ในขณะที่ทางด้านหลินว่านชิงนั้น แม้ยังไม่ถูกปลุกความทรงจำ แต่กลับสามารถรับเอาความรู้สึกผิดและความเสียใจของเฉินเฟิงมาไว้ได้
ทั้งตัวเธอและหลินว่านชิงต่างเป็ส่วนหนึ่งของหนึ่งิญญาและสองขวัญของเมิ่งตงเสวีย แบบนี้มันยุติธรรมตรงไหนกัน? เหตุใดเธอจึงต้องมาประสบกับการปฏิบัติอันไม่เท่าเทียมเช่นนี้ด้วย?
แต่เนื่องจากเฉินเจียเหยารับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเฉินเฟิงแล้ว เธอจึงไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากบ่น ได้แต่กล้ำกลืนความไม่พอใจเอาไว้
"ดูท่าเ้าจะไม่ค่อยพอใจนะ..."
เฉินเฟิงแช่กายอยู่ในอ่างอาบน้ำ กำลังเพลิดเพลินไปกับการขัดถูอย่างทุ่มเทของเฉินเจียเหยา แต่เขากลับััได้ถึงความขุ่นเคืองในใจของนาง เขาจึงเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงอันเปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมี
"ครั้งหนึ่งข้าเคยเป็ซูต๋าจี นางมารผู้ล่มเมือง แม้แต่บูเช็กเทียนฮ่องเต้หญิงข้าก็เคยเป็ มีทาสรับใช้คอยปรนนิบัติมากมายนับไม่ถ้วน
บัดนี้ข้ากลับต้องมารับใช้เ้า แต่เ้ากลับไม่ไว้หน้าข้าเลยแม้แต่น้อย..."
เฉินเจียเหยาถอนหายใจอย่างอับจนหนทาง
"พอเถิด ลงมาอาบด้วยกันสิ จะให้เ้าแบกรับความโกรธแค้นจากการเข่นฆ่ากันหลายภพหลายชาติอยู่เรื่อยไปได้อย่างไรกัน
ผ่านมานานตั้งหลายภพหลายชาติ ความรักและความเกลียดชังระหว่างเราได้กลายเป็นิรันดร์ไปเสียแล้ว"
จู่ๆ เฉินเฟิงก็หัวเราะร่า ก่อนจะทำการดึงเฉินเจียเหยาลงมาในอ่างอาบน้ำด้วย
"ไม่ เ้าปลีกวิเวกฝึกตนมานานถึงหกสิบห้าปี น้ำท่าไม่อาบ เนื้อตัวเหม็นเกินไป..."
เฉินเจียเหยาร้องอุทานพลางดิ้นรนขัดขืน ...
สองชั่วโมงต่อมา เครื่องบินส่วนตัวของตระกูลหลินได้นำพาเฉินเฟิงและหลินว่านชิงมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติโม๋ตู...
ณ เดือนพฤศจิกายน ปี 1995 เหล่าผู้คนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าบ้านแถบชานเมืองของเฉินเฟิงนั้นขายดีเป็เทน้ำเทท่า อีกทั้งยังมีราคาถูกอีกด้วย
พวกเขาถึงกับลงทุนซื้อเองไปหลายหลัง บ้างก็เข้าไปแย่งชิงกันซื้อ ได้ััถึงความรู้สึกที่ต้องแย่งซื้อบ้านอันห่างหายไปนาน
แต่ครั้นเฉินเฟิงสั่งการกับหลิ่วอีอีและคนอื่นๆ เสร็จสิ้น เขาก็ล้มตัวลงนอนหลับไปเป็เวลาถึงสี่ชั่วโมงด้วยกัน
สี่ชั่วโมงให้หลัง บริษัทอสังหาริมทรัพย์เฟิงฮวาเจว๋ต้ายกำลังจัดงานเลี้ยงฉลองให้กับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่
หลิ่วอีอีในฐานะตัวแทนของกลุ่มบริษัทพร้อมด้วยจ้าวฉินเสวียในฐานะดารารับเชิญ พวกเธอต่างก็กำลังต้อนรับแขกวีไอพีที่เป็เ้าของกิจการและผู้นำย่านการค้าภายในเมือง
ส่วนหลินชิวหยุนและจางหลิงเจี๋ยที่กำลังตั้งครรภ์นั้น พวกเธอต่างก็รับหน้าที่ดูแลเฉินเฟิงที่กำลังหลับสนิท
เฉินเฟิงอยู่ในโลกคู่ขนานเป็เวลาทั้งหมดเพียงแค่สามชั่วโมงเศษ ทว่าเขากลับถูกดึงกลับมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
แต่ครั้งนี้ไม่เกิดความคลาดเคลื่อนทางด้านเวลา เฉินเฟิงตื่นขึ้นมาในโลกแห่งความเป็จริงหลังจากเวลาผ่านไปเพียงสี่ชั่วโมง
"โอ๊ย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย ทำไมต้องดึงกลับในเวลาสำคัญๆ แบบนี้ด้วยเล่า!"
เฉินเฟิงกำลังซึมซับอารมณ์ความรู้สึกของผู้มีชีวิตนิรันดร์ พลางบ่นพึมพำกับตัวด้วยความสับสน
ส่วนจางหลิงเจี๋ยกับหลินชิวหยุนที่ได้ยินเขาบ่นต่างก็ไม่อาจเข้าใจความหมาย ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะพลางเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงยิ้มแย้ม
"คุณพ่อมือใหม่ ในที่สุดก็ตื่นได้สักทีนะ ดีแล้วละที่ครั้งนี้หลับไปแค่สี่ชั่วโมง ครั้งนี้ที่คุณหลับไป ได้ััประสบการณ์ชีวิตแบบไหนในฝันเหรอ?"
เฉินเฟิงทอดสายตามองสองสาวงามประจำชั้นที่ยืนล้อมรอบตัวเขาอยู่ บัดนี้ทั้งคู่ล้วนเป็คนรักของเขา อีกทั้งยังเป็แม่ของลูกอีกด้วย
เฉินเฟิงตอบกลับด้วยเสียงหัวเราะอันร่าเริงพลางกล่าวว่า
"ผมได้ไปััชีวิตความเป็าาจักรพรรดิมา พอดีเลย กะว่าจะให้พวกเธอทั้งสองเป็นางสนมมาปรนนิบัติบำเรอข้างกายพอดี"
เอ่ยวาจายังไม่ทันขาดคำ เฉินเฟิงก็ใช้มือที่รวดเร็วราวกับปีศาจเกี่ยวร่างของจางหลิงเจี๋ยเข้ามาใกล้ตัวทันที
"ไม่เอาน่า พวกเราเพิ่งมีอะไรกันเมื่อคืนนี้เองนะ ขอให้พวกฉันได้พักหายใจสักหน่อยสิ
เ้าตัวน้อยอายุสี่เดือนแล้วนะ ถ้าหักโหมเกินไปเดี๋ยวจะเป็อันตรายต่อเด็กในท้องเอา
ถ้าอยากมากๆ ก็ลองไปหาจ้าวฉินเสวียดูสิ ฉันว่าเธอคงยินดีทำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแน่นอน"
พูดจบ จางหลิงเจี๋ยก็รีบชิ่งหนีออกจากห้องราวกับกำลังหนีอันตรายอะไรสักอย่าง
เมื่อเห็นเช่นนั้น เฉินเฟิงจึงผินสายตาไปยังหลินชิวหยุนที่กำลังขำและพยายามปฏิเสธในเวลาเดียวกัน
"ด้านนอกกำลังจัดงานเลี้ยงฉลองสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ของพวกเราที่ขายหมดเกลี้ยงด้วยเวลาสามชั่วโมง บรรดาผู้บริหารในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ต่างพากันยกย่องสรรเสริญความเฉียบแหลมของคุณกันยกใหญ่เลยนะคะ"
พอได้ยินหลินชิวหยุนเปลี่ยนประเด็น เฉินเฟิงที่แต่แรกก็เพียงแค่หยอกเย้าเอาสนุกอยู่แล้ว จู่ๆ ก็เปลี่ยนไปใช้น้ำเสียงที่ฟังดูเปี่ยมไปด้วยศักดิ์ศรี
"ยกย่องเื่ความสามารถด้านธุรกิจของผมเหรอ อย่าไปสนใจคำยกยอพวกนั้นมันมาก ตอนนี้ผมไม่ได้ตั้งเป้าเป็เพียงแค่เป็มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกเท่านั้น แต่ผมยังจะเริ่มต้นบำเพ็ญตนเป็เซียนอีกด้วย!"
