เป็แค่หญิงสามัญชนไร้เกียรติยศคนหนึ่ง กลับอาจหาญทำร้ายร่างกายอันล้ำค่าขององค์หญิง ทั้งยังเป็องค์หญิงแห่งแคว้นเยียน และธิดาเอกแห่งจวนเหิงชินอ๋องมู่จื่อรั่วก็พลอยฟ้าพลอยฝนโดนทำร้ายไปด้วยเหมือนกัน นางอยากตายหรืออย่างไร วันนี้ไป๋เซียงจู๋จะต้องโทษปะาอย่างแน่นอน!
เมื่อเฟิ่งเจาเกอเห็นโลหิตที่เปรอะเปื้อนทั่วกายไป๋เซียงจู๋ สีหน้าของเขาเคร่งขรึม ดวงตาดุจหยกนิลหรี่เล็กลงโดยพลัน นางทำได้อย่างไร... นางกล้าทำได้อย่างไร! นางไม่รักชีวิตแล้วหรือไร
เหยียนอี้หรานมองมู่จื่อรั่วที่นอนเนื้อตัวฟกช้ำดำเขียวอยู่บนพื้น เกิดความสงสารจับใจ ชี้นิ้วไปยังไป๋เซียงจู๋และต่อว่านางด้วยความโมโหทันที “บุตรสาวตระกูลพ่อค้าแสนต่ำต้อยอย่างเ้ากล้าทำตัวโเี้ขนาดนี้เชียวหรือ สมควรตายจริงๆ !”
การแสดงท่าทีเช่นนี้ของเหยียนอี้หรานเป็การตีตราความผิดให้ไป๋เซียงจู๋ต่อหน้าทุกคน
และในเวลานี้นี่เอง จู่ๆ นางกำนัลที่ล้อมรอบองค์หญิงก็ร้องอย่างดีอกดีใจ “พระสนมเพคะ องค์หญิงฟื้นแล้ว!”
“จริงหรือ” เสียนกุ้ยเฟยเดินเข้าไปดูเดี๋ยวนั้น
หยวนจิ่นได้สติฟื้นขึ้นมาช้าๆ พบเหล่าราชองครักษ์และนางกำนัลกลุ่มใหญ่รายล้อม เสียนกุ้ยเฟยก็อยู่ด้วยเช่นกัน กำลังวังชาคืนกลับมาในบัดดล ชี้ไป๋เซียงจู๋พร้อมกับร้องห่มร้องไห้ “พระสนม หญิงผู้นี้กล้าทำร้ายหม่อมฉัน พระสนมต้องให้ความเป็ธรรมแก่หม่อมฉันนะเพคะ!”
เจ็บแผลยิ่งนัก เืก็ยังไม่หยุดไหล สีริมฝีปากของไป๋เซียงจู๋ค่อยๆ ซีดลง ทว่าไม่มีใครเสนอตัวมาทำแผลให้นางเลยสักคน ไป๋เซียงจู๋ก้มหน้าลงเพื่อซ่อนแววตาประชดประชัน “องค์หญิง หม่อมฉันขอบังอาจทูลถามสักคำ หม่อมฉันทำร้ายองค์หญิงอย่างไร”
ใบหน้าของเยียนหยวนจิ่นแข็งค้าง ตัวนางเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไป๋เซียงจู๋ทำร้ายตนอย่างไร ดังนั้นนางจึงไม่รู้ว่าต้องอธิบายอะไรดี แต่หากพูดแบบนี้ออกไปย่อมไม่มีใครเชื่อ ั์ตาของนางลุกเป็ไฟด้วยความเกลียดชัง กัดฟันตอบกลับไป “ข้าบอกว่าเ้าทำก็คือเ้าทำ เ้าคิดจะปฏิเสธอีกหรือ!”
ไป๋เซียงจู๋กุมปากแผลไว้ แพขนตางามงอนหลุบลง น้ำเสียงเรียบเฉย “ในเมื่อองค์หญิงกล่าวเช่นนี้ หม่อมฉันก็จนปัญญาเพคะ”
“เ้า!” หยวนจิ่นเห็นไป๋เซียงจู๋ทำท่าทางยอมแพ้ ราวกับว่าน้อยใจเหลือแสน ทั้งที่นางกระทำโหดร้ายทารุณแท้ๆ กลับทำทีเหมือนตนเองถูกรังแกให้จนใจเสียอย่างนั้น ความรู้สึกแบบนี้ทำให้เยียนหยวนจิ่นหงุดหงิดและงุ่นง่าน
“นางไพร่ชั้นต่ำนี่เล่นลิ้น นางทำร้ายข้า!” เยียนหยวนจิ่นชี้ไปยังไป๋เซียงจู๋ ใบหน้าบูดเบี้ยวด้วยความโมโห ยิ่งนางแสดงอาการโกรธเกรี้ยว คนอื่นยิ่งคิดว่านางร้อนตัว คิดว่ามีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับนาง คิดว่านางกำลังใส่ความไป๋เซียงจู๋ การหลุดปากพูดกระทั่งคำว่า ‘ไพร่ชั้นต่ำ’ ออกมาทำเอาทุกคนในที่นี้นิ่วหน้าไปตามๆ กัน เป็ถึงหน่อเนื้อเชื้อไขของชนชั้นสูง กลับมีกิริยาหยาบกระด้างไม่ต่างจากชาวบ้านชาวเมืองทั่วไป วาจาหยาบคาย สร้างความอัปยศแก่ราชวงศ์โดยแท้
“เงียบนะ!” เสียนกุ้ยเฟยแหวใส่ทันที “ไม่ว่าอย่างไรขณะเ้าพำนักในต้าฉีเ้าก็อาศัยชายคาตำหนักของข้า ไยคำพูดคำจาจึงระคายหูเช่นนี้ นี่เป็สิ่งที่สตรีสูงศักดิ์อย่างเ้าควรเอ่ยออกมาหรือ”
นางไม่ได้สนว่าเยียนหยวนจิ่นผู้นี้จะประพฤติตนน่าละอายเพียงใด ทว่าเสียนกุ้ยเฟยดูแลองค์หญิงแคว้นเยียนผู้นี้ตลอด่เวลาที่ผ่านมา หากให้คนอื่นรับรู้ว่าสิ่งที่นางได้เรียนรู้หลังจากอยู่กับเสียนกุ้ยเฟยมาสามปีคือสิ่งพวกนี้ นั่นมิใช่เื่ขายหน้าตนเองหรือ
กล้าเรียกหลานสาวของไป๋ฉางอวิ๋นว่า ‘ไพร่ชั้นต่ำ’ ต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ นางได้ยินฮ่องเต้รับสั่งหลายหนว่าครั้งนี้ไป๋ฉางอวิ๋นสร้างคุณูปการอันใหญ่หลวง พระองค์รับสั่งว่าจะประทานยศศักดิ์แก่เขาอย่างเป็ทางการ บัดนี้กลับถูกองค์หญิงพูดถึงเช่นนั้น ไป๋ฉางอวิ๋นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แล้วตระกูลไป๋จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
“พระสนมเสียนเฟย หม่อมฉันสำนึกผิดแล้วเพคะ” เยียนหยวนจิ่นรู้ตัวว่าปากพล่อย จำใจค้อมศีรษะทั้งที่ฝืนกลั้นความชิงชัง จ้องไป๋เซียงจู๋เขม็ง “แต่ที่นางทำร้ายหม่อมฉันนั้นเป็ความจริง พระสนมต้องให้ความเป็ธรรมแก่หม่อมฉันนะเพคะ”
แววตาของเสียนกุ้ยเฟยวูบไหวเล็กน้อย นางลูบมือของเยียนหยวนจิ่นเบาๆ เป็การปลอบใจ และเหลือบมองไป๋เซียงจู๋ด้วยความเ็า “องค์หญิงทรงสูงส่งล้ำเลิศ ไม่มีความจำเป็ต้องใส่ความลูกหลานพ่อค้าเช่นเ้าโดยสิ้นเชิง ไป๋เซียงจู๋ เ้ายังเหลือเหตุผลอันใดให้แก้ต่างอีก!”
สมแล้วที่เป็พระสนมกุ้ยเฟย ทุกถ้อยคำช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก ปิดกั้นทางรอดของไป๋เซียงจู๋จนเกือบหมด หากนางกล้าพูดว่าองค์หญิงใส่ร้ายตน นั่นก็คือการดูิ่ราชวงศ์ นอกจากนี้อีกฝ่ายยังเป็องค์หญิงแห่งแคว้นเยียน ไยจึงต้องมาถือสาหาความกับสามัญชนคนหนึ่งด้วย หากไม่โต้แย้งก็มีแต่รอความตายเท่านั้น ชั้นเชิงระดับนี้แข็งแกร่งกว่าเยียนหยวนจิ่นที่เืร้อนทว่าไร้ซึ่งสติปัญญาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า
สมกับเป็พระสนมกุ้ยเฟยผู้เป็รองเพียงฮองเฮา เล่ห์เหลี่ยมแยบยลไม่ธรรมดา
ถึงกระนั้นก็เถอะ คิดจะให้ไป๋เซียงจู๋ยอมจำนน? ถอยหนีแต่โดยดี? ขออภัยเถิด เกรงว่าจะทำให้ทุกคนผิดหวังเสียแล้ว
ไป๋เซียงจู๋มองเสียนกุ้ยเฟยที่ั์ตาส่อแววมุ่งร้าย รวมไปถึงเหล่าชนชั้นสูงที่กระหายเด็ดชีวิตนาง “หม่อมฉันขอบังอาจทูลพระนางเรียกหมอหลวงมาถวายการวินิจฉัยแด่องค์หญิง หากพระวรกายมีรอยแผลหรือรอยช้ำแม้แต่นิดเดียว หม่อมฉันก็เต็มใจรับโทษตายด้วยความผิดฐานล่วงเกินองค์หญิงเพคะ”
เสียนกุ้ยเฟยขมวดคิ้วถามย้ำ “เ้าพูดจริงหรือ”
ั์ตาแพรวพรายของไป๋เซียงจู๋ส่องประกายมุ่งมั่น “หม่อมฉันไม่คืนคำเพคะ”
“ได้! ตามหมอหญิงมา พาองค์หญิงไปตรวจอาการาเ็ รายงานผลการตรวจให้ข้าอย่างละเอียด!” เสียนกุ้ยเฟยชำเลืองมองนางกำนัลประจำกาย ใช้สายตาส่งสัญญาณบางอย่าง
นางกำนัลพยักหน้ารับน้อยๆ จากนั้นก็หันหลังกลับไปตามหมอหลวงหญิง
ลูกไม้นี้ไม่รอดพ้นสายตาของไป๋เซียงจู๋ นางเอ่ยปากทูลขอทันควัน “ประเดี๋ยวก่อน พระสนมเพคะ ในเมื่อหม่อมฉันเป็ผู้ต้องสงสัย หวังว่าพระสนมจะอนุญาตให้หม่อมฉันไปตรวจร่างกายพร้อมกับองค์หญิงด้วย มิเช่นนั้นหม่อมฉันคงต้องรับโทษทัณฑ์โดยที่ตายตาไม่หลับ”
แค่เห็นแวบแรกก็รู้แล้วว่านางกำนัลคนนี้เป็คนของเสียนกุ้ยเฟย สายตานั่นแฝงความหมายอื่น นางจะดูไม่ออกได้อย่างไร เมื่อใดที่ปล่อยนางกำนัลรายนี้ไป ถึงบนร่างกายของเยียนหยวนจิ่นไร้าแ มันก็จะพลิกผันว่ามีได้อยู่ดี ดังนั้น แม้เป็การลูบคมเสียนกุ้ยเฟยต่อหน้าธารกำนัล นางก็จำเป็ต้องขวางเรือทั้งที่น้ำเชี่ยว
และเป็ไปตามคาด สีหน้าของเสียนกุ้ยเฟยดูไม่สบอารมณ์ฉับพลัน
“สามหาว!” แม่เฒ่าคนสนิทของเสียนกุ้ยเฟยตวาดลั่น “เ้าอยู่ในฐานะอะไร กล้าพูดจาแบบนี้กับพระสนมเชียวหรือ!”
เสียนกุ้ยเฟยโบกแขนเสื้อเบาๆ เป็นัยว่าให้แม่เฒ่าถอยไปก่อน ยกมุมปากหัวเราะเยาะนาง “นี่เ้ากำลังระแวงในตัวข้าหรือ” อย่างไรเสียก็ต้องสงวนท่าทีของพระสนมกุ้ยเฟยไว้ แม้ในใจจะขุ่นเคืองขนาดไหนก็ห้ามเผยมันบนใบหน้าเป็อันขาด ทว่าแค่คำถามสั้นๆ ประโยคเดียวนี้ เรียกได้ว่าเต็มเปี่ยมด้วยความน่าเกรงขามแล้ว
หากเป็เมื่ออดีตชาติ ไป๋เซียงจู๋ไม่มีทางกล้าท้าทายพระสนมกุ้ยเฟยผู้สูงส่งอย่างแน่นอน และเดชพระนางคงทำให้ตนตื่นกลัวเองก่อนเสียด้วยซ้ำ แต่ในตอนนี้ นางไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งใดทั้งนั้น คนที่ไม่กลัวกระทั่งความตาย ยังมีอะไรต้องกลัวอีกเล่า
นางเงยหน้าขึ้น ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา “พระสนมทรงเข้าใจผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันต่ำต้อย มีหรือจะกล้าระแวงสงสัยพระสนม อย่างไรก็ดี หม่อมฉันได้ยินกิตติศัพท์ความมีเมตตากรุณาของพระสนมมาโดยตลอด ขอพระสนมโปรดอนุญาตให้หม่อมฉันสิ้นข้อกังขาและตายอย่างสงบด้วยเพคะ”
โอหัง! โอหังยิ่งนัก! ไม่ว่าในหรือนอกวังหลวงแห่งนี้ หาคนที่จะหาญกล้าพูดจาแบบนี้กับเสียนกุ้ยเฟยไม่ได้อีกแล้ว!
เสียนกุ้ยเฟยมีอายุเกือบสามรอบ เนื่องด้วยดูแลสุขภาพร่างกายเป็อย่างดี รูปโฉมภายนอกยังคงงามลออ แต่เมื่อถูกไป๋เซียงจู๋ยั่วโมโห ดวงหน้าโสภากลับดูยับย่นขึ้นไม่น้อย เชื่อเถิดว่าหากไม่ได้อยู่เบื้องหน้าธารกำนัล นางคงสั่งโบยไป๋เซียงจู๋ให้ตายไปแล้วเป็แน่!
“ดี ดีมาก ไป๋เซียงจู๋ เ้า้าตายตาหลับใช่หรือไม่ ข้าอนุญาต!”
ไป๋เซียงจู๋ย่อเข่าคารวะ เืยังคงไหลจากาแบนแขนไม่หยุด นางเพียงใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดมันไว้ แม้ของเหลวสีแดงสดได้ซึมผ่านผ้าเช็ดหน้าออกมาถึงด้านนอกจนเป็ที่เวทนาแก่ผู้พบเห็น แต่ผู้คนในที่เกิดเหตุก็ไม่คิดจะช่วยนางทำแผลบ้างเลย
