“น้าหลินอย่ากังวลไปเลย เป้ยเป้ยใจดีและเชื่อฟังดังนั้น์จะต้องปกป้องเธอแน่” ฉินเฟิงปลอบแม่หลินและกล่าว“ในอนาคตเมื่อไรที่ผมมีเวลาผมจะมาเยี่ยมเป้ยเป้ยและพูดกับเธอเื่ความทรงจำสมัยมหา’ ลัยของเราผมเชื่อว่าเป้ยเป้ยจะดีขึ้นในไม่ช้าและคุณน้าจะได้ยินเป้ยเป้ยเรียกว่า ‘แม่’ ไวๆ”
ฉินเฟิงรู้อาการของหลินเป้ยเป้ยดีตราบใดที่เขาทะลุทะลวงไปถึงกำลังภายในขั้นที่ 4 และปรุงยาปราณโลหิตได้เธอจะค่อยๆ ตื่นขึ้น ทว่าฉินเฟิงไม่สามารถบอกแม่หลินเื่นี้ได้ เขาทำได้แค่ปลอบเธอให้ดีที่สุด
“ฉินเฟิง เธอเป็คนดี เธอไม่ใช่นายน้อยเ้าสำราญอย่างที่คนอื่นว่าก่อนที่เป้ยเป้ยจะาเ็ น้าก็คิดกับตัวเอง น้าเห็นเด็กคนนี้ตกหลุมรักและน้าไม่คิดว่าเด็กสาวธรรมดายากจนอย่างเธอจะมีความกล้าชอบนายน้อยร่ำรวยของครอบครัวที่รวยที่สุดในเมืองเว่ยเฉิง…ฉินเฟิงเป้ยเป้ยรักเธอจริงๆ ไม่งั้นด้วยนิสัยของเธอ เธอคงจะไม่เป็แบบนี้ถ้าเธอชอบเป้ยเป้ยของเราจริงๆ รักษาเธอให้ดี เธอเป็เด็กที่น่าสงสาร!”
ในขณะที่แม่หลินกล่าวเธอก็บ่อน้ำตาแตกพร้อมกับยืนขึ้นและวิ่งออกจากห้องเธอทิ้งห้องให้ฉินเฟิงกับหลินเป้ยเป้ย
ฉินเฟิงนั่งอยู่ข้างเตียงและช่วยหลินเป้ยเป้ยจัดผมที่ยุ่งเหยิงบนหน้าผากของเธอเขาจับมือที่เล็กนุ่มของเธอและพูดเบาๆ “เป้ยเป้ยฉันรู้ว่าเธอได้ยิน ไม่ต้องห่วงฉันจะช่วยเธอให้ดีขึ้นในไม่ช้า เชื่อฉัน!”
“เมื่อฉันรักษาเธอได้แล้วฉันจะพาเธอไปตำหนักฉิน ในอนาคตฉันจะให้คนไปรับส่งเธอที่มหา’ลัย ฉันจะให้เธอมีชีวิตที่ดีที่สุด ให้เธอแต่งตัวและกินโดยที่ไม่ต้องกังวลให้เธอเป็เ้าหญิงน้อยที่ใจดีแสนน่ารัก”
“ฉันรู้ว่าเธอไม่สนใจสิ่งของเ่าั้ แต่ฉันอยากให้เธอมีชีวิตที่ดีกว่านี้ฉันอยากจะให้เธออยู่อย่างมีความสุขทุกวัน…เป้ยเป้ยมีบางอย่างที่ฉันอยากจะบอกเธอมานานแล้ว แต่ฉันก็ชักช้าจนมาถึงตอนนี้เธอจะมาเป็ผู้หญิงของฉันไหม?”
“ตลอดชีวิต!”
หายากที่ฉินเฟิงจะเอาใจใส่และจริงจังถ้าพวกนายน้อยล่ำซำไฮโซทั้งหลายในเมืองเว่ยเฉิงเห็นเข้าพวกเขาคงจะคิดว่าเขากินยาผิดขวด
เขาจ้องมองไปที่ใบหน้าของหลินเป้ยเป้ยเขาอยากจะแกะสลักดวงตาที่กลมโต จมูกโด่ง ริมฝีสีปากเชอรี่ เค้าโครงหน้า คิ้ว ฟันทุกรูขุมขน เส้นขนทุกเส้น แผ่นหลัง และผมที่สลวยของเธอไว้ในความทรงจำ
นี่คือผู้หญิงของเขาฉินเฟิงอยากจะหลอมเธอเข้ามาในอ้อมกอดของเขาและให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่เธอ ฉินเฟิงรักเธอใน่เวลานี้เขาประสบกับสิ่งที่เรียกว่า “รัก”
เขาคือนายน้อยเ้าสำราญเขาเป็คนี้เีที่เสเพลเหลวไหล ทุกคนเห็นเขาเหมือนขยะและถือว่าเขาเป็ตัวตลกที่ผู้คนจะพูดถึงในที่ส่วนตัว ชื่อของเขาแพร่ขจายไปทั่วแต่ไม่ใช่ชื่อเสียงที่ดี
แต่ใครจะสนกัน?
เมื่อนายน้อยเ้าสำราญมีความรักเขาก็เหมือนคนอื่นๆ เนื่องจากความรักอันบริสุทธิ์ทำให้ทุกคนเหมือนกัน
ไม่เกี่ยวกับเงินทองหรืออิทธิพลใดๆไม่มียศหรือลำดับชั้นมีแค่อยู่ด้วยกันชั่วกัลปาวสานจนผมขาวหงอกและมีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย
แหมะ
น้ำตาไหลลงมาบนมือของฉินเฟิงหลินเป้ยเป้ยยังไม่รู้สึกตัวเธอพูดหรือขยับไม่ได้และไม่แม้แต่จะพยักหน้าหรือยิ้มตอบแต่เธอซาบซึ้งฉินเฟิงจนร้องไห้ออกมาด้วยความสุข เธอได้ยินฉินเฟิงทุกคำพูดเธอเชื่อในตัวฉินเฟิง เธอเชื่อว่าฉินเฟิงสามารถรักษาเธอได้
เธอรอ่เวลานี้มานานแล้วเมื่อหลินเป้ยเป้ยรู้สึกตัวอีกครั้ง เธออยากจะเห็นฉินเฟิงตอนที่เธอลืมตาขึ้นโผเข้าอ้อมกอดเขา กอดเขาแน่นและพูดว่า “ตกลง!”
“ฉันตกลงที่จะเป็ผู้หญิงของคุณตลอดชีวิต!”
“ติ๊ง…ขอแสดงความยินดีแก่โฮสต์ฉินเฟิงที่ทำภารกิจ :ทำให้หลินเป้ยเป้ยเป็แฟนของโฮสต์สำเร็จ คุณได้รับแต้มสำราญ 100 แต้มเป็รางวัล”
…
“ติ๊ง…ระบบราชันเ้าสำราญมีภารกิจ :ปรุงยาปราณโลหิตเพื่อช่วยปลุกหลินเป้ยเป้ย!”
“ระยะเวลาภารกิจ : 3 เดือน”
“เมื่อภารกิจลุล่วง จะได้รับแต้มสำราญ 1,000 แต้มเป็รางวัลหากล้มเหลว หลินเป้ยเป้ยจะไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีก!”
…
การประกาศของระบบดังเข้ามาและฉินเฟิงก็เต็มไปด้วยหลากหลายอารมณ์ผสมปนกัน เขารู้ว่าภารกิจของระบบเสร็จแล้วหลินเป้ยเป้ยได้ยินคำพูดของเขาแน่นอนและเธอก็ยอมรับที่จะเป็ผู้หญิงของเขา
ฉินเฟิงก้มหัวและจูบที่หน้าผากของหลินเป้ยเป้ยเบาๆเขาบอกกับเธอด้วยความนุ่มนวล “เป้ยเป้ย ไม่ต้องห่วงนะฉันจะช่วยให้เธอดีขึ้นในเร็วๆ นี้ ฉันจะให้เธอใส่เสื้อผ้าสวยๆและให้เธอวิ่งเล่นบนริมถนนเเหมือนนกน้อยแสนสุข!”
…
หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลชั้นหนึ่งฉินเฟิงขี่จักรยาน 28 นิ้ว ของเขาไปโรงแรมหวงเจียเขาวิ่งไปที่ห้องรับรองและมองดูรอบๆ สองสามครั้งแต่เขาไม่เห็นรูปร่างน่าหลงใหลที่เขาอยากเห็น
“สวัสดีค่ะนายน้อยฉิน!”พนักงานต้อนรับสาวสวยเห็นฉินเฟิงและมาทักทายเขาทันที
“เธอเห็นไป๋ชิงหรือเปล่า?” ฉินเฟิงถามด้วยความกังวล
“นายน้อยฉินคะ ผู้จัดการไป๋ออกไปเมื่อคืนแล้วค่ะ”
“ออก? หมายความว่ายังไง?” หัวใจของฉินเฟิงบีบรัดเขาเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
“เธอลาออกค่ะ เมื่อคืนเธอหยิบสัมภาระของเธอและออกจากโรงแรม”พนักงานต้อนรับสาวดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออกและเธอก็พูดต่อ “ตอนที่ออกไปผู้จัดการไป๋ทิ้งจดหมายไว้ที่แผนกต้อนรับด้วยค่ะ ดิฉันคิดว่าเธอบอกว่าสำหรับคุณค่ะนายน้อยฉิน”
ฉินเฟิงรีบไปที่แผนกต้อนรับโดยตรงและหยิบจดหมายของไป๋ชิง
เมื่อเขาเปิดจดหมายกลิ่นของไป๋ชิงก็ลอยออกมามีกระดาษสีดำที่เต็มไปด้วยลายมือที่สะอาดน่ารักและละเอียดอ่อน
“ฉินเฟิง หลังจากที่กลับมาจากบ้านพักตากอากาศแล้วฉันก็ได้คิดมาตลอดทั้งบ่าย ฉันตัดสินใจว่าจะไปจากคุณ ไปจากเว่ยเฉิงและไปจากที่ที่ฉันอยู่อย่างทรมานด้วยความเกลียดชังมาห้าปีสุดท้ายแล้วฉันก็ยังไม่สามารถทำให้ตัวเองรักคุณโดยที่ไม่ได้เตรียมใจได้ฉินเฟิง…วันหลังจากที่คุณมอมเหล้าฉันและขโมยความบริสุทธิ์ของฉันฉันลืมตาและเจอกับห้องที่ว่างเปล่า คราบเืบนเตียงฉันเลือกที่จะฆ่าตัวตายเพื่อจบความทรงจำที่โสมมและไม่สามารถลบล้างออกไปได้แต่ผู้ดูแลความสะอาดได้เข้ามาในห้องเพื่อทำความสะอาดและช่วยฉันไว้ตอนที่พวกเขาพบฉันกำลังนอนจมกองเื
“หลังจากได้รับชีวิตที่สอง ฉันเลือกที่จะเริ่มชีวิตแห่งการแก้แค้นและฉันแก้แค้นกับคุณเป็บ้าเป็หลัง มันน่าตลกนะหลังจากที่พบว่าคุณคือลูกชายของคนที่รวยที่สุดในเว่ยเฉิงและฉันเป็แค่เด็กสาวอ่อนแอที่เพิ่งจบจากโรงเรียนมัธยมปลายฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มการแก้แค้นอย่างไรดังนั้นฉันจึงเริ่มเข้าสังคมและฝึกฝนตัวเองเรื่อยมา สุดท้ายฉันก็ได้เข้ามาที่โรงแรมหวงเจียฉันก็จะสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับคุณและทำร้ายคุณได้แล้ว
“ตอนที่ฉันมองคุณกำลังดื่มไวน์พิษในบ้านพักตากอากาศฉันคิดว่าฉันจะได้เป็อิสระและมีความสุขเสียทีและในตอนนั้นฉันก็ได้ตระหนักว่าฉินคิดผิด เรามันเป็ไปไม่ได้คุณยังคงเป็นายน้อยเ้าสำราญที่เสเพลและไม่ยับยั้งชั่งใจและฉันก็ยังยึดมั่นว่าจะจงรักภักดีต่อคนคนเดียวจนกว่าจะตาย”
“ฉันไม่ได้กลับบ้านมาห้าปีแล้วดังนั้นฉันจึงอยากจะกลับไปหาครอบครัวและถือว่านี่เป็การผ่อนคลายอารมณ์ของฉันอย่าตามหาฉัน ให้เราได้มี่เวลาที่สงบเงียบ ในระหว่างนั้น คุณจะรู้ชัดเกี่ยวกับความสำคัญของใครบางคนในหัวใจของคุณ”
“ถ้าคุณไม่วิ่งหนีหรือทิ้งฉันไว้คนเดียวในตอนเช้าหลังคืนที่บาร์ถ้าคุณคอยอยู่เคียงข้างฉันแม้ว่าคุณจะพูดแค่หนึ่งประโยคเพื่อปลอบใจและไม่รับผิดชอบ ฉันก็คงไม่เป็ไรทำไมคุณถึงออกไปล่ะ?”
จดหมายนั้นยาวและฉินเฟิงก็อ่านทุกคำด้วยความตั้งใจ มีส่วนของจดหมายที่ยับเห็นได้ว่าน้ำตาของไป๋ชิงหยดลงขณะที่เขียนจดหมาย
ฉินเฟิงหัวเราะอย่างขมขื่นสุดท้ายแล้ว เขาก็ไม่ได้ตรวจสอบที่อยู่เก่าของไป๋ชิง ความทรงจำของเขาค่อยๆเลือนราง และเขาก็ย้อนกลับไปตอนเช้าเมื่อห้าปีก่อน
ห้าปีก่อนฉินเฟิงเด็กกว่าและสดใสมากกว่า นอกจากพาจ้าวหลิงเซียนไปกินอาหารเช้าในโรงเรียนแล้วนี่เป็ครั้งแรกที่เขาซื้ออาหารเช้าให้ผู้หญิงคนอื่น เพื่อทำอาหารเช้าให้หรูหราฉินเฟิงวิ่งไปร้านอาหารเช้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองเว่ยเฉิง เขาซื้ออาหารมา16อย่าง แต่เมื่อเขากลับมาที่โรงแรมอย่างตื่นเต้นพร้อมกับแขนที่หิ้วพะรุงพะรังทุกอย่างก็จบลง
ห้องถูกเช็กออกแล้วไม่มีใครอยู่ข้างในโอกาสที่จะเห็นเด็กสาวอย่างเธอในทะเลผู้คนอันกว้างใหญ่น้อยยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่เสียอีกการได้พัฒนาความสัมพันธ์กับเธอ และเอ็นดูเธอยามตื่นนอน
ในที่สุดนายน้อยเ้าสำราญคนนี้ก็พบเจอกับรักแรกและสุขใจกับมันหัวใจของเขาเต็มไปด้วยความหวานชื่นแต่อารมณ์นี้บอบบางเหมือนฟองอากาศที่พร้อมจะแตกเมื่อัั
“ทำไม…ทำไมเธอถึงไม่รอฉันอีกสักนิดก่อนที่จะออกไปล่ะ?”
นี่คือสิ่งที่ฉินเฟิงกล่าวกับห้องที่ว่างเปล่าในปีนั้นและนี่ก็เป็สิ่งที่เขาอยากจะพูดกับไป๋ชิงจริงๆในตอนนี้ขณะที่ยืนอยู่ในล็อบบี้ของโรงแรมหวงเจีย
ตอนแรกเขามาเพื่อมองหาไป๋ชิงขณะที่เต็มไปด้วยความรักที่ท่วมท้นเขาอยากจะคืนชีวิตและทบทวนความทรงจำกับไป๋ชิงในระหว่างมื้อเที่ยง อย่างไรก็ตามไป๋ชิงกลับบ้านเกิดของเธอไปแล้วฉินเฟิงรู้สึกหดหู่และกลับตำหนักฉินโดยตรงเพื่อนอนหลับและลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่น่าปวดหัวพวกนี้…
ณสถานที่กินข้าวของพนักงานในหวงเจียกรุ๊ปสวี่รั่วโหรวกินมื้ออาหารของเธอคนเดียวเป็วันที่สองเธอไม่ค่อยชินกับการที่ไม่มีฉินเฟิงอยู่กับเธอ หลังจากต่อแถวเพื่อรับอาหารแล้วเธอนั่งในมุมว่างๆ และกินมื้อเที่ยงอย่างซึมกะทือ
ทันใดนั้นผู้ชายสูงหล่อก็มานั่งตรงข้ามกับเธอ เขามองสวี่รั่วโหรวด้วยรอยยิ้ม“สบายดีไหมคนสวย? ผมคือนักวิเคราะห์ทองคำในแผนกการเงินหลินส้วย”
สวี่รั่วโหรวมีความฝังใจเล็กน้อยกับหลินส้วยจากครั้งที่ฉินเฟิงก่อความวุ่นวายในโรงอาหารโดยการเตะกำแพงกระจกระหว่างพนักงานธรรมดาและพื้นที่ผู้จัดการระดับสูงชายคนนี้ออกมาประจันหน้ากับฉินเฟิงดังนั้นสวี่รั่วโหรวจึงไม่มีความประทับใจที่ดีกับเขา
อย่างไรก็ตามสวี่รั่วโหรวจะแกล้งทำเป็ไม่เห็นหลินส้วยไม่ได้ เธอไม่ได้จับมือที่ยื่นออกมาของเขาแต่เธอยังพยักหน้าให้เขาอย่างสุภาพก่อนที่จะก้มหน้าก้มตากิน
มือของหลินส้วยค้างอยู่กลางอากาศเห็นได้ชัดว่าเขาดูอึดอัด เขารีบดึงมือกลับและเผยความเ็าผ่านดวงตาเป้าหมายเดิมของเขาคือหานอิ๋งอิ๋ง แต่หานอิ๋งอิ๋งมักจะเข้มงวดและดุตลอดเวลาเธอไม่พูดกับพนักงานคนอื่นเลยเว้นแต่จะเป็เื่งานและเธอจะมีสีหน้าเ็าและรักษาระยะห่างกับพนักงานชายโดยเฉพาะ
หลินส้วยไม่สามารถคว้าหานอิ๋งอิ๋งได้ใน่เวลานี้ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ เขาเล็งไปที่สาวสวยใสซื่อบริสุทธิ์ของแผนกการขายสวี่รั่วโหรว ั้แ่ที่เขาเห็นเธอในโรงอาหารวันนั้น หลังจากนั้นเรือนร่างที่ผอมเพรียวและเยาว์วัยของสวี่รั่วโหรวก็ลอยเข้ามาในหัวของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
