ยามที่ไป๋หยุนเฟยติดตามเส้าหลิงกลับไปยังหมู่บ้าน ในหุบเขาที่มันจากมานั้นก็มีเื่ราวเกิดขึ้น...
“กรี๊ด!!”
ภายในถ้ำแห่งนั้น บังเกิดเสียงกรีดร้องของแมงป่องั์ดังออกมา แต่เสียงในครานี้กลับเปี่ยมด้วยความสิ้นหวังหดหู่
ทั่วทั้งถ้ำยุ่งเหยิงสับสนยิ่งกว่าตอนที่ไป๋หยุนเฟยออกมานับสิบเท่า รอยบากกว้างสองนิ้วพาดทับไปทั่วผนังถ้ำ บนพื้นถ้ำก็เต็มไปด้วยแท่งหินไขว้สลับและหลุมใหญ่น้อยกระจายทั่ว เห็นได้ชัดว่าในถ้ำเพิ่งมีการต่อสู้อันดุเดือดเกิดขึ้น
“ฉับ!”
ประกายจากคมมีดสว่างวาบแล้วหายวับไปทันที แล้วเสียงกรีดร้องของแมงป่องั์ก็เงียบลงอย่างฉับพลัน หัวของมันถูกแยกออกเป็รอยลึก ดวงตาทั้งสามหม่นหมองไร้ประกาย ขณะที่สองก้ามที่เคยชูสูงกลับหล่นลงสู่พื้นอย่างไร้กำลัง แล้วความเงียบงันก็ปกคลุมทั่วบริเวณจนปราศจากสำเนียงแห่งชีวิตใดๆ
และที่ถัดจากร่างแมงป่องั์ไปทางปากถ้ำ แสงจากคมมีดที่วาบขึ้นแล้วสาบสูญไปที่แท้ก็มาจากในมือของชายหนุ่มไว้ผมยาวในอาภรณ์สีขาว ในมือมันเป็มีดโค้งรูปจันทร์เสี้ยวกว้างสามนิ้วยาวสองเชียะส่องประกายสีครามแวววับ ชายหนุ่มมองดูร่างไร้ิญญาของแมงป่องั์ด้วยสีหน้าพึงพอใจ
ที่ด้านตรงข้ามอีกฝั่งของแมงป่องั์ เป็ชายในชุดยาวขาวสะอาด ดูแล้วรูปร่างเล็กกว่าชายหนุ่มคนแรกเล็กน้อย แต่ที่สะดุดตาก็คือดวงตาของมันซึ่งเรียวเล็กไม่รับกับใบหน้า มองดูแล้วน่าขบขันยิ่ง
หลังจากชายตาเรียวเล็กตรวจสอบอีกครั้งจนแน่ใจว่าแมงป่องั์ตายแล้วจริงๆก็ถอนหายใจแ่เบา มันสืบเท้าเข้ามายืนข้างร่างแมงป่องั์ก่อนจะยื่นมือขวาสอดเข้าไปในรอยแยกบนหัวของแมงป่อง หลังจากควานหาของบางอย่างพบก็ดึงมือที่โชกเืออกมา มันสะบัดเืและเศษเนื้อออกจากมือก็เผยให้เห็นผลึกแก้วขนาดเท่าไข่ไก่รูปทรงกลมมนแวววาวสีน้ำเงินแกมส้ม --- สิ่งนี้คือผลึกิญญาของแมงป่องั์นั่นเอง
บุรุษตาเรียวเล็กถือผลึกิญญาเดินไปถึงเบื้องหน้าชายหนุ่มผมยาวก่อนจะเอ่ยขึ้น “พี่ใหญ่ คิดไม่ถึงว่าพวกเราจะโชคดีเช่นนี้ ไม่เพียงได้รับเห็ดวายุพันปี ยังสามารถสังหารแมงป่องเหินฟ้าและได้รับผลึกิญญาระดับห้ามาอีก พวกมันน่าจะนำไปแลกเป็สิ่งของได้ไม่น้อย!”
ชายหนุ่มผมยาวยิ้มพลางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นใช้สองมือจับมีดเล่มนั้นแล้วแยกออกจนบังเกิดเสียง‘เช้ง’ขึ้นแ่เบา มีดรูปจันทร์เสี้ยวก็แยกจากหนึ่งกลายเป็มีดสองเล่มที่เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน!
หลังจากยื่นเล่มหนึ่งให้แก่ชายตาเรียวเล็ก ชายหนุ่มจึงจ้องมองผลึกิญญาในมือพร้อมกับเอ่ยขึ้น “อืม นับว่าโชคดีจริงๆ หากไม่ได้เ้าเด็กนั่น‘ช่วยเหลือ’พวกเราคงไม่ได้ของล้ำค่าทั้งสองมาโดยง่ายดายเช่นนี้”
“หึ หึ พูดถึงเ้าเด็กผู้นั้นก็นับว่าเหลือเชื่อนัก! บรรลุด่านภูติญญาระดับปลายเช่นเดียวกับท่านและข้า แต่กลับสามารถเอาชนะอสูริญญาระดับห้าขั้นต้นได้โดยไม่ลำบากกินแรง! ยังมีวัตถุิญญาเ่าั้อีก... หรือมันจะเป็คนจากสำนักช่างประดิษฐ์?”
ชายหนุ่มเก็บมีดในมือก่อนจะสะบัดมือเรียกมีดสั้นออกมาหลายเล่ม ที่แท้ก็เป็มีดสั้นที่ไป๋หยุนเฟยใช้ซัดจู่โจมระหว่างต่อสู้กับแมงป่องเหินฟ้าแล้วไม่ทันเก็บกลับคืน มันจ้องมองมีดสั้นในมือครู่หนึ่งก็ส่ายหน้ากล่าวว่า “อย่าได้เห็นว่าผู้ที่มีวัตถุิญญามากมายจะต้องเป็ศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์เสมอไป ยามนี้พวกเราก็มีวัตถุิญญาอยู่สิบกว่าชิ้น เช่นนั้นพวกเราไม่กลายเป็ศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์ไปแล้วหรือ?”
“นี่มีข้อแตกต่างกัน ที่พวกเรามีเป็วัตถุวิญาณระดับต่ำ แต่ที่คนผู้นั้นนำออกมาแต่ละชิ้นต้องไม่ใช่ระดับต่ำอย่างแน่นอน มิหนำซ้ำมีดสั้นที่ซัดออกก็ล้วนเป็วัตถุิญญา ผู้ที่ใช้วัตถุิญญาอย่างฟุ่มเฟือยเช่นนี้พวกเรายังไม่อาจเทียบติด... เมื่อเอ่ยถึงวัตถุิญญาที่นำออกมาแต่ละชิ้น ยิ่งมาก็ยิ่งร้ายกาจ เชือกประหลาดสีทองเส้นนั้น ทวนหยาบหนาเล่มนั้น ยังมีปลอกแขนที่ทรงพลังนั้นอีก... หากพวกเราสามารถแย่งชิงมาได้...”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำพูดของอีกฝ่าย เพียงลูบคลำมีดสั้นในมือราวกับกำลังครุ่นคิด...
…………
หลังจากเดินตามเส้าหลิงมาชั่วก้านธูป ไป๋หยุนเฟยก็เห็นหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในูเา ดูแล้วมีบ้านเรือนอยู่ราวสิบกว่าหลัง มีทุ่งนาและคอกสัตว์กระจายอยู่โดยรอบ เด็กและสตรีจำนวนหนึ่งกำลังทำงานบ้านหรือไม่ก็ให้อาหารแก่เป็ดไก่ แต่ทว่ากลับไม่พบเห็นบุรุษวัยฉกรรจ์แม้แต่คนเดียว เส้าหลิงบอกว่าทั้งหมดล้วนขึ้นเขาไปล่าสัตว์ คาดว่าอีกไม่นานก็กลับมา
ระหว่างเดินไปยังบ้านหลังหนึ่งทางฝั่งซ้ายของหมู่บ้าน เส้าหลิงยังไม่ทันเดินเข้าไปก็ะโไปยังข้างบ้านซึ่งมีเงาร่างคนผู้หนึ่งนั่งป้อนหญ้าในมือให้แก่กระต่าย “ท่านพี่! บ้านเรามีแขกมาเยือน ช่วยหาเสื้อผ้าสะอาดให้พวกเราเปลี่ยนด้วยเถอะ หนาวแทบตายแล้ว!”
เงาร่างนั้นหันมาทันที ที่แท้เป็หญิงสาวสวมชุดยาวถักเปียสองเส้น ใบหน้ารูปไข่ตกกระเล็กน้อย ดวงตาที่ใสซื่อบริสุทธิ์จ้องมองมายังเส้าหลิงและไป๋หยุนเฟยที่ตามหลังมาด้วยความสงสัย จนทำให้ไป๋หยุนเฟยรู้สึกกระดากอาย
“พี่ไป๋ นี่คือพี่สาวข้า มีนามว่าเสี่ยวฟาง” เส้าหลิงหันกลับไปแนะนำพี่สาวต่อไป๋หยุนเฟยพร้อมกับกระซิบบอกว่า “นางยังเป็ผู้ที่งดงามที่สุดในหมู่บ้านเราอีกด้วย!”
“เส้าหลิงนี่มันเื่อะไรกัน? ไฉนเ้าจึงเปียกปอนไปทั้งตัว? อีกอย่าง คุณชายท่านนี้คือ...” หญิงสาวนามเสี่ยวฟางวางหญ้าในมือลง ขณะเดียวกันก็ขมวดคิ้วเรียวงามพร้อมกับเอ่ยปากถามขึ้น
ยามมองดูสายตาระวังป้องกันของอีกฝ่าย ไป๋หยุนเฟยก็ไม่ทราบจะกล่าวอันใดดี --- หรือหน้าตาข้าจะดูคล้ายคนต่ำช้าถึงเพียงนั้น?
“เมื่อครู่ข้าเพิ่งช่วยชีวิตคนมา! พี่ไป๋ท่านนี้ตกลงไปในแม่น้ำ ข้าจึงลงไปช่วยเขาไว้! แต่ว่าในภายหลังเขาก็ช่วยชีวิตข้าไว้เช่นกัน ด้วยการต่อสู้ขับไล่พยัคฆ์จนวิ่งเตลิดไป...”
“เ้าว่าอะไร ทั้งตกน้ำ ทั้งสู้กับพยัคฆ์ เขาเป็ใครกันแน่ แล้วทำงานอะไร?”
“พี่ไป๋คือ... จริงสิพี่ไป๋ ท่านทำงานอะไร? ไฉนจึงมาอยู่ในูเานี้ได้?” เส้าหลิงตบศีรษะตนเองก่อนจะหันกลับไปถามไป๋หยุนเฟย ที่ผ่านมามันเอาแต่สนใจสอบถามเื่‘วิทยายุทธ์’อันร้ายกาจของไป๋หยุนเฟยที่สามารถต่อสู้กับพยัคฆ์ จนกระทั่งลืมเลือนที่จะถามเื่อื่น
“...” เสี่ยวฟางบังเกิดความขุ่นเคืองขึ้น --- ไม่ทราบว่าเป็ใครมาจากไหนเ้ายังกล้าพากลับมาที่บ้านอีก!
“ฮ่าฮ่า ไม่นางโปรดวางใจ ข้าไม่ใช่คนเลวร้าย เป็เพียงผู้ที่รักการผจญภัยคอยช่วยเหลือผู้อื่นตามหาสมุนไพรหายากในป่าลึก ครั้งนี้เพราะประมาทเลิ่นเล่อจึงถูกสัตว์ร้ายจู่โจมใส่จนตกลงไปในแม่น้ำ โชคดีได้เส้าหลิงช่วยเหลือเอาไว้จึงค่อยรอดจากการตกลงไปในผาน้ำตกมาได้” ไป๋หยุนเฟยส่งรอยยิ้มอันเป็มิตรให้แก่หญิงสาวพร้อมกับกล่าวอธิบาย
นักผจญภัย หรือจะเรียกว่าทหารรับจ้างที่ได้รับการไหว้วานให้ช่วยทำงานบางอย่างแลกกับค่าตอบแทน ไม่ว่าจะเป็คนธรรมดา หรือว่าจะเป็ผู้ฝึกปรือิญญา แต่ก็ถือว่าเป็‘อาชีพ’อย่างหนึ่งได้เช่นกัน
แม้เสี่ยวฟางจะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้มาทั้งชีวิต แต่ก็เคยได้ยินเหล่าผู้เฒ่าบอกเล่าเื่นักผจญภัยให้ฟังมาบ้าง ฟังจากอีกฝ่ายคล้ายกับจะไม่ได้กล่าวเท็จจึงคลายความระแวงในสายตาลงบ้าง เพียงแต่ยังมีเื่สงสัยจึงเอ่ยปากถาม “นักผจญภัย? ผู้ที่เป็นักผจญภัยเช่นท่านกลับว่ายน้ำไม่เป็?”
“เอ่อ... อุบัติเหตุ มันเป็อุบัติเหตุ...” ไป๋หยุนเฟยกล่าวอย่างกระอักกระอ่วน ขณะเดียวกันก็ลอบสัญญากับตนเองว่าหลังจากนี้จะต้องหัดว่ายน้ำให้ได้
“พอก่อนเถอะ พวกเราสนทนาเพียงเท่านี้ก่อน ท่านพี่อย่าเพิ่งระแวงสงสัย พี่ไป๋ต้องไม่ใช่คนเลวร้ายอย่างแน่นอน ให้พวกเราได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ พี่ไป๋ ป่ะ... เอ๊ะ? ไฉนเสื้อผ้าของท่านจึงได้แห้งแล้ว?”
ไป๋หยุนเฟยไม่ได้บอกไปว่าเป็เพราะการสวมเสื้อผ้าเปียกชื้นนั้นอึดอัดทรมาน มันจึงใช้พลังิญญาของตนไล่น้ำจนเสื้อผ้าแห้งสนิท เพียงกล่าวว่า “นี่... เป็เพราะถูกลมเป่า”
หลิงมองดูเสื้อผ้าของตนที่ยังเปียกปอนมีน้ำหยดด้วยใบหน้างุนงงไร้คำพูด
ไป๋หยุนเฟยโบกมือกล่าวว่า “เส้าหลิงไฉนเ้ายังไม่รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ระวังเ้าจะเป็ไข้ได้ ข้าจะรอเ้าอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน”
“อืม? แล้วไฉนท่านจึงไม่เข้ามา...” เส้าหลิงยังไม่ทันถามจบ ก็ถูกพี่สาวฉุดลากเข้าไปในบ้าน
ดูจากท่าทีแล้ว หญิงสาวนางนี้คงยังไม่ไว้ใจต่อตนเอง ไป๋หยุนเฟยเองก็ไม่ทราบจะทำอย่างไร จึงได้แต่ส่ายหน้าเบาๆพร้อมกับกล่าวในใจ หากว่าข้าเป็คนชั่วช้าสารเลวจริง ต่อให้เ้าระวังป้องกันเช่นนี้แล้วจะมีประโยชน์อันใด?
