สิบปีก่อน ตอนที่นางพึ่งมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ใหม่ๆ จางเหล่าต้ายังเป็ชายผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นในการร่ำเรียน
ความฝันของเขาคือการสอบให้ได้อันดับหนึ่งในเมืองหลวง และพาครอบครัวหลุดพ้นจากความอดอยาก
เขาพากเพียรอ่านตำราทุกคืนวัน และมักสอนเด็กๆ ในหมู่บ้านให้รู้หนังสือในยามว่าง หากตั้งใจอีกเพียงสักหน่อย อีกไม่นานอาจได้เป็ถึง “จีว์เหริน” ที่มีอนาคตสดใส แต่บัดนี้กลับกลายเป็คนติดการพนัน ขี้เมา และทำร้ายคนในครอบครัว
ร่างบางส่ายหน้าเบาๆ พลางถอนหายใจ
“ช่างน่าเสียดาย...” แม่นมหลี่ที่ยืนอยู่ด้านข้าง เหลือบมองหญิงสาว ก่อนจะพูดเสียงแ่
“คุณหนู ข้ารู้ว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่”
เสิ่นเล่อเหยียนหันมองหญิงชราพลางส่ายหน้า
“แม่นมหลี่ ข้าบอกหลายครั้งแล้ว ให้เรียกข้าว่าเหยียนเหยียน หรือเหยียนเอ๋อเหมือนคนอื่น ที่นี่ไม่มีคุณหนูอะไรทั้งนั้น ข้าเป็แค่เพียงชาวบ้านธรรมดาเหมือนคนอื่นๆ หาใช่บุตรสาวจากจวนเสิ่นผิงโหวผู้สูงศักดิ์ไม่”
แม่นมหลี่พยักหน้าช้าๆ พลางถอนหายใจเบาๆ ดูเหมือนคุณหนูจะปล่อยวางจากทุกสิ่งแล้ว มีเพียงตนเองที่ยังยึดติดไม่ยอมปล่อยมันไป หญิงชราคิดในใจกับตนเอง
“ได้ ได้...ข้ารู้แล้ว เหยียนเหยียน” นางเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
“หลายปีก่อน ก่อนที่เขาจะสอบระดับอำเภอเพียงวันเดียว ข้าเหมือนจะเคยเห็นเขาอยู่กับบัณฑิตผู้หนึ่ง ทั้งสองเข้าไปเที่ยวในหอนางโลม แต่บัณฑิตผู้นั้นกลับสอบติดได้เป็ซิ่วไฉ ส่วนคนที่สอบตกก็คือจางเหล่าต้าคนนี้ เ้าคิดว่ามันแปลกหรือไม่”
เสิ่นเล่อเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ท่านหมายความว่า...มีบางอย่างผิดปกติในวันนั้นหรือ”
แม่นมหลี่พยักหน้า
“ข้าไม่กล้ายืนยัน แต่หลังจากวันนั้น เขาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไม่ยอมอ่านหนังสือ ไม่พูดกับใคร เอาแต่ดื่มเหล้าและเที่ยวเล่น ข้าคิดว่ามันอาจไม่ใช่เพียงเื่การสอบตกธรรมดา เพราะถ้าปีนี้สอบไม่ได้ ปีหน้าก็แค่สอบอีกครั้ง”
หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาเรียวลึกฉายแววครุ่นคิด
“บางที...อาจมีเื่ที่เรายังไม่รู้”
เสียงก่นด่าดังขึ้นอีกครั้ง ดึงความสนใจของทุกคนกลับไปยังลานด้านหน้าศาลบรรพชน เสิ่นเล่อเหยียนมองภาพนั้น ก่อนจะเอ่ยเบาๆ ราวกับพูดกับตัวเอง
“คนเรา...หากหลงทางเพียงก้าวเดียว บางครั้งก็อาจไม่มีวันได้กลับมาอีกเลย...” ดวงตาของหญิงสาวฉายแววเ็า เป็ครั้งแรก
“และดูเหมือนที่เขาเป็เช่นนี้ คงจะถูกคนวางแผนมาอีกทอดหนึ่ง” ร่างบางเอ่ยกับตนเอง ทว่าด้านข้างกลับมีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น นางคือมู่หลิงหลิงนั่นเอง
“ข้าเคยเห็นภรรยาและลูกของท่านลุงใหญ่จาง อาศัยอยู่ในจวนตระกูลที่ค่อนข้างมีฐานะ บางที...แม้แต่ภรรยาและลูกของเขาก็คงจะร่วมมือกับบัณฑิตผู้นั้น”
หญิงสาวเบิกตากว้าง ก่อนจะหันไปด้านข้างของตน
“พี่หลิงหลิง ท่านหมายความว่า...”
“เื่เช่นนี้...มิได้มีเพียงตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงเท่านั้นหรอกนะ” มู่หลิงหลิงเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตาไม่ละจากภาพตรงหน้า
“แม้แต่อำเภอเล็กๆ แห่งนี้ก็ไม่ต่างกัน ผู้คนต่างแย่งชิงผลประโยชน์ของกันและกัน ไม่ว่าฐานะสูงหรือต่ำ หากใจไม่มั่นคง ชีวิตก็คงไม่ต่างจากครอบครัวสกุลจาง” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับอธิบายให้เสิ่นเล่อเหยียนฟัง
ความจริง ครอบครัวของมู่หลิงหลิงมาจากเมืองที่อยู่ใกล้กับเมืองหลวง หลังจากบ้านหลักสอบได้จอหงวน บ้านรองอย่างบิดาของนางก็ถูกแบ่งแยกออกมา เพื่อไม่ให้ได้รับผลประโยชน์จากพวกเขา
ดังนั้นบิดาของนางจึงได้พาลูกๆ และภรรยาย้ายกลับมายังบ้านเดิมของมารดามู่หลิงหลิง เพราะเคยอาศัยอยู่เมืองใหญ่ นางจึงค่อนข้างมีความรู้และแตกต่างจากหญิงชาวบ้านคนอื่นๆ
เสียงพูดคุยของทั้งสองจบลง เสียงไม้เนื้อแข็งกระทบผิวเนื้อดัง ก้องสะท้อนไปทั่วลานหน้าศาลบรรพชน จางเหล่าต้าร้องครวญครางด้วยความเ็ป เสิ่นเล่อเหยียนมองภาพนั้นด้วยสายตาเยือกเย็นปนเวทนา
“ช่างน่าสงสารนัก...แต่ก็สมควรแล้ว เพราะเขาทำร้ายมารดาบังเกิดเกล้า” นางพึมพำเบาๆ ก่อนจะหันหลังกลับ
“ไปเถอะ แม่นมหลี่ ที่นี่ไม่มีอะไรให้ดูแล้ว”
แม่นมหลี่พยักหน้ารับอย่างเงียบงัน ทั้งสองเดินออกจากลานหน้าศาลบรรพชน ไปตามทางดินที่ทอดยาวกลับสู่เรือน แสงอาทิตย์ยามสายสาดส่องผ่านยอดไม้ ทาบเงาร่างของหญิงสาวและหญิงชรา
เสียงไม้ไผ่กระทบเนื้อที่ดังอยู่เื้ัค่อยๆ เลือนหายไป เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้ เสิ่นเล่อเหยียนก้าวเดินอย่างมั่นคง แม้ในใจจะรู้ดีว่านั่นไม่ใช่เื่ของตนเอง ทว่าตัวนางมาอาศัยอยู่ที่นี่นานนับสิบปี จึงมีความผูกพันกับผู้คนและสถานที่ จึงไม่อยากเห็นใครก็ตามต้องรู้สึกเ็ป
เมื่อกลับถึงเรือน เสิ่นเล่อเหยียนหยิบตะกร้าไม้ไผ่ขึ้นมาเตรียมของสำหรับขึ้นเขา แม่นมหลี่ที่เห็นเข้าก็รีบเอ่ยถาม
“ขึ้นเขาอีกแล้วหรือ วันนี้พักผ่อนสักวันไม่ดีกว่าหรือ”
ที่นางถามเช่นนั้น เพราะเมื่อวานหญิงสาวดูแลคนป่วยอย่างแม่เฒ่าจวงทั้งคืน จึงอยากให้นางพักผ่อนดีดี สักหน่อย
“ร้านขายสมุนไพรในเมือง้ายาบางตัว ข้าจะขึ้นเขาไปดูสักหน่อย เดี๋ยวค่อยกลับมานอนก็ได้” หญิงชราถอนหายใจยาวกับความดื้อรั้นของนาง
“ก็ได้ เช่นนั้นระวังตัวหน่อย ่นี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย แถมได้ยินว่าสัตว์ในูเา่นี้ดูแปลกๆ ระวังมันจะทำร้ายเอา” แม่นม หลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงห่วงใย
เสิ่นเล่อเหยียนยิ้มให้กับความขี้กังวลของแม่เฒ่าตรงหน้า
“ไม่ต้องห่วงเ้าค่ะ ข้าจะรีบกลับก่อนค่ำ” เอ่ยจบ นางก็สะพายตะกร้าไม้ไผ่ขึ้นหลัง แล้วก้าวออกจากเรือนอย่างคล่องแคล่ว
เมื่อไปถึงตีนเขา เป็อย่างที่แม่นมหลี่เอ่ย วันนี้อากาศแปลกกว่าทุกวัน ฟ้าครึ้มแต่ไม่มีฝน ลมพัดแ่เบาอย่างไร้ทิศทาง รอบด้านเงียบสงัดจนผิดปกติ
ั้แ่เดินขึ้นมา นางไม่ได้ยินแม้แต่เสียงนกร้องหรือแมลงปีกแข็งที่มักส่งเสียงในพงหญ้า ความเงียบงันนั้นทำให้บรรยากาศดูอึมครึมราวกับูเาทั้งลูกกำลังกลั้นหายใจ
หญิงสาวเดินเก็บสมุนไพรไปเรื่อยๆ อย่างระมัดระวัง มือเรียวเด็ดใบและรากพืชที่้าใส่ตะกร้าโดยไม่คิดสิ่งใด จนกระทั่งเสียงน้ำตกที่คุ้นเคยดังแว่วเข้ามาในหู
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ร่างบางพลันชะงักงัน ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้หัวใจของนางเต้นแรง ร่างของชายผู้หนึ่งนอนพาดอยู่ริมตลิ่ง เืสีเข้มไหลเปรอะไปทั่วพื้นหินและน้ำใสที่ไหลผ่าน
“นี่มัน...!!” เสิ่นเล่อเหยียนรีบวางตะกร้าลง แล้วปรี่เข้าไปทันที หญิงสาวคุกเข่าลงด้านข้างชายผู้นั้น มือเย็นเฉียบแตะที่ลำคอเพื่อตรวจชีพจร ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“เขายังมีลมหายใจอยู่!”
แม้ชีพจรจะเต้นแ่มาก ทว่าเขายังไม่ตาย
โดยไม่ลังเล หญิงสาวรีบมองหากิ่งไม้และเถาวัลย์ใกล้ๆ ก่อนจะใช้มีดตัดไม้และเถาวัลย์มาผูกทำเป็แพเล็กอย่างลวกๆ จากนั้นจึงค่อยๆ พยุงร่างชายหนุ่มขึ้นวางบนแพไม้แล้วลากเขาลงเขาไป
“อดทนไว้ก่อนนะ ข้าจะพาเ้ากลับไปรักษาให้ได้”
เสียงน้ำตกดังกลบทุกสิ่ง เสิ่นเล่อเหยียนใช้แรงทั้งหมดลากแพไปตามทางน้ำที่ไหลลงสู่เชิงเขา ก่อนจะเปลี่ยนมาลากต่อบนพื้นดินขรุขระจนถึงทางเข้าหมู่บ้าน
เหงื่อของนางไหลชุ่มแผ่นหลัง แต่หญิงสาวไม่หยุดพักแม้แต่ชั่วลมหายใจเดียว จนกระทั่งถึงเรือนของตน นางจึงรีบเรียกแม่นมหลี่ให้ช่วยเปิดประตู
“แม่นม! เตรียมน้ำร้อนกับผ้าสะอาดให้ข้าหน่อย เร็วเข้า! มีคนาเ็สาหัส!”
เสียงของนางดังชัดเจนเข้าไปถึงด้านในเรือน แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัยว่าชายผู้นี้เป็ใคร เหตุใดถึงได้มาาเ็อยู่กลางป่าเช่นนั้น แต่ในยามนี้...สิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดคือการรักษาชีวิตเขาไว้ให้ได้
เสิ่นเล่อเหยียนรีบพาชายผู้นั้นเข้าไปด้านในเรือน ส่วนแม่นมหลี่ก็เตรียมการตามที่หญิงสาวสั่งโดยไม่เอ่ยถาม
ชายหนุ่มที่นางช่วยมาจากน้ำตกนอนหมดสติอยู่บนเตียง เสื้อผ้าของเขาเปรอะเปื้อนด้วยเืจนแทบมองไม่เห็นสีเดิม
หญิงสาวตรวจาแอย่างละเอียด ที่หน้าอกและซี่โครงมีร่องรอยจากอาวุธมีคม นางกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะรีบทำความสะอาดาแอย่างระมัดระวัง ทว่าโลหิตที่ไหลซึมออกมาก็ยังไม่หยุดไหล
