอะไรอยู่ มีหรือที่หลงเหยียนจะไม่รู้ จากนั้นซือถูหม่าก็โบกมือ แล้วทุกคนก็มุ่งหน้าออกเดินทางไปยังหุบเขาชูหยุน
เ้าเมืองหยุนส่งชายหนุ่มคนหนึ่งนำพวกเขาเข้าสู่หุบเขา ชายหนุ่มคนนี้มีนามว่าเสี่ยวซู
เสี่ยวซูเป็ชายหนุ่มที่มีรูปลักษณ์ดูเที่ยงตรง เขาคือหลานเขย หรือก็คือสามีของหลานสาวที่ถูกโจรป่าจับไป
เสี่ยวซูตื่นตระหนกมาก เขาพาทุกคนเข้าสู่หุบเขาชูหยุนอย่างรวดเร็ว หุบเขาชูหยุนถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีขาว อย่างน้อยๆ ยอดก็หายเข้าไปในกลีบเมฆ เกรงว่าที่นี่คงใหญ่กว่าเทือกเขาหยุนหลัวเสียอีก ที่สำคัญที่สุดก็คือการมองเห็นในนี้ลดลง หมอกบดบังการมองเห็นจึงเห็นแค่รัศมีร้อยเมตรเท่านั้น
ทุกคนทำได้แค่ปล่อยพลังจิตออกไปเพื่อััสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว ส่วนพลังจิตที่แข็งแกร่งของหลงเหยียนก็ทำงานเมื่ออยู่สถานการณ์ในที่แบบนี้ทันที พลังจิตปกคลุมรัศมีร้อยลี้
ลั่วซางและซือถูหม่านึกไม่ถึงว่าหุบเขาชูหยุนจะกว้างเพียงนี้ อีกทั้งยังเป็เทือกเขาที่ทอดยาว ก่อนอื่นเลย สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือตามหาร่องรอยของโจรป่า
ซือถูหม่าหยุดเดิน “เกรงว่าหากเราทั้งห้าคนตามหาแบบนี้ต่อไป คงไม่ใช่วิธีที่ดี เราคงต้องแยกกันตามหาแล้ว แบบนี้การค้นหาจะได้เป็วงกว้างขึ้น เมื่อหาคนพวกนั้นเจอ อย่าเพิ่งลงมือคนเดียว ไม่เช่นนั้นจะเป็การแหวกหญ้าให้งูตื่น”
ซือถูหม่าพูดจบก็หยิบธูปหอมออกมาจากถุงผ้าเฉียนคุนห้าก้าน “หากพวกเ้าเจอร่องรอยของพวกเขา จุดธูปหอมนี่ แล้วพวกเราจะเร่งไปทันที”
เมื่อซือถูหม่าพูดจบ ลั่วซางก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
โอกาสมาถึงแล้ว!
หลงเหยียนเองก็ยิ้มเช่นกัน สีหน้าของเขาไม่ได้ดูตื่นตระหนกเลยสักนิด เมื่อรับธูปหอมมาแล้ว เขาก็พุ่งไปด้านหน้าคนเดียวทันที
หลงเหยียนจากไปแล้ว ซือถูหม่ามองลั่วซาง “ตอนแรกข้ายังอยากให้ซูจื่อมั่วไปกับเขา นึกไม่ถึงว่าเ้าหมอนี่จะไปก่อน”
ลั่วซางพูดด้วยเสียงที่เย็นเยือก “คาดว่าคงกลัวกระมัง” เมื่อพูดจบเขาก็เตรียมตามไปเพื่อสังหารหลงเหยียน
กลับถูกซือถูหม่าลากไว้ก่อน “จะรีบทำไม คนต่ำต้อยแบบนั้น อยู่ในนี้เขาจะทำอะไรได้ พวกเรามีเวลาเยอะแยะ หรือเ้ากลัวเขาจะพลิกชะตาได้”
ลั่วซางนึกดูแล้วก็เห็นด้วย เพียงแต่เขามักรู้สึกว่าเ้าหมอนั่นมีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป ต่างไปจากเดิมเล็กน้อย
“ช่างเถอะ เช่นนั้นก็เลี้ยงเขาไว้ก่อนชั่วคราว ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คือคนที่ต้องโทษปะา ต่อให้หนีก็ไปไหนได้ไม่ไกล ไม่แน่ เราแยกย้ายกันหา อาจเจอคนตระกูลเจียงก็ได้”
ลั่วซางยกมุมปากขึ้นด้วยความผยอง พลังจิตของเขาปกคลุมรัศมีหลายสิบลี้ การหาตัวหลงเหยียนยังไม่ใช่เื่ยาก
“จะให้ดี เ้าหมอนั่นควรไปเจอพวกโจรป่า จากนั้นข้าค่อยตามไป ฮ่าฮ่าฮ่า… หากเขาเห็นพวกเรายืนอยู่ข้างๆ ทว่ากลับไม่ช่วย ไม่รู้ว่าสีหน้าเขาจะเป็อย่างไร ไม่เพียงแต่ไม่ช่วย ข้ายังจะช่วยฝ่ายตรงข้ามฆ่าเขาอีก หากเป็แบบนั้นก็คงดีที่สุดแล้ว ถูกพวกเขาฆ่าตาย ข้าก็สะใจเช่นกัน”
ซือถูหม่าหัวเราะเสียงดัง “ถึงตอนนั้นเราก็ฆ่าคนพวกนั้น จะให้ดีก็เก็บพยานปากสุดท้ายเอาไว้ ปล่อยข่าวออกไปให้คนอื่นรู้ว่าเ้าหมอนั่นถูกพวกเขาฆ่าตาย ไม่ได้ตายเพราะน้ำมือข้า หากใต้เท้าผู้นำรู้เื่นี้ อาจไม่ต่อว่าอะไรเลยก็ได้”
พวกเขาทั้งสองคิดแผนการไว้หมดแล้ว ทั้งสองต่างมองกันและกันก่อนจะหัวเราะเสียงดัง
“ซูจื่อมั่ว ไปหาเ้านั่นให้ข้าหน่อย จะให้ดีก็จับตาดูเอาไว้อย่าให้คลาดสายตา หากเื่นี้สำเร็จ ภารกิจในครั้งนี้ ข้าจะให้คะแนนเ้าสูงสุด เ้าจะได้รับรางวัลแน่”
ซูจื่อมั่วแสดงสีหน้าตื่นเต้นแล้วกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณใต้เท้าทั้งสองที่สนับสนุน”
เมื่อพูดจบ ร่างของเขาก็หายวับตามไปยังทิศทางที่หลงเหยียนจากไป
ส่วนลั่วซางและซือถูหม่า พวกเขาเดินตามหลังอย่างไม่เดือดร้อน ทั้งคู่ไม่ได้แยกจากกัน ถึงแม้เสี่ยวซูจะร้อนใจเพียงใด ทว่าเพราะมีพลังเพียงชีพัขั้นที่เก้า ทั้งสองเป็ยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ เขาจึงไม่กล้าพูดอะไร
ในที่สุดเสี่ยวซูก็เข้าใจแล้ว ใต้เท้าทั้งสองท่านนี้แสดงกิริยากับใต้เท้าเ้าเมืองอีกอย่าง เมื่อออกมาแล้ว การกระทำกลับเป็อีกอย่าง แสดงออกว่ามาเพื่อช่วยจัดการปัญหาในเมืองอารักษ์นิทรา ทว่าเป้าหมายหลักของพวกเขาคือหลอกใช้คนพวกนั้นเพื่อสังหารคนที่มีนามว่าหลงเหยียน
หากยังยื้อเวลาแบบนี้ต่อไป ไม่แน่แม่นางเสี่ยวเตี๋ยอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิต ไม่รู้ว่าตอนนี้ ว่าที่ภรรยาของตนถูกพวกนั้นกระทำชำเราไปมากเท่าไรแล้ว
ไม่นานซูจื่อมั่วก็พบหลงเหยียนอยู่ด้านหน้า เขารักษาระยะห่างเพราะลั่วซางและซือถูหม่าอยู่ด้านหลัง
พลังจิตที่แข็งแกร่งของหลงเหยียนนั้นพบตำแหน่งของพวกเขานานแล้ว
“พวกเ้าอยากหลอกใช้คนของสำนักมารมาฆ่าข้า เช่นนั้นข้าก็คงต้องวางแผนซ้อนแผนแล้วละ”
พลังจิตปกคลุมไปทั่ว ไม่นานเขาก็พบว่าในระยะที่ห่างออกไปสองลี้ มีกลิ่นอายของผู้ฝึกยุทธ์ ในนั้นยังมีหลายคนที่มีกลิ่นอายอันชั่วร้าย
หลงเหยียนตรงไปยังตำแหน่งนั้น เมื่อเห็นว่าหลงเหยียนเพิ่มความเร็ว ซูจื่อมั่วก็แววตาเป็ประกาย
“สหายเหยียน ขอโทษด้วย เพื่อรางวัลและผลการทดสอบ ข้าไม่กล้ามีเื่กับใต้เท้าทั้งสองเหมือนเ้า หวังว่าเ้าจะไม่พบข้านะ”
ขณะที่พูดอยู่ เขาก็เร่งฝีเท้าตามไป
ไม่นาน หลงเหยียนพบชายหนุ่มท่านหนึ่งอยู่ด้านหน้า บนตัวของเขาปกคลุมไปด้วยรังสีที่ชั่วร้าย
“หรือพวกเขาจะเป็คนตระกูลเจียง”
รอบข้างไม่มีผู้ฝึกยุทธ์อื่น หลงเหยียนรีบเข้าใกล้ชายคนนั้น เมื่อหลงเหยียนปรากฏตัวอยู่ข้างกายเขา
ชายผู้นั้นหันหลังให้หลงเหยียน คล้ายกำลังปัสสาวะอยู่
ชายผู้นั้นรับรู้ได้ถึงรังสีที่แข็งแกร่งด้านหน้า จึงหมุนตัว ทว่าหมัดของหลงเหยียนรวดเร็วนัก เขาชกตรงไปที่ศีรษะของชายผู้นั้นแล้ว
ไม่ปล่อยให้เขามีโอกาส หลังจากชกเสร็จ หลงเหยียนก็บีบคอเขาอย่างแรง
“เ้าคือคนตระกูลเจียงหรือ?”
ชายคนนั้นไม่มีเรี่ยวแรงโต้ตอบ เขามีพลังระดับชีพัขั้นที่แปดเท่านั้น
ซูจื่อมั่วที่อยู่ด้านหลังเหงื่อท่วมตัว
เขารู้ว่าหลงเหยียนแข็งแกร่งมาก ทว่าพลังระดับชีพัขั้นที่แปด ต่อหน้าหลงเหยียนกลับเป็เหมือนลูกแกะในกำมือ
ลั่วซางและซือถูหม่าก็พบแล้วเช่นกัน เสี่ยวซูอุทานออกมาด้วยความใ
เขารู้จักชายคนนั้น เขาเป็ลูกชายคนโตแห่งตระกูลเจียงนั่นเอง
“บอกมา เ้าเป็คนตระกูลเจียงแห่งเมืองอารักษ์นิทราใช่หรือไม่ สำนักมารร่วมมือกับตระกูลเจียงจริงหรือ ตอนนี้พวกเขาอยู่หรือไม่ แล้วมีทั้งหมดกี่คน?”
--------------------
