“เ้าทั้งสองเป็เพื่อนบ้านกัน หรือว่าเป็ญาติกัน อยู่ไกลจากที่นี่ไหม”
“พี่สาวเราทั้งสองเป็เพื่อนบ้านกัน ข้ามีชื่อว่าอี้เซ่อ”
“ถ้ามีชื่อว่าหนิงเฉิง พี่สาวล่ะมีชื่อว่ากระไร?”
“พี่สาวมีชื่อว่าหลินซี เ้าทั้งสองหาอาหารไม่ได้วันนี้ พี่สาวพอจะช่วยได้นะ แต่พวกเ้าต้องสัญญาว่า จะรักษาเป็ความลับ จะไม่บอกใคร แล้วยืนรออยู่ตรงนี้เดี๋ยวพี่สาวกลับมา”
“ด้วยเกียรติของลูกผู้ชายอย่างข้า เื่ของพี่สาว จะถูกเก็บเป็ความลับตลอดไป มันจะฝังก็พร้อมกับร่างกายของข้า”เด็กชั้นสองเปลี่ยนกันพูด
“ถ้าอย่างนั้นพวกเ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะนำผักมาให้พวกเ้าไปทำอาหารกิน”หลินซีรีบเดินกลับมา เก็บกะหล่ำปลีหัวใหญ่ สองหัวแล้วรีบเดินกลับไป หาเด็กทั้งสองคน
“โอ้!พี่สาวท่านไปเอากะหล่ำปลี ที่หัวใหญ่กว่าหัวของพวกข้า ทั้งสองคนเอามารวมกันเสียอีก แถมยังมีสีเขียว มันเป็ไปได้ยังไง ที่บ้านของท่านจะปลูกผักได้”
“เ้าทั้งสองรับเอาไปให้ผู้ใหญ่ทำอาหารให้กิน หน้าที่ของพวกเ้า คือห้ามผิดคำพูด และเก็บเป็ความลับ เข้าใจใช่หรือไม่”หลินซียืนกะหล่ำปลี สองหัวใหญ่ให้กับเด็กชายทั้งสองคน
“ขอบใจมากพี่สาว ข้าจะรีบกลับเอาไปให้ท่านแม่ ทำอาหารเดี๋ยวนี้ อดอยากมาหลายวันแล้ว ไม่มีเนื้อสัตว์มีผักแบบนี้ คงจะเป็มื้อที่อิ่มที่สุดในรอบหลายเดือนแล้ว พวกข้าไปก่อนนะ”เด็กชายทั้งสอง อุ้มกะหล่ำหัวใหญ่ไว้แน่น วิ่งลงเนินเขากลับบ้าน ด้วยความดีใจ
‘ชาวบ้านแถวนี้คงจะเดือดร้อน เื่ภัยแล้งเป็แน่ ยังดีที่ยังมีน้ำให้ดื่มกิน แต่ถ้าเป็แบบนี้อีกต่อไปไม่นาน น้ำก็คงไม่มีให้ดื่มกินแล้ว
หลินซีเดินกลับมาที่แปลงผักอีกครั้งหนึ่ง นางตั้งใจจะขยายแปลกพัก ‘มีของวิเศษก็ยังต้องลำบาก ให้คนอื่นทำแทนก็ไม่ได้ มันต้องมีวิธีสิ ถ้าเกิดว่าความแห้งแล้งแผ่ขยายไม่หยุด ทำคนเดียวไม่น่าจะไหว’
“เอ๊ะ!นี่มันรอยเท้าของสัตว์ แอบขโมยกินผัก ดีนะที่มันกินต้นที่เราตัดหัว ไปให้เด็กทั้งสองแล้ว มันคือสัตว์ประเภทไหนกัน มีสี่เท้าจะว่าเป็กระต่ายก็ใหญ่ หรือว่าจะเป็หมู ต้องตามรอยไปเผื่อจะได้เนื้อสัตว์ ไปทำเป็อาหารเย็นนี้”
หลินซีเดินตามไปไม่ไกล ก็เจอหมูอ้วนกลมนอนอยู่ใต้ต้นไม้ ‘อยู่ตรงนี้เอง ตัวอ้วนเชียว คงได้เนื้อหลายจิน สัตว์อื่นอดอยากแต่หมูตัวนี้กับอ้วนกลม’
“อู๊ด อู๊ด อู๊ด!”
หมูตัวอ้วนกลม มองเห็นหลินซีแทนที่มันจะวิ่งหนี มันกลับวิ่งมาหา ท่าทางเหมือนสุนัข เข้ามาพันที่เท้าของเด็กสาว มันทำตัวประหนึ่ง เป็สุนัขหรือแมวตัวหนึ่ง
“เ้าไม่กลัว? ข้าจะจับเ้าเชือดเป็อาหารหรอกหรือเ้าหมู แต่ดูท่าทางเ้ายังโตไม่เต็มที่ แล้วทำไมสีขนของเ้า ถึงแปลกประหลาดขนาดนี้ หรือเป็เพราะว่าเ้าขโมยกินผัก ของข้ามานานแล้ว”
“แต่ไม่น่าใช่…ถ้าขโมยกินมานานแล้ว ข้าก็ต้องเห็นรอยเท้าของเ้าสิ หรือไม่ก็ร่องรอยการขโมยกินผัก แต่เหตุใดหมูอย่างเ้า ถึงมีสีดำออกเขียวแบบนี้กันล่ะ หมูป่าไม่ใช่ว่ามีสีดำ นำตาลสีอะไรก็ได้ ไม่ใช่สีเขียวแบบนี้”
“อู๊ด อู๊ด อู๊ด!”มันส่งเสียงร้อง และหมุนตัวให้ดู เป็ทำนองว่า มันมีสีเขียวมาั้แ่เกิด
“ช่างมันเถอะ เ้าคงมีสีเขียวมานานแล้ว จะฆ่าเ้าก็สงสาร เ้ามาทางไหนก็กลับไปทางนั้น ถ้ายังอยู่แถวนี้ตายายกลับมา เ้าได้ไปเป็หมูย่างอย่างแน่นอน”
แทนที่มันจะเดินไปอื่น แต่กลับเดินตามนาง ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน “เ้าอยากไปอยู่กับข้าอย่างนั้นหรือ คงอยากจะกินผักวิเศษของข้าล่ะสิ ฉลาดเหมือนกันนะเนี่ย อยากมาอยู่ก็มา ที่บ้านมีคอกว่างเปล่าอยู่”
“หลินซีนั้นเ้าไปเอาหมูมรกตมาจากไหน คงไม่ได้จะเอามาเลี้ยงหรอกใช่ไหม ปกติมันหายาก เ้าคงไม่ได้แอบหนี ไปเดินในป่า ผู้เดียวใช่หรือไม่?”
“ตาข้าเจอมันอยู่ที่สวน มันแอบกินผักอยู่ แต่เป็ผักที่ข้าตัดหัวออกไปแล้ว ไล่ก็ไม่ยอมไป แถมยังเดินมันตามมา ข้าเลยคิดว่าจะให้มาอยู่ตรงคอกเก่า”
“หมูมรกตฉลาดจับตัวยาก ให้อยู่ในคอกก็ไม่แน่ใจว่ามันจะอยู่ไหม ขังไว้ก็คงไม่ได้ พลังของมันเยอะ เดี๋ยวคอกจะพังเสียเปล่า แต่เนื้อของมันช่างพิเศษยิ่งนัก กินแล้วเพิ่มพลังได้ด้วย”
“เ้าอยู่ทีนี้ก็อย่าดื้อเล่า รู้ไหม ที่นอนของเ้าอยู่ตรงนี้” ไล่หมูไปดูคอกแล้ว หลินซีเดินกลับมาคุยกับผู้เป็ตา
“ถ้าท่านทั้งสองว่างเมื่อไหร่ เล่าเื่บ้านเมืองให้ข้าฟังได้ไหม ข้ายังไม่รู้เลย เมืองนี้ชื่ออะไรอยู่ที่ไหน ใครเป็กษัตริย์ แล้วพลังที่ใช้คือพลังอะไร วันนี้ข้าเจอเด็กสองคน พวกเขาก็เป็คนปกติ ไม่เห็นจะมีพลัง เหมือนกับท่านทั้งสองคนเลย”
“แล้ววันหลังตาจะเล่าให้ฟัง วันนี้ยังมีงานให้ทำอีกเยอะ”ชายชราเลี่ยงที่จะไม่ตอบ นางพอเดาออกเลยหยุดถาม
หลินซีเริ่มปรับตัวได้แล้ว ทั้งอาหารการกินคำพูด รวมถึงสภาพแวดล้อม เพียงแต่ยังไม่ได้ออกไปสำรวจ บ้านเมืองที่อยู่ด้านนอกของหมู่บ้าน เป็คำสั่งของตาและยาย ไม่ให้นางออกไปไหน
ยายเหมยเอาผักไปขายในเมือง จนได้ตำลึงมาพอสมควร เห็นแก่หลินซีที่รบเร้าอยากมีบ้านที่ดี มีห้องนอน ห้องน้ำห้องครัวที่แยกกัน จึงปรึกษากับตาชูจ้างช่างมาปลูกบ้าน
“หลินซีตากับยายจะปลูกบ้าน แต่จ้างช่างจากข้างนอกมา พวกเขามีพลังจากการฝึกฝนมา คิดว่าสร้างวันเดียวน่าจะเสร็จ เ้าไปหลบอยู่ในถ้ำ ที่ใช้ฝึกวิชาก่อน ตาไม่อยากให้ใครเห็นเ้าในตอนนี้”
“จริงหรือเ้าคะ! ข้าจะได้บ้านใหม่แล้ว พรุ่งนี้เช้าข้าจะพาหมูมรกตไปอยู่ที่ถ้ำ ตอนเย็นถึงจะกลับมาก็ได้เ้าค่ะ อย่าลืมซื้อเครื่องนอนมาใหม่ด้วยนะเ้าคะ ถ้าตำลึงพอ แล้วผักในสวนของเรา ต้องทำยังไงเกิดพวกช่างที่มาสร้างบ้านเห็น จะไม่เป็ไร ใช่ไหม”
“เื่นั้นเ้าไม่ต้องเป็ห่วง ตาวางค่ายกลแบบง่ายได้ แค่ให้พวกเขามองไม่เห็นผักเท่านั้นเอง”
“ตามีค่ายกลด้วยหรือ ทำไมถึงไม่สอนข้าบ้าง!”
“เ้าเรียนวิชาที่สอนให้ จนชำนาญแล้วหรือ แค่เ้าฝึกใช้พลังพฤกษา ที่มาพร้อมกับหินมรกต เ้าไม่ต้องเรียนวางค่ายก่อนก็ได้ เพราะสิ่งที่เ้ามีเหนือกว่าพวกนี้มาก เพียงแต่เ้าตั้งใจฝึกฝนเท่านั้น”
“ตกลงข้ามีพลังพฤกษาใช่หรือไม่ แล้วคนในแคว้นนี้มีพลังธาตุอะไรกันบ้าง”
“เื่มันยาววันหลังจะเล่าให้เ้าฟัง ตอนนี้ขอให้เ้าตั้งใจเรียนและฝึกฝนก็พอ เ้าต้องสามารถติดต่อสื่อสาร และบังคับต้นไม้ทุกต้นได้เข้าใจไหม”ตาชูพูดบอกกล่าวกับเด็กสาว
เช้าวันรุ่งขึ้นหลินซีพาหมูมรกตไปอยู่ในถ้ำ เพื่อไปหลบซ่อนตัว และเรียนวิชา บังคับให้ต้นไม้โตไว
“สูงขึ้นมาอีก เ้าเถาวัลย์เ้าต้องเหลือสูงขึ้นไปอีก ให้ไปถึงยอดไม้เลยเ้าต้องยาว”เสียงหลินซีสั่งเถาวัลย์ โดยมีหมูมรกต ยืนมองอยู่ใกล้ๆ
“เฮ้อ! พอบังคับเถาวัลย์ส่งให้ยาวขึ้น เป็ข้าที่หมดแรงเสียพลังไปเยอะ ข้าแค่ออกคำสั่ง ไม่ได้ใช้พลังบังคับซะหน่อย เหตุใดจึงถูกดูดพลังไปเยอะขนาดนี้”นางเดินกลับมาในถ้ำเพื่อนั่งรวบรวมสมาธิ
“หมูมรกตถ้าเ้าไม่ไปไหน ก็อยู่เฝ้าแถวนี้ก่อนนะ ข้าขอนั่งเงียบๆสักพัก รอให้พลังฟื้นกลับมาก่อน”
“เอ๊ะ! แปลกจัง…พอพลังหมด กุญแจมรกตสีก็จางลง หรือว่าใช้พลังเดียวกัน คงจะเป็เพราะเรา เป็สื่อกลางดึงพลังจากกุญแจ ไปให้เถาวัลย์เป็แน่ โอ้!เป็แบบนี้จะให้พลังหมดไม่ได้!”
“แล้วมีสิ่งอื่นไหม ที่จะเพิ่มพลังได้ไหมน่ะ นอกจากจะกินผักที่ปลูก และขยันฝึกฝนให้พลังก้าวหน้าขึ้น น่าจะมีตำราไว้ให้อ่านบ้าง”หลินซีบ่นพึมพำ
“อู๊ด อู๊ด!”หมูมรกตร้องขึ้น ลุกขึ้นยืนเดินออกไปปากถ้ำ
“มีอะไรอย่างนั้นหรือ!”นางตั้งใจจะนั่งสมาธิเงียบๆสักหน่อย ก็ต้องเดินออกมาที่ปากถ้ำ
“ห้ะ! เกิดอะไรขึ้น ทำไมป่าไม้แถวนี้ ถึงกับเริ่มมีสีเขียว หรือเป็เพราะพลังพฤกษาอย่างนั้นรึ! ถ้าเป็แบบนี้เราก็สามารถ ช่วยเหลือชาวบ้านได้น่ะสิ ถ้าเกิดพื้นดิน สามารถทำให้ต้นไม้เป็สีเขียวได้”
“ไม่น่าล่ะถึงรู้สึกหมดแรง ที่ไหนได้ส่งพลังไปเยอะ ตัวต้นเถาวัลย์มันยาวไปหลายกิโลแล้วมั้งนั่น ไม่สิเรียกว่าหลายลี้ มองไม่เห็นยอดของมันแล้ว”
“เป็ไงหมูมรกต มีต้นไม้สีเขียวขึ้นแล้ว ถ้ามันกลายเป็สีเขียวทั้งป่า คงจะดีไม่น้อย อากาศจะได้สดชื่นไม่ร้อนแบบนี้ เห็นแล้วต้องเร่งให้ตัวเองมีพลัง”
“ข้ากลับไปนั่งให้พลังกลับมาก่อน เ้าอย่าส่งเสียงร้องอีกล่ะ หมูอ้วนกลม ข้าี้เีเดินออกมาดู”หลินซีพูดจบก็เดินกลับเข้าไปในถ้ำ
เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม จนถึง่เย็น ‘ช่างน่าจะกลับไปแล้ว แอบย่องไปดูก่อนดีกว่า’
หลินซีเดินออกมาหน้าถ้ำ ไม่เห็นหมูมรกต “เ้าก้อนกลมไปเล่นซนอยู่ที่ไหนข้าจะกลับบ้านแล้ว”นางะโออกไป
“อู๊ด อู๊ด อู๊ด!”
เสียงเ้าหมูดังขึ้น ปากของมันคาบบางอย่างมา มันรีบวิ่งเข้ามาหาหลินซี และคายสิ่งที่คาบมาลงบนพื้น
“โอ๊ะ!นี่มันไม่ใช่เห็ดหลินจือแดง ที่หายากและมีราคาหรอกหรือ เ้าไปหามาจากที่ไหนกัน เ้าก้อนกลม ถ้าให้ท่านยายออกไปขาย ก็มีตำลึงใช้จ่ายไปนาน ผักในสวนก็ส่งออกไปน้อยหน่อย ให้กับร้านอาหารก็พอ”
“เย็นมากแล้วเรากลับบ้านกันเถอะ ช่างสร้างบ้านพวกนั้นน่าจะเสร็จงานแล้ว” หลินซีเดินนำหน้ากลับบ้าน โดยมีหมูอ้วนกลมวิ่งตามหลัง
“โอ้!ค่อยดูเป็บ้านหน่อย หลังใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย ขนาดมองในระยะไกล คงได้นอนสุขสบายบางแล้ว!”นางเร่งฝีเท้าเดินไวขึ้น เพราะความตื่นเต้นยินดี ที่ได้บ้านใหม่
“หลินซีเ้ากลับมาแล้ว ตาว่ากำลังจะไปตามเ้าอยู่พอดี มาดูห้องนอนของเ้า ยายเหมยกำลังจัดการปูที่นอนพอดี”นางไม่ได้วิ่งไปที่ห้องนอน แต่เดินสำรวจทั่วบ้าน
“ดีจังเลยในบ้านมีถึงสามห้อง สร้างจากก้อนอิฐและไม้ ห้องครัวอยู่ด้านหลัง โอ้!มันดูกว้างใหญ่ดี มีถึงสามเตา ห้องน้ำ ข้ามีที่อาบน้ำที่หนาแน่น ไม่ต้องกลัวว่าตอนอาบน้ำ จะมีตัวประหลาดวิ่งเข้ามา”นางใช้ความไวในการวิ่งสำรวจบ้าน
“ห้องนอน…ที่มีเตียงปูด้วย ที่ผ้าหนานุ่ม”พูดเสร็จ นางก็นอนลง ทดสอบความนุ่มของที่นอน
“หลินซีไม่ใช่เ้าเพิ่งเดินออกจากป่ามาหรือ?”หญิงชราพูดขึ้น แต่มีน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าปกติ นางมองเด็กสาวที่สมควรจะมีความสุข ต้องทนทุกข์ลำบากอยู่ที่นี่ สุดชายแดนของแคว้น นครคุนหลุน
“ข้าจะรีบไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้ ข้าจะทดลองอาบน้ำเป็คนแรกเลย แต่ว่าน้ำ… ท่านตา วิชาพฤกษาสามารถ ดึงน้ำออกมาจากใต้ดินได้ไหม หรือว่าทำให้ฝนตก”
“เื่พวกนี้มันเป็ความลับของตระกูล ตาและยายไม่รู้หรอก แต่ที่รู้ตอนนี้คือ บ่อน้ำกลางหมู่บ้าน ไม่ได้แห้งลงไปจากเดิม เหมือนมันจะมีเยอะขึ้นมาด้วย ยังพอแบ่งกันใช้ได้อยู่”
หลินซีวิ่งมาดูด้านหลังของห้องน้ำ “ตาชูเราขุดร่องแบบเล็กให้ไปที่แปลงผัก เวลาใช้น้ำจะได้ไหลให้ดินได้ชุ่มชื้น”ตาชูเห็นด้วยกับเด็กสาว ถือจอบขุดดิน เป็ร่องเล็กยาวแต่ไปไม่ถึงแปลงผัก เพราะมันอยู่ไกลเกินไป
“ไปไม่ถึงก็ไม่เป็ไร อย่างน้อยก็ให้ต้นไม้ใบหญ้าแถวนี้ ได้มีน้ำหล่อเลี้ยงบ้างก็ยังดี”
