นางชบากล่าวทั้งเสียงสะอื้น แววตาตื่นกลัว ไม่คิดว่าเ้าหนี้จะทำรุนแรงถึงเพียงนี้
“ถ้าจะผัดผ่อนงั้นคงต้องถามนาย… ”
ไอ้คนที่ถือปืนอยู่ในมือเหลือบมองไปยังรถเบนซ์สีดำคันใหญ่ติดฟิล์มสีดำทึบรอบคัน จอดรออยู่ริมทาง
“นาย… นายของพวกแก… ไหน”
พิมพิศร์เหลือบมองไปยังถนน รีบวิ่งตรงไปยังรถเบนซ์สีดำที่จอดนิ่งอยู่ริมทาง
“นายจ๋า… เมตตาด้วยเถอะ อย่าทำอะไรพ่อหนูเลยนะคะ… ”
ร่างเล็กที่ยืนยกมือไหว้ปลกๆ และทรวดทรงของเด็กสาวที่ดูเอิบอิ่มไปด้วยเืเนื้อของวัยสาวสะพรั่ง ทำให้ผู้ที่ถูกเรียกว่า ‘นาย’ ต้องลดกระจกสีดำลงมาเพราะความสะสวยสะดุดตาของหล่อน
“นาย… อย่าทำร้ายพ่อหนูเลยนะจ๊ะ ขอเวลาอีกเจ็ดวันนะจ๊ะ… หนูกับแม่จะหาเงินมาใช้หนี้คืนให้นายทุกบาททุกสตางค์”
หญิงสาววิงวอนทั้งน้ำตา ก่อนที่ประตูรถจะถูกผลักออกมาพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ ‘คมกริช’ ชายผู้เป็เ้าหนี้ที่เมื่อก่อนเป็ผู้มีอิทธิพลอยู่ทางภาคเหนือ ทำให้ได้นาม ‘พ่อเลี้ยง’ ติดมาจนถึงทุกวันนี้
แม้เขาจะสวมแว่นตาดำ หากสาวน้อยก็รับรู้ได้ถึงรัศมีของความโเี้ในดวงหน้าที่แม้จะหล่อเหลาสะดุดตา หากก็มีประกายของความ ‘ไม่ธรรมดา’ ที่หล่อนััได้
“แล้วคิดว่าภายในเจ็ดวัน… ครอบครัวเธอจะมีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้ใช่ไหม… หึๆ”
เ้าหนี้เหยียดยิ้มอย่างดูแคลนความจน เหลือบตามองมายังห้องเช่าขนาดเท่ารังหนูของครอบครัวหล่อนด้วยความสมเพช
“คือ… ”
นางชบานิ่งอึ้ง
เจอคำถามนี้เข้าไปก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก ด้วยอันที่จริงหล่อนก็มืดแปดด้าน ระยะเวลาเพียงเจ็ดวันจะไปหาเงินห้าหมื่นมาจากไหน?
“งั้นฉันมีข้อแลกเปลี่ยน… เอาเป็ว่าฉันจะเอาตัวนังนี่ไปอยู่ด้วยสามวันแทนการชดใช้หนี้”
คมกริชคว้าข้อมือของพิมพิศร์
