ในแววตาของลีเหยียนเนียนมีความกลัวถึงขีดสุดและยังมีความหมดหวังอยู่ในนั้นด้วย เมื่ออันเจิงเห็นแววตานั้นเขาก็รู้ในทันทีว่าลีเหยียนเนียนน่าจะคาดเดาคนบงการที่จะมาฆ่าตัวเองได้แล้ว
“หลังจากาาองค์ก่อนสิ้นพระชนม์ แคว้นนี้ก็ไม่เหมือนแคว้นอีกต่อไป”
ลีเหยียนเนียนฟุบหน้าลงกับโต๊ะแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างกะทันหันเขาร้องไห้จนร่างกายสั่นเทาไปหมด อันเจิงไม่ได้พูดอะไร แต่เดินไปหยิบเหล้าไหหนึ่งแล้วมานั่งริมหน้าต่างเขาดื่มเหล้าพลางมองท้องฟ้าที่มืดมิด ไม่รู้เพราะอะไร เหล้าในวันนี้ถึงทั้งขมทั้งบาดคอมากเหลือเกิน
ลีเหยียนเนียนร้องไห้ไปประมาณสิบกว่านาทีจากนั้นก็เงยหน้าขึ้น ราวกับเขาดูแก่ลงไปสามสิบปี ใบหน้านั้นอ่อนระโหยเหมือนคนกําลังสิ้นแรง
“อนาคตในราชสำนักของท่านถึงทางตันแล้ว”
อันเจิงวางไหเหล้าในมือ “ในเมื่อท่านไม่อยากพูดเช่นนั้นข้าก็จะไม่ถามอีก แล้วข้าจะเตรียมที่อยู่ให้ รอผ่านไปสักพักค่อยส่งท่านไปจักรวรรดิต้าซีไปอยู่กับบุตรชายและภรรยาของท่าน ต่อไปพวกท่านก็ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุข ไม่เกี่ยวข้องกับเื่ในราชสำนักอีกต่อไปทุ่งนาป่าเขาที่สงบสุขต่างหากคือที่ของท่าน”
ลีเหยียนเนียนมองไปยังอันเจิงจากนั้นก็คุกเข่าลง “ขอบคุณจริง ๆ!”
อันเจิงไม่ได้ประคองตัวลีเหยียนเนียนขึ้นกลับปล่อยให้คุกเข่าคารวะอยู่แบบนั้น เขายิ้มเล็กน้อยพลางพูด “สำหรับท่านแล้วเื่นี้อาจเป็เื่ดีอีกครึ่งชีวิตของท่านต่อจากนี้ก็สามารถอยู่อย่างสงบสุขได้แล้ว ต่อให้ศัตรูของท่านจะแข็งแกร่งมากแค่ไหนก็ตามอย่างไรเสีย พวกเขาก็ไม่กล้าล่วงเกินจักรวรรดิต้าซีแน่นอน ที่ข้ารับการคารวะจากท่านเพราะคิดว่ามันสมควรฉะนั้นในเมื่อท่านก็คารวะข้าแล้ว จากนี้ไปเื่นี้ก็อย่าพูดถึงอีกเลย”
ลีเหยียนเนียนลุกขึ้นแล้วพูด “เ้าคือวีรบุรุษที่แท้จริงก่อนหน้านี้ที่ข้าเคยล่วงเกินเ้าไป อย่างไรก็ต้องขอโทษเ้าด้วย”
“ท่านนอนพักเถอะ คืนนี้พวกนั้นต้องตามล่าท่านอย่างบ้าคลั่งแน่แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ไม่มาหาท่านที่สำนักวรยุทธ์เบิก์นี่หรอก พรุ่งนี้เช้าบ้านท่านน่าจะโกลาหลไม่น้อยทั้งหน่วยฟางกู้ กรมราชทัณฑ์ และวัดต้าลี่ ต่างต้องเข้ามาสืบเื่นี้อย่างแน่นอนเมื่อถึงตอนนั้น คนที่อยากกำจัดท่านก็คงไม่กล้าทำอะไรให้เป็พิรุธอีก แต่เราก็ยังวางใจไม่ได้เสียทีเดียวทุกฝ่ายในหน่วยฟางกู้น่าจะมีคนของพวกมันแฝงเข้ามาจับตาดูอยู่ ดังนั้นหากท่านเผยตัวออกไปอย่างไรก็ต้องถูกฆ่าอยู่ดี”
ลีเหยียนเนียนถอนหายใจยาว ๆ“ข้าทำเพื่อบ้านเมืองมายี่สิบกว่าปี เดิมทีคิดว่าหากแก่ตัวลงจะไปมีชีวิตที่สงบสุขอยู่กลางทุ่งนา แต่มาตอนนี้ราชสำนักคงทนเห็นคนแบบข้าไม่ได้อีกแล้ว”
อันเจิงเดินไปหยิบไหเหล้ามาวางข้างตัวของลีเหยียนเนียนจากนั้นก็เตรียมตัวเดินออกไป
ลีเหยียนเนียนมองอันเจิงจากด้านหลัง เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งจากนั้นก็เรียกอันเจิง“อยู่คุยเป็เพื่อนข้าอีกสักหน่อยได้หรือไม่?มีบางเื่ที่ข้าอยากให้คนที่ไว้ใจได้ช่วยจดจำมันเอาไว้”
อันเจิงที่ยืนอยู่หน้าประตูหันหลังกลับมา“ท่านแน่ใจรึว่าอยากคุยกับข้า?”
ลีเหยียนเนียนพูด“ถึงแม้เราเพิ่งจะรู้จักกัน แต่ข้ารู้ว่าเ้าคือคนที่สามารถฝากความหวังไว้ได้พรุ่งนี้ข้าก็ต้องไปจากที่นี่แล้ว ยังไม่รู้เลยว่าจะออกนอกเมืองไปได้หรือไม่หรือต่อให้ออกไปได้ ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตร่วมกับบุตรภรรยาอีกหรือไม่เช่นกันฉะนั้นหากข้าตาย ข้าอยากให้เ้าช่วยบอกบุตรชายข้าว่าศัตรูคนนั้นคือใคร”
อันเจิงนั่งลงข้างประตู “ถ้าให้ข้าเดานี่คงเป็เหตุผลที่ท่านไม่อยากให้บุตรชายฝึกพลังวัตร”
“ข้ารู้ั้แ่แรกแล้วว่าสักวันข้าจะถูกฆ่าตายแต่หลายปีมานี้ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ ข้าก็รู้สึกสบายใจขึ้นมากเื่นี้ผ่านมานานหลายปี เลยคิดว่าพวกเขาคงจะไม่รื้อฟื้นขึ้นมาอีก...แต่ข้าก็รู้ดีหากข้าถูกกำจัดแล้ว บุตรชายทั้งสองต้องไปแก้แค้นแน่ ฝ่ายตรงข้ามแข็งแกร่งมากเกินไปเพื่อแก้แค้นให้ข้าอาจทำให้พวกเขาถึงตายก็ได้ ข้าจึงไม่อนุญาตให้พวกเขาฝึกพลังวัตรหากไม่มีพลังก็คงแก้แค้นให้ข้าไม่ได้แล้ว...แต่จากสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ข้าคงคิดผิดไป”
เขามองไปยังอันเจิง “เมื่อครู่ที่บ้านข้าหากไม่มีเ้าอยู่ ข้าคงไม่มีโอกาสแม้แต่จะตั้งตัวเลยด้วยซ้ำและหากพวกเขาสืบจนเจอครอบครัวข้า อย่างไรก็ต้องตามไปฆ่าอย่างแน่นอนคนในครอบครัวข้าไม่ได้ฝึกพลังวัตรและไม่มีกำลังจะต่อกรเหมือนที่ข้าเป็อยู่ในตอนนี้ฉะนั้นข้าคิดผิดไปแล้วจริง ๆ หากพีซือหนูสามารถฝึกพลังวัตรได้ก็ให้เขาฝึกไปเถอะอย่างน้อยเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายก็ยังปกป้องมารดาและพี่ชายตัวเองได้”
“ส่วนเื่แก้แค้นก็ช่างเถอะต่อให้ข้าตายไป หนี้แค้นนี้ก็ไม่อาจชำระได้ คู่ต่อสู้มีอำนาจมากเกินไปจริง ๆ”
“เขาคือใคร?”
ลีเหยียนเนียนเงียบไปชั่วขณะ “เป็คนในตระกูลของซูไทเฮา”
“ท่านเป็แค่ผู้ดูแลฝ่ายต้อนรับของกรมพิธีการจะไปมีเื่กับตระกูลของไทเฮาได้อย่างไร”อันเจิงอดสงสัยไม่ได้
ครั้งนี้ลีเหยียนเนียนเงียบไปนานกว่าเดิมจากนั้นก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุขุม “เื่นี้เกิดขึ้นหลายปีมาแล้วและเกี่ยวข้องกับจักรวรรดิต้าซีด้วย...ที่ข้าบอกเ้าเพราะอยากให้เ้าช่วยข้าหากข้าเป็อะไรไป บุตรและภรรยาข้าจะได้รู้ว่าพวกเขาควรอยู่ข้างใครไม่ว่าคนของไทเฮาจะทำอะไรก็ไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ ดังนั้นต่อให้พวกเขารู้ว่าบุตรและภรรยาข้าหนีไปจักรวรรดิต้าซีแต่ก็ไม่มีทางปล่อยให้พวกเขารอดแน่ เพราะเื่นี้เกี่ยวโยงกับบุคคลสำคัญในจักรวรรดิต้าซี...”
อันเจิงเริ่มร้อนใจขึ้นมาเขารู้สึกได้ทันทีว่าเื่นี้ต้องเกี่ยวข้องกับตัวเอง ลีเหยียนเนียนพูดว่าบุคคลสำคัญของจักรวรรดิต้าซีต้องเป็องค์ชายเฉินจ่งชวี่แน่นอน เพราะหลายปีมานี้มีเพียงเขาที่สามารถเรียกได้ว่าเป็บุคคลสำคัญของจักรวรรดิต้าซีที่เคยมาแคว้นเยี่ยน
ลีเหยียนเนียนเทเหล้าลงในจอก จากนั้นก็ดื่มเหล้าทั้งหมดในอึกเดียว
“เื่เกิดเมื่อสี่ปีก่อนตอนนั้นแคว้นเยี่ยน แคว้นโจว และแคว้นจ้าว ร่วมมือกันทำากับแคว้นย่งทำให้แคว้นย่งพ่ายแพ้ยับเยินจนแทบจะถูกฆ่าล้างแคว้นเลยก็ว่าได้ ต่อมา...เพื่อยุติาแคว้นเยี่ยนจึงส่งบุคคลสำคัญมา...นั่นก็คือองค์ชายเฉินจ่งชวี่ โอรสองค์สำคัญของจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิต้าซีเดิมทีข้าคิดว่าองค์ชายเฉินจ่งชวี่มาเจรจาเพื่อหยุดาจริง ๆแต่หลังจากที่เขามาถึง ข้าก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติ”
“เพราะอะไร?” อันเจิงถาม
“หลังจากที่องค์ชายเฉินจ่งชวี่มาถึงแคว้นเยี่ยนก็แทบไม่ได้ทำอะไรเป็ชิ้นเป็อันและไม่ได้ออกไปไกล่เกลี่ยาระหว่างแคว้นย่งกับแคว้นอื่น ๆ แต่อย่างใด ทั้งวันเอาแต่เที่ยวเล่นแบบนี้เขาเรียกว่ามาสงบาหรือ? อีกอย่างเยี่ยนโยวสิบหกแคว้นก็เป็แค่มดสิบหกตัวในสายตาของจักรวรรดิต้าซีเท่านั้น จึงไม่จำเป็ที่จักรพรรดิต้องส่งโอรสองค์สำคัญมาด้วยเื่เล็กเพียงเท่านี้ฉะนั้นข้าจึงรู้สึกว่าเื่นี้ไม่ปกติอย่างมาก แต่ต่อมาก็คิดว่า บางทีองค์ชายอาจอยากมาเที่ยวเล่นต่างแดนจึงถือโอกาสจัดการเื่นี้ไปในตัวเพราะด้วยตำแหน่งที่เขามี ไม่จำเป็ต้องไปเจรจาเื่นี้ด้วยตัวเองเลยจริง ๆ”
“แค่ให้ทหารไปเป็ตัวแทนสั่งการมีหรือเยี่ยนโยวสิบหกแคว้นจะกล้าไม่ทำตาม”
ลีเหยียนเนียนดื่มเหล้าอีกจอกแล้วมองไปที่อันเจิง“จนมีวันหนึ่ง ข้าเป็คนรับผิดชอบพาองค์ชายเฉินจ่งชวี่เข้าไปเดินเล่นในป่า แต่จู่ๆ พระองค์ก็หายตัวไป”
อันเจิงชะงักในทันที การที่เฉินจ่งชวี่หายตัวไปต้องเกี่ยวข้องกับการมาของเขาในครั้งนั้นแน่นอน
ลีเหยียนเนียนพูด“ตอนนั้นพวกเราทุกคนต่างไปต่อไม่เป็ กรมพิธีการวุ่นวายมาก เราส่งคนตามหาไปทั่ว ผ่านไปห้าวันก็ยังไม่เจอจนวันที่หกถึงได้รับจดหมายว่าองค์ชายเฉินจ่งชวี่เสด็จกลับจักรวรรดิต้าซีแล้ว”
เขาเทเหล้าจอกที่สามแล้วดื่มจนหมดในอึกเดียวเหมือนเคย“ที่น่าแปลกก็คือ บุคคลสำคัญแบบนี้หายตัวไป แต่าาแห่งแคว้นเยี่ยนกลับไม่ร้อนรนเลยแม้แต่น้อยกรมพิธีการร้อนใจจนจะเป็บ้า หลายครั้งที่เข้าเฝ้าาา พระองค์ก็แสดงออกว่าเป็กังวลไม่น้อยแต่กลับไม่ได้ใส่ใจแก้ไขปัญหาเท่าที่ควร โดยปกติแล้ว หากคนสำคัญอย่างองค์ชายเฉินจ่งชวี่หายไปในแคว้นเยี่ยนาาต้องส่งยอดฝีมือออกไปตามหาถึงจะถูก แต่าากลับสั่งห้ามไม่ให้หน่วยทหาร กรมราชทัณฑ์วัดต้าลี่และยอดฝีมือในตำหนักวิหาร์มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้นหากใครกล้าออกจากเมืองฟางกู้โดยไม่ได้รับคำสั่งจากาา มีโทษเดียวคือปะา”
ลีเหยียนเนียนมองอันเจิงแวบหนึ่ง“เ้าว่าแปลกหรือไม่เล่า?”
อันเจิงพยักหน้า “แปลกมาก”
แต่ในใจอันเจิงรู้ดีตอนที่าาแห่งแคว้นเยี่ยนออกคำสั่งห้ามไม่ให้ยอดฝีมือทั้งหลายออกจากเมืองฟางกู้ นั่นก็เป็เวลาเดียวกันกับที่ตัวเขาถูกเหล่ายอดฝีมือของจักรวรรดิต้าซีโจมตี
ลีเหยียนเนียนพูดต่อ“เดิมทีเื่ก็มาถึงแค่นี้ ในเมื่อมีจดหมายที่เป็ลายลักษณ์อักษรมาจากองค์ชายเฉินจ่งชวี่ว่าทรงกลับจักรวรรดิต้าซีแล้ว ถึงแม้จะเป็เื่ที่น่าแปลกใจแต่ก็ถือว่าผ่านปัญหาไปได้ด้วยดีส่วนข้าก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเื่นี้อีก”
เขาดื่มเหล้าเข้าไปทีละจอกหน้าจึงเริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ “แต่มีอยู่วันหนึ่ง อวี่จ่านแจ้งมาว่ามีผู้ได้รับาเ็บอกว่าเป็คนของจักรวรรดิต้าซี เขาเจอกับเยาโซ่วบนเทือกเขาชางหมานมีเพียงเผชิญหน้ากับมันเท่านั้นถึงจะหนีออกมาได้ แต่เมื่อถึงเมืองฟางกู้เขาก็สลบไปในตอนนั้นคนของอวี่จ่านรีบส่งข่าวมาให้กรมพิธีการข้าจึงรีบพาคนไปที่อวี่จ่านทันที”
“คนคนนั้นให้ข้ามอบจดหมายฉบับหนึ่งให้กับไทเฮา หลังจากมอบจดหมายนั้นให้ข้าแล้วเขาก็สลบไปพวกเราต่างช่วยกันรักษาอย่างสุดความสามารถ แต่สุดท้ายเขาก็ตายอยู่ดี”
มืออันเจิงที่อยู่ในกระเป๋ากำแน่นขึ้นเขารู้ว่าความจริงทั้งหมดกำลังจะถูกเปิดเผย
“ตอนนั้นข้ารู้สึกแปลกใจมากทำไมเขาถึงมอบจดหมายที่สำคัญอย่างนั้นให้ไทเฮา แทนที่จะมอบมันให้าา?”
“ฉะนั้นเ้าจึงแอบดูจดหมาย?”
ลีเหยียนเนียนพยักหน้า“นี่ก็คือจุดเริ่มต้นของหายนะ...เวลานั้นข้าสงสัยเป็อย่างมาก มักจะรู้สึกว่าเื่นี้ต้องมีอะไรซ่อนอยู่ถึงแม้จดหมายนั่นจะมีตราผนึกหน้าซอง แต่สำหรับข้าแล้วเื่นี้ก็ไม่ใช่เื่ยากอะไรข้าทำงานอยู่กับจดหมายมานาน การจะปั๊มตราผนึกเข้าไปใหม่ก็ไม่ใช่เื่ยากฉะนั้นข้าจึงหาที่ที่ปลอดภัยแล้วลอบอ่านจดหมายนั่น”
ทันใดนั้นก็มีความหวาดกลัวโผล่เข้ามาในดวงตาของเขาแวบหนึ่ง“ข้าไม่นึกเลยจริง ๆ ว่าความลับนั้นจะใหญ่โตขนาดนี้ ใหญ่จนข้าแทบจะรับไม่ไหวมันเป็จดหมายที่องค์ชายเฉินจ่งชวี่เขียนให้ไทเฮา สั่งให้ไทเฮากำจัดทุกคนที่รู้เื่นี้รวมไปถึง...าาแห่งแคว้นเยี่ยน!”
ตอนนี้อันเจิงก็กระจ่างขึ้นมาทันที...จริงด้วยหลังจากที่เขาเกิดเื่ไม่นาน าาแห่งแคว้นเยี่ยนก็ประชวรจากนั้นซูไทเฮาจึงส่งคนมารับมู่ฉางเยียนกลับ
ลีเหยียนเนียนยิ่งพูดก็ราวกับยิ่งโมโหมากขึ้นเขาลุกขึ้นยืนก่นด่าด้วยร่างที่สั่นเทา “ไอ้คนชั่ว ถึงกับกล้าทำร้ายาา! พระนางสมรู้ร่วมคิดกับคนของจักรวรรดิต้าซีหวังจะล้มล้างแคว้นเยี่ยน...ข้าเป็ขุนนางในราชสำนักแคว้นเยี่ยนจึงไม่สามารถนิ่งดูดายได้แต่ข้าก็รู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถเข้าเฝ้าาาได้ เพราะตอนนั้นในวังปล่อยข่าวว่าาาประชวรหนักอำนาจการปกครองบ้านเมืองจึงตกอยู่ในความดูแลของไทเฮาและจูเก๋อเหยียน ตำแหน่งข้าต่ำต้อยนักไม่มีทางเข้าไปในตำหนักวิหาร์ได้อยู่แล้ว”
“ตอนนั้นแม้อำนาจในมือของจูเก๋อเหยียนจะถูกควบคุมไว้มากแล้วแต่ถึงอย่างไรตำแหน่งของเขาก็ยังสูงอยู่ดี อีกอย่างในราชสำนักก็มีเพียงเขาที่สามารถเข้าเฝ้าาาได้ตลอดเวลา ฉะนั้นข้าจึงนำเื่นี้ไปบอกจูเก๋อเหยียน”
สีหน้าอันเจิงเปลี่ยนไปทันที “หลายวันก่อนจูเก๋อเหยียนเลยตาย”
ลีเหยียนเนียนพยักหน้าในแววตาเต็มไปด้วยความปวดร้าว “ข้าเป็คนทำให้ท่านอัครเสนาบดีต้องตาย เป็เพราะข้า...เมื่อข้าบอกเื่นี้กับเขาวันรุ่งขึ้นเขาก็เข้าไปในวัง แต่เพราะคนรอบข้างของาาเป็คนของไทเฮาทั้งนั้นฉะนั้น การจะบอกเื่นี้กับาาก็ไม่ใช่เื่ง่าย จูเก๋อเหยียนให้ข้าผนึกจดหมายให้เหมือนเดิมแล้วส่งเข้าไปในตำหนักจิงเซี่ยวเพราะเื่นี้อย่างไรก็ไม่สามารถปิดบังได้อยู่แล้ว”
“ตอนนั้นข้าเลยต้องผนึกจดหมายกลับแล้วส่งเข้าไปในตำหนักจิงเซี่ยวด้วยตัวเองเพราะจดหมายไม่ได้เกิดความเสียหาย ไทเฮาจึงไม่ได้ทรงสงสัยอะไร”
เมื่อลีเหยียนเนียนพูดถึงตรงนี้ ร่างกายเขาก็ราวกับไม่มีแรงอีกต่อไป“ไม่มีใครนึกเลย าายังไม่ทันได้ปกป้องพระองค์เอง...ในวันที่จูเก๋อเหยียนเข้าไปวันนั้นพระองค์ก็สิ้นพระชนม์แล้ว”
บนใบหน้าของลีเหยียนเนียนเต็มไปด้วยความปวดร้าวไฟในใจที่เขามีแทบจะจุดท้องฟ้าให้มอดไหม้ได้เลยทีเดียว
“ไอ้คนชั่วนั่น ทำร้ายาาจนสิ้นพระชนม์”
เมื่ออันเจิงฟังมาถึงตรงนี้ก็พอจะเข้าใจเื่ทั้งหมดได้แล้วเฉินจ่งชวี่อยากฆ่าเขา แต่ทว่าไม่กล้าลงมือในจักรวรรดิต้าซี ฉะนั้นจึงทำทีขอให้จักรพรรดิส่งเขาไปแคว้นเยี่ยนเมื่อถึงแคว้นเยี่ยนก็รีบส่งข่าวกลับจักรวรรดิต้าซีว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย จักรพรรดิร้อนพระทัยนักจึงส่งข่าวบอกอันเจิงในทันที
เพราะจักรพรรดิรู้ดีว่า ในราชสำนักต้าซีอันเจิงกับเฉินจ่งชวี่สนิทกันมากที่สุดหากส่งอันเจิงไปช่วย เฉินจ่งชวี่ต้องกลับมาอย่างปลอดภัยแน่
เื่พวกนี้เกี่ยวพันกันเหมือนห่วงโซ่...ตอนนี้ซูไทเฮาแห่งแคว้นเยี่ยนกำลังพยายามกำจัดห่วงโซ่ไปทีละห่วง ห่วงโซ่ห่วงใหญ่ก็คือจูเก๋อเหยียนส่วนลีเหยียนเนียนก็เป็เพียงห่วงโซ่เล็ก ๆ เท่านั้นเอง
