แต่จางเจียิลงมือเร็วมาก รู้ตัวอีกทีฮั่วต้าซานก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่ไหล่พร้อมกับโลหิตสีแดงฉานไหลทะลักออกมา
ตอนนี้ฮั่วต้าซานตื่นตระหนกใของจริง เขาะโเสียงดังว่า “ไอ้บ้า รีบหยุดไอ้บ้านี่ไว้เร็ว”
สมองของฮั่วเสี่ยวเหวินว่างเปล่าเมื่อเห็นภาพนี้ ในใจมีเสียงพูดซ้ำไปซ้ำมาว่า ‘ฆ่าคนแล้ว พี่เจียิฆ่าคนแล้ว’
จางเจียิเสียใจกับการกระทำของตัวเองเช่นกัน ตอนที่ฮั่วเสี่ยวเหวินะโออกมาว่า ‘เชิญตีฉันให้ตายไปเลย’ จู่ๆ เขาก็หุนหันพลันแล่นขึ้นมาคว้ามีดวิ่งออกไป ไม่นึกว่าจะกลายเป็หายนะแบบนี้
เมื่อฮั่วต้าซานวิ่งหนีออกไป มีดในมือของจางเจียิพลันร่วงหล่นลงพื้น เขารู้สึกเจ็บที่ใบหน้า แต่กลับไม่กล้าขยับเขยื้อน ราวกับเป็บ้าไปเสียแล้ว
ยายแก่ฮั่วที่ตามมาติดๆ ร้องโหยหวนเหมือนหมูถูกเชือด “ต้าซาน เ้าเป็อย่างไรบ้างลูกชาย?”
เห็นลูกชายของตัวเองมีเืไหลออกมาจากไหล่ไม่ยอมหยุด ยายแก่ฮั่วหันไปขอร้องชาวบ้านด้วยท่าทางเวทนา “ท่านทั้งหลาย ช่วยพาต้าซานไปสถานีอนามัยหน่อยเถิด!”
ชาวบ้านที่มามุงดูเื่สนุกรีบเข้ามาล้อมฮั่วต้าซาน มีคนฉีกเสื้อของฮั่วต้าซานมาพันแผลให้ แต่เืยังคงไม่หยุดไหล
ฮั่วต้าซานเืไหลไม่ยอมหยุด ชาวบ้านเริ่มร้อนใจ มีชายฉกรรจ์ร่างกำยำคนหนึ่งอาสาแบกเขาขึ้นหลัง และวิ่งไปส่งที่สถานีอนามัยประจำหมู่บ้าน
ตอนนี้ยายแก่ฮั่วไม่เหลือท่าทีของความโหดร้ายใจดำในยามปกติอีกต่อไป รอยย่นที่หน้าผากย่นเข้าหากัน น้ำตาไหลอาบข้างแก้ม
“ต้าซาน แกอย่าตายนะ ต้าซาน…” ยายแก่ฮั่ววิ่งตามหลังชายที่แบกเขาขึ้นหลังมา ปากร้องโหยหวนประหนึ่งลูกชายตายแล้ว
ใบหน้าของฮั่วเสี่ยวเหวินซีดขาวด้วยความใ มองจางเจียิอย่างอึ้งๆ “เราจะทำอย่างไรดี?”
จางเจียิไม่ตอบ เขาเอาแต่จ้องกองเืสีแดงฉานบนพื้นด้วยสายตานิ่งค้างเหมือนสติหลุดไปแล้ว
ฮั่วเสี่ยวเหวินเห็นเขาเป็เช่นนี้จึงเดินเข้าไปกอด จางเจียิจะสลัดทิ้งแต่เธอกอดเขาไว้แน่นมากไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากที่ไหน จางเจียิขยับเขยื้อนตัวไม่ได้ชั่วขณะ
“พี่เจียิ พวกเรารีบหนีกันเถอะ หนีไปยังที่ที่ไม่มีใครหาเจอ” ฮั่วเสี่ยวเหวินเริ่มมีสติ เธอปล่อยจางเจียิ ทำท่าจะลากเขาวิ่งออกไป
จางเจียิสะบัดมือเธอออก เขามองฮั่วเสี่ยวเหวินด้วยสีหน้านิ่งๆ อยู่นานราวกับ้าจะมองให้พอใจ จากนั้นเขาก็พุ่งเข้ามากอดเธอ
ฮั่วเสี่ยวเหวินร้อนใจ สองมือจะผลักเขาออก เธอคิดว่าตอนนี้ต้องรีบหนีก่อน!
ทว่าจางเจียิกลับกอดเธอแน่น น้ำตารินไหลลงมาไม่หยุด
“ฮั่วเสี่ยวเหวิน หลังจากนี้เธอต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ” เสียงของเขาสะอึกสะอื้นแต่ฮั่วเสี่ยวเหวินกลับฟังได้ยินอย่างชัดเจน
เธอััได้ว่ามือของเขาคลายลง ฮั่วเสี่ยวเหวินดิ้นหลุดอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็รีบดึงเขาให้ออกวิ่ง
“พี่เจียิ รีบหนีเร็ว พวกเรารีบหนีตอนนี้ ฉันไม่อยากให้พี่ติดคุก”
เธอติดเชื้อความรู้สึกมาจากจางเจียิ ฮั่วเสี่ยวเหวินร้องไห้สะอึกสะอื้นเช่นกัน ครั้งนี้จางเจียิไม่ขัดขืนยอมให้เธอพาวิ่งออกไป
ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น จางเจียิหวนนึกถึงอดีตอันห่างไกลขึ้นมา พ่อของเขาทำแบบนี้เช่นกัน พาเขาวิ่งหนีออกไปไกล
ตอนนั้นจางเจียิไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านแม้แต่น้อย พ่อบอกให้ทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ต่อมาพ่อรับโทษแทนเขา ตำรวจถามอะไรก็ตอบตามที่พ่อสอนให้ตอบ
ผ่านมาหลายปีขนาดนี้นึกไม่ถึงว่าเขาต้องมาวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จางเจียิไม่ได้กลัวแบบครั้งก่อนอีกแล้ว หากไม่ใช่เพราะไม่อยากแยกจากคนตรงหน้า เขาคงเดินเข้าสถานีตำรวจด้วยตนเองแล้ว
ทั้งคู่วิ่งหนีแบบไม่มีจุดหมาย ไม่นานก็มาถึงบ้านถ้ำทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน ถ้ำแห่งนี้ทิ้งร้างมานานหลายปี ไม่มีบ้านคนอยู่ใกล้ๆ ค่อนข้างปลอดภัย
ที่นี่ไม่มีูเาขนาดใหญ่ คิดว่าพวกเขาคงไม่สามารถหาที่นี่เจอภายในเวลาอันสั้นได้ ฮั่วเสี่ยวเหวินมองรอบทิศ เมื่อเห็นว่าไม่มีคนตามมาจึงลากจางเจียิเข้าไป
เนื่องจากบ้านถ้ำถูกทิ้งร้างมาเนิ่นนานทำให้หน้าต่างชำรุด แสงอาทิตย์จึงลอดผ่านเข้ามาได้ส่งผลให้ภายในบ้านสว่างมาก
จางเจียิเอาแต่นั่งจ้องฮั่วเสี่ยวเหวินนิ่งๆ ทั้งสองนั่งหลบอยู่ภายในห้องเล็กๆ ฮั่วเสี่ยวเหวินสั่นเทิ้มไปทั้งตัว
“ฮั่วเสี่ยวเหวิน เธอไม่ต้องกลัว หากพี่ไม่อยู่แล้วเธอจงไปหาคุณลุงของเธอ แล้วไปให้ไกลจากที่นี่ตลอดกาล” คำพูดที่โพล่งออกมาโดยไม่ทันตั้งตัวของจางเจียิทำให้เธอใจนสะดุ้ง
ประโยคนี้ของเขาฟังแล้วรู้สึกเสียใจมาก จางเจียิไม่อยากแยกจากกับเธอ เธอเองก็ไม่อยากแยกจากกับเขาเช่นกัน
ทั้งสองไม่คุยอะไรกันอีก จางเจียิคอยกอดฮั่วเสี่ยวเหวินที่ตัวสั่นเทิ้มเอาไว้ เวลาค่อยๆ ผ่านไปทีละนาที ทีละวินาที
‘หากพี่เจียิผ่านพ้นเื่นี้ไปได้ ฉันยินดีทำทุกอย่าง’ เดิมทีฮั่วเสี่ยวเหวินไม่เชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทว่าตอนนี้เธออยากให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงแล้วโปรดมาช่วยจางเจียิสักครั้ง
แต่คำอธิษฐานของเธอกลับไร้ผล เพราะวินาทีต่อมาหลังจากที่เธออธิษฐานจบ มีคนเดินมาที่บ้านถ้ำแล้วจากนั้นก็ลงมือถีบประตูบ้าน
ได้ยินเสียงดัง ‘โครม’ ประตูถูกถีบเปิดออก เสียงหยาบห้าวของชายคนหนึ่งดังขึ้น “ฉันรู้ว่าพวกเธอหลบอยู่ด้านใน ยังไม่รีบออกมาอีก”
ฮั่วเสี่ยวเหวินใหน้าซีด ตัวสั่นหนักกว่าเดิม จางเจียิลุกขึ้นยืน พูดกับฮั่วเสี่ยวเหวินว่า “พี่จะไม่เป็ไร”
พูดจบเขาก็เดินออกไป จางเจียิใเล็กน้อยเมื่อเห็นชายที่ะโอยู่หน้าประตูเป็ตำรวจที่รับสินบนจากยายแก่ฮั่ว แล้วมาปรักปรำพวกเขาเมื่อครั้งก่อน
“โอ้ นี่มันไอ้หนูที่ขโมยเงินเมื่อครั้งก่อนไม่ใช่หรือ” ชายคนนี้สวมเครื่องแบบตำรวจท่าทางลำพองตนมาก คิดในใจว่าสุดท้ายแกก็พ่ายแพ้ในมือฉัน!
จางเจียิยื่นมือออกไป สีหน้าราบเรียบ “ผมจะไปกับคุณ”
“พี่เจียิ พี่อย่าไป” ฮั่วเสี่ยวเหวินวิ่งออกมา พยายามดึงไม่ให้จางเจียิไป
ไม่รู้ว่ามีคนกลุ่มใหญ่มารวมตัวกันที่นอกบ้านั้แ่เมื่อไร พวกเขาเห็นฮั่วเสี่ยวเหวินกับจางเจียิมีความรู้สึกอันดีต่อกันอย่างชัดเจน หลายคนจึงส่งเสียงเยาะเย้ยเหน็บแนม
พวกเขามองว่าเป็แค่เด็กสองคนแต่ทำตัวเหมือนสามีภรรยา ช่างดูน่าขันเกินไปแล้ว
ตอนนี้รักกันหวานชื่นประหนึ่งจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีอีกคน แต่อีกไม่กี่วันก็ลืมกันหมดสิ้นเสียแล้วกระมัง
ชายคนนั้นจัดเครื่องแบบของตัวเองพลางมองฮั่วเสี่ยวเหวินด้วยสายตาเหยียดหยาม เขาพูดกับจางเจียิว่า “ไปกับฉันซะ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินวิ่งไปคุกเข่าให้ชายคนนั้น ขอร้องทั้งน้ำตาว่า “ปล่อยพี่เจียิไปเถิดค่ะ เขาไม่ได้ตั้งใจ”
เห็นชัดว่าอีกฝ่ายไม่ได้เพิ่งเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เป็ครั้งแรก จึงพูดอย่างขอไปทีว่า “กฎหมายจะมอบความยุติธรรมให้กับเขาเอง” จากนั้นจึงผลักจางเจียิเดินออกไปข้างหน้า
ฮั่วเสี่ยวเหวินยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิมมองฝูงชนที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป ภายในใจรู้สึกเย็นวาบไปครึ่งดวง
“พี่เจียิ พี่เจียิ…” ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร เอาแต่พูดชื่อของเขาซ้ำไปมา
ภาพฉากที่ทั้งสองคนพบกันปรากฏขึ้นในความทรงจำของเธอ หากไม่มีเขา แล้วเธอจะมีชีวิตต่อไปอย่างไร?
“ฮั่วเสี่ยวเหวิน ลุกขึ้นเถอะ” ไม่รู้เ้าอ้วนมาที่นี่ั้แ่เมื่อไร เขาบอกกับฮั่วเสี่ยวเหวิน พลางดึงเธอให้ลุกขึ้น
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่สนใจ เ้าอ้วนจึงต้องประคองเธอกลับบ้านของจางเจียิ แต่เธอไม่ยี่หระปล่อยให้เขาลากเป็ตอไม้
