ยามเช้า แสงอาทิตย์สาดส่องทั่วผืนแผ่นดิน
เสี่ยวไฉเบิกตากว้าง ลุกพรวดขึ้นนั่งบนเตียง แล้วร้องเรียก “ท่านพี่!”
หลังจากกวาดสายตามองไปรอบๆ เขาก็พบว่าตัวเองกลับมาอยู่ที่ร้านโทรมแล้ว ซากวงโถวและแขกคนอื่นๆ เฝ้าเขาอยู่ข้างๆ ตลอดทั้งคืนโดยไม่ได้หลับไม่ได้นอน เมื่อเห็นเขาตื่นมาแล้ว ซากวงโถวก็ถามว่า “ตื่นแล้วหรือ หิวหรือยัง”
เสี่ยวไฉรีบถาม “ข้ากลับมาได้อย่างไร”
“น้องชายคนนั้นพาเ้ากลับมา แล้วเขาก็ขึ้นเขาไปหาคนเดียว”
“ขึ้นเขาอย่างนั้นหรือ” เสี่ยวไฉเอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ช่างเถอะ ข้าไม่ได้หวังพึ่งเขาอยู่แล้ว!”
ว่าแล้วเขาก็ลงจากเตียงแล้ววิ่งออกไป ซากวงโถวรั้งเขาไว้ไม่ทัน จึงได้แต่ะโไล่หลังเสี่ยวไฉที่ค่อยๆ หายลับไปด้วยความร้อนใจ “นี่! เ้าจะไปไหน กลับมาเร็วเข้า!”
เสี่ยวไฉหายวับไปในพริบตา ซากวงโถวบ่นอย่างหัวเสีย “สองคนนี้ช่างดื้อด้านเสียจริง!”
ถึงแม้เขาจะไม่ได้ตอบ แต่เป้าหมายในใจชัดเจนยิ่งนัก เขาวิ่งไปทางศาลเ้าเซียนสุดกำลัง
ศาลเ้าเซียนแห่งนี้มีผู้คนมากมายมาสักการบูชา ทันทีที่เปิดประตู ก็มีผู้ศรัทธาจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาจุดธูปไหว้เทพเ้า เพื่อขอพรให้คุ้มครอง เสี่ยวไฉปะปนไปกับฝูงชนแล้วเดินเข้าไปด้วย
ภายในศาลเ้าควันธูปตลบอบอวล ทำเอาเขาไอไม่หยุด น้ำตาไหลพรากจนมองอะไรไม่เห็น ท่ามกลางความพร่าเลือน เขาเห็นรูปปั้นเทพเ้าขนาดใหญ่เพียงองค์เดียว รูปปั้นมีสีหน้าเมตตากรุณา มีเครายาวใต้คาง ถือไม้ปัดรังควาน ดูสง่างามดุจเซียน
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็เทวรูปหูต้าเซียน
เบื้องล่างรูปปั้นมีกลุ่มผู้ศรัทธาพนมมือไหว้ คุกเข่าอยู่บนพื้น ริมฝีปากขยับเล็กน้อยเหมือนกำลังอธิษฐานขอพรจากเซียน
หลังจากอธิษฐานเสร็จแล้วก็ต้องหยอดเงินลงในกล่องบริจาค พิธีกรรมจึงจะถือว่าเสร็จสมบูรณ์ ถึงแม้ผู้ศรัทธาจะแต่งตัวเรียบง่าย แต่องครักษ์หยอดเงินลงในกล่องบริจาคกลับไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย พวกเขาหยอดเงินมากมายลงไปราวกับหยอดถั่ว
เสี่ยวไฉรู้สึกคลื่นไส้เมื่อเห็นรูปปั้น เซียนจอมปลอมนี่ทำลายครอบครัวผู้คนมานับไม่ถ้วน มันดียังไงกัน
เขาแอบถ่มน้ำลายลงบนพื้น แล้วอ้อมหลบผู้คน เดินผ่านโถงหลักไปยังที่พักด้านหลัง เขาแอบเข้าไปอีกครั้งด้วยวิธีเดียวกับเมื่อวาน แล้วมาหยุดอยู่ใต้หน้าต่างตรงที่ขังเสี่ยวอวี้เอาไว้
หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่ในห้อง เขาจึงเคาะหน้าต่างเบาๆ แล้วเรียกด้วยน้ำเสียงลังเล “ท่านพี่!”
ภายในห้องยังคงเงียบสงัด ไม่มีเสียงตอบรับ
‘หรือว่าพวกมันย้ายพี่ไปที่อื่นแล้ว’
เสี่ยวไฉนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานลู่เต้าถอดบานหน้าต่างออกไปแล้ว หากอีกฝ่ายยังไม่เจอ ก็น่าจะ...
เขายกบานหน้าต่างขึ้นเหมือนเมื่อวาน เพียงแค่ััก็รู้สึกว่ามันหลวมๆ เพียงออกแรงเล็กน้อยก็ยกออกได้อย่างง่ายดาย
เสี่ยวไฉรีบปีนเข้าไปทางหน้าต่าง ทันทีที่เท้าแตะพื้น เขาก็เห็นเสี่ยวอวี้สวมชุดสีขาวนั่งอยู่ข้างเตียง
“ท่านพี่! รีบไปกันเถอะ!” เขารีบวิ่งไปหาเสี่ยวอวี้ แล้วจับมือนาง ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ครั้งนี้ไม่เหมือนเมื่อคืน จะไม่มีลู่เต้ามาขัดขวางเขาได้อีก
ไม่ว่าเขาจะพยายามดึงเสี่ยวอวี้ไปทางหน้าต่างเช่นไร อีกฝ่ายก็ยังคงนิ่งเฉยราวกับรูปปั้น
เมื่อเสี่ยวไฉหันไปมองก็ใ ดวงตาที่สดใสของเสี่ยวอวี้กลับว่างเปล่าไร้แวว สีหน้าเรียบเฉยราวกับหุ่นเชิด
ไม่ว่าจะเรียกอย่างไร เสี่ยวอวี้ก็ยังคงนั่งอยู่บนเตียงโดยไร้ปฏิกิริยาใดๆ
ก่อนหน้านี้ ต่อให้เสี่ยวอวี้ป่วยก็ไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน เสี่ยวไฉที่พบเจอเหตุการณ์เช่นนี้เป็ครั้งแรกก็พลันทำอะไรไม่ถูก
ทันใดนั้นก็มีเสียงสนทนากันของคนสองคนดังมาจากนอกประตู และเสียงนั้นก็ดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
‘แย่แล้ว! มีคนมา!’
เสี่ยวไฉมองหน้าต่าง เขาคิดจะะโออกไปหลบก่อน แต่บังเอิญมีทหารองครักษ์กำลังลาดตระเวนอยู่ไม่ไกลนัก เขาที่จนตรอกจึงได้แต่ติดตั้งบานหน้าต่างกลับเข้าที่เดิม แล้วรีบหลบอยู่ใต้เตียงเสี่ยวอวี้
ไม่นานหลังจากที่เขาเข้าไปหลบ ประตูก็เปิดออก
หูเอ้อร์เดินตามหญิงวัยกลางคนมาพลางบ่นไม่หยุด “ท่านป้า ทำไมถึงทำกับนางเช่นนี้ นางเหมือนหุ่นเชิดเลย เรียกก็ไม่ตอบสนอง!”
เสี่ยวไฉที่หลบอยู่ใต้เตียงเห็นขาของคนสองคนปรากฏอยู่ตรงหน้า เขาใช้มือปิดปากปิดจมูกด้วยความตื่นตระหนก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ
หญิงวัยกลางคนเดินมาข้างเตียงเพื่อตรวจดูอาการเสี่ยวอวี้ “พิธีบูชายัญปีนี้สำคัญยิ่งนัก ไม่อาจเกิดข้อผิดพลาดใดๆ ได้”
“แต่ท่านทำให้นางเป็แบบนี้แล้ว ท่านเซียนจะพอใจหรือ”
หญิงวัยกลางคนกล่าวอีกว่า “ท่านเซียนเพียง้าหญิงพรหมจารีมาปรุงยาเท่านั้น จะโง่หรือฉลาดก็ไม่สำคัญ ยิ่งไปกว่านั้น น้ำมันมอมเมาของข้าออกฤทธิ์เพียงสามวัน หลังจากขึ้นเขาไปแล้ว นางก็จะตื่นขึ้นมาเอง”
“แต่ว่า...” หญิงวัยกลางคนลูบไล้ใบหน้าเสี่ยวอวี้เบาๆ “ถึงแม้จะตื่นขึ้นมาก็ไม่ใช่เื่ดีนัก”
หูเอ้อร์ก็คิดจะฉวยโอกาสนี้ลวนลามเสี่ยวอวี้เช่นกัน เพียงแค่ยื่นมือออกไป หลังมือก็ถูกหญิงวัยกลางคนตีอย่างแรง
หญิงวัยกลางคนดุเขาเหมือนดุเด็กที่แอบกินขนมในครัว “ท่านเซียนบอกว่า้าหญิงพรหมจารี เ้าอย่าคิดทำอะไรนางเชียว! หาก้าผู้หญิงก็ไปหาคนอื่น!”
“ข้าแค่แตะนิดหน่อยเอง!”
“หากเ้าแตะแล้ว ก็จะคิดทำอย่างอื่น” หญิงวัยกลางคนรู้ดีว่าหูเอ้อร์เป็คนเช่นไร จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “ฟังนะ! หากหลังจากส่งขึ้นเขาไปแล้วเกิดเื่ผิดพลาดใดๆ หากท่านเซียนลงโทษ พวกเรารับผิดชอบไม่ไหวแน่!”
หญิงวัยกลางคนเตือนหูเอ้อร์หลายครั้งว่าอย่าคิดทำอะไรเสี่ยวอวี้ ส่วนเขาก็ไม่กล้าขัดใจท่านป้า และยิ่งไม่กล้าขัดใจท่านเซียน
หูเอ้อร์ตั้งใจอย่างหนักจนเกือบจะได้เสี่ยวอวี้มาแล้วเชียว ตอนนี้คงทำได้แต่ยอมรับชะตากรรม
หลังจากตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว หญิงวัยกลางคนก็พาหูเอ้อร์ที่ยังคงอาลัยอาวรณ์จากไป เสียงลงกลอนประตูดังขึ้น หลังจากแน่ใจว่าทั้งสองคนเดินจากไปไกลแล้ว เสี่ยวไฉจึงกล้าคลานออกมาจากใต้เตียง
พิธีบูชายัญ? ปรุงยา? คำพูดของคนทั้งสองทำให้เสี่ยวไฉขนลุก “ไม่ใช่ขึ้นเขาไปรับใช้ท่านเซียนหรือ”
ตระกูลท่านเ้าเมืองสมคบคิดกับเซียนจอมปลอมอย่างลับๆ พวกมันกอบโกยผลประโยชน์ ส่วนชาวบ้านต้องแบกรับความเดือดร้อน
“ท่านพี่! ท่านได้ยินชัดเจนใช่หรือไม่ พวกมันไม่คู่ควรให้ท่านเสียสละเพื่อพวกมันเลย!”
ถึงแม้เสี่ยวไฉจะอ้อนวอนอย่างไร เสี่ยวอวี้ก็ยังคงไร้ท่าทีตอบโต้ใดๆ ตอนแรกเขาคิดจะพยุงเสี่ยวอวี้ออกไป แต่แรงเขาไม่พอ ยิ่งไปกว่านั้น หากออกไปข้างนอกในสภาพนี้ พวกองครักษ์ก็จะพบตัวในทันที
เสี่ยวไฉเดินวนไปมาในห้องด้วยความกระวนกระวาย เขาครุ่นคิดหาวิธีต่างๆ สุดท้ายเขาก็มองเสี่ยวอวี้ด้วยแววตามุ่งมั่นราวกับตัดสินใจแน่วแน่แล้ว “พี่สาว รอข้าก่อน! ข้าจะต้องช่วยท่านออกไปให้ได้!”
หลังจากบอกลาเสี่ยวอวี้แล้ว เขาก็แอบจากไป สองวันต่อมาก็ไม่มีใครในเมืองเซียนเห็นเสี่ยวไฉอีก
*****
สองวันต่อมา เมืองเซียนจัดพิธีขึ้นเขาประจำปี
เสียงประทัดดังไม่หยุด ชาวบ้านมากมายมารวมตัวกันที่หน้าศาลเ้าเซียน ในจำนวนนี้มีลูกค้าของร้านโทรมอยู่ด้วย พวกเขาร้องไห้คร่ำครวญ และมาส่งเสี่ยวอวี้ด้วยความอาลัย
ซากวงโถวมองหาลู่เต้ากับเสี่ยวไฉในฝูงชนแต่ก็ไม่พบ เขาจึงถามอย่างงุนงง “แปลก...ไม่เจอน้องชายคนนั้นก็พอเข้าใจได้ แต่ทำไมถึงไม่เจอเสี่ยวไฉด้วยเล่า”
“มาแล้ว!” ทันใดนั้นก็มีคนร้องขึ้น
ประตูขนาดใหญ่ของศาลเ้าเซียนถูกผลักเปิดออก เกี้ยวขนาดใหญ่แปดคนหามเคลื่อนออกมาอย่างยิ่งใหญ่ เสี่ยวอวี้ที่แต่งกายอย่างประณีตงดงามนั่งอยู่ด้านในราวกับหุ่นเชิด ทหารองครักษ์ล้วนยุรยาตรนำไปยังูเาเซียน
