ยามค่ำคืน หลายวันให้หลัง
เซวียนหยวนหงเห็นหลิ่วซือมาตามนัดก็ดีใจอย่างยิ่ง “ซือซือ เ้ามาแล้ว!”
“เ้าไปหอตำราแล้วหรือมิใช่หรือ? ทำไมถึงกลับมาแล้วเล่า?” ได้ยินว่าศิษย์พี่ชายศิษย์พี่หญิงมากมายที่ได้รับการยกเว้นค่ายใช้จ่ายต่างไปหอตำราอ่านหนังสือข้ามวันข้ามคืนอยู่ แล้วทำไมเ้าหมอนี่วิ่งกลับมากัน?
“ซือซือ ข้า ข้าคิดถึงเ้า!” เซวียนหยวนหงพูดพลางจับมือหลิ่วซืออย่างกล้าๆ กลัวๆ
หลิ่วซือก้มศีรษะมองมือที่ถูกจับไว้ทีหนึ่ง ไม่ได้ขัดขืน
“เซวียนหยวนหง เ้าอย่าเหลวไหล รีบกลับไปหอตำราเสีย การแข่งขันจตุรแคว้นสำคัญต่อท่านมากนะ ท่านรับปากข้าแล้วว่าจะไม่ยอมแพ้นี่!” หลิ่วซือมองบุรุษพลางเอ่ยอย่างจริงจัง
“อืม ข้ารู้ เ้าวางใจเถอะซือซือ ข้าไม่มีทางแพ้ ข้าต้องพาเ้าเข้าไปแดนลับให้ได้ แต่ตอนนี้ ข้าแค่คิดถึงเ้า คิดถึงคืนนั้น” พูดถึงตรงนี้ เซวียนหยวนหงดึงนางเข้ามาในอ้อมแขน
หลิ่วซือได้ยินอย่างนั้นจึงก้มศีรษะอย่างอึดอัดใจ
คืนนั้นที่เซวียนหยวนหงชนะ เป็อันดับหนึ่งของวิทยาลัยโอสถ หลิ่วซือซื้อสุราอาหารมาฉลองกับอีกฝ่าย และในสุรายังใส่ยากระตุ้นความปรารถนาลงไปนิดหน่อย ทำให้กายเนื้อทั้งสองได้แนบชิดกัน
“ซือซือ เ้า เ้ายังเคืองข้าอยู่ใช่หรือไม่?” เห็นอีกฝ่ายก้มหน้าไม่พูดจา เซวียนหยวนหงถามอย่างกังวล
หลิ่วซือได้ยินถึงเงยหน้าขึ้น มองเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ไม่ ข้าไม่ได้โทษท่าน แค่ดื่มเมามายเท่านั้น”
“ซือซือ เ้าอย่าไม่พอใจเลย ข้าจะสู่ขอเ้า สู่ขอเ้าอย่างแน่นอน รอหลังการแข่งขันจตุรแคว้นจบ ไม่ว่าชนะหรือแพ้ ข้าจะไปสู่ขอเ้า ไม่ตระบัดสัตย์เด็ดขาด!”
ได้ยินบุรุษเอ่ยเช่นนี้ หลิ่วซือยกมุมปาก “ท่านแพ้ไม่ได้นะ ท่านรับปากแล้วว่าจะพาข้าไปแดนลับ!”
“อืม ข้าจะทำ ข้าจะพยายามเอาชนะการแข่งขันให้จงได้!” พอรู้ว่าซือซืออยากไปแดนลับมาก ครั้งนี้เขาจึงทุ่มกำลังเต็มที่ เตรียมพร้อมรับมือการแข่งขัน
“ดี ถ้าเช่นนั้นท่านกลับไปสงบใจอ่านหนังสือ อย่าเอาแต่คิดถึงข้าจนเสียสมาธินักล่ะ!” หลิ่วซือมองอีกฝ่ายพลางเตือนอย่างตั้งใจ
“ข้ารู้ แต่ แต่ข้าทนไม่ไหวนี่ ข้า ข้ามักคิดถึงเ้า!” เซวียนหยวนหงมองคนในอ้อมแขน เอ่ยขึ้นอย่างจนปัญญา ตามจีบหลิ่วซือมานานปี วันหนึ่งสมปรารถนาได้ครองสตรีที่ตนชมชอบ ทำให้เขายากที่จะเลี่ยงความตื่นเต้นนี้และลืมเลือนทุกสิ่งโดยง่าย
ััได้ถึงความรักลึกซึ้งจริงใจของบุรุษ หลิ่วซือยกมือลูบใบหน้าอีกฝ่าย “ได้ คืนนี้ข้าจะอยู่ แต่ท่านต้องรับปากข้าว่าั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไปจะอ่านหนังสือที่หอตำราดีๆ ไม่อนุญาตให้กลับมาตามใจ เข้าใจไหม?”
“ซือซือ เ้า เ้าพูดจริงนะ?” เซวียนหยวนหงได้ยินอีกฝ่ายบอกว่าจะอยู่ก็ดีใจอย่างยิ่ง
“อืม คืนนี้ข้าจะอยู่เป็เพื่อนท่าน แต่หลังจากนี้ท่านต้องขยันขันแข็ง หากท่านชนะการแข่งขันจตุรแคว้นครั้งนี้ ข้าจะแต่งเป็ภรรยาของท่าน หากท่านแพ้ ถ้าเช่นนั้น...” พูดถึงตรงนี้ หลิ่วซือหยุดไปครู่หนึ่ง
“ได้ ข้ารู้ ข้าจะแสดงฝีมือให้ดี ชนะแน่ ต้องชนะอย่างแน่นอน!”
“อืม!” หลิ่วซือขานรับเบาๆ ก่อนเป็ฝ่ายเขย่งขึ้นไปจูบริมฝีปากเขา
ขอโทษด้วยเซวียนหยวนหง ข้ารู้ว่าข้าไม่ควรต่ำช้าเช่นนี้ ไม่ควรหลอกใช้ความรู้สึกที่ท่านมีต่อข้า แต่ตอนนี้ข้าพลังเพียงระดับสร้างรากฐาน่ต้น เป็ผู้ใช้ยันต์ขั้นสามระดับล่างเท่านั้น ถ้าข้าอยากเข้าไปแดนลับแก้แค้นให้ท่านแม่ ก็ทำได้แต่พึ่งท่านเท่านั้น
ขอโทษเซวียนหยวนหง ความรู้สึกที่ท่านมอบให้ข้า ข้าคงใช้ได้แต่ร่างกายตอบแทนท่าน!
“ซือซือ!” เซวียนหยวนหงถูกจูบพลันหน้าแดงเล็กน้อย มองสตรีในอ้อมแขนอย่างหลงใหล
“ไปบนเตียงกันเถอะ!”หลิ่วซือจูงมืออีกฝ่าย เป็ฝ่ายเริ่มเดินไปข้างเตียง
“ข้า ข้าอุ้มเ้าเอง!” เซวียนหยวนหงก้มตัวอุ้มนางขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“อืม!” หลิ่วซือขานรับแ่เบาพลางกอดคอของบุรุษ ใบหน้าซุกอยู่ตรงอกอีกฝ่าย ไม่ให้เขามองเห็นความรู้สึกผิดบนหน้าตน
.........
ครึ่งเดือนให้หลัง ห้องแรงโน้มถ่วง
สิบวันแรกที่หลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ยเข้าไปในห้องแรงโน้มถ่วง โดยพื้นฐาน สามวันพวกเขาเปลี่ยนคู่ซ้อมคนหนึ่ง ทว่า ั้แ่วันที่สิบเอ็ดเปลี่ยนเป็คนหนึ่งมีคู่ซ้อมสองคน ใช้สถานการณ์หนึ่งต่อสอง จนกระทั่งวันที่ยี่สิบเอ็ดกลายเป็สถานการณ์หนึ่งต่อสาม แต่ละคนต่างมีคู่ซ้อมถึงสามคน นอกจากนี้ พลังของคู่ซ้อมทั้งสามล้วนเป็ระดับสร้างรากฐาน่ปลาย ซึ่งเป็ระดับเดียวกับพวกเขา
แม้คู่ซ้อมเหล่านี้เห็นแก่ศิลาทิพย์จึงออมมืออยู่บ้าง ไม่ลงมืออย่างโเี้เช่นการแข่ง แต่ผลลัพธ์ของการต่อสู้สามรุมหนึ่งก็ทำให้เฉียวรุ่ยกับหลิ่วเทียนฉีมีาแทั่วร่างทุกวัน ดีที่พวกเขาฝึกซ้อมต่อสู้กับศัตรูในห้องแรงโน้มถ่วงแค่ยามกลางวัน ส่วนกลางคืนกลับบ้านไปพักผ่อนรักษาาแ หากต้องต่อสู้เต็มวันล่ะก็ เกรงว่าพวกเขาคงรับไม่ไหว!
เห็นเทียนฉีกลับมาถึงบ้านปุ๊บ ถอดเสื้อผ้าล่อนจ้อน แช่ในถังอาบน้ำที่ใส่สมุนไพรทิพย์รักษาอาการาเ็ เฉียวรุ่ยรู้สึกปวดใจเล็กน้อย “เทียนฉี เ้ายังไหวไหม?”
“ไม่เป็ไร! เ้าเข้ามาด้วยสิ อาบน้ำด้วยกัน หากแช่สมุนไพรทิพย์รักษาอาการาเ็นี้สักรอบ แผลบนร่างจะดีขึ้นเร็วกว่าเดิมนิดหน่อยนะ!” หลิ่วเทียนฉีกวักมือเรียกให้มาอาบน้ำพร้อมกัน
“อื้อ!” เฉียวรุ่ยถอดเสื้อผ้า เดินหน้าแดงเข้าไปในถังอาบน้ำ
หลิ่วเทียนฉีโอบเอวคนรักเข้ามาในอ้อมแขน ค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ จุมพิตริมฝีปากน้อยแ่เบา
“หลายวันนี้ เหนื่อยมากหรือไม่หืม?” อย่างไรฝึกซ้อมหนึ่งต่อสองหรือหนึ่งต่อสาม เฉียวรุ่ยก็ไม่เคยลองมาก่อน
“อืม เหนื่อยอยู่บ้าง แต่สู้แล้วติดใจมากเลยเชียว ก่อนหน้านี้เ้าไม่เคยให้ข้าสู่เช่นนี้มาก่อน!”
หลายวันมานี้ สู้จนเหนื่อยล้ามากเสียจริง แต่เขาคิดว่าการได้สู้รบปรบมือเช่นนี้สนุกเป็อย่างมาก ทำให้ตนได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายระหว่างการต่อสู้ แม้ได้รับาเ็มาไม่น้อย แต่กลับกัน รู้สึกคุ้มค่ายิ่งนัก
“ก่อนหน้านี้ ที่ข้าไม่ให้เ้าสู้เช่นนี้เพราะข้าตัดใจให้เ้าได้รับาเ็ไม่ได้ ทว่าอีกไม่นาน ข้าต้องเข้าร่วมการแข่งขันจตุรแคว้น หากข้าชนะ เ้าต้องเข้าไปแดนลับด้วยกันกับข้า ฉะนั้น ฝึกฝนวิชาต่อสู้มือเปล่าให้ดี ให้เ้ามีความสามารถปกป้องตนเองเพิ่มสักหน่อยถือเป็สิ่งจำเป็!” หลิ่วเทียนฉีมองคนรักก่อนอธิบายอย่างใส่ใจ
“เ้าคิดว่าจะชนะได้แน่หรือ?” เฉียวรุ่ยกะพริบตาเล็กน้อย ถามกลับอย่างไม่มั่นใจ
“ต่อให้ข้าแพ้ ข้าก็ได้สิทธิ์ที่แบ่งสรรจากวิทยาลัย และหากแพ้ล่ะก็ ข้าจะใช้ศิลาทิพย์ที่ได้จากการขายยันต์วิเศษทั้งหมดซื้อสิทธิ์ให้เ้า พวกเรายังเข้าไปในแดนลับด้วยกันได้อยู่นะ!”
เื่นี้ เขาคำนวณสถานการณ์อันเลวร้ายที่สุดไว้แล้ว มากสุดก็แค่ซื้อหนึ่งสิทธิ์ให้เสี่ยวรุ่ย! อย่างไรยันต์อัคคีทองก็ขายได้ศิลาทิพย์มากมาย ไม่ไหวก็ขายหมึกยันต์ขั้นสามอีกจำนวนหนึ่ง รวบรวมเข้าหน่อยศิลาทิพย์ย่อมเพียงพอ
“ซื้อ? สิทธิ์ซื้อขายกันได้ด้วยหรือ?” เฉียวรุ่ยมองคนรักอย่างฉงน ถามอย่างไม่เข้าใจ
“วางใจเถอะ ขอแค่มีศิลาทิพย์ ไม่มีเื่ใดทำไม่ได้ ดังนั้น ตอนนี้สิ่งที่เ้าต้องทำคือแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งขึ้นและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เตรียมพร้อมทุกสิ่งสำหรับเข้าแดนลับ!” ในนิยายต้นฉบับเคยบอกว่า หลังแบ่งสรรเรียบร้อย สิทธิ์ที่เหลือจะเปิดขายต่อสาธารณะ
“อ้อ เข้าใจแล้ว!” เฉียวรุ่ยพยักหน้ารับ
.........
สิบวันให้หลัง สิทธิยกเว้นค่าใช้จ่ายหนึ่งเดือนของหลิ่วเทียนฉีหมดลง เวลาหนึ่งเดือนของเฉียวรุ่ยก็หมดเช่นกัน แต่พวกเขายังคงจ่ายศิลาทิพย์สู้กับศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่นในห้องแรงโน้มถ่วงทุกวันเหมือนเดิม ไม่คิดหยุดสักนิด
ผ่านไปหนึ่งเดือน ตอนนี้ทั้งคู่สู้แบบหนึ่งต่อสี่ การฝึกซ้อมทุกวันหนักหน่วงยิ่งนัก เพราะคู่ซ้อมทั้งหมดล้วนพลังระดับสร้างรากฐาน่ปลาย พลังทัดเทียมกับพวกเขาอยู่มาก
ศิษย์พี่ที่เป็คู่ซ้อม โดยทั่วไปจะเป็คู่ซ้อมให้หลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ยคนละสองรอบ แบ่งเป็เช้าหนึ่งรอบ บ่ายหนึ่งรอบ หลังสู้รอบบ่ายเสร็จ หลิ่วเทียนฉีถึงจะเริ่มแจกจ่ายศิลาทิพย์ให้ทั้งแปดคน หากรู้สึกว่าศิษย์พี่คนไหนไม่สมใจก็จะบอกอีกฝ่ายตรงๆ ให้วันพรุ่งนี้ไม่ต้องมา
วันนี้ พวกเขาสู้รอบบ่ายเสร็จ เขาแจกจ่ายศิลาทิพย์ให้แปดคนตามเดิม พอพาเฉียวรุ่ยออกจากห้องแรงโน้มถ่วงกลับถูกผู้ฝึกตนชายสี่คนเข้ามาขวาง
“ไม่ทราบว่าสหายผู้ฝึกตนทั้งสี่ท่านมีสิ่งใดชี้แนะหรือ?” เห็นผู้ฝึกตนชายทั้งหมดสวมเสื้อผ้าสีน้ำเงิน้าปักสัญลักษณ์ลายคลื่นน้ำเส้นแล้วเส้นเล่า หลิ่วเทียนฉีจึงเลิกคิ้ว ดูสภาพแล้ว ทั้งสี่คนคงเป็คนของแคว้นหลันสุ่ย นี่คนจากแคว้นหลันสุ่ยมาถึงนครเซิ่งตูแล้วหรือ? เร็วจริงเชียว!
“ท่านนี้คือเย่หั่ว ศิษย์พี่ใหญ่แห่งวิทยาลัยหลันสุ่ย ท่านนี้คือหลี่หยวนเป็ศิษย์พี่รอง พวกเขาล้วนเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่ร้ายกาจที่สุดแห่งวิทยาลัยของพวกเรา” ผู้ฝึกตนคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านข้างแนะนำสองคนตรงกลางด้วยสีหน้านอบน้อม
“แปลกนัก? พวกเขาเป็ใคร? เกี่ยวอันใดกับพวกเราเล่า?” เฉียวรุ่ยกะพริบตาปริบๆ ถามขึ้นอย่างงุนงง
“ทั้งสี่ท่านเป็สหายผู้ฝึกตนจากแคว้นหลันสุ่ยสินะ?”
“ไม่ผิด พวกเราคือศิษย์วิทยาลัยยุทธ์ของวิทยาลัยหลันสุ่ยแห่งแคว้นหลันสุ่ย” ศิษย์คนนั้นพยักหน้ายอมรับ
“พวกเ้าสองคน ใครคือเซี่ยเหลียง อันดับหนึ่งแห่งวิทยาลัยยุทธ์เล่า?” เย่หั่ว ผู้ฝึกยุทธ์ร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงกลางสุด มองหลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ยพลางถามอย่างเกียจคร้าน
“ฮ่าๆๆ สหายผู้ฝึกตนทั้งสี่ท่านจำผิดแล้ว พวกเราไม่ใช่อันดับหนึ่งกับอันดับสองของวิทยาลัยยุทธ์หรอก คนที่ศิษย์พี่ทั้งสองตามหา ตอนนี้พวกเขากำลังเก็บตัวฝึกฝนอยู่ในวิทยาลัยยุทธ์ ไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกขอรับ” หลิ่วเทียนฉีมองทั้งสี่คนก่อนเอ่ยอย่างจนปัญญา
“ไม่ใช่งั้นหรือ?” ได้ยินคำนี้ เย่หั่วกับหลี่หยวนมองหน้ากันทีหนึ่ง นึกแปลกใจอยู่เล็กน้อย
ไม่นานมานี้ พวกเขาเห็นทั้งคู่ต่อสู่แบบหนึ่งต่อสี่ มีวิชาต่อสู้มือเปล่ากับวิชาหมัดไม่ใช้น้อย ยังคิดว่าพวกเขาคือเซี่ยเหลียงกับหานรุ่ยซีอยู่เลยนะ! แต่ทั้งสองกลับไม่ใช่อย่างนั้นหรือ?
“ถ้าเช่นนั้น พวกเ้าชื่ออะไร?” เย่หั่วมองทั้งคู่อีกครั้งแล้วถามอย่างวางอำนาจ
“ข้าน้อยหลิ่วเทียนฉี นี่คือเฉียวรุ่ย คู่ชีวิตของข้าขอรับ”
“หลิ่วเทียนฉี? อันดับหนึ่งของวิทยาลัยยันต์?” ได้ยินคำนี้ เย่หั่วกับหลี่หยวนตกตะลึงอีกครั้ง ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์กลับเป็ผู้ฝึกยันต์
“อันดับหนึ่งของวิทยาลัยยันต์หรือ? พอดีเลย เ้ารีบกลับบ้านเถิด! ศิษย์น้องสุ่ยกับศิษย์น้องอวี้รอท้าสู้กับเ้าอยู่น่ะ!” หลี่หยวนโบกมือ ทำท่าให้พวกเขากลับบ้านไปเสีย
“อะ อะไรนะ?” เฉียวรุ่ยได้ยินคำตอบพลันอับจนวาจานิดหน่อย
“ถ้าเช่นนั้น พวกเราขอตัว!” หลิ่วเทียนฉีก้มศีรษะ ประสานมือให้ทั้งสี่คนแล้วพาเฉียวรุ่ยเดินจากไป
