บทที่ 121 เผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง
หลังจากผ่อนลมหายใจออกยาว ฉินชูจึงตามโม่เต้าจื่อออกจากผาหินตัด มายังศาลาพักอาศัยของเขา
เมื่อมาถึงหน้าศาลาพักอาศัย ฉินชูก็เห็นแท่นบูชาแท่นหนึ่ง คาดว่าเป็แท่นบูชาที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ไม่นานมานี้ เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่มี
“มานี่สิ! ยังเหลือเวลาอีกเล็กน้อย มาดื่มน้ำชารอก่อน” โม่เ้าจื่อมองฉินชูที่หยุดฝีเท้าพร้อมกล่าว
ฉินชูพยักหน้า นั่งลงตรงโต๊ะน้ำชาฝั่งตรงข้ามโม่เต้าจื่อ
“หลังจากเ้ารู้เบาะแสเื่ชาติกำเนิด ข้าหวังว่าเ้าจะสงบใจไว้ พัฒนาพลังความสามารถดีๆ อย่าได้เสี่ยงอันตราย มีพลังความสามารถถึงจะปลอดภัย” โม่เต้าจื่อหยิบกาน้ำชาขึ้นมารินน้ำชาให้ฉินชูหนึ่งถ้วย นี่เป็ครั้งแรกที่เขารินน้ำชาให้ฉินชู ในยุทธภพของผู้ฝึกตน ไม่เคยมีเหตุการณ์ที่ผู้าุโรินน้ำชาให้ชนรุ่นหลัง
“ฉินชูเข้าใจแล้ว จะไม่วู่วาม เวลาผ่านไปสิบหกถึงสิบเจ็ดปีแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่ข้าทนไม่ได้” ฉินชูพยักหน้า
โม่เต้าจื่อตบบ่าฉินชูเบาๆ “พลังตบะของเ้าในตอนนี้นับว่าไม่เลว แน่นอนว่าหากเทียบกับยอดฝีมือยังห่างไกลมากนัก แต่เ้าได้เปรียบอยู่อย่าง นั่นคือรากฐาน เ้ามีทั้งสภาวะจิตกระบี่และเจตจำนงกระบี่ในเวลาเดียวกัน เรียกได้ว่าเป็หนึ่งในใต้หล้า คนที่ประจักษ์ในสภาวะจิตกระบี่นั้นมีน้อยเสียยิ่งกระไร ข้าเองก็จนใจ อาจเพราะอุปนิสัยข้าเองที่ไม่อาจทำให้ข้าประจักษ์ในเจตจำนงกระบี่ ทำให้ข้าประสบผลสำเร็จในวิถีกระบี่ได้แค่ระดับที่จำกัด และทำให้ข้าไม่อาจก้าวเข้าสู่ระดับสูงได้ แต่เ้านั้นไม่ใช่ หากไม่นับเจตจำนงกระบี่และสภาวะจิตกระบี่ เ้ายังมีสายเืศักดิ์สิทธิ์ในกาย นี่ถือเป็ข้อได้เปรียบด้านพร์ ที่เ้ามีร่างกายแข็งแกร่ง ก็เป็คุณสมบัติจากพลังสายเืศักดิ์สิทธิ์”
“ขอบคุณผู้เฒ่าโม่ที่ช่วยเหลือและชี้แนะฉินชู ฉินชูจะจดจำไว้ในใจ” ฉินชูพยักหน้า
ผู้เฒ่าโม่หัวเราะเบา “เอาล่ะ ดื่มน้ำชาอย่างสงบครู่หนึ่ง ประเดี๋ยวผู้เฒ่าหลิงจะมาช่วยคุ้มกันให้พวกเรา คืนนี้เบาะแสเื่ชาติกำเนิดของเ้าจะปรากฏออกมา”
เพียงไม่นานหลิงหยุนจื่อก็มาถึง เขานั่งลงตรงกลางระหว่างโม่เต้าจื่อและฉินชู
“วิชาโหราพยากรณ์ จะส่งผลเสียต่อตัวเองเป็อย่างมาก ทำให้โชคชะตาของตนเองได้รับความเสียหาย หากรุนแรงอาจเสียอายุขัย! ฉินชู เ้าต้องจดจำบุญคุณของผู้เฒ่าโม่เอาไว้” หลิงหยุนจื่อกล่าวกับฉินชู
ฉินชูลุกขึ้นยืน โค้งตัวคำนับโม่เต้าจื่อ เขารู้เพียงว่าโหราพยากรณ์นั้นต้องแลกด้วยบางสิ่ง แต่คิดไม่ถึงว่าจะร้ายแรงถึงขั้นนี้
“ไม่ต้องกังวล หากพยากรณ์ในขณะที่เกิดปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ทั้งเจ็ดเรียงตัว ก็ไม่ส่งผลเสียต่อตัวเองมากนัก” โม่เต้าจื่อหัวเราะเบา
เมื่อม่านราตรีเข้าปกคลุม โม่เต้าจื่อลุกขึ้นยืน มองท้องฟ้าที่อยู่หน้าแท่นบูชา ฉินชูและหลิงหยุนจื่อรอคอยอยู่ข้างๆ
เวลาค่อยๆ เคลื่อนคล้อยผ่านไป หลังฟ้ามืดเป็เวลาหนึ่งชั่วยาม นภาจึงเปลี่ยนไป ฉินชูมองเห็นประกายแสงดาราหมุนเวียน
“ถึงเวลาแล้ว ฉินชู กรีดนิ้วหยดเืหนึ่งหยดลงบนแท่นบูชา!” โม่เต้าจื่อะโบอกฉินชู
ฉินชูะเืกายทีหนึ่ง กระบี่เทพบูรพาด้านหลังดีดออกจากฝักครึ่งฉื่อ ฉินชูปัดมือซ้ายไปด้านหลังคอทีหนึ่ง ปลายนิ้วัักับคมกระบี่ จากนั้นก็หยดเืหนึ่งหยดตรงกลางแท่นบูชา
หลังจากโม่เต้าจื่อนำหินิญญาจำนวนหนึ่งออกมา ก็นำเข้าไปบริเวณโดยรอบแท่นบูชา แท่นบูชาจึงส่องแสงสว่างขึ้น
เมื่อแท่นบูชาสว่างขึ้น โม่เต้าจื่อก็นำจานโหราออกมาทีละใบ วางลงบริเวณโดยรอบแท่นบูชาอย่างต่อเนื่อง
ในเวลานี้มีแสงสีโลหิตปรากฏเหนือแท่นบูชา แสงนั่นแรงกล้าขึ้นเรื่อยๆ และแล้วภายในแสงโลหิตก็ปรากฏภาพเหตุการณ์บางอย่าง
ฉินชูมองเห็นตัวเอง เป็ภาพเหตุการณ์ระหว่างฝึกฝนเมื่อวาน
ร่างกายของโม่เต้าจื่อเคลื่อนวนไปมารอบแท่นบูชา เขาระมัดระวังในทุกฝีก้าว เขาโบกวาดแขน ซัดพลังปราณเข้าไปในแท่นบูชาอย่างต่อเนื่อง
ภาพเหตุการณ์ภายในแสงโลหิตพลันย้อนกลับไปอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นเรียกได้ว่าะโข้าม ในตอนนี้ฉินชูมองไม่ชัดแล้ว
หลังจากภาพเหตุการณ์ในแสงโลหิตะโข้ามอย่างต่อเนื่องสิบกว่าครั้ง ภาพจึงชัดเจนขึ้นเล็กน้อย ในนั้นมีผู้สูงวัยผู้หนึ่งจูงมือเด็กคนหนึ่ง เล่นสนุกอยู่ภายในูเา ฉินชูรู้จักหนึ่งในนั้น ผู้สูงวัยก็คือท่านผู้เฒ่าที่เลี้ยงดูเขามานานสิบสี่ปี
“ยังไม่พอ!” โม่เต้าจื่อเดินวนเวียนต่อ พร้อมซัดพลังไปทางแท่นบูชาอย่างไม่หยุดพัก
ภาพเหตุการณ์เริ่มย้อนกลับ เด็กที่เดินได้กลายเป็ทารก จากนั้นเป็หลุมฝังศพแห่งหนึ่ง แล้วจึงเป็ฉากต่อสู้ สตรีในชุดขาวผู้หนึ่งสู้รบตบมือกับคนจำนวนมาก
จุดที่แปลกประหลาดคือในมือซ้ายของสตรีชุดขาวอุ้มทารกคนหนึ่งไว้ ภาพเหตุการณ์ย้อนกลับอย่างต่อเนื่อง
ฉินชูอยากดูการต่อสู้นั่นเป็อย่างมาก แต่เขารู้ว่าดูไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะนั่นเป็เพียง่เหตุการณ์หนึ่ง ไม่เห็นฐานะของสตรีชุดขาว ไม่เห็นว่าตนเองมาจากที่ใด
เมื่อภาพเหตุการณ์ย้อนกลับไป ป่าไผ่แห่งหนึ่งจึงปรากฏ ศึกต่อสู้นองเืเปิดฉากขึ้น บุรุษหนึ่งและสตรีหนึ่งต่อสู้กับคนจำนวนมาก
บุรุษผู้นั้นสวมใส่ชุดสีคราม มือกุมทวนจันทร์เสี้ยวต่อกรกับศัตรูจากทุกสารทิศ สตรีชุดขาวกุมกระบี่ปล่อยปราณกระบี่เข้าปะทะกับศัตรูไม่หยุดยั้ง
“ข้าถึงขีดจำกัดแล้ว ได้แต่เริ่มดูจากตรงนี้” โม่เต้าจื่อะโบอกฉินชู
ฉินชูพยักหน้า เวลานี้ภาพเหตุการณ์ไม่ได้ย้อนกลับอีก แต่เป็เหตุการณ์ที่ดำเนินไปตามปกติ
การต่อสู้นองเืดุเดือดเข้มข้น เนื่องจากบุรุษชุดครามแข็งแกร่งเกินไป คนทั้งหมดจึงเริ่มล้อมโจมตีสตรีชุดขาว หรือเรียกว่าโจมตีทารกในอ้อมอกของสตรีผู้นั้นเสียมากกว่า
สตรีชุดขาวตกอยู่ในอันตราย บุรุษชุดครามขวางอยู่ตรงหน้านาง เนื่องจากไม่อาจลงมืออย่างเต็มกำลัง ตัวเขาจึงได้รับาเ็อย่างต่อเนื่อง เืสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่ว
หลังจากโดนดาบฟันเข้าแผ่นหลังอย่างรุนแรงหนึ่งครั้ง บุรุษชุดครามจึงแผดเสียงคำราม เขาแทงทวนจันทร์เสี้ยวเข้าไปใต้เท้าของสตรีชุดขาว จากนั้นจึงตวัดสุดกำลัง ดีดตัวสตรีชุดขาวให้ลอยออกไป ในเวลานี้โซ่เหล็กจำนวนมากปรากฏขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พันธนาการแขนขาทั้งสี่ของบุรุษชุดครามเอาไว้ คุมตัวเขาไว้ทันที
สตรีชุดขาวที่บินเหินอยู่กลางอากาศ ด้านหลังปรากฏเงาเลือนวิหกเพลิงขนาดใหญ่หนึ่งตัว จากนั้นนางเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วสองครั้ง บินออกจากสมรภูมิไป
การต่อสู้อันดุเดือดสิ้นสุดลง จากนั้นจึงเป็การล่าสังหาร สมรภูมิสุดท้ายเกิดขึ้นภายในหุบเขาแห่งหนึ่ง
ฉินชูรู้จักสภาพแวดล้อมภายในหุบเขาดี นั่นคือตำแหน่งหลุมฝังศพของเขา
คนจำนวนหนึ่งล้อมโจมตีสตรีชุดขาว ในจำนวนคนเ่าั้ สตรีชุดดำผู้หนึ่งแทงกระบี่ทะลุแขนซ้ายของนางใส่ทารกที่นางอุ้มไว้ด้วยแขนซ้าย
สตรีชุดขาวแหงนหน้าแผดเสียงร้องด้วยความเกรี้ยวกราด แม้จะไม่มีเสียงดังออกมา แต่ฉินชูมองเห็นความเ็ปภายในแววตาของนาง จากนั้นเส้นผมสีดำของสตรีชุดขาวพลันเปลี่ยนเป็สีขาวในชั่วพริบตา ก่อนจะปลิดชีพกลุ่มคนที่ล่าสังหารนางโดยไม่คำนึงถึงสิ่งอื่นใด นางแลกมาด้วยการถูกกระบี่สองเล่มแทงใส่ร่างกาย
สตรีชุดขาวเปิดผ้าห่อตัวเด็ก หลังจากเอื้อมมือไปััลมหายใจตรงจมูกของเด็กทารกในผ้าห่อตัว ใบหน้านางจึงเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาไหลริน สีหน้าฉายประกายโศกเศร้า
สตรีชุดขาวห่อผ้าห่อตัวอีกครั้ง ก่อนกวัดแกว่งกระบี่ยาว โลงศพหินโลงหนึ่งพลันปรากฏ นางวางเด็กทารกลงในโลงหิน จากนั้นจึงฝัง
โม่เต้าจื่อกระอักเืออกมา จากนั้นภาพเหตุการณ์จึงสลายหายไป
“ฉินชู ข้าทำได้เพียงเท่านี้” โม่เต้าจื่อมองฉินชูพร้อมกล่าว
“ขอบคุณผู้เฒ่าโม่ขอรับ” ใบหน้าฉินชูเต็มไปด้วยความทรมานใจ เขารู้สึกปวดใจยิ่งนัก
หลังจากได้เห็นภาพเหตุการณ์เ่าั้ ฉินชูรู้สึกเ็ปไม่น้อย ดาบที่ฟันใส่ร่างบุรุษชุดคราม กระบี่ที่แทงใส่ตัวสตรีผู้นั้น ประหนึ่งฟาดฟันใส่กายเขาอย่างไรอย่างนั้น นั่นทำให้เขารู้สึกเ็ปเสียยิ่งกว่าอะไร
“ศิษย์พี่ ท่านไปพักผ่อนก่อน” หลิงหยุนจื่อประคองโม่เต้าจื่อเข้าไปภายในศาลาพักอาศัย
ฉินชูมองแท่นบูชา ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงเกิดภาพเหตุการณ์นองเืเช่นนี้ได้ บุรุษชุดครามผู้นั้น และสตรีชุดขาวผู้นั้นมีความสัมพันธ์เช่นไรกับเขา เรียกได้ว่าพวกเขาทุ่มเทอย่างหนักเพื่อปกป้องคุ้มครองให้เขามีชีวิตอยู่ต่อ เดิมทีพวกเขาไม่จำเป็ต้องาเ็ก็ได้ แต่เพราะต้องคอยคำนึงถึงเขา ทั้งสองคนจึงได้รับาเ็หนัก
ระหว่างที่ฉินชูกำลังครุ่นคิด หลิงหยุนจื่อก็ออกมา “ฉินชู ศิษย์พี่บอกว่า สตรีผู้นั้นเป็คนของเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง”
