“อย่างที่พวกท่านทราบเื่การมีอยู่ของเสาค้ำฟ้า และ โซ่คล้องสองภพ สองสิ่งนั้นคือหัวใจของสองภพ ไม่อาจล่มสลาย แต่พลังจากดวงจิตทั้งหมดของภพ์ และปรภพที่สถิตอยู่ด้านในโดนภวังคจิตดูดกลืนหมดสิ้น ทุกวันนี้ทั้งเสาค้ำภพและโซ่สองภพสามารถยืนอยู่ได้เพราะภวังคจิต และถ้ามันถูกทำลาย ก็หมายถึงการแตกสลายของมัน หัวใจของผู้สร้างและผู้ปกปักษ์อย่างเราสองคนเท่านั้นที่จะสามารถมีพลังจักรามากพอทดแทนพลังจากิญญามากมายเ่าั้ที่สูญเสียไป” ฮวาเฟยฟาตั้งใจเล่าให้บิดาและมารดาฟัง
“แม่เข้าใจละ แล้วพวกเ้าคิดจะทำสิ่งใดกับเื่นี้”
“หัวใจัเจือแสงสุริยันต์ องค์พุทธะซิงซิงเจี่ยบอว่ามันสว่างที่สุดในเก้าภพ ลูกจึงกลับมาหาเสด็จพ่อเสด็จแม่เพื่อจะถามว่ามันคือสิ่งใด อยู่ที่ใด เกี่ยวข้องยังไงกับลูก และถ้าลูกจะขอสละมันแทนหนึ่งชีวิตของลูกจะได้ไหม” ฮวาเฟยฟาเอ่ยถามจริงจัง
ทั้งสองเดินเข้ามาจับบ่า และ ลูบหัว “ลูกรัก หัวใจัเจือแสงสุริยันต์จะกำเนิดมาในร่างขององค์ชายัซึ่งมีบิดาหรือมารดาเป็เทพแสงอาทิตย์เท่านั้น หมายถึงมีเ้าคนเดียวที่ได้มัน และมันอยู่ในร่างเ้ามาแต่กำเนิด” เทพแสงอาทิตย์ผู้เป็บิดาพูดอย่างอ่อนโยน พร้อมรอยยิ้มของมารดา
“และเ้ารู้ไหมอาเฟยว่าหัวใจันั่นถ้าดวงหนึ่งดับลง ดวงใหม่ก็จะถือกำเนิดใหม่เสมอ นั่นหมายถึงแม้นหัวใจัเจือแสงสุริยันต์จะถูกพรากจากเ้าไป ก็จะไม่มีอันตรายอะไรถึงดวงจิตและร่างกายเ้า เพราะดวงใหม่จะถือกำเนิดขึ้นเสมอ” ทุกคนต่างยิ้มอย่างเข้าใจและโล่งใจ ว่าพวกเค้าไม่ต้องสละชีวิตนี้ไปในกิจนี้จริงๆ
“อยู่ในตัวข้าแต่กำเนิด! แล้วมันอยู่ที่แห่งใด ทำไมข้าไม่เคยรู้สึกถึงมัน”
“ลูกรัก ต้นกำเนิดเ้าคือัสองหัว เ้ากับชิงหลงคือฝาแฝดกัน แต่ด้วยภารกิจและภพต้นกำเนิดต่างกัน กายจึงถูกแยกเป็สอง เมื่อทั้งสองกลับรวมกันเป็หนึ่งหัวใจนั้นจะปรากฏตรงกึ่งกลาง” เทพธิดาักล่าวอ่อนโยนกับลูกชาย และ ไป่ชิงหลงที่ยืนอยู่บนบ่า
“ข้าเข้าใจละ ถ้าข้ากับชิงหลงรวมร่างกัน หัวใจนั้นก็จะปรากฏและพวกเราก็สละมันให้กับเสาค้ำฟ้า เสาก็จะยังคงอยู่คู่ภพ์แห่งนี้” เฟยฟาเอ่ย
“เอาหล่ะถ้างั้นก็พอแค่นี้ พวกเ้าคงเหนื่อยกับการเดินทางมามาก วันนี้ข้าจะจัดงานเลี้ยงฉลองยิ่งใหญ่ต้อนรับการกลับมาของลูกชายจ้าทั้งสอง” เทพแสงอาทิตย์ะโเสียงดังพร้อมหัวเราะอย่างมีความสุข
บรรยากาศงานเลี้ยง่ค่ำที่พระราชวังั ถูกจัดอย่างใหญ่โต แสงเทียนพราวตระการตาสว่างทัวทุกทิศ พื้นหินหยกขาวประกายระยิบระยับภายใต้แสงประทีปทอง เสาหินแกะสลักัโค้งโอบอุ้มหอประชุมใหญ่ เพดานสูงเสียดฟ้าปักด้วยดาวประกายแวววาว มีก้อนเมฆลอยคลื่นไหวรอบผนัง สร้างบรรยากาศราวกับอยู่ใน์ชั้นเก้า
โต๊ะหยกยาวเรียงตรงกลางห้อง ปูผ้าไหมทองขลิบด้วยด้ายเงิน ชามทองคำและจอกหยกเรียงเป็ระเบียบ เทียนมรกตลุกไหม้ปล่อยแสงเขียวนวลอ่อนโยน กลีบกุหลาบหยกกระจายบนโต๊ะ เล็ดลอดกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณงาน
เสียงระฆังัก้องดังก้อง ประกาศการมาถึงของเทพแสงอาทิตย์และธิดาั บรรดาขุนนางเทพเ้าลุกขึ้นยืนพร้อมเพรียง ก้มหัวคารวะด้วยความเคารพสูงสุด
"ขอต้อนรับลูกทั้งสองแห่งข้า องค์ชายัฮวาเฟยฟา และ เ้าแห่งภพมนุษย์เ้าวั่งซู ขอให้ค่ำคืนนี้พวกเ้า และ ทุกท่านจงร่วมดื่มและมีความสุขกันตลอดทั้งคืน" เทพแสงอาทิตย์กล่าวด้วยเสียงทุ้มใสกังวาน แววตาเปล่งความอบอุ่นมองไปยังทั้งสองอย่างภูมิใจ
ภายในงานเลี้ยง สาวใช้แต่งผ้าไหมใสเดินเข้ามาเสิร์ฟอาหาร ผลไม้์หลากสี ปลาแกงฟู่ฝังทองคำ ข้าวหอมเหลืองทอง น้ำหวานหยดไผ่กลิ่นหอมจับใจ เสียงพิณเซียวบรรเลงไหลเอื่อย นางนารีนั่งสีบนเรือนแสงแก้ว เต้นระบำเบาโยน ผ้าไหมปลิวไสว เหมือนนางฟ้าบินลอยฟ้า บรรยากาศอบอุ่นโอบล้อม เสียงหัวเราะไพเราะดังใส แสงเทียนระยิบระยับ ไร้กิเลสหรือคิดกังวล พระราชวังัหิมะแห่งนี้คือสถานที่เลิศเลอในภพสววรค์
"นี่คือแหวนพญาัเกล็ดดวงอาทิตย์ สืบทอดจากบรรพบุรุษ มีพลังสามารถผนึกปิดกั้นได้ทุกสิ่งในเก้าภพ" เทพแสงอาทิตย์ถอดแหวนหยกขาวเกล็ดหิมะส่องใสประกายสีแดงวาวสองวง ใส่นิ้วลูกชาย และเ้าวั่งซู "ขอให้เ้าสองคนมีความสุขนิรันดร์กาล"
"สวยงามยิ่งนัก เหมาะกับลูกทั้งสองของแม่จริงๆ จงรัก อยู่เคียงข้าง ดูแลกันตลอดไป"
ทั้งสองน้ำตาคลอเบาๆ และโผเข้ากอดผู้เป็บิดาและมารดา ทั้งสี่กอดกันกลม ยิ้มอ่อนโยนด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความรัก และ ความสุข เสียงเพลง์ดังก้อง ดวงดาวส่องแสงผ่านหน้าต่างใส คืนนี้เป็คืนแห่งความสุขและสงบ ที่พระราชวังัหิมะนิรันดร์อันศักดิ์สิทธิ์
ตอนเช้า ทั้งสี่เตรียมเดินทางต่อ กล่าวลาชั่วคราวกับ เทพธิดาั และ เทพแห่งแสงอาทิตย์
“พวกเ้าจะต้องไปที่แห่งใดต่อ” เทพแห่งแสงอาทิย์เอ่ยถามขณะเดิมมากุมบ่าลูกชาย
“ปรภพ เพื่อพบเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของเ้าวั่งซู เพื่อขอชีวิตจากหัวใจหมาป่าอาบแสงจันทร์” ฮวาเฟยฟาตอบ
“ถ้าเป็สิ่งนั้น อาซูหรือว่าหัวใจนั่นก็อยู่ในตัวเ้ามาแต่กำเนิดเช่นกัน” เทพธิดาัอ่ยถาม
“ตัวข้าไม่รู้เลย และไม่เคยััถึงหัวใจดวงนั้นมาก่อน คงต้องไปพบเพื่อถามเสด็จพ่อ และเื่ที่มาที่ไปของโซ่สองภพด้วย” เ้าวั่งซูเอ่ยตอบ
“พวกเ้าจงดูแลตัวเอง และกลับมาบ้านเมื่อมีเวลาเสมอ”
“ขอรับ เสด็จพ่อเสด็จแม่ ลูกๆ ขอทูลลา” เ้าวั่งซูผายมือในอากาศปรากฏเคียวสู่ภพ “ประตูสู่ปรภพจงเปิดออก” พลังก่อตัวและหมุนเป็วงกลมเป็ทางสู่ปรภพ ก่อนทั้งสี่จะเดินผ่านประตูเข้าไป ก็หันมายิ้ม โบกมือให้ เทพธิดาัและเทพแห่งแสงอาทิตย์ ที่ยืนยิ้มอบอุ่นด้วยความรักส่งอยู่เื้ั ทั้งสี่ยิ้มตอบและหายวับไปในประตู
