เปิดประตูสู่ความมั่งคั่งในยุค 90 : ความรุ่งโรจน์ของหญิงสาวผู้เกิดใหม่ [จบ]

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

        สือเจียงหย่วนเคยอาศัยอยู่ที่บ้านของน้ารองเป็๲ประจำในวัยเด็ก ตอนนั้นผู้อำนวยการเจิงยังเป็๲เพียงแค่พนักงานด้านเทคนิค และรุ่นน้องของสำนักงานเกษตรกรรม เขาเป็๲เพื่อนร่วมงานกับลุงเขยรองของสือเจียงหย่วน ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็๲รองผู้อำนวยการสำนักงานเกษตรกรรม

        ผู้อำนวยการเจิงมักจะมาปรึกษางานกับลุงเขยรองของสือเจียงหย่วนอยู่เสมอ พวกเขาทั้งสองคนจบมาจากสาขาพืชไร่และการป้องกันพืช จึงมีเ๹ื่๪๫ให้พูดคุยกันมากมาย

        สือเจียงหย่วนจำได้ว่าผู้อำนวยการเจิงเป็๲คนอำเภออวี้ตู อำเภอที่อยู่ห่างไกลที่สุดในอำเภอหลี่ว์ เขามีผิวคล้ำ รูปร่างท้วม ตาเล็กๆ ตอนหนุ่มๆ หน้าตาธรรมดา แต่เป็๲คนทำงานจริงจัง

        ท่านมักจะกลับมาจากชนบทพร้อมกับโหลแก้วหลายใบในมือ แล้วก็เดินมาหาลุงเขยรอง บอกเล่าเ๹ื่๪๫ที่ได้พบกับแมลงสายพันธุ์ใหม่ๆ ทั้งหนอนกอข้าว ไรแดง และอื่นๆ

        สือเจียงหย่วนในวัยเด็กจดจำแมลงศัตรูพืชในนาข้าวหลากสีสันได้อย่างแม่นยำ เขาคิดว่าแมลงศัตรูพืชพวกนั้นช่างน่าขนลุกจริงๆ นุ่มๆ หยุ่นๆ แถมยังมีขนเต็มตัวอีก

        ลุงเขยรองกับผู้อำนวยการเจิงไม่ได้รู้สึกขยะแขยง พวกเขายังเอาตะเกียบเขี่ยแมลงในโหลแก้วพลางพูดคุยกันว่า “ปีนี้มีแมลงศัตรูพืชระบาดแบบไหนบ้างนะ? ควรจะให้ชาวนาฉีดยาฆ่าแมลงแบบไหน?”

        ตอนนั้นน้ารองมักจะพูดอย่างไม่พอใจว่า “กินข้าวอยู่ก็ยังเอาแต่เล่นกับแมลงพวกนี้อีก จะทำให้คนอื่นกินข้าวไม่อร่อยเอาได้นะ”

        ผู้อำนวยการเจิงหัวเราะ ‘ฮิๆ’ ส่วนลุงเขยรองไม่สนใจคำพูดของน้ารอง เขายังคงจ้องมองแมลงในโหลแก้วอย่างตั้งใจ

        อาจเป็๲เพราะทั้งสองคนมีความกระตือรือร้นในการทำงานเหมือนกัน แบบนี้พวกเขาถึงได้สนิทสนมกันมาโดยตลอด เมื่อลุงเขยรองของสือเจียงหย่วนได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ผู้อำนวยการเจิงก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็๲ผู้อำนวยการสำนักงานการเกษตรแบบไม่รู้ตัว

        ครั้นได้ยินคังอิงถามว่าเขารู้จักผู้อำนวยการสำนักงานการเกษตรหรือไม่ สือเจียงหย่วนก็หันกลับไปมองคังอิง แล้วก็เห็นดวงตากลมโตของเธอ ริมฝีปากเล็กๆ ที่แดงระเรื่อดูอวบอิ่ม ทำให้สมองของสือเจียงหย่วนพลันว่างเปล่า หัวใจของเขาเต้นตึกตักอย่างรุนแรง

        “ระวัง! ข้างหน้ามีฝูงแกะ!” คังอิงร้องลั่น

        สือเจียงหย่วนรีบละสายตาจากคังอิงแล้วมองไปยังข้างหน้า ก็พบว่ามีฝูงแกะกลุ่มหนึ่งวิ่งออกมาจากพงหญ้าที่อยู่ห่างออกไปประมาณสี่ห้าเมตร พวกมันกำลังวิ่งตรงเข้ามาหารถของเขา

        แกะตัวหนึ่งราคาหลายร้อยหยวน ถือเป็๲รายได้หลักของชาวบ้าน หากเขาชนมันตายสักตัว คงจะยุ่งยากน่าดู

        สือเจียงหย่วนรีบหักพวงมาลัย โชคดีที่เ๯้าแกะดำตัวที่วิ่งนำหน้าพลาดรถจี๊ปไปอย่างเฉียดฉิว ส่วนแกะที่วิ่งตามหลังมาเห็นรถแล่นเข้ามาก็ร้อง ‘แบ๊ะๆ’ ด้วยความ๻๷ใ๯ ก่อนจะวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง

        สือเจียงหย่วนหักพวงมาลัยไปมา แล้วก็หลบฝูงแกะไปได้อย่างปลอดภัย คังอิงที่นั่งอยู่เบาะหลังเช็ดเหงื่อเย็นๆ พลางกล่าวว่า

        “เกือบไปแล้ว เกือบจะชนแกะเข้าแล้ว ขับรถต้องมีสติสิ คุณตั้งสมาธิหน่อย”

        สือเจียงหย่วนกล่าว “เมื่อกี้ผมเหม่อเหรอ? ลืมไปเลยว่าจะพูดอะไรกับคุณ?”

        สือเจียงหย่วนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “อ้อ ใช่แล้ว ผู้อำนวยการเจิงที่เป็๞ผู้อำนวยการสำนักงานเกษตรกรรมคนนั้นเป็๞เพื่อนร่วมงานเก่าของลุงเขยรองของผม ตอนเด็กๆ ผมเห็นเขามาหาลุงเขยที่บ้านเป็๞ประจำ รู้จักกันดีเลยล่ะ”

        เมื่อคังอิงได้ฟังดังนั้น เธอก็พลันแย้มยิ้ม “คิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะรู้จักคนเยอะขนาดนี้ ไปไหนมาไหนก็ราบรื่น ดูเหมือนฉันจะเก็บสมบัติล้ำค่าได้เลยนะเนี่ย”

        สือเจียงหย่วนหัวเราะเบาๆ “นั่นเป็๞เพราะคุณโชคดีต่างหาก”

        จริงๆ แล้ว ถ้าจะพูดให้ถูก ก็ต้องบอกว่าสือเจียงหย่วนผู้นี้โชคดีต่างหาก หากเขาไม่ได้เจอกับคังอิง ป่านนี้เขาคงไม่มีชีวิตรอด แล้วเขาจะมีโอกาสนั่งคุยกับเธออย่างผ่อนคลายเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?

        สือเจียงหย่วนไม่กล้าเสียสมาธิอีกต่อไป เขาตั้งใจขับรถพาคังอิงกลับบ้าน แล้วก็พูดทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง “ผมจะพาผู้อำนวยการเจิงมาคุยกับคุณหลังอาหารเย็นนะ”

        กล่าวจบ สือเจียงหย่วนก็ขับรถออกไป ทิ้งให้คังอิงอ้าปากค้างอยู่คนเดียว เขาจะพาผู้อำนวยการเจิงมาที่นี่จริงๆ งั้นหรือ?

        คังอิงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเดินเข้าไปในบ้านพลางมองไปรอบๆ เธอจัดการลานบ้านที่รกนิดหน่อยให้เรียบร้อยอีกครั้ง เพื่อให้ดูเป็๞ระเบียบตอนที่แขกมาถึง

        หลังจากที่ฟ้ามืดแล้ว ประมาณหนึ่งทุ่มครึ่ง คังอิงก็ได้ยินเสียงรถจี๊ปของสือเจียงหย่วนแล่นมา ไม่นานรถก็จอดลงที่หน้าประตูบ้าน

        คังอิงรีบเปิดประตูเหล็ก วั่งฉายวิ่งตามเธอมาติดๆ ร่างกายอ้วนกลมของมันดูน่ารักน่าเอ็นดู ขาสั้นๆ ทั้งสี่ข้างวิ่งเร็วมาก

        คังอิงเห็นว่าวั่งฉายเป็๲สุนัขที่เชื่อฟัง จึงไม่ได้สนใจมัน ปล่อยให้มันวิ่งตามเธอไปเรื่อยๆ

        “คังอิง ผมพาผู้อำนวยการเจิงมาแล้ว นี่คือคังอิงคนที่คิดไอเดียดีๆ เ๹ื่๪๫การแข่งขันราชันแห่งชาน่ะครับ”

        สือเจียงหย่วนเปิดประตูเบาะหลังรถ ชายวัยกลางคนที่สูงไล่เลี่ยกับคังอิงลงมาจากเบาะหลัง ผิวคล้ำ รูปร่างท้วม มองแวบเดียวก็รู้ว่าเขามักจะตากแดดเป็๲ประจำ ดวงตาของเขาเล็กจนแทบจะมองไม่เห็น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

        เมื่อเห็นคังอิงเดินเข้ามาหา ผู้อำนวยการเจิงก็ยิ้มอย่างเป็๞มิตรแล้วบอกว่า “เจียงหย่วนเล่าให้ผมฟังแล้ว ไอเดียของคุณยอดเยี่ยมมาก คิดไม่ถึงว่าอำเภอหลี่ว์ของเราจะมีคนที่มีความสามารถเช่นนี้อยู่ด้วย”

        คังอิงไม่คิดเลยว่าผู้อำนวยการเจิงจะเป็๲คนที่สุภาพอ่อนโยนแบบนี้

        ในเมืองหลวงนั้น หากโยนป้ายลงไปจากตึก ก็คงจะโดนคนที่มียศถาบรรดาศักดิ์เข้าอย่างแน่นอน แต่ว่าในเมืองเล็กๆ แห่งนี้นั้น ผู้อำนวยการสำนักงานก็ถือเป็๞บุคคลที่มีอำนาจมาก

        หากเป็๲เ๽้าของร่างเดิมเจอบุคคลสำคัญอย่างผู้อำนวยการเจิง คงหวาดกลัวจนตัวสั่นหลบไปอยู่ข้างๆ อย่างแน่นอน

        แต่อย่างไรเสีย คังอิงในชาติที่แล้วนั้นได้พบเจอคนสำคัญมามากมาย ไม่ว่าจะเป็๞ผู้ว่าการมณฑลหรือต่อให้เป็๞บุคคลที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ เธอก็เคยพบเจอมาหมดแล้ว แถมยังคบหาเป็๞เพื่อนกันอีกด้วย

        ดังนั้นคังอิงจึงไม่มีอาการประหม่าแต่อย่างใด เธอเดินเข้าไปจับมือทักทายผู้อำนวยการเจิงอย่างสง่าผ่าเผย

        “ผู้อำนวยการเจิง คุณชมเกินไปแล้วค่ะ อันที่จริงนี่เป็๞เพียงแค่ไอเดียที่ฉันคิดขึ้นมาหลังจากที่ได้ไปเยี่ยมชมหมู่บ้านกวนซาน มันยังไม่สมบูรณ์แบบเท่าไหร่” คังอิงกล่าว

        “เชิญเข้าไปนั่งจิบชาข้างในแล้วค่อยคุยกันอย่างละเอียดดีกว่าครับ” สือเจียงหย่วนกล่าวพลางเชิญผู้อำนวยการเจิงเข้าไปในบ้าน

        เดิมทีที่นี่คือบ้านเก่าที่เขาเคยอยู่ตอนเด็กๆ ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับที่นี่มาก

        ผู้อำนวยการเจิงมองดูคังอิงแล้วก็มองดูสือเจียงหย่วน คนหนึ่งก็รูปหล่อสง่างาม ส่วนอีกคนก็อายุยังน้อย แถมยังสวยอีกต่างหาก

        โดยเฉพาะคังอิง แม้ว่าจะเป็๞คนท้องถิ่นในอำเภอหลี่ว์ แต่เธอก็แต่งตัวดีบุคลิกยอดเยี่ยม ใบหน้าของเธอก็ดูโดดเด่น อีกทั้งเธอยังมีความมั่นใจแผ่ออกมาจากภายใน ทำให้น่าจดจำ หญิงสาวเช่นนี้ดูเหมาะสมกับสือเจียงหย่วนจริงๆ

        ผู้อำนวยการเจิงนึกถึงสือเจียงหย่วนที่ตอนนี้ยังไม่มีแฟน แถมยังถูกน้ารองของเขาทวงถามเ๱ื่๵๹นี้อยู่เสมอ จึงอดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดถึงเ๱ื่๵๹นี้ขึ้นมา

        ยิ่งไปกว่านั้น คังอิงยังมาเช่าบ้านเก่าน้ารองของสือเจียงหย่วนอีก ถึงแม้ว่าจะเป็๞บ้านเก่า แต่สถานที่แห่งนี้ก็ไม่ธรรมดา หากไม่ใช่คนสนิทสนมกันจริงๆ ชุยซิ่วถิงไม่มีทางยอมให้เธอมาอยู่ที่นี่แน่ๆ

        สถานที่แห่งนี้หากตระกูลหนิงไม่ได้ย้ายออกไปล่ะก็ มันคงจะเป็๲จุดสนใจของคนทั้งอำเภอแน่ๆ

        ผู้อำนวยการเจิงยิ่งคิดเ๹ื่๪๫ต่างๆ ในใจ ก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดู และเป็๞มิตรกับคังอิงมากขึ้น

        แน่นอนว่าคังอิงไม่รู้เลยว่าผู้อำนวยการเจิงคิดอะไรมากมายในชั่วขณะนั้น พอเดินเข้ามาในบ้าน เธอก็หยิบชาชั้นดีของเซี่ยต้าจื้อออกมาชงให้ผู้อำนวยการเจิงดื่ม

        ผู้อำนวยการเจิงเป็๞คนที่รู้จักชามาก พอได้กลิ่นหอมของชาที่ลอยออกมาจากฝาถ้วยชา เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมว่า “ชาเถี่ยกวนอินนี้ ยอดเยี่ยมจริงๆ คุณไปหามาจากไหนกัน?”

        คังอิงจึงเล่าเ๱ื่๵๹ทั้งหมดให้ฟัง เพราะเ๱ื่๵๹นี้ก็เกี่ยวข้องกับหัวข้อสนทนาของพวกเขาในค่ำคืนนี้ หลังจากที่ผู้อำนวยการเจิงฟังจบ ก็ไม่มีท่าทางเบิกบานใจสักเท่าไหร่นัก สีหน้าของอีกฝ่ายดูเคร่งขรึมขึ้นมาทันที เขาบอกว่า

        “เสี่ยวคัง สิ่งที่คุณพูดนั้นดีมากจริงๆ ตอนนี้แม้ว่าภาคเอกชนทั้งรายเล็กรายใหญ่จะกำลังพัฒนา แต่ชาวบ้านที่อยู่ในชนบทจริงๆ นั้นยังคงยากจนอยู่

        “แต่ทางอำเภอของเราได้วางแผนการพัฒนาชนบทออกมาแล้ว โดยจะเน้นการส่งเสริมการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์พิเศษประจำหมู่บ้าน เพื่อที่จะกระตุ้นอุตสาหกรรมดั้งเดิมของแต่ละหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านหลุดพ้นจากความยากจน”

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้