เมื่อผู้เฒ่าหลี่กลับถึงบ้านก็รู้สึกว่าบรรยากาศในบ้านแปลกไปเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วมองนางหลิว ถามว่าเกิดอะไรขึ้น
นางหลิวเอามือปิดตา น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม พลางพูดว่าขอโทษไหลฝูจริงๆ…
"ไหลฝูทำไม” หัวใจของผู้เฒ่าหลี่เต้นไม่เป็จังหวะ เขามองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นลูกชายของตน "ไหลฝูไปไหนแล้ว? เกิดอะไรขึ้น?"
เขามีลูกชายแค่สอง ลูกชายคนเล็กจากไปแล้ว หากลูกชายคนโตเกิดอะไรขึ้นอีก เขาจะรับได้อย่างไร?
ผู้เฒ่าหลี่คิดเื่แย่ๆ มากมาย เขาส่ายหัวด้วยความกลัว มองนางหลิวอีกครั้ง "อย่าร้องไห้ เกิดอะไรขึ้น พูดให้รู้เื่"
นางหลิวเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าที่มืดมนของเขาก็ไม่กล้าร้องไห้อีกต่อไป นางเช็ดน้ำตาด้วยแขนเสื้อ พูดพลางสะอื้น "ผู้เฒ่า ตระกูลหวงหมู่บ้านข้างๆ บอกถ้ายังไม่เอาเงินออกมาอีก พวกเขาจะส่งแม่นางหวงไปแต่งกับคนอื่น ทำยังไงดี?”
เื่นี้หรอกหรือ เขาคิดว่ามีเื่ใหญ่เสียอีก ผู้เฒ่าหลี่ถลึงตาจ้องนางหลิว นั่งลงบนเก้าอี้ หยิบยาเส้นมาจุดดูด
"ผู้เฒ่า พูดอะไรหน่อยสิ” นางหลิวเห็นว่าผู้เฒ่าหลี่ไม่ตอบจึงอดเร่งไม่ได้
ผู้เฒ่าหลี่ค่อยๆ พ่นควัน เงยหน้าขึ้นมองนางหลิวแล้วพูดเสียงเรียบ “แต่งก็แต่งสิ เกี่ยวอะไรกับเรา" ตระกูลหวงนั่นขอสินสอดเยอะจนสามารถสู่ขอหญิงอื่นได้ถึงสามคน
เอาเปรียบกันชัดๆ เขาเลยไม่ค่อยเห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้นัก
น้ำเสียงที่เฉยเมยทำนางหลิวเบิกตากว้าง “ตาเฒ่า พูดอะไรน่ะ ไม่ใช่ไม่รู้ว่าลูกชายจะสู่ขอแม่นางคนนั้นสักหน่อย ถ้าแม่นางคนนั้นแต่งงานไป ทั้งชีวิตนี้ลูกจะไม่แต่งงานอีกแล้ว" นางเริ่มร้องไห้อีกครั้ง "อยากเห็นลูกชายอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตหรือไง? หา?"
แม้ว่านางเองจะหงุดหงิดที่ตระกูลหวงขอสินสอดเยอะขนาดนั้น แต่ก็ช่วยไม่ได้ ลูกชายนางชอบอีกฝ่ายนี่!
ไม่รู้ว่าลูกชายนางไปโดนยาหรืออะไร ถึงจะแต่งงานกับแม่นางสกุลหวงเท่านั้น
ในฐานะมารดา นางทนเห็นลูกโสดตลอดชีวิตไม่ได้ นางจึงได้แต่ยอมประนีประนอม
ผู้เฒ่าหลี่ขมวดคิ้วแน่นขึ้น สูบยาสูบอยู่พักใหญ่จึงพูดขึ้น "ทำไมถึงต้องเป็แม่นางตระกูลหวงเท่านั้น”
"พูดเื่นี้กับข้าจะไปมีประโยชน์อะไร ไปคุยกับลูกสิ ถ้ากล่อมเขาได้ก็ไปสิ!"
นางหลิวทำท่าทางเหมือนตนเองไม่อยากสนใจเื่นี้ ซึ่งทำให้ผู้เฒ่าหลี่ปวดหัว "หลี่ไหลฝูไปไหน เรียกมันกลับมา!" ลูกชายไม่อยู่ จะให้เขาไปคุยกับใคร
“พอได้ยินข่าวว่าแม่นางตระกูลหวงจะแต่งกับคนอื่นก็อารมณ์ไม่ดี เข้าห้องไปแล้ว” นางหลิวลุกขึ้น “ข้าจะไปเรียกมาให้ ลองกล่อมดูแล้วกัน ข้ากล่อมไม่ไหว!”
พูดจบก็สาวก้าวยาวเดินไปที่ห้องของหลี่ไหลฝู
นางเรียกหลี่ไหลฝูหลายครั้ง ประตูเปิดออกช้าๆ หลี่ไหลฝูถามอย่างอ่อนแรงว่ามีอะไร
นางหลิวส่งสายตาให้ แสร้งพูดเสียงดัง "พ่อเ้าเรียกหา รีบออกมาเสีย!"
หลี่ไหลฝูเลิกคิ้ว ก้มหัวเดินตามนางหลิวไปที่ห้องโถง
“ท่านพ่อ หาข้าอยู่หรือ”
เมื่อเห็นสภาพย่ำแย่ ตาของผู้เฒ่าหลี่ก็ฉายแววผิดหวัง
หลี่ไหลฝูเป็ลูกชายคนโตที่สืบทอดตระกูล รับหน้าที่ดูแลบิดามารดา เขาจึงเต็มไปด้วยความคาดหวังสำหรับลูกชายคนโตคนนี้
อยากได้อะไรก็ให้อะไรั้แ่เด็กจนโต หวังแต่ให้ลูกประสบความสำเร็จ
ไม่คิดเลยว่าลูกชายคนโตจะไม่พัฒนาไปอย่างที่คาดไว้ เรียนหนังสือมานานขนาดนี้ก็ยังสอบซิ่วไฉไม่ได้ด้วยซ้ำ กลับมาทำนาก็ทำได้ไม่ดีนัก
ไม่รู้จริงๆ ว่าเขาทำอะไรบ้าง?
"ต้องเป็แม่นางสกุลหวงเท่านั้นหรือ?”
หลี่ไหลฝูเงยหน้าขึ้นมองผู้เฒ่าหลี่อย่างรวดเร็ว จากนั้นลดสายตาลงกล่าว "อยากแต่งแล้วอย่างไร บ้านเราไม่มีสินสอดไปขอ” เขาถอนหายใจหนักๆ นั่งบนเก้าอี้ด้วยท่าทางผิดหวังเต็มประดา
ผู้เฒ่าหลี่ชำเลืองมองหลี่ไหลฝู "เรียนหนังสือมาตั้งเยอะ แต่ไม่เข้าใจรึ? หรือว่าลูกผู้ชายควรมุ่งการงาน ไม่ใช่ลุ่มหลงสตรี ทำไมต้องหมกมุ่นอยู่กับแม่นางคนนั้นด้วย”
หลี่ไหลฝูเม้มปากพูดเสียงเบา "ข้าเห็นสตรีมาเยอะ แต่ถูกใจแค่แม่นางคนนี้ หากไม่ใช่นาง ข้าคงไม่อยากแต่งงานไปทั้งชีวิตแล้ว”
ผู้เฒ่าหลี่กัดฟัน เริ่มโมโหเล็กน้อย เขาส่งเสียงหึอย่างเ็า พูดว่างั้นก็ไม่ต้องแต่ง โสดไปทั้งชีวิตเถอะ!
ทำตัวเองจนเป็แบบนี้เพื่อผู้หญิงเนี่ยนะ?
เมื่อนึกถึงลูกชายคนสุดท้องที่จากไปแล้ว ผู้เฒ่าหลี่ก็รู้สึกเศร้าใจ
หากตอนนั้นเขาห้ามภรรยาสักหน่อย ลูกชายคนสุดท้องอาจจะยังมีชีวิตอยู่
น่าเสียดาย…
"เป็พ่อทำไมถึงโหดร้ายขนาดนี้ ลูกอยู่คนเดียวตลอดชีวิตแล้วน่าภูมิใจหรือไง? หา?” นางหลิวตบต้นขาฉาดใหญ่ ะโเสียงดัง "ข้าไม่สนหรอก ถ้าลูกชายชอบก็ต้องสู่ขอกลับมา!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ไหลฝูก็รู้สึกดีใจ แต่ไม่กล้าแสดงออกมาทางสีหน้า เขาหยิกนิ้วอย่างแรงเพื่อให้ตัวเองแสดงท่าทางเศร้าต่อไป
ผู้เฒ่าหลี่เคาะยาสูบในมือ มองนางหลิว "เงินทั้งหมดในครอบครัวอยู่กับเ้า เอาไปให้หลี่ไหลฝูสู่ขอแล้วกัน!"
นางหลิวแข็งค้าง ก่อนจะเอ่ยช้าๆ “บ้านเรามีเงินเยอะขนาดนั้นที่ไหน ถ้ามีก็คงไปสู่ขอนานแล้ว จะรอจนถึงตอนนี้ทำไม" เงินในมือของนางจะใช้มั่วซั่วไม่ได้
“ไม่มีเงินก็ช่าง เลิกคิดได้เลย” ผู้เฒ่าหลี่ตั้งใจแน่วแน่ “บ้านนั้นเปิดปากก็ขอสินสอดเยอะขนาดนั้น นิสัยก็ไม่ได้ดีอะไรนักหรอก แต่งกลับมาก็เหมือนลูกสะใภ้คนก่อนนั่นแหละ สร้างปัญหาให้ครอบครัว "
เมื่อเขาได้ยินว่าตระกูลหวงขอสินสอดมากขนาดนั้น เขาก็ไม่ชอบใจแล้ว
หลี่ไหลฝูกัดริมฝีปากอย่างแรงแล้วเงยหน้าขึ้นมองผู้เฒ่าหลี่ “ท่านพ่อ แม่นางตระกูลหวงได้เรียนหนังสือ สามารถอ่านออกเขียนได้ ตระกูลนางจะขอสินสอดเยอะขนาดนี้ก็เป็เื่ที่เข้าใจได้" เมื่อเห็นบิดาชักสีหน้า เขาก็ไม่กล้าปกป้องตระกูลหวงต่อไป "ช่างเถอะ เื่นี้ให้ท่านพ่อเป็คนตัดสินใจ ถ้าไม่แต่งก็ไม่แต่ง!"
หลังจากนั้นเขาก็ลุกขึ้น ส่ายหัวและถอนหายใจ หันหลังเตรียมกลับห้อง
ทันทีที่หันหลัง เขาก็ส่งสายตาให้นางหลิว
นางหลิวได้รับสัญญาณก็รีบวิ่งไปจับมือของหลี่ไหลฝู และเริ่มร้องไห้เสียงดังพลางพลางด่าผู้เฒ่าหลี่
ไม่รู้ว่าร้องนานขนาดไหนจนหัวของผู้เฒ่าหลี่เริ่มปวดวิ้งก็ตบยาสูบลงบนโต๊ะ แล้วตะคอก “พอแล้ว เลิกร้องได้แล้ว”
นางหลิวหยุดด้วยความใ หลี่ไหลฝูรีบเอื้อมมือไปหยิก นางจึงร้องไห้ต่อ
“ไหลฝู แม่ผิดเอง แม่ไม่มีความสามารถ ไม่มีเงินให้เ้าไปแต่งงาน ทำให้เ้าต้องเป็โสดตลอดชีวิต แม่เสียใจแทนบรรพบุรุษของตระกูลหลี่จริงๆ!"
ผู้เฒ่าหลี่ยื่นนวดขมับ น้ำเสียงของเขาอ่อนลง "พอแล้ว เลิกร้องได้แล้ว ข้าปวดหัวหมดแล้ว ที่บ้านยังมีเงินเท่าไร ส่วนที่เหลือข้าจะลองคิดหาวิธีดู!”
นางหลิวและหลี่ไหลฝูสบตากันจึงพูด “ผู้เฒ่าหลี่ รู้ไหมว่าเสี่ยวหลิงกำลังจะแต่งงาน"
“อืม ได้ยินมาบ้างแล้ว” ระหว่างกลับจากไร่มีคนในหมู่บ้านแสดงความยินดีด้วยจึงรู้
หลานสาวคนนั้นทำให้เขาภูมิใจมาก
นางหลิวเดินไปนั่งข้างผู้เฒ่าหลี่และกระซิบ "เราเป็ปู่ย่าของเสี่ยวหลิง เด็กนั่นควรจะแต่งออกจากครอบครัวของเราหรือเปล่า” หากผู้เฒ่าหลี่ตกลง สิ่งต่างๆ จะจัดการได้ง่ายกว่ามาก
ไม่ว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้น นางจะทำให้ผู้เฒ่าตกลงให้ได้
ผู้เฒ่าหลี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ลูกชายคนสุดท้องและภรรยาจากไปแล้ว สถานการณ์ของพวกหลี่ชิงหลิงจึงนับว่าพิเศษ เขาที่เป็ปู่ควรดูแลจริงๆ “แต่งออกจากบ้านเราย่อมดีที่สุด” หลานสาวจะได้ไม่โดนคนอื่นชี้นิ้วว่าด้วย
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ตาของนางหลิวก็เป็ประกาย นางรีบฉวยโอกาสว่าต่อ “สินสอดตระกูลหลิวก็ควรยกมาที่บ้านเรา ให้เราช่วยจัดการ” นางอธิษฐานในใจ ขอให้ผู้เฒ่าหลี่รีบพยักหน้า
ผู้เฒ่าหลี่หันมองนางหลิวและถามด้วยความสงสัย "ก่อนหน้านี้พูดเื่หลี่ไหลฝูไม่ใช่หรือ ทำไมวกมาถึงนี้?” เขาอยู่กับนางหลิวมานานหลายสิบปีย่อมรู้จักนางดี "คิดจะฮุบสินสอดเสี่ยวหลิงรึ?”
ถ้านางหลิวไม่มีความคิดนี้ นางก็คงจะไม่พูดถึงโดยไม่มีเหตุผล
ผู้เฒ่าตาเฉียบจริงๆ เขามองออกหมดแล้ว
นางหลิวสบตาเฒ่าหลี่ พยักหน้าอย่างใจเย็นและพูดอย่างมั่นใจ "เสี่ยวหลิงเป็หลานแท้ๆ เราเก็บสินสอดก็ถูกต้องแล้ว” นางยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล " เป็หลานสาวก็ต้องคิดถึงลุงบ้าง ใช่ไหมเล่า”
บ้านไหนแต่งออกแล้วไม่เก็บสินสอดหญิงสาวมาเป็สินสอดให้ลูกชายหรือหลานชายบ้างล่ะ?
“เ้าบ้าหรือเปล่า” ผู้เฒ่าหลี่จ้องมองนางหลิวด้วยความไม่อยากจะเชื่อ คำแบบนี้ก็พูดออกมาได้ บ้าไปแล้วจริงๆ
