ขณะมองรถม้าสีดำที่เคลื่อนหายไปลับตา ความเย้ยหยันในแววตาของตงฟางเทียนหนานเมื่อครู่ทำให้หลงเหยียนกำหมัดแน่นอย่างลืมตัว
“ตงฟางเทียนหนาน หากข้ารู้ว่าเ้ารังแกนางเมื่อใด ข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่” อยู่ๆ หลงเหยียนก็มีความรู้สึกคล้ายตนเพิ่งจะผลักให้หลี่เมิ่งเหยาตกเข้าไปในขุมนรกเช่นนั้น
ตำหนักเหยากวาง ผู้นำเว่ยมองไปยังหลงเหยียน นางรู้ว่าหลงเหยียนเป็พวกชอบแข่งขันมากแค่ไหน และเขาก็ไม่มีทางยอมแพ้ต่อสิ่งใดง่ายๆ แน่ ทางด้านของผู้นำเว่ยเอง เมื่อมองหลี่เมิ่งเหยาจากไป นางก็อดเศร้าใจไม่ได้ เพราะหลี่เมิ่งเหยาติดตามนางมาหลายปีแล้ว ทว่าบัดนี้ข้างกายของผู้นำเว่ยกลับมีหญิงคนอื่นคอยติดตามรับใช้ มาอยู่แทนที่ของหลี่เมิ่งเหยาในอดีต
หญิงคนใหม่มีนามว่าหานอวี่ หานอวี่กับหลงเหยียนเคยเจอหน้ากันหลายครั้ง อีกทั้งก่อนหน้านี้ นางก็เคยปรากฏตัวอยู่ข้างกายผู้นำเว่ยเช่นกัน เพียงแต่ได้ยินมาว่า่ก่อน นางออกไปปฏิบัติภารกิจบางอย่าง หลงเหยียนจึงไม่มีโอกาสได้พบนางบ่อยๆ
หานอวี่ดูคล้ายจะเป็สตรีที่ค่อนข้างเ็า ทว่าบุคลิกและกลิ่นอายจากร่างกายของนางกลับมีส่วนคล้ายกับหลงอวี่ซีพี่สาวคนโตของหลงเหยียนไม่น้อย
หลงเหยียนเดินไปหยุดอยู่ข้างผู้นำเว่ย “ผู้นำเว่ย!”
“เหยียนเอ๋อ นี่คือหานอวี่ พวกเ้าคงเคยเจอกันมาก่อนแล้วสินะ”
“สวัสดีพี่อวี่!”
หานอวี่หัวเราะคิกคักขึ้น “ไม่ต้องเรียกข้าว่าพี่อวี่หรอก ข้าไม่ชอบให้ใครมาเรียกข้าว่าพี่สาวหรืออะไรทำนองนั้น ฟังแล้วให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองแก่ขึ้นนัก”
หลงเหยียนตอบด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้นก็ได้ ไม่ทราบว่าเมื่อครู่น้องอวี่จ้องมาที่ข้าทำไมหรือ? เป็เพราะว่าข้าหล่อเหลามากเกินไป น้องอวี่ก็เลยอดใจไม่ไหว อยากจะถวายตัวให้ข้า?”
พูดจบ หลงเหยียนก็รับรู้ได้ทันทีว่าสายตาเย็นะเืของใครบางคนกำลังจับจ้องมาที่ตน เขากระจายพลังจิตออกไปรอบด้าน พบว่าเ้าของสายตาเป็ชายคนหนึ่ง ซึ่งชายคนดังกล่าวก็คือเย่ซีหนานนั่นเอง
“เ้านี่เป็อะไรไป หลี่เมิ่งเหยาก็ไปแล้ว ทำไมเ้าสองคนนั้นถึงยังตามอาฆาตตนไม่หยุดอีก? เป็แบบนี้ทุกครั้งเลย โดยเฉพาะเ้าเย่ซีหนานคนนี้”
หานอวี่เองก็รับรู้ได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่นานนางก็สังเกตเห็นเย่ซีหนานที่ยืนอยู่ไม่ไกล ทว่านางกลับสบถเสียงเย็นออกมาทางลำคอเบาๆ เท่านั้น ไม่ได้ให้ความสนใจอีกฝ่ายมากนัก
“หลงเหยียน ข้าแค่กำลังสงสัยว่าเ้ามีส่วนใดที่ดึงดูดพี่เมิ่งเหยาได้ถึงขนาดนั้น ทำไมข้าถึงดูไม่ออกเลยล่ะ ว่าเ้าพิเศษไปจากคนอื่นตรงที่ใด”
อีกด้านหนึ่ง เว่ยเวยกับคนอื่นๆ เตรียมจะกลับกันแล้ว ท่านผู้ปกครองสำนักตงจวินพูดขึ้น “หลงเหยียน หากมีเวลาก็เข้ามาหาข้าสักหน่อย ข้ามีเื่ที่อยากจะถามเ้า”
“รับทราบขอรับ น้อมส่งท่านผู้ปกครองสำนัก”
เมื่อคนทั้งหลายจากไป หานอวี่กลับดึงคอเสื้อของหลงเหยียนขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง “เ้ารู้หรือไม่ว่าตัวเองเพิ่งผลักพี่เมิ่งเหยาลงไปในกองไฟ ดูก็รู้ว่าเ้าตงฟางเทียนหนานอยากร่างกายของพี่เมิ่งเหยา และทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเ้านั่นชั่วช้าแค่ไหน”
นิ้วมือของหานอวี่สวยมาก สวยจนสามารถเทียบชั้นกับหลงเหยียนได้เลยทีเดียว ขณะถูกอีกฝ่ายกระชากคอเสื้อ หลงเหยียนรับรู้ได้ว่าริมฝีปากของตนกับนางอยู่ห่างกันเพียงไม่ถึงคืบเท่านั้น หากขยับไปข้างหน้าอีกเพียงเล็กน้อย ริมฝีปากคงััโดนกันแล้ว
“จะโทษว่าเป็ความผิดของข้าคนเดียวได้อย่างไร เื่นี้ อำนาจการตัดสินใจสูงสุดขึ้นอยู่กับพี่เมิ่งเหยาเองต่างหาก”
พูดจบหลงเหยียนก็เอื้อมมือเข้าไปกอดร่างบางของอีกฝ่ายเอาไว้ ส่วนเว้าโค้งที่สมบูรณ์แบบของอีกฝ่ายทำให้หลงเหยียนรู้สึกหลงใหลจนแทบจะดึงสติไม่อยู่
ทว่าหานอวี่กลับอึ้งงัน คิดไม่ถึงว่าเ้าหมอนี่จะกล้าแทะโลมตนต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้
นางยืดตัวตรง “หากแน่จริง กล้ามาหาข้าคืนนี้ไหมล่ะ”
หลงเหยียนมองบน “สาวน้อย หรือเ้ายังหวังว่าจะทวงความยุติธรรมให้พี่เมิ่งเหยาอยู่?”
“ฮึ! ว่าแล้วเชียวว่าเ้าก็เป็แค่ผู้ชายขี้ขลาดคนหนึ่ง” พูดจบก็ปล่อยมือ ก่อนจะเดินหายไปจากสายตาของหลงเหยียนอย่างรวดเร็ว
“ฮึๆ! แม่นางคนนี้ก็ดุเด็ดไม่แพ้กันเลย ดูท่าหลังจากนี้ เราคงไม่ต้องเดียวดายแล้ว” เพิ่งพูดจบ หลงเหยียนก็ถูกดึงที่หูอย่างแรง โดยเ้าสิงโตน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับได้ใจเป็อย่างมาก
“หลงเหยียน เ้ากล้ามากเลยนี่ ดูท่าแล้วเ้าคงไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาสินะ ข้า หลงหลิง สามารถเปลี่ยนให้เ้ากลายเป็ขันทีได้ตลอดเวลาเลยเชื่อหรือไม่?”
หลงเหยียนสะดุ้งเฮือก “เสี่ยวหลิง ทำไมพวกเ้าถึงปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันแบบนี้ล่ะ เมื่อครู่พวกเ้าไปไหนมาหรือ? ข้า... ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย และไม่มีทางคิดอะไรนอกลู่นอกทางด้วย”
เ้าสิงโตน้อยหัวเราะขึ้น “พี่เหยียน ท่านลืมแล้วหรือว่าข้าอ่านใจคนผ่านทางสายตาได้ เมื่อครู่ ข้ามองตาและอ่านใจท่านจนทะลุปรุโปร่งแล้ว และข้าก็บอกสิ่งที่รู้มากับพี่เสี่ยวหลิงจนหมดเปลือกแล้วด้วย”
“เ้าพูดว่าอย่างไรนะ?” หลงเหยียนเบิกตากว้างพลางมองไปยังเ้าสิงโตน้อยด้วยสายตาเ็า
“ทำไม? ไม่มีใครกลัวเ้าหรอกนะ ถ้าแน่จริงก็ขู่อีกสิ! ข้าจะบอกอะไรให้ นับแต่วันนี้ไป ห้ามมารังแกเ้าสิงโตน้อยของข้าอีกเด็ดขาด!” เสี่ยวหลิงเพิ่มแรงที่มือขึ้น
หลงเหยียนแอบหลั่งน้ำตาในใจ ความดุดันของหลงหลิงอีกด้านหนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันก็ทำให้ฝูงคนที่มองอยู่รอบด้านตกตะลึงเป็อย่างมาก
“เอาล่ะ เสี่ยวหลิง เลิกเล่นได้แล้ว พวกเรารีบไปจากที่นี่ก่อนเถิด” ก่อนไป หลงเหยียนหันไปมองสายตาเคียดแค้นของคนที่ยืนอยู่กลางฝูงชนอีกครั้ง
“เย่ซีหนาน? ทำไมเ้าหมอนั่นถึงมองข้าด้วยสายตาแค้นเคืองแบบนั้น? หรือจะโกรธที่ข้าแทะโลมหานอวี่เมื่อครู่นี้?”
หลงเหยียนกลับไปยังที่พักของตนในเรือนเหยากวางอีกครั้ง เพียงครู่เดียวเท่านั้น หลิงเทียนอวี่ก็มาหาหลงเหยียนถึงที่ เมื่อได้เห็นคู่ชายหญิงข้างกายหลงเหยียน หลิวเทียนอวี่ก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก
“หลงเหยียน นี่มัน... สองท่านนี้เป็เพื่อนของเ้าหรือ?”
หลงเหยียนพยักหน้า “พี่อวี่ ท่านมาหาข้า มีเื่อะไรหรือ?”
“ท่านผู้นำให้ข้ามาเรียกเ้าไปพบ”
หลงเหยียนพอจะเดาได้แล้วว่าเกิดเื่อะไรขึ้น
ไม่นานหลงเหยียนก็เดินตามอีกฝ่ายไปที่ตำหนักตงฟาง ภายในโถงใหญ่ของตำหนัก คิดไม่ถึงว่าตงจวินก็อยู่ที่นี่ด้วย เขาเป็ถึงมหาอำนาจที่ปกครองสำนักตงฟางเชียวนะ
เมื่อหลงเหยียนมาถึง ตงจวินก็มองสำรวจเขาั้แ่หัวจรดเท้าก่อนจะหัวเราะเสียงดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“ดี... ไม่เลว ไม่เลวเลย หลงเหยียน คิดไม่ถึงว่าเ้าจะกำจัดสำนักมารจนราบคาบ” พูดจบก็ยื่นมือมาแตะไหล่ของหลงเหยียนเบาๆ พลันกลิ่นอายแห่งพลังที่แสนอบอุ่นก็ถูกส่งเข้ามาในร่างของหลงเหยียน
ท่านแม่ของเขา ผู้นำเว่ยยืนอยู่ไม่ไกล นางส่งยิ้มมาให้หลงเหยียนพลางพยักหน้าเบาๆ รอยยิ้มที่ส่งมาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็ห่วงของคนในครอบครัวเดียวกัน
“หลงเหยียนทำความเคารพท่านผู้ปกครองสำนัก”
กลิ่นอายที่กระจายออกมาจากร่างของผู้ปกครองสำนักเต็มไปด้วยความเป็มิตรและหวังดี
“เหยียนเอ๋อ เราเป็คนในครอบครัวเดียวกัน ต้องเกรงใจกันเช่นนี้ด้วยหรือ? เ้าควรจะเปลี่ยนคำเรียกที่มีต่อข้าได้แล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าเ้าจะเป็หลายชายแท้ๆ ของข้า ที่แท้เ้าก็เป็ลูกชายของหลงอีแห่งเมืองัคนนั้นเองหรือ ฮ่าฮ่าฮ่า มีพร์ที่ไม่เลวเลย ไม่เลว ไม่เลวจริงๆ”
หลงเหยียนสะดุ้งเฮือก คิดไม่ถึงว่าท่านผู้ปกครองจะรู้ฐานะที่แท้จริงของตนในเวลาเช่นนี้ เื่นี้ทำให้หลงเหยียนใไม่น้อย
ไม่นานหลงเหยียนก็พูดตะกุกตะกักขึ้น “ท่าน... ท่านตา!”
“อืม... เด็กดี คิดไม่ถึงเลย คิดไม่ถึงจริงๆ ... บอกมาว่าเ้าอยากได้อะไร ขอแค่ข้าหามาได้ ข้าจะมอบมันแก่เ้าทุกอย่าง ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”
“ท่านตา ข้ามีสิ่งที่อยากได้มากมาย ไม่ทราบว่าตอนนี้คำขอเข้าตระกูลชั้นในของข้าไปถึงไหนแล้วขอรับ”
ผู้ปกครองสำนักมองมายังหลงเหยียนพลางพูดด้วยท่าทางตื่นเต้น “วางใจเถิดเหยียนเอ๋อ ครั้งนี้เ้าทำลายสำนักมารได้สำเร็จ ผลงานในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มคะแนนแก่เ้าได้อย่างมหาศาลเลย”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลงเหยียนก็วางใจขึ้นมาก
ในตอนนั้นเอง หลงหลิงกับเ้าสิงโตน้อยเดินเข้ามาภายในห้องโถงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
องครักษ์ถูกเ้าสิงโตน้อยควบคุมเอาไว้จนหมด เสี่ยวหลิงจึงเดินเข้ามาด้านในได้อย่างง่ายดาย ตงจวินเห็นดังนั้นก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ผิดกับเว่ยเวยที่ตกตะลึงเป็อย่างมาก เพราะนางรับรู้ได้ว่ากลิ่นอายแห่งพลังของสตรีคนนี้แข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าตนเลย
“เ้า... เ้าเป็ใคร? ถึงบังอาจบุกเข้ามาในตำหนักตงฟางเช่นนี้”
หลงหลิงมองไปยังเว่ยเวย นางเปิดเผยฐานะของตน ทั้งยังนำตราคำสั่งของสำนักหยุนเฟิงออกมาแสดงอย่างผ่าเผย
เดิมทีนางก็แลดูสง่างามและสูงส่งมากพอแล้ว เมื่อมีตราคำสั่งของสำนักหยุนเฟิงเข้ามาเสริม ตงจวินก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออกทีเดียว
“เ้า... เ้าเป็คนของสำนักหยุนเฟิงอย่างนั้นหรือ?”
“แน่นอนสิ ข้าได้รับคำสั่งมาจากท่านปู่ให้ข้ามาตรวจสอบเื่นี้ที่นี่ เมื่อครู่ตอนที่ยังอยู่ด้านนอก ข้าได้ยินเต็มสองหูว่าเ้าหนุ่มคนนี้เป็คนฆ่าผู้นำแห่งสำนักมาร พวกเ้าบังอาจนัก ไม่รู้หรือไรว่าผู้นำแห่งสำนักมารเป็หลานของท่านเ้าสำนัก และเป็ลูกพี่ลูกน้องของข้า”
“อะไรนะ? เ้าสำนักแห่งสำนักหยุนเฟิงเป็ปู่ของเ้า?” ตงจวินรับตราคำสั่งมา บนนั้นมีคำว่า ‘สำนักหยุนเฟิง’ สลักเด่นอยู่
หากเป็ศิษย์ทั่วไปของสำนักหยุนเฟิง หรือแม้แต่ผู้นำกลุ่มทั่วไปในสำนัก จะมีตราคำสั่งที่สลักอักษรเป็คำว่า ‘หยุน’ หรือไม่ก็คำว่า ‘เฟิง’ เพียงตัวเดียวเท่านั้น ตราคำสั่งที่สลักคำว่า ‘สำนักหยุนเฟิง’ อย่างครบครันนี้ สามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าสตรีคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา
ตงจวินไม่กล้าเสียมารยาท เตรียมสั่งให้คนเข้าไปต้อนรับหลงหลิงทันที
--------------------
