หล่อนหันไปย้ำกับหลานสาวที่ไม่รู้ว่าจะทำหน้ายังไงเพราะก่อนจะมาที่นี่หล่อนก็ทำใจแล้วกับเื่ที่เกิดขึ้น ใจจริงแก้มบุ๋มไม่ได้อยากทำแบบนี้ ไม่ได้อยากทำหน้าที่ที่ต้องเอาตัวขัดดอกแทนเงินกู้แต่ต้องจำใจเพราะป้านิ่มมีบุญคุณยิ่งใหญ่ต่อหล่อน แต่เท่าที่ฟังดูแล้วเหมือนปานเทพไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่ ดุเขาออกจะรำคาญด้วยซ้ำแต่หล่อนเองกลับรู้สึกแปลก ๆ ั้แ่เห็นหน้ามหาเศรษฐีหนุ่มคนนี้ครั้งแรก
เพราะตอนแรกหล่อนนึกว่าเขาเป็เศรษฐีเฒ่าบ้ากามที่คงชอบเด็กสาว ๆ คิดว่าปานเทพคงแก่ครางพ่อคราวลุงแต่ที่ไหนได้เขายังหนุ่มแน่นแถมหน้าตาหล่อเหลาไม่เบาเลยทีเดียว แต่เขายังไม่มีเมีย แก้มบุ๋มไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผู้ชายเพอร์เฟ็คขนาดนี้ถึงยังไม่มีครอบครัวเสียที
หรือว่าเขาจะชอบไม้ป่าเดียวกัน?
แก้มบุ๋มเห็นเขาทำหน้ารำคาญแถมข้างกายยังมีเลขาผู้ชายกระตุ้งกระติ้ง
หรือว่าผึ้งน้อยคือคนที่คอยสนองความสำราญให้เขานอกเหนือจากการทำหน้าที่เลขาส่วนตัว อึ๋ย...แค่คิดก็ขนลุก
บทที่ 2
“ชื่อแก้มบุ๋มหรือ?”
เสียงของปานเทพรบกวนสมาธิเด็กสาวให้หลุดจากภวังค์หลังจากที่ป้าของหล่อนกลับบ้านสบายใจเฉิบไปแล้ว แก้มบุ๋มรีบพยักหน้ารับขณะที่ผึ้งน้อยเบะปากด้วยความหมั่นไส้
“ค่ะ...หนูชื่อแก้มบุ๋มค่ะ”
“อายุเท่าไหร่แล้วล่ะเราน่ะ”
“สิบแปดย่างสิบเก้าค่ะคุณปานเทพ”
พอหล่อนพูดจบปานเทพก็ถอนหายใจเสียงดังพรืด ยังความประหลาดแก่เด็กสาวที่มองเขาด้วยสายตาสงสัย
“โชคดีนะที่เธออายุสิบแปด บรรลุนิติภาวะแล้ว ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องโดนข้อหาพรากผู้เยาว์แน่ๆ”
“ไม่หรอกม้างค๊า” ผึ้งน้อยลากเสียงยาว “ก็หล่อนน่ะเต็มใจมาเอง เต็มใจทั้งป้าทั้งหลาน มารับใช้คุณปานเทพ”
“ไม่ได้หรอกนะผึ้งน้อย ฉันทำอะไรไม่รัดกุมไม่ได้ สมัยนี้ข้อกฎหมายมันคุ้มครองผู้หญิงกับเด็ก ฉันไม่อยากเข้าคุกกับเื่แบบนี้เสียชื่อแย่...อืม...ว่าแต่เธอไม่ได้เรียนต่อหรอกหรือ?”
แก้มบุ๋มส่ายหน้า “หนูไม่ได้เรียนต่อค่ะ จบมัธยมปลายก็ออกมาช่วยงานป้านิ่ม หนูอยู่กับป้านิ่มมาตั้งนานแล้วค่ะ ท่านมีบุญคุณกับหนูมาก”
“แล้วคิดอยากเรียนต่อหรือเปล่า”
“คงไม่ล่ะค่ะ เพราะหนูไม่มีเงินพอ อาจจะทำงานหาเงินก่อนแล้วค่อยกลับไปเรียนต่อ”
“อืม...ถ้างั้นเธอก็คงต้องทำงานใช้หนี้ให้ป้าเธออีกนานเลยล่ะ...เอ้อ...ผึ้งน้อยช่วยพาแก้มบุ๋มไปที่บ้านพักหลังเล็กข้างหลังหน่อย มันว่างอยู่เพราะแม่บ้านลาออกไปคนหนึ่ง บ้านเล็ก ๆ เธอคงพออยู่ได้นะ”
ปานเทพถามหญิงสาว หล่อนรีบพยักหน้าตามเคย
“ค่ะ...แก้มบุ๋มอยู่ได้ค่ะ อยู่ที่ไหนก็ได้”
“นอนใต้ต้นไม้ได้ด้วยรึเปล่าล่ะยะหล่อน ถ้านอนได้ฉันจะได้เตรียมหมอนเตรียมเสื่อให้ดีมั้ยยะ”
“พอ ๆ เถอะ”
ปานเทพปรามเลขาของเขาที่ขึ้นชื่อว่าปากร้ายแต่เขารู้ว่าผึ้งน้อยเป็คนใจดี ถ้ารู้ใจก็ถึงไหนถึงกัน เพราะเลขาของเขาคนนี้ทำงานให้ปานเทพหลายปี เื่คดโกงไม่มี เป็คนซื่อสัตย์แต่เสียอย่างเดียวเื่ปากก็เท่านั้น
“พาแก้มบุ๋มไปบ้านพัก แล้วฉันค่อยบอกว่าจะให้ทำอะไรก็แล้วกัน”
“ถ้างั้นตามฉันมาทางนี้ย่ะ”
ผึ้งน้อยทำไม้ทำมือให้หญิงสาวเดินตามและเมื่อแก้มบุ๋มกับเลขออกไปจากห้องแล้วปานเทพก็เอนหลังพิงเก้าอี้พร้อมทั้งถอนหายใจดังเฮือก แต่แล้วแว่บหนึ่งเขาก็เกิดความคิดบางอย่าง เขารู้สึกแปลก ๆ ั้แ่ครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าหลานสาวป้านิ่ม ลูกหนี้ที่เขาช่วยเหลือด้วยความสงสาร จริง ๆ แล้วเขาเป็คนใจดำเสียเมื่อไหร่ ที่พุดเหมือนไม่แยแสออกไปแต่ใจจริงกลับเห็นว่าแก้มบุ๋มมีบางอย่างที่ทำให้เขานึกถึงหล่อน
หลานสาวลูกหนี้ของเขาเป็ผู้หญิงหน้าตาดี ท่าทางของหล่อนดูใส ๆ ไร้เดียงสา ผิวขาวอวบอิ่มและใบหน้าสวยหมดจด รูปร่างทรวดทรงก็สวยสะพรั่งสมวัยสาว แต่ไอ้เื่จะมีแฟนหรือผ่านเื่อย่างว่ามาหรือเปล่าเขายังไม่แน่ใจ
จะคิดอะไรกับเื่นั้นเนี่ย...ปานเทพนึกโมโหตัวเองขึ้นมา ก็เขาพูดไปแล้วว่าไม่ได้จะเอาแก้มบุ๋มมาทำเมีย ป้านิ่มก็บอกแล้วว่าให้หลานสาวมาทำหน้าที่รับใช้เยขาขัดดอกไปก่อน แต่ก็ไม่รู้ว่า ไอ้คำว่ารับใช้นั่นน่ะ มันหมายถึงการรับใช้แบบไหน ปรนนิบัติพัดวีน่ะเห็นจะได้ แต่ถ้ามากกว่านั้นมันจะเป็ไรหรือเปล่า แล้วหล่อนจะยอมมั้ยล่ะ
“บ้าไปแล้วเรา...คิดเื่อะไรว๊า เด็กเขาไม่ได้มาทำหน้าที่เมียเราเสียหน่อย”
ปานเทพถอนใจก่อนจะก้มหน้าดูเอกสารที่เลขาจัดไว้ให้ต่อ และในขณะนั้นผึ้งน้อยก็พาแก้มบุ๋มไปยังบ้านพักที่เ้านายสั่งไว้ และเมื่อไปถึงแก้มบุ๋มก็ทำหน้าดีใจที่เห็นห้องพักในบ้านที่ไม่กว้างขวางแต่ดูสะดวกสบาย หล่อนหันไปยกมือไหว้ผึ้งน้อยที่ทำหน้าเหวอเหมือนเห็นผี
“นี่...หล่อนจะมาไหว้ฉันทำไมกันล่ะยะ แม่แก้มบุ๋ม”
“แก้มบุ๋มอยากขอบคุณคุณผึ้งน้อยคนน่ารักที่พาหนูมาที่นี่ค่ะ”
“หล่อนไม่ต้องมาขอบคุณฉันหรอกนะ โน่น...ไปขอบคุณคุณปานเทพดีกว่า เพราะเขาเป็เ้าของบ้านหลังนี้ย่ะ ว่าแต่หล่อนเถอะ ทำอะไรเป็กับเขาบ้าง”
