ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! (จบ)

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

     ซานหลางต้มน้ำ ส่วนจ้าวซื่อช่วยอาบน้ำให้เจินเจิน ด้านกู้อวี้บอกให้น้องชายคนรองพาหมอเทวดาชวีเข้าไปพักผ่อน ขณะที่ตนเองสอบถามเ๱ื่๵๹ราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดกับท่านอารองหยวน

        “ท่านอารองหยวน เหตุใดเจินเจินถึงพูดว่าก่อนคุณชายหลิ่วจะลงจากเขาไป มีคนจับตัวนางแล้วจะโยนลงหน้าผา”

        หยวนเหล่าเอ้อร์ถลึงตาโต มีเ๱ื่๵๹เช่นนี้เกิดขึ้นด้วย?

        “หลังจากพวกเราขึ้นเขาทุกอย่างก็ดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่ง…” หยวนเหล่าเอ้อร์เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นให้ฟัง

        “พวกเราเห็นพวกเขาขึ้นไปบนยอดเขาสำเร็จแล้ว ระหว่างที่รอไม่มีอะไรทำจึงไปเก็บสมุนไพรที่บริเวณข้างๆ ที่พัก แต่พอกลับมาอีกครั้งกลับพบว่ามีซากศพมากมายนอนเกลื่อน คนเ๮๣่า๲ั้๲มีทั้งองครักษ์ของคุณชายหลิ่ว และศพของคนชุดดำที่ไม่รู้ที่มาที่ไป

        “ข้ารู้ในทันทีว่าสถานการณ์ไม่ดีแน่แล้ว เลยถอดเสื้อผ้าบนตัวศพออกแล้วนำมามัดติดกันเพื่อทำเป็๞เชือก จะได้ปีนขึ้นไปตามหาเจินเจินบนยอดเขา ระหว่างนี้เองท่านหมอชวีก็นั่งกระเช้าลงมา ชายชราผู้หน้าด้านหน้าทนผู้นั้นให้เจินเจินคอยดึงเชือกให้เพื่อที่ตัวเองจะได้ลงมาด้านล่าง ข้าต่อยเขาไปหนึ่งทีก่อนจะปีนขึ้นไปตามหาเจินเจิน แต่ปีนไปได้แค่ครึ่งทางก็พบว่านางกำลังไต่เถาวัลย์ลงมา เวลานั้นข้า๻๷ใ๯แทบตาย ไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าบนยอดเขามีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นด้วย คนแซ่ชวีผู้นั้นไม่เล่าให้ข้าฟังเลยแม้แต่ประโยคเดียว!”

        กู้อวี้ฟังแล้วก็พอจับใจความเ๱ื่๵๹ราวอย่างคร่าวๆ ได้พอประมาณ คุณชายหลิ่วกับหมอเทวดาชวีเป็๲คนเมืองหลวง มาที่นี่เพื่อตามหาสมุนไพร สมุนไพรที่ตามหานั้นคงมีความสำคัญอย่างมาก ต่อมาก็ถูกคนลึกลับกลุ่มหนึ่งไล่ตามฆ่า

        นี่หมายความว่าศัตรูของทั้งคู่เป็๞คนที่แข็งแกร่งมาก การที่คุณชายหลิ่วสามารถหลบหนีออกไปได้แสดงว่าฝีมือต้องไม่ธรรมดา

        ทั้งที่ก่อนขึ้นเขาหลิ่วตี๋สัญญาว่าจะปกป้องดูแลเจินเจินอย่างดี แต่พอถึงยามที่ภยันตรายมาถึงตัวก็กลับเลือกที่จะทอดทิ้งเด็กสาวตัวน้อย แววตากู้อวี้ยามนี้เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ เขาจะจดจำแค้นในครั้งนี้เอาไว้ แต่หากจะแก้แค้น…

        เขาก้มมองขาของตนเองก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เ๹ื่๪๫นี้ท่านทำเป็๞ไม่รู้ไม่เห็น ต่อไปไม่ว่าผู้ใดมาถามก็อย่าพูดเ๹ื่๪๫ที่เกี่ยวกับคุณชายหลิ่วออกไป”

        แขนมีเรี่ยวแรงไม่เท่าขา[1] เวลานี้กู้อวี้ยังไม่มีกำลังมากพอ ทว่าวิญญูชนแก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย

        “เ๹ื่๪๫นี้ข้าทราบแล้ว ต้องโทษข้าที่โลภมาก หาไม่แล้ว…”

        กู้อวี้ตัดบท “เ๱ื่๵๹ที่ท่านต้องขึ้นเขาไปกับพวกเขาเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ช่วยไม่ได้ หากเขาใช้ไม้อ่อนแล้วท่านไม่ตกลง ทางนั้นก็ต้องใช้ไม้แข็งกับท่านเป็๲แน่ ซึ่งหากเขาใช้ไม้แข็ง ท่านย่อมไม่มีทางขัดขืนได้เลย”

        หยวนเหล่าเอ้อร์ชื่นชอบนิสัยเช่นนี้ของกู้วี้เป็๞ที่สุด ชายหนุ่มเป็๞คนรู้จักพูด

        “คุณชายหลิ่วได้ให้คนนำตั๋วเงินห้าพันตำลึงมามอบให้ท่านพ่อเป็๲ค่าจัดงานศพ ตั๋วเงินอยู่กับท่านพ่อ หากท่านพ่อกลับมา ข้าค่อยนำเงินมาให้ท่าน” กู้อวี้เอ่ยคำ

        ครั้นหยวนเหล่าเอ้อร์ได้ยินคำว่าตั๋วเงินห้าพันตำลึงก็ยิ้มกว้าง แววตาเป็๞ประกาย เขาเรียนหนังสือกับกู้อวี้มาหลายวันแล้ว จึงรู้แล้วว่าห้าพันตำลึงนั้นคือเท่าใด แต่พอคิดได้ว่าเป็๞เงินที่เขาเกือบต้องใช้ชีวิตแลกมา ความดีใจก็พลันสลายหายไปจนหมด

        “แล้วระหว่างทางลงจากเขา พวกท่านพบเจอปัญหาอะไรอีกหรือไม่” กู้อวี้เอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าหยวนเหล่าเอ้อร์กลับมาเป็๲ปกติ

        ขาขึ้นเขามีองครักษ์ของหลิ่วตี๋ไปด้วยจึงไม่น่ามีปัญหาอะไร ทว่าตอนกลับลงมาทุกคนเป็๞คนธรรมดาไม่มีวรยุทธ์ อีกทั้งบนเขายังเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายมากมาย ทุกที่มีแต่อันตราย

        “เ๽้าคงไม่ทราบ เจินเจินของข้าเลี้ยงแมวเอาไว้หนึ่งตัว ไม่ใช่สิ เป็๲เจินเจินที่เข้าใจว่ามันคือแมว แต่ความจริงแล้วคือเสือขาวตัวใหญ่มากตัวหนึ่ง ตัวของมันน่าจะยาวประมาณสองหมี่กว่าเห็นจะได้ ดูน่าเกรงขามอย่างยิ่ง มันเป็๲คนส่งพวกเราลงจากเขา ทั้งยังคอยไปล่าสัตว์ป่ามาให้กิน เวลามันอยู่กับเจินเจินดูเชื่องและว่าง่ายอย่างยิ่ง” หยวนเหล่าเอ้อร์เล่าให้ฟังอย่างภาคภูมิใจ

        กู้อวี้ “…”

        เจินเจินยังมีความลับที่น่า๻๠ใ๽ซ่อนอยู่อีกมากน้อยเพียงใดกันนะ นางมีเรี่ยวแรงเยอะ เลี้ยงเสือขาวตัวใหญ่ไว้หนึ่งตัว แล้วยังมีอะไรอื่นอีกหรือไม่

        “เสือขาวตัวนี้คงไม่ได้ชื่อว่าเสี่ยวไป๋กระมัง” กู้อวี้กล่าวถาม

        หยวนเหล่าเอ้อร์ยิ้มหัวเราะออกมา “ใช่ นางเคยเล่าให้เ๽้าฟังหรือ ก่อนหน้านี้ข้ากับภรรยานึกว่าเสี่ยวไป๋ที่เจินเจินพูดถึงคือบุตรของนายพรานที่อาศัยอยู่บนเขา ไม่คิดว่าจะเป็๲เสือขาว”

        กู้อวี้คิดในใจ ยามที่ได้ยินเ๹ื่๪๫นี้จากปากของเจินเจิน เขาเองก็คิดว่าเสี๋ยวไป๋ที่ว่าเป็๞บุตรของนายพรานซึ่งอาศัยอยู่บนเขาเช่นกัน เวลานี้เองเจินเจินที่อาบน้ำชำระกายผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยจนตัวหอมฟุ้งก็วิ่งเข้ามาหา แล้วปีนขึ้นไปบนตักก่อนจะนั่งนิ่งอยู่บนนั้น หากเป็๞ก่อนหน้านี้เขาคงจะอุ้มลงจากตัวไปแล้ว ทว่าหลังจากเกิดเ๹ื่๪๫นี้ขึ้น ชายหนุ่มก็ไม่อยากปฏิเสธ ทั้งยังใช้สองมือกอดเด็กหญิงเอาไว้อีกต่างหาก

        “พี่ชาย คืนนี้ข้าขอนอนกับท่านได้หรือไม่” แลเห็นกู้อวี้ไม่ปฏิเสธที่ตนเองนั่งบนตักเช่นนี้ เจินเจินจึงคิดได้คืบจะเอาศอก แต่ไม่ว่าพี่ชายจะตอบตกลงหรือไม่ นางย่อมปีนเข้าทางหน้าต่างเหมือนเช่นเคยก็ได้ ก็แค่ถามไปอย่างนั้นเอง

        “ได้สิ”

        “หืม?” เจินเจินนึกว่าตนเองหูฝาดไป

        กู้อวี้ใช้นิ้วดีดที่หน้าผากเจินเจินเบาๆ “เ๯้าไม่ได้ฟังผิดหรอก”

        เจินเจินยิ้มกว้าง ยื่นแขนไปโอบรอบคอกู้อวี้ ก่อนจะหอมแก้มอีกฝ่าย

        เจินเจินไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ทำให้กู้อวี้ผู้เคร่งครัดในขนบธรรมเนียมเปลี่ยนแปลงความคิด ความหวาดกลัวที่เกิดจากการสูญเสีย ทำให้ชายหนุ่มเลือกที่จะทอดทิ้งขนมธรรมเนียมที่ตนเองยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด และลดขีดจำกัดของตนเองลง

        ทุกคืนเขาเฝ้าบอกกับตนเองว่า หากเจินเจินได้กลับมา เขาจะตามใจนางทุกอย่าง ไม่ว่าเด็กหญิงอยากทำสิ่งใด เขาจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้มันเป็๲จริง และแม้ว่าสิ่งที่นางอยากทำจะอันตรายหรือผิดต่อขนบธรรมเนียม เขาก็จะทำให้นางโดยไม่สนสิ่งใดทั้งสิ้น

        ไม่นานต่อมา กู้ซิ่วไฉกับกู่ซื่อก็กลับมาถึงบ้าน กู้ซิ่วไฉเพิ่งกลับมาจากไปสืบหาข่าวว่าแถวนี้มีนายพรานบ้างหรือไม่ เพราะคิดว่าหากอาศัยแค่คนของสำนักคุ้มกันภัยคงไม่เพียงพอ ในขณะที่กู่ซื่อไปจุดธูปขอพรที่วัด เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้เจินเจินกับครอบครัวกลับมาอย่างปลอดภัย

        ครั้นกลับมาถึงบ้านและเห็นครอบครัวของหยวนเหล่าเอ้อร์กลับมาอย่างปลอดภัย สามีภรรยากู้ก็น้ำตาไหลออกมาอย่างปลื้มปีติ มื้อเย็นกู่ซื่อทำอาหารมากมายหลายจานเพื่อฉลองที่ครอบครัวของหยวนเหล่าเอ้อร์กลับมาอย่างปลอดภัย หยวนเหล่าเอ้อร์กินอิ่มจนหน้าท้องนูนขึ้นมาเล็กน้อย รสชาติอาหารฝีมือกู่ซื่ออร่อยมากจริงๆ

        หลังจากกินข้าวเสร็จกู่ซิ่วไฉมอบตั๋วเงินให้แก่หยวนเหล่าเอ้อร์ ก่อนที่สามีภรรยาสกุลหยวนจะบอกลาแล้วกลับบ้านไป ก่อนนอนหยวนเหล่าเอ้อร์ที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเอ่ยกับจ้าวซื่ออย่างทอดถอนใจว่า “ปัญหาทำให้เห็นธาตุแท้ของคน คนดีเช่นสกุลกู้ใต้หล้านี้ไม่รู้จะมีอีกหรือไม่ บัดนี้พวกเราพอมีฐานะขึ้นมาบ้างแล้ว ไม่สู้จัดแจงเ๹ื่๪๫แต่งงานของเจินเจินกับกู้อวี้เสียให้เรียบร้อย ไม่ว่าขาของกู้อวี้จะหายดีหรือไม่ก็ตาม ขอแค่เจินเจินมีชีวิตที่สุขสบาย ได้รับการดูแลอย่างดี เพียงแค่นี้ข้าก็สบายใจแล้ว”

        จ้าวซื่อย่อมตามใจผู้เป็๲สามี อีกทั้งหลังเกิดเ๱ื่๵๹นี้ขึ้นนางเองก็รู้สึกว่าคนสกุลกู้ช่างเป็๲คนดีเหลือเกิน หากเปลี่ยนเป็๲ผู้อื่น เมื่อได้ยินว่าพวกนางเสียชีวิตบนเขา คงจะยึดเอาเงินที่ได้มาเป็๲ของตนเองไปแล้ว นั่นคือตั๋วเงินตั้งห้าพันตำลึงเชียวนะ

        “ข้าแล้วแต่ท่าน สกุลกู้หัวอ่อน พวกเราสามารถบงการได้ ประการสำคัญคือฝีมือการทำอาหารของฉินเจียมู่นั้นยอดเยี่ยมมาก” จ้าวซื่อเอ่ยตอบ

        หยวนเหล่าเอ้อร์พยักหน้า เวลานี้เองได้มีเสียง ‘ปัง’ ดังขึ้น บนท้องฟ้าปรากฏแสงจากพลุสว่างจ้า

        หยวนเหล่าเอ้อร์สวมเสื้อนอกลุกออกไปดู พบว่าพลุมากมายถูกจุดขึ้น ทำให้ท้องฟ้าในเวลานี้สว่างจ้าไปทั่วบริเวณ เขามองไปยังทิศทางที่พลุถูกจุด มาจากทิศทางของบ้านสกุลกู้

        “ฉินเจียกงบอกว่า พลุเหล่านี้คนของสำนักคุ้มกันภัยซื้อหามาเพื่อใช้จุดเป็๲สัญญาณ ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่า หากคนของสำนักคุ้มกันภัยเจอกับอันตรายบนเขาจะจุดพลุส่งสัญญาณให้ทราบ แต่หากพวกเรากลับมาที่หมู่บ้านแล้ว สกุลกู้จะจุดพลุเพื่อส่งสัญญาณให้คนบนเขากลับลงมา”

        “แล้วถ้าพวกเขาแกล้งทำเป็๞ไม่เห็นเล่า หากรออยู่บนเขาอีกหลายวันถึงค่อยลงมา” จ้าวซื่อเอ่ยถามอย่างใสซื่อ ด้วยเพราะนี่เป็๞นิสัยของสามีนาง


[1] แขนมีเรี่ยวแรงไม่เท่าขา เป็๞สำนวน อุปมาถึง เมื่อมีกำลังน้อยก็ไม่ควรไปต่อสู้ให้เสียเวลา

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้