ภัยแล้ง ไม่ใช่แค่เื่การอดอยากและการหาข้าวกิน แต่มันยังรวมถึงความปลอดภัยของชีวิต ในจุดวิกฤติสูงสุด มันจะทำให้มนุษย์ไม่เป็มนุษย์ต่อไปอีก พวกเขาจะนำพามาซึ่งการเข่นฆ่าและการปล้น ร้ายแรงกว่านั้นคือการเกิดาใหญ่เพื่อชิงทรัพยากร มันจะโรยราอย่างหนักเพราะคนอดอยากจะไปสมัครเป็ทหาร เป็การคิดที่อย่างน้อยก็ได้กินอิ่มเป็มื้อสุดท้ายก่อนตาย
ครอบครัวแซ่เฉิน มีผู้ใหญ่ที่เป็ชายเข้ากฎเกณฑ์เพียงแค่คนเดียวคือพ่อของเขา ถึงแม้จะเป็พ่อที่ไม่ค่อยจะได้เื่ แต่หากขาดเขาไป ทั้งเฉินอวี๋และบรรดาพี่ๆ และน้องสาวที่เป็เด็ก ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าต้องเผชิญกับความโหดร้ายของโลกหลังจากขาดเสาหลักที่พึ่งพิง
ประเด็นนี้ มันไม่มีทางพลาดหรือเป็แค่จินตนาการที่เลยเถิด เฉินอวี๋อ่านหนังสือมาเยอะ เขาจึงเชื่อมั่นมากๆ ว่าจะต้องเกิดขึ้นในแคว้นชวีไม่ช้าก็เร็ววัน
ก่อนที่เขาและพี่น้องคนอื่นๆ จะได้มีโอกาสโต ไม่ว่าอย่างไร เขาจะต้องรักษาครอบครัวนี้ไว้ไม่ให้สูญเสียใครไประหว่างทาง
“เย้”
“ท่านแม่กลับมาแล้ว”
“น้ำดับกระหายขอรับท่านแม่”
ตอนเย็นหลังกลับมารอที่บ้าน ไม่มีโชคร้ายใดๆ ต่อน้องสาวคนเล็ก?
เฉินถั่วถงที่กลับมาจากการเดินทางตลอดทั้งวัน ก็ปลดคันธนูและกระบอกลูกศรที่ทำด้วยมือแขวนไว้ที่ผนัง จากนั้นก็วางตะกร้าสานลงที่ด้านข้าง ตะกร้านั้นถูกปกปิดไปด้วยใบไม้ห่อจนมิด ทำให้เฉินอวี๋ที่ออกมารับไม่รู้ว่าวันนี้แม่ของเขาได้อะไรกลับมา
“เ้ากำลังเตรียมรำข้าวรออยู่รึ?”
เฉินถั่วถงเห็นว่าในถังมีรำข้าวที่ล้างรอแล้ว ข้าวถุงเดียวที่เอามาวันก่อนกินหมดอยู่ท้องเพียงแค่มื้อเดียว เมื่อเห็นลูกชายตัวเล็กช่วยเติมฟืนเติมไฟและทำอะไรหลายๆ อย่างรอ ในบรรดาลูกของนางทั้งสี่คน เฉินอวี๋คือบุตรที่ทำให้นางกังวลน้อยที่สุด
ยิ่งเมื่อถูกเขาเรียกว่า “ท่านแม่” อยู่หลายครั้งยามพบหน้า เฉินถั่วถงที่เคยเป็ถึงพลเอกหญิงเรือรบอวกาศ ใฝ่ฝันว่าเมื่อจบาดวงดาวอยากจะมีลูกตัวเล็กๆ ไว้เอ็นดูสักคนสองคน มอบหุ่นยนต์รบจอมทำลายที่ไม่ใช้แล้วให้ลูกๆ ขับไปะเิดาวเล่น
เสียดาย ที่ชีวิตก่อนในศึกชิงกาแล็กซี่ตัดสินสุดท้าย ยานรบของนางะเิและเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในห้วงอวกาศ ขบคิดและสมเพชตัวเองว่าที่นางทำมาทั้งหมดนั้นเพื่ออะไร
แต่ว่า ในความเวิ้งว้างล่องลอยไปในความมืดมิด เมื่อลืมตาและสูดเอาอากาศบริสุทธิ์ นางกลับมาอยู่ในร่างของสตรีคนหนึ่งที่หมดแรงเสียชีวิตทีู่เาร้าง ตายไปแล้วแต่มือของนางยังคงกุมถุงข้าวสารเล็กๆ แน่นไม่ยอมปล่อย จิตและความทรงจำที่ทิ้งให้เฉินถั่วถงคนใหม่รับมาจากร่างเดิม ก็เลยรู้ว่าตัวเองยังมีสามีและลูกๆ อยู่ที่บ้านรอให้นางกลับไป
ความฝันของนางอย่างการมีบุตรพุ่งเข้าใส่อย่างกะทันหันไม่ให้ตั้งตัว แม้จะไม่มีหุ่นยนต์ให้ขับเล่นอย่างที่เคยตั้งใจ แต่การมีลูกน่ารักๆ ไว้เอ็นดู นางก็ไม่อยากพลาดหรือปล่อยให้เื่ร้ายเกิดขึ้นเฉกเช่นอุบัติเหตุ ที่มีต่อลูกสาวคนรองของนางเมื่อไม่กี่วันก่อนที่ผ่านมาอีก
“อาการของพี่ๆ เ้าเป็อย่างไรบ้าง พวกเขาเป็ไข้หรือทรมารจากพิษป่วยหรือไม่?”
เฉินถั่วถงยกมือลูบศีรษะเล็กๆ ของเฉินอวี๋ อารมณ์นี้อาจสะท้อนมาจากตัวนางเองและมาจากใต้จิตสำนึกของเฉินถั่วถงคนก่อน มันจึงให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างประหลาดสำหรับพลเรือเอกหญิง ที่ทั้งชีวิตเจอแต่าและการฆ่าฟัน
และไม่ใช่แค่ผู้เป็แม่ที่ััได้ แต่ความอบอุ่นที่เฉินถั่วถงส่งมา มันก็ทำให้เฉินอวี๋ที่เคยขาดความอบอุ่นจากครอบครัวถูกเติมเต็มเช่นกัน เขาจึงไม่ปฏิเสธการเอ็นดูของผู้เป็แม่และยิ้มให้อย่างร่าเริง
“พี่ใหญ่ตื่นและไม่มีอารมณ์ร้ายแล้ว แต่เขาก็ไม่พูดอะไรเลย ส่วนพี่เหนียนอู่คงเหนื่อยและเพลียจากาแจึงยังไม่ตื่น ส่วนอิงเอ๋อข้าก็พึ่งพานางเข้านอนกล่อมหลับข้างๆ พี่เหนียนอู่เมื่อกี้”
“ว่าแต่ท่านแม่ได้สิ่งใดมา?”
เฉินอวี๋ตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง และสายตาของเขาก็มองไปที่ตะกร้าสานอย่างคาดหวัง ต้องบอกว่าต่อให้เขาจะเคยเป็ผู้ใหญ่ แต่ด้วยที่ป่วยนอนติดเตียง ประสบการณ์การใช้ชีวิตจริงในโลกภายนอกจึงน้อยมาก ทุกอย่างเห็นผ่านโลกอินเทอร์เน็ตและหนังสือเพียงอย่างเดียว
ชีวิตใหม่ เขาก็อยากใช้ชีวิตที่มีอิสระเช่นกัน แต่ด้วยร่างกายของเด็กสี่ขวบที่ขาดสารอาหาร แค่แบกฟืนไม่กี่ท่อนก็แทบจะหมดแรงแล้ว ดังนั้นเพื่อทำให้เขาเติบโต ช่วยสภาพความเป็อยู่ทางบ้านให้รอดพ้นจากความอดอยาก อาหารและการกินจึงเป็สิ่งที่ขาดและมองข้ามไม่ได้
“เด็กดี” เฉินถั่วถงกอดลูกชายตัวเองก็เอ่ยชม จากนั้นนางก็พูดพร้อมมองไปรอบๆ บ้านว่า “วันนี้แม่ของเ้าได้ไก่ฟ้าตัวอ้วนมาสองตัว เป็อีกมื้อที่เราได้ทานเนื้อ ว่าแต่บิดาของเ้าหาย..หืม..ท่านหายไปไหนมาสามีข้า!!!?”
ขณะพูดและมองไปรอบๆ เฉินถั่วถงก็เห็นสามีของนางเดินเตะหินเตะฝุ่นมาจากหน้าบ้าน
ไม่รู้ว่าเฉินอ่าวหายไปไหนถึงกลับมาบ้านช้ากว่านาง แต่ด้วยท่าทางของเขาที่ทำการเขี่ยเศษดินในรองเท้าด้วยสีหน้าอันรังเกียจ มันก็ยิ่งเพิ่มความไม่พอใจต่อนางสูงขึ้นกว่าเดิม
ขนาดเฉินถั่วถงเคยชินกับโลกอวกาศที่มีเทคโนโลยีสุดล้ำ แต่นางไม่เคยเห็นคนที่เ้าสำอางเช่นสามีตัวดีผู้นี้มาก่อน เขาไม่สนใจที่จะจับจอบขุดดินล่าสัตว์หากินอะไร ขนาดตอนเช้าที่นางจะออกไปล่าสัตว์หาอาหาร และขอให้เขาออกไปเก็บผักป่าใกล้ๆ เ้าตัวถึงกลับถามหารองเท้าหนังเพื่อใส่ออกไปข้างนอก
ในหมู่บ้านที่แทบจะไม่มีใครมีรองเท้าผ้าและเดินเท้าเปล่า อีกฝ่ายที่รับภารกิจไปเก็บผักป่าข้างทางใกล้ๆ ยังกล้าสอบถามหารองเท้าหนังชั้นดี จนนางที่เห็นแบบนี้ อยากจะขอให้สายฟ้าผ่าเขาตายอีกสักรอบไปเลยจริงๆ
“เหวอ อะไร?”
“เรียกข้าทำไมรึ?”
“...”
ด้วยเสียงคำรามของภรรยา เฉินอ่าวที่พึ่งก้าวขาพ่นหน้าประตูก็สะดุ้งะโถอยหลัง เหมือนว่าการตบหน้าเมื่อวันก่อนยังคงตราตรึงอยู่ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนตบหน้าสามีอย่างโหดร้าย เสียงเรียกที่น่ากลัวนี้ จึงทำให้เขายกมือปิดใบหน้าของตัวเองอย่างลืมตัว
“หึ…ขี้ขลาด!!”
เฉินถั่งถงที่เห็นท่าทางของอีกฝ่ายใจเสาะก็หัวเราะเต็มไปด้วยความดูิ่ แต่เมื่อนางก้มลงไปหาบุตรชายอันเป็ที่รัก กลับยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
เฉินอวี๋เคยเห็นรอยยิ้มของแม่ผู้อ่อนโยนจากความทรงจำเก่ามาก่อน แต่วันนี้ เมื่อแม่ถั่วถงพยายามแสดงความอ่อนโยนออกมาให้ได้มากที่สุด ความโเี้และเผด็จการที่แผ่ออกมาจากผู้เป็แม่โดยไม่ได้ตั้งใจ มันกลับทำให้เฉินอวี๋ที่เงยหน้าขึ้นมองเย็นเฉียบไปทั่วแผ่นหลัง เห็นรอยยิ้มสุดอ่อนโยนนั้นก็ใหวาดกลัวแทบตาย
“เชี่ย”
“นี่มันรอยยิ้มมัจจุราชชัดๆ”
“…”
เฉินอวี๋ถึงกับหน้าเหวอและตัวแข็งทื่อ ด้วยท่าทางนี้ ไม่ประหลาดใจเลยว่าทำไมพ่อของเขาถึงสะดุ้งทุกครั้งที่แม่มองตา
“เฉินอวี๋”
“เ้าไปปลุกคนอื่นๆ ให้แม่หน่อย เดี๋ยวแม่กับพ่อจะรีบทำอาหารเพื่อทานมื้อเย็นด้วยกัน”
เฉินอวี๋พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง แล้วเดินไปปลุกคนอื่นๆ เพื่อเก็บจานและถ้วยที่ตากอยู่ข้างนอก
จากนั้น เขาและเฉินอิงเอ๋อก็เดินเข้าไปหาเฉินอ่าวเรียกอีกฝ่ายว่า “ท่านพ่อ” มองดูไก่ฟ้าตัวอ้วนสีสันฉูดฉาดสองตัวด้วยความสนใจ
สำหรับเฉินต้านั้น ถูกย้ายไปนอกบ้านไม่ให้เขาได้เห็นเื ส่วนเฉินเหนียนอู่ไม่มีท่าทีสนใจสักเท่าไหร่ แต่สำหรับเฉินอวี๋และน้องสาวคนเล็กอิงเอ๋อที่เห็นไก่ฟ้าตัวเป็ๆ ครั้งแรก ทั้งคู่ก็มองไปที่มันอย่างสนใจ มันเป็ไก่หางยาวและมีขนที่งดงามหลากสี เป็ไก่ป่าที่หายากและราคาแพง จับๆ คลำๆ อาจไม่ได้มองแค่ความน่ารัก แต่หวนคิดถึงรสชาติว่าเนื้อไก่จะอร่อยหรือเปล่า
