บรรยากาศทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบเฉียบราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ เสียงสายฝนที่ตกกระทบพื้นเบา ๆ กลายเป็เสียงเดียวที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลที่ปกคลุมทั่วท้องฟ้า จางเหวินลอยอยู่กลางอากาศ ร่มสีดำในมือยังคงปล่อยกลิ่นอายที่ทำให้แม้แต่ผู้แข็งแกร่งยังรู้สึกหนาวลึกถึงกระดูก
ก่อนที่เสียงของเขาจะดังขึ้นอย่างเรียบเฉย
“สรุปแล้ว…พวกเ้าจะเอายังไงต่อ”
คำถามสั้น ๆ แต่เหมือนค้อนหนักที่ทุบลงกลางใจทุกคน
หนึ่งในชายชราจากสำนักภูผากระบี่ก้าวออกมาเล็กน้อย แม้สีหน้าจะยังคงสงบนิ่งแต่สายตากลับเต็มไปด้วยความระแวง
“พวกเราจะออกไปเดี๋ยวนี้”
คำตอบนั้นตรงไปตรงมา ไม่มีความลังเล
แต่เมื่อจางเหวินเงียบไปครู่หนึ่ง ชายชราทั้งสามก็ตึงเครียดขึ้นทันที แม้ร่างกายภายนอกจะไม่ขยับแม้แต่น้อย แต่จิติญญาของพวกเขากลับตื่นตัวเต็มที่ พร้อมตอบสนองต่อทุกความเปลี่ยนแปลง
จางเหวินไม่ได้ตอบ เขาเพียงหันสายตาไปยังหลินไท่จี๋
สายตาของหญิงสาวยังคงสงบนิ่งราวผิวน้ำที่ไร้คลื่น ก่อนเสียงของนางจะดังขึ้น
“ถ้าข้า้าออกไปจากที่นี่…เ้าจะปล่อยข้าไปงั้นหรือ?”
จางเหวินยิ้มบาง ๆ ภายใต้หน้ากาก บรรยากาศเหมือนมีบางอย่างมองไม่เห็นไหลผ่านระหว่างทั้งสอง
ดูเหมือนนางจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร และที่สำคัญ…แม้แต่ระบบก็ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลของดวงตาคู่นั้นได้
เขาพูดขึ้นเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสนใจ
“ดูเหมือนดวงตาของท่านจะวิเศษมากเลยนะ มันสามารถเห็นเส้นเหตุและผลได้งั้นเหรอ? หรือตรวจจับเจตจำนงและความคิดของจิตใจ… หรือว่ามันสามารถมองเห็นอนาคตได้กัน”
หลินไท่จี๋เงียบไปครู่หนึ่ง สายตาของนางเหมือนมองทะลุทุกสิ่ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ช่างเป็เด็กที่น่ากลัวจริง ๆ หากไม่ใช่เพราะทั้งอายุกระดูกและอายุิญญาของเ้ายังเด็กอยู่ ข้าคงคิดว่าเ้าคือการกลับชาติมาเกิดของะสักคนเสียอีก”
จางเหวินยิ้มเล็กน้อย เขารู้ว่านางกำลังเบี่ยงประเด็น
แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไร เสียงของนางก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“เอาจริง ๆ … เ้ากับข้าเคยรู้จักกันหรือเปล่า…”
จางเหวินหัวเราะเบา ๆ
“ใช้ดวงตาของท่านสำรวจดูสิ”
หลินไท่จี๋หัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นฟังดูผ่อนคลาย แต่สายตากลับจริงจัง
“ในจังหวะนั้น ข้าคงถูกร่มของเ้าบดเป็เศษเนื้อไปแล้วละมั้ง?”
จางเหวินหรี่ตาลงเล็กน้อย
“แสดงว่าท่านมองเห็นอนาคตได้งั้นเหรอ”
หลินไท่จี๋ไม่ได้ตอบ ในสายตาของนางตอนนี้เต็มไปด้วยภาพความเป็ไปได้มากมาย
ภาพที่นางขยับเพียงเล็กน้อยแล้วร่างถูกแรงกดดันบดจนแตกสลาย ภาพที่พลังของร่มสีดำกดทับจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี ภาพความตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าปรากฏและดับไปในเสี้ยววินาที
นางไม่รู้ว่าร่มสีดำนั้นมีพลังอะไรแต่ว่ามันสามารถบดขยี้ร่างของนางได้ทันทีที่เลือกจะขยับ
ทุกเส้นทางที่นางเลือกจะขยับร่างกายเพื่อต่อต้าน
ล้วนจบลงด้วยความตาย… อย่างไร้ทางสู้ใดๆ
ดังนั้น…ทางเลือกเดียวที่เหลือ คือการพูดคุย
นางสูดหายใจเบา ๆ ก่อนพูดต่อ
“งั้นข้าต้องจ่ายราคาอะไร ถึงจะออกไปจากที่แห่งนี้ได้”
คำถามนั้นทำให้ทุกคนเงียบลง
จางเหวินตอบทันทีโดยแทบไม่ต้องคิด
“เซ็นสัญญาแห่งเื”
แรงกดดันรอบตัวเหมือนหนักขึ้นเล็กน้อย
“เงื่อนไขคือ ห้ามบอกใคร ห้ามเขียน ห้ามเปิดเผยความทรงจำ หรือวิธีใดก็ตามที่เป็การบอกกล่าวเหตุการณ์ในวันนี้ให้ใครรับรู้ ระยะเวลาสัญญา หนึ่งเดือน หลังจากหนึ่งเดือนผ่านไป สัญญาจะสลายไปเอง หลังจากนั้นพวกเ้าจะพูดหรือไม่พูดเื่นี้ก็แล้วแต่”
“หากผิดสัญญา พวกเ้าจะไม่สามารถก้าวหน้าในการบ่มเพาะอีกตลอดชีวิต”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง สายฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
หลินไท่จี๋มองจางเหวินนิ่ง ๆ ในดวงตาของนาง เส้นแห่งอนาคตนับไม่ถ้วนกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ
หากปฏิเสธ ผลลัพธ์มีเพียงหนึ่งเดียว ความตาย…
แต่หากยอมรับ อย่างน้อยก็ยังมีทางให้เดินต่อไป
หญิงสาวยิ้มบาง ๆ
“ช่างเป็เงื่อนไขที่ใจดีเกินคาดนะ”
ชายชราทั้งสามมองหน้ากัน พวกเขาเข้าใจดีว่านี่ไม่ใช่การต่อรอง
แรงกดดันจากร่มสีดำมันกำลังบอกทุกคนอย่างชัดเจนว่า มันสามารถสังหารทุกคนได้ทุกเมื่อ
หลินไท่จี๋ยกมือขึ้นช้า ๆ เืหยดหนึ่งลอยออกมาจากปลายนิ้ว ก่อนจะรวมตัวเป็อักขระโบราณกลางอากาศ
“ข้ายอมรับ”
ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง
อักขระเืก็ส่องแสงสีแดงเข้มก่อนจะจมหายเข้าไปในจิติญญาของนาง
ชายชราทั้งสามถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะทำตาม อักขระสัญญาเืปรากฏขึ้นทีละคน
จางเหวินมองทุกอย่างอย่างสงบ สัญญาแห่งเื คือสัญญาที่จะใช้เืของตัวเองในการกำหนดเงื่อนไขบางอย่าง หากผู้ทำสัญญาผิดสัญญาจะถูกลงโทษตามที่ตัวเองกำหนดไว้ ซึ่งมันถือว่าเป็สัญญาที่ไม่ค่อยอันตรายมากแต่ก็เป็สัญญาที่น่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง
เมื่อสัญญาสมบูรณ์
แรงกดดันมหาศาลที่ปกคลุมท้องฟ้าก็ค่อย ๆ คลายลงเล็กน้อย
เหมือนพายุที่หยุดพักชั่วคราว จางเหวินหมุนร่มเบา ๆ
“ดูเหมือนว่าจะต้องเหนื่อยอีกแล้วสินะ”
คำเดียวสั้น ๆ แต่เหมือนถูกโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นรัดเอาไว้ทั่วร่างกาย
หลินไท่จี๋มองเขาครู่หนึ่ง สายตาแฝงความซับซ้อนก่อนจะหันขึ้นไปมองบนท้องฟ้า
ชายชราทั้งสามเงียบในทันทีตอนนี้พวกเขาพร้อมจะฟันดาบออกไปทุกเมื่อ
สายฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่คราวนี้เหมือนมีพายุที่ใหญ่กว่านั้นกำลังก่อตัว
จางเหวินเงยหน้ามองท้องฟ้า ดวงตาภายใต้หน้ากากสงบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ไม่เคยมีคลื่น แต่ในห้วงลึกของจิตสำนึก เขากลับรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลง
เสี้ยววินาทีถัดมา ท้องฟ้าที่ควรจะมืดครึ้มจากม่านฝนก็ถูกฉีกออกด้วยแสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ เสาแห่งแสงสี่ต้นพุ่งทะลุลงมาจากฟากฟ้าอย่างรุนแรงราวกับหอก์ ปักลงตรงร่างของชายชราทั้งสามแห่งสำนักภูผากระบี่ และอีกต้นหนึ่งตกลงมายังร่างของหลินไท่จี๋
แรงสั่นะเืของพลังทำให้มิติรอบด้านบิดเบี้ยว เสียงคำรามดังก้องอยู่ในอากาศราวกับโลกกำลังร้องด้วยความโกรธแค้น
หลินไท่จี๋ที่กำลังจมอยู่ในกระแสภาพอนาคตนับไม่ถ้วนเพียงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาของนางสะท้อนแสงนั้นเพียงชั่วครู่ ก่อนที่นางจะยกมือขึ้นและ…ปฏิเสธ
เสาแสงที่กำลังจะััร่างของนางสลายหายไปทันทีราวกับไม่เคยมีอยู่
จางเหวินหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองชายชราทั้งสาม
พวกเขาไม่ได้ปฏิเสธ
แสงสว่างไหลบ่าเข้าสู่ร่างของพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง พลังิญญารอบตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่สะดุดตาจางเหวินมากที่สุดกลับไม่ใช่ระดับพลัง…
แต่คือ โชค
สีแดง…
ม่วง…
เขียว…
ขาว…
สีแห่งโชคของทั้งสามกำลังลดลงด้วยความเร็วที่น่าหวาดกลัว ราวกับถูกเผาไหม้โดยเปลวไฟที่มองไม่เห็น จากโชคสีแดงกลายเป็โชคสีขาวในพริบตาเดียว
แต่มันก็แลกมาด้วยพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ออร่าของทั้งสามพุ่งทะลุขีดจำกัดในชั่วพริบตา การบ่มเพาะทะยานขึ้นสู่กึ่งจักรพรรดิขั้นที่เก้าโดยตรง และแรงกดดันบางอย่างเริ่มก้าวข้ามเส้นแบ่งไปยังระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
ทันใดนั้นเอง
ท้องฟ้าเปิดออกอีกครั้ง
ดาบสามเล่มร่วงหล่นลงมาจากเบื้องบน
เล่มหนึ่งสีดำสนิทเหมือนหลุมลึกของจักรวาล
เล่มหนึ่งสีขาวบริสุทธิ์เหมือนแสงแรกของฟ้ารุ่ง
และอีกเล่มสีแดงเข้มเหมือนเืที่ไหลไม่สิ้นสุด
ดาบทั้งสามปล่อยออร่าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ทุกเล่มล้วนอยู่ในระดับจักรพรรดิทั้งหมด และพวกมันกำลังร่วงลงไปยังร่างของชายชราทั้งสาม
จางเหวินไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ร่มแยก์ในมือปลดปล่อยพลังออกมาในทันที
แรงกดดันมหาศาลปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดจนม่านฝนที่เขาสร้างไว้แตกสลายหายไปในพริบตา อากาศรอบด้านหนักอึ้งราวกับถูกูเานับพันกดทับ
อินทรีม่วงทองที่อยู่ด้านหลังหลินไท่จี๋ถูกสั่งให้ถอยออกไปทันที
แต่แล้ว…
แรงกดดันทั้งหมดกลับถูกหยุดเอาไว้ด้วยพลังบางอย่างที่ไม่ทราบที่มา
ตูมมมมมม
โลกเหมือนหยุดหมุน ดาบทั้งสามเล่มฟันคลื่นพลังขนาดมหึมาพุ่งเข้าใส่จางเหวินพร้อมกัน
เสียงปะทะดังก้องไปทั่วฟ้า
