หลงเหยียนนึกว่าคนชราเ่าั้จะพูดอธิบายอีกครู่หนึ่งเสียอีก นึกไม่ถึงว่าจะจบง่ายเช่นนี้
กวาดสายตามองรอบๆ ครู่หนึ่ง จนกระทั่งตอนนี้ เขาเพิ่งประเมินพละกำลังของศิษย์ที่เป็ตัวแทนจากสำนักตงฟางอย่างละเอียดจริงๆ
พลังิญญาของเขาััได้ว่ามีศิษย์มากมายที่มีพละกำลังระดับชีพธรณีขั้นสูงแล้ว ทั้งยังมีหลายคนที่มีพละกำลังเทียบเท่าระดับพลังของเย่ซีหราน
ดูเหมือนศิษย์เหล่านี้คงเหมือนที่มารดาบอกไม่มีผิด ล้วนซ่อนพละกำลังที่แท้จริงเอาไว้ รอปลดปล่อยพละกำลังทั้งหมดในวันคัดเลือก
ไม่นาน ในบรรดาคนทั้งหลาย หลงเหยียนััได้ถึงสายตาจากสองพี่น้องเย่ซีหรานกับเย่ซีหนาน ทั้งคู่กำลังมองมาที่ตนด้วยความเกลียดชัง
หลงเหยียนยิ้มในใจ ‘รอก่อนเถอะ ข้าจะสร้างความประหลาดใจให้พวกเ้าแน่ การคัดเลือกเข้าชั้นในตระกูลนั้นถูกกำหนดไว้ต้นปี อาหารเย็นในปีนี้ นี่เป็ครั้งแรกที่หลงเหยียนได้ออกมาฉลองด้านนอก เมื่อนึกถึงตระกูลตัวเอง ท่านปู่กับคนอื่นๆ ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขายังอยู่ดีหรือไม่ น้องหยุนฉีจะคิดถึงตนอยู่หรือเปล่า’
“เสี่ยวหลิง เ้าอยู่สำนักหยุนเฟิง คิดว่าตอนนี้คงกำลังสนุกสนานกับการเฉลิมฉลองปีใหม่อยู่กระมัง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับชะตากรรม จากนี้ไปอีกสองวัน หลังการคัดเลือกเข้าชั้นในตระกูลสิ้นสุดลง ผลทุกอย่างคงปรากฏแล้ว หรือว่าเ้าจะไม่มาดูข้าเลยจริงหรือ? หากข้า… ตายในสนามรบ…”
หลงเหยียนนึกถึงตรงนี้ เขาก็กวาดตามองสองคนนั้นอีกครั้ง ทว่าข้างกายเย่ซีหนานและเย่ซีหรานนั้นมีผู้าุโจากชั้นในตระกูลท่านหนึ่งยืนอยู่ สายตาของผู้าุโท่านนั้นดุร้ายมาก เมื่อเขากวาดตาผ่านหลงเหยียน ราวกับมีมีดเล่มหนึ่งที่กำลังบาดผ่านตัวหลงเหยียน
ร่างกายผอมบาง ทว่ากลับเต็มไปด้วยพละกำลัง แน่นอนว่าต้องสังหารหลงเหยียนได้ในเวลาอันสั้น
เขาก็คือท่านปู่ของเทียนหลาง เจิ้งเซียงอวี่ ใต้เท้าอวี่
พลังระลอกหนึ่งกดลงบนตัวหลงเหยียน ทว่าหลงเหยียนมีกายสายฟ้า เป็นักรบสายฟ้าแล้ว รวมกับพลังการป้องกันที่แข็งแกร่งของร่างกาย ทำให้ยังสามารถนั่งทานอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อย
“เ้าหมอนั่นกลับไม่แสดงอาการใดๆ ดูเหมือนจะต้องฝึกวิชาฝึกกายที่แข็งแกร่งมากแน่ สามารถล้มหลางเอ๋อได้ พละกำลังคงแกร่งมาก”
เจิ้งเซียวอวี่ตกตะลึงกับพละกำลังของหลงเหยียนเบาๆ
หลงเหยียนเกือบถูกเขากดทับจนต่ำลงกว่าโต๊ะแล้ว จึงก่นด่าในใจ ‘ตาแก่สมควรตายนั่น อยากให้ข้าขายหน้าต่อหน้าคนมากมายสินะ ยังดีที่ตัวข้าฝึกวิชากายสายฟ้ามา ไม่อย่างนั้น วันนี้ข้าต้องเสียหายแน่’
ยังไม่ทันเข้าร่วมการคัดเลือกเข้าชั้นในตระกูล ทว่าก็ถูกกดทับอย่างน่าอนาถเสียแล้ว เกรงว่าเื่นี้ต้องทำให้คนหัวเราะจนฟันร่วงแน่
สองพี่น้องเย่เห็นใต้เท้าเจิ่งเซียงอวี่ เห็นว่าพละกำลังของเขาไม่เป็ผลกับหลงเหยียน ความโกรธเกลียดที่มีจึงเพิ่มมากขึ้น เพราะทุกครั้งที่เห็นหลงเหยียน ทั้งคู่ก็นึกถึงหญิงที่น่าสมเพชทั้งสอง คนหนึ่งคือหลี่เมิ่งเหยา ส่วนอีกคนคือหานอวี่
มองเ้าสองคนนั้น หลงเหยียนคิดว่าพวกเขาต้องพูดให้ร้ายตนกับใต้เท้าอวี่แน่ รวมถึงตอนที่ตนทำร้ายหลานชายของเขา ทำให้เขามองมาด้วยความชิงชัง
หลงเหยียนกลอกตา ลุกขึ้นมองเจิ่งเซียงอวี่ที่อยู่ไม่ไกลแล้วพูดเสียงดัง “คิดว่าท่านก็คือท่านปู่ของเทียนหลาง ใต้เท้าอวี่ใช่หรือไม่ เหอะๆ ผู้น้อยหลงเหยียน ขอใช้น้ำเป็ตัวแทนของสุรา ดื่มคารวะท่านหนึ่งจอก คาดว่าท่านก็คงได้ยินเื่เข้าใจผิดระหว่างข้ากับหลานท่านแล้ว วันนี้ข้าหลงเหยียนโชคดีที่ได้พบท่าน ช่างเป็โชคดีของผู้น้อยจริงๆ ข้าขอดื่มคารวะ ถือเป็การน้อมรับความผิดกับท่าน”
หลงเหยียนไม่เพียงแค่ไม่กลัวเท่านั้น กลับยังลุกขึ้นยืน นี่เป็ที่เหนือความคาดหมายของทุกคน ส่วนการกระทำของหลงเหยียน ยิ่งทำให้ผู้ปกครองแห่งสี่สำนักตกตะลึง สิ่งแรกคือใกับความใจกล้าของหลงเหยียน อีกสิ่งเป็เพราะพวกเขารู้นิสัยที่แปลกประหลาดของเขา มีหรือที่เขาจะยอมลูกไม้ตื้นๆ ของหลงเหยียน
เป็อย่างที่คิด เมื่อหลงเหยียนพูดจบ เจิ่งเซียงอวี่ก็สบถเสียงแข็ง ร่างกะพริบวาบ พุ่งมาตรงหน้าหลงเหยียนในชั่วพริบตา เจิ่งเซียงอวี่แสดงสีหน้าหยิ่งทะนง ยื่นมือออกมา พลังปราณระลอกหนึ่งกดลงบนไหล่หลงเหยียน ก่อนที่พลังมหาศาลจะกดให้หลงเหยียนจำต้องงอตัว
หลงเหยียนแสดงสีหน้าหวาดกลัว ใบหน้าเปลี่ยนเป็เ็ป เวลานี้เอง ตงจวินลุกขึ้นยืน ยื่นมือไปจับแขนเขา
“ขอใต้เท้าอวี่โปรดให้อภัย สำนักตงฟางของข้าสั่งสอนได้ไม่ดี ขอท่านอย่าได้ถือสา ข้าจะขอรับความผิดนี้เอง”
เมื่อตงจวินพูดจบ ผู้าุโชิงเฟิงหยางก็เดินเข้ามามองเจิ่งเซียงอวี่แล้วหัวเราะเสียงดัง “ฮ่าฮ่าฮ่า ตาแก่เอ๋ย เ้านี่จริงๆ เลยนะ เหตุใดต้องถือสาผู้น้อยที่ด้อยประสบการณ์ด้วย คนอายุน้อยก็มีแต่เื่ต่อสู้นั่นละ เอาล่ะๆ ในเมื่อเ้าหลงเหยียนไม่ได้ทำร้ายหลานชายเ้าจริงๆ อีกอย่าง ข้าว่าหลานชายของเ้าก็ไม่เอาไหน ทักษะการต่อสู้เขาไม่ได้ ทั้งยังเป็คนท้าทายขึ้นสนามประลอง หลงเหยียนไม่ได้สังหารเขา หากเป็ข้าสมัยยังหนุ่มละก็ เกรงว่า…”
“เ้าพูดอะไรน่ะ?” เจิ่งเซียงอวี่หันไปมองเฟิงชิงหยาง อารมณ์ฉุนเฉียว
หลงเหยียนกำลังยุแยงในใจ ‘ผู้าุโเฟิงชิงหยาง ไม่รู้จริงๆ ว่าเขาอยากช่วยหรืออยากทำร้ายข้ากันแน่ ประโยคแรกฟังดูดี ประโยคท้ายกลับะเิอารมณ์ของใต้เท้าอวี่ ดูเหมือนขัดกับการกระทำไปหน่อยนะ’ นี่เป็สิ่งที่หลงเหยียนนึกไม่ถึง
เวลานี้เอง ผู้าุโฉินกว่างก็หัวเราะกลบเกลื่อนเช่นกัน ทุกคนต่างก็รู้ดี ผู้าุโเจิ่งเซียงอวี่คนนี้เป็คนอย่างไร เขาไม่เห็นใครในสายตา อีกทั้งยังมีพละกำลังเหนือชั้น นิสัยก็ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไร
“ข้าว่านะ เ้าทำเช่นนี้ต่อผู้น้อยที่เข้าคัดเลือกเข้าชั้นในตระกูล ดูเป็การกระทำที่ไม่ดีเท่าไรนัก เ้าอายุกี่ร้อยปีแล้ว อยู่มานานเสียเปล่า ขายขี้หน้าจริงๆ”
เจิ่งเซียงอวี่ชักมือกลับด้วยความโมโห เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าการทำเช่นนี้แลดูลดฐานะตัวเอง ทั้งยังแสดงกิริยาเช่นนี้ต่อหน้าผู้น้อยมากมาย
เขามองหลงเหยียน “เด็กน้อย นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะมีผู้าุโช่วยเ้าถึงสองคน ดูเหมือนเ้าจะอยู่ในใจพวกเขาทั้งสองแล้วนะ คงสร้างความประทับใจไม่น้อย ช่างเถิด ตัวข้าไม่อยากสนใจเ้าหรอก ถึงกระนั้น ข้าก็รู้มาว่าพร์ของเ้าไม่เลวเลย หากเ้าสามารถเข้าชั้นในตระกูลได้จริงๆ อนาคตต้องระวังข้าไว้นะ หากข้าไม่สบอารมณ์เมื่อไร อาจใช้เ้าเป็ตัวซ้อมมือ ฮ่าฮ่าฮ่า”
เสียงหัวเราะของเขา ซ่อนความโกรธเกรี้ยวไว้ในใจ ความเยือกเย็นนั้นทำให้หลงเหยียนตัวกระตุก เ้าหมอนี่มีพละกำลังเหนือชั้น เห็นทีตนต้องระวังเขาให้มากแล้ว
หลงเหยียนนึกในใจ ‘หากเมื่อไรที่พละกำลังข้าแกร่งขึ้นละก็ ผู้าุโอะไรก็ไม่มีความหมายทั้งนั้น รอก่อนเถิด ข้าจะแกร่งขึ้นมากกว่านี้แน่ ตอนนี้ก็ติดแค่เื่พละกำลังเท่านั้น ถึงตอนนั้น เ้าก็เป็แค่ตัวซ้อมพลังข้าเท่านั้นละ’
จากนั้นเจิ่งเซียงอวี่ก็แสดงท่าทีที่ไม่น่าเคารพ กวาดตามองทุกคนแล้วพูดเสียงดังฟังชัด “ข้ามีหลานชายเพียงคนเดียว ทุกท่านที่นั่งในที่แห่งนี้ล้วนเป็อัจฉริยะจากชั้นนอกตระกูลอู่ตี้ ตอนนั้นตระกูลอู่ตี้ของเราก่อตั้งขึ้นไม่ใช่เื่ง่าย ข้าเสียหยาดเหงื่อไปมาก หากใครอยากท้าทายอำนาจของข้า ก็เชิญมาลองดูได้เลย” เขาที่มีรังสีพลังอันน่าเกรงขามพูดจบ แก้วที่อยู่ในมือก็แตกทันที
โชคยังดีที่ตอนนี้เจิ้งเทียนหลางได้เข้าสู้ชั้นในตระกูลโดยผิดกติกาไปแล้ว ไม่เช่นนั้นเขาก็คงเข้ารับการคัดเลือกในครั้งนี้เช่นกัน หากใครกล้ามีเื่กับเขา คิดว่าคงผ่านด่านปู่เทียนหลางยากเหมือนกัน
จากแววตาของเฟิงชิงหยางและฉินกว่าง หลงเหยียนก็มองออกได้โดยง่าย จากน้ำเสียงที่พูด ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กับผู้าุโอวี่คงไม่ดีเท่าไร
ตระกูลอู่ตี้มีผู้าุโชั้นสูงด้วยกันสิบคน แบ่งออกเป็สี่ตระกูลใหญ่ ผู้าุโคงเป็ใหญ่สุดภายในตระกูลแล้ว ไม่อยากคิดเลยว่าการแก่งแย่งอย่างลับๆ ในนั้นจะเป็อย่างไร คาดว่าคงไม่ธรรมดาแน่
--------------------
