“คุณก็เป็ผู้ชายคนแรกที่ดูิ่ฉันกับแม่อย่างหยามเกียรติ”
“ก็ฉันพูดจริงนี่นา... แม่เธอก็นักร้องกลางคืนที่ร้องเพลงบ้างขายตัวกับแขกบ้าง และเธอเองก็คงขายมาแล้วเหมือนกันสินะ”
ฟางข้าวกัดฟันกรอด ครั้นแล้วก็ทำท่าว่าจะเดินหนีออกมาจากคนพาล แต่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์คงไม่จบลงง่ายๆ เหมือนที่เธอคิดเอาไว้
“เดี๋ยวสิ... ตบแล้วจะหนีไปเฉยๆ ได้ยังไง”
เขตต์ตะวันคว้าข้อมือของหญิงสาวเอาไว้ เขาผลักแรงจนร่างบอบบางของเธอกระแทกเข้ากับผนังแล้วโผเข้าสอดสองมือโอบใบหน้านวล จากนั้นก็บดเคล้าริมฝีปากเข้าหากลีบปากเย้ายวนของเธออย่างบ้าคลั่ง
“อื๊อ... ”
ด้วยริมฝีปากที่ผนึกแน่นเข้าหากัน ฟางข้าวทัดทานได้เพียงสั้นๆ เพราะเสียงร้องถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ พร้อมๆ กับเรียวลิ้นร้อนๆ ของพ่อเลี้ยงเขตต์ตะวันที่สอดเข้ามาในร่องปาก กวาดต้อนเอาเรียวลิ้นน้อยๆ ของเธอออกมารัดเลียกันจนได้ในที่สุด
สาวน้อยไม่เคยจูบมาก่อน ไม่เคยมีใครกระทำกับร่างกายของเธอเยี่ยงนี้มาก่อน เมื่อเจอลีลาจูบแสนเร่าร้อนของพ่อเลี้ยงมากลีลา ก็ทำเอาหัวใจกระตุกวูบ มือไม้อ่อนระทวย สองขาอ่อนเปลี้ยวราวกับว่าจะยืนไม่อยู่
“ปล่อยนะ... ฮือๆ”
ฟางข้าวรีบกระชากริมฝีปากหนีจูบดูดดื่ม เมื่อสติคืนกลับมาใน่สั้นๆ หลังจากเผลอจูบตอบโต้ด้วยเรียวลิ้นที่รัดเลียกันพัลวันอยู่นานเป็ครู่ ดวงตาแดงเหมือนจะร้องไห้เพราะไม่คิดว่าจะโดนเ้าของบ้านรังแกด้วยวิธีการที่คาดไม่ถึง
กำปั้นน้อยๆ รัวตีไปที่แผงอกกว้างของเขาพัลวัน แต่ก็มิได้สร้างความสะทกสะท้านให้กับคนตัวโตเลยสักนิด ดูเหมือนว่าเขายิ่งชอบที่เธอตอบโต้เขา การได้ออกแรงยื้อยุดเล็กๆ น้อยๆ กับสาวน้อยซึ่งเนื้อตัวหอมกรุ่นไปด้วยสาบสาวคนนี้ยิ่งทำให้เืในกายของเขตต์ตะวันพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างประหลาดล้ำ
“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะพ่อเลี้ยง... ไม่งั้นฟางจะร้องให้คนช่วยจริงๆ ด้วย”
เธอขู่เสียงเข้ม แต่นึกหรือว่าคนอย่างพ่อเลี้ยงเขตต์ตะวันจะกลัว เมื่อเห็นว่าคำขู่ไม่ได้ผลฟางข้าวจึงต้องสะบัดแรงๆ จนเป็อิสระจากเงื้อมมือแข็งแรงที่ยื้อยุดเอาร่างน้อยๆ ของเธอเข้าไปกอดเอาไว้อย่างถือวิสาสะ
“ทำเป็ขัดขืน... เมื่อกี้ยังจูบตอบฉันอยู่เลยนี่นา”
เขารู้ทันอาการหวามไหวของเธอ
“บ้า... ไม่ได้จูบตอบสักหน่อย... ”
ฟางข้าวรู้สึกละอายเกินกว่าจะยอมรับความจริงว่าเธอเคลิบเคลิ้มไปกับจูบเร่าร้อนของเขา
“แล้วที่จูบกันดูดดื่มปานจะแลกลิ้นกินน้ำลายเมื่อครู่นี้ล่ะ... อย่าบอกนะว่าไม่ชอบ”
