สือเจียงหย่วนเคยอาศัยอยู่ที่บ้านของน้ารองเป็ประจำในวัยเด็ก ตอนนั้นผู้อำนวยการเจิงยังเป็เพียงแค่พนักงานด้านเทคนิค และรุ่นน้องของสำนักงานเกษตรกรรม เขาเป็เพื่อนร่วมงานกับลุงเขยรองของสือเจียงหย่วน ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็รองผู้อำนวยการสำนักงานเกษตรกรรม
ผู้อำนวยการเจิงมักจะมาปรึกษางานกับลุงเขยรองของสือเจียงหย่วนอยู่เสมอ พวกเขาทั้งสองคนจบมาจากสาขาพืชไร่และการป้องกันพืช จึงมีเื่ให้พูดคุยกันมากมาย
สือเจียงหย่วนจำได้ว่าผู้อำนวยการเจิงเป็คนอำเภออวี้ตู อำเภอที่อยู่ห่างไกลที่สุดในอำเภอหลี่ว์ เขามีผิวคล้ำ รูปร่างท้วม ตาเล็กๆ ตอนหนุ่มๆ หน้าตาธรรมดา แต่เป็คนทำงานจริงจัง
ท่านมักจะกลับมาจากชนบทพร้อมกับโหลแก้วหลายใบในมือ แล้วก็เดินมาหาลุงเขยรอง บอกเล่าเื่ที่ได้พบกับแมลงสายพันธุ์ใหม่ๆ ทั้งหนอนกอข้าว ไรแดง และอื่นๆ
สือเจียงหย่วนในวัยเด็กจดจำแมลงศัตรูพืชในนาข้าวหลากสีสันได้อย่างแม่นยำ เขาคิดว่าแมลงศัตรูพืชพวกนั้นช่างน่าขนลุกจริงๆ นุ่มๆ หยุ่นๆ แถมยังมีขนเต็มตัวอีก
ลุงเขยรองกับผู้อำนวยการเจิงไม่ได้รู้สึกขยะแขยง พวกเขายังเอาตะเกียบเขี่ยแมลงในโหลแก้วพลางพูดคุยกันว่า “ปีนี้มีแมลงศัตรูพืชระบาดแบบไหนบ้างนะ? ควรจะให้ชาวนาฉีดยาฆ่าแมลงแบบไหน?”
ตอนนั้นน้ารองมักจะพูดอย่างไม่พอใจว่า “กินข้าวอยู่ก็ยังเอาแต่เล่นกับแมลงพวกนี้อีก จะทำให้คนอื่นกินข้าวไม่อร่อยเอาได้นะ”
ผู้อำนวยการเจิงหัวเราะ ‘ฮิๆ’ ส่วนลุงเขยรองไม่สนใจคำพูดของน้ารอง เขายังคงจ้องมองแมลงในโหลแก้วอย่างตั้งใจ
อาจเป็เพราะทั้งสองคนมีความกระตือรือร้นในการทำงานเหมือนกัน แบบนี้พวกเขาถึงได้สนิทสนมกันมาโดยตลอด เมื่อลุงเขยรองของสือเจียงหย่วนได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ผู้อำนวยการเจิงก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็ผู้อำนวยการสำนักงานการเกษตรแบบไม่รู้ตัว
ครั้นได้ยินคังอิงถามว่าเขารู้จักผู้อำนวยการสำนักงานการเกษตรหรือไม่ สือเจียงหย่วนก็หันกลับไปมองคังอิง แล้วก็เห็นดวงตากลมโตของเธอ ริมฝีปากเล็กๆ ที่แดงระเรื่อดูอวบอิ่ม ทำให้สมองของสือเจียงหย่วนพลันว่างเปล่า หัวใจของเขาเต้นตึกตักอย่างรุนแรง
“ระวัง! ข้างหน้ามีฝูงแกะ!” คังอิงร้องลั่น
สือเจียงหย่วนรีบละสายตาจากคังอิงแล้วมองไปยังข้างหน้า ก็พบว่ามีฝูงแกะกลุ่มหนึ่งวิ่งออกมาจากพงหญ้าที่อยู่ห่างออกไปประมาณสี่ห้าเมตร พวกมันกำลังวิ่งตรงเข้ามาหารถของเขา
แกะตัวหนึ่งราคาหลายร้อยหยวน ถือเป็รายได้หลักของชาวบ้าน หากเขาชนมันตายสักตัว คงจะยุ่งยากน่าดู
สือเจียงหย่วนรีบหักพวงมาลัย โชคดีที่เ้าแกะดำตัวที่วิ่งนำหน้าพลาดรถจี๊ปไปอย่างเฉียดฉิว ส่วนแกะที่วิ่งตามหลังมาเห็นรถแล่นเข้ามาก็ร้อง ‘แบ๊ะๆ’ ด้วยความใ ก่อนจะวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง
สือเจียงหย่วนหักพวงมาลัยไปมา แล้วก็หลบฝูงแกะไปได้อย่างปลอดภัย คังอิงที่นั่งอยู่เบาะหลังเช็ดเหงื่อเย็นๆ พลางกล่าวว่า
“เกือบไปแล้ว เกือบจะชนแกะเข้าแล้ว ขับรถต้องมีสติสิ คุณตั้งสมาธิหน่อย”
สือเจียงหย่วนกล่าว “เมื่อกี้ผมเหม่อเหรอ? ลืมไปเลยว่าจะพูดอะไรกับคุณ?”
สือเจียงหย่วนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “อ้อ ใช่แล้ว ผู้อำนวยการเจิงที่เป็ผู้อำนวยการสำนักงานเกษตรกรรมคนนั้นเป็เพื่อนร่วมงานเก่าของลุงเขยรองของผม ตอนเด็กๆ ผมเห็นเขามาหาลุงเขยที่บ้านเป็ประจำ รู้จักกันดีเลยล่ะ”
เมื่อคังอิงได้ฟังดังนั้น เธอก็พลันแย้มยิ้ม “คิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะรู้จักคนเยอะขนาดนี้ ไปไหนมาไหนก็ราบรื่น ดูเหมือนฉันจะเก็บสมบัติล้ำค่าได้เลยนะเนี่ย”
สือเจียงหย่วนหัวเราะเบาๆ “นั่นเป็เพราะคุณโชคดีต่างหาก”
จริงๆ แล้ว ถ้าจะพูดให้ถูก ก็ต้องบอกว่าสือเจียงหย่วนผู้นี้โชคดีต่างหาก หากเขาไม่ได้เจอกับคังอิง ป่านนี้เขาคงไม่มีชีวิตรอด แล้วเขาจะมีโอกาสนั่งคุยกับเธออย่างผ่อนคลายเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?
สือเจียงหย่วนไม่กล้าเสียสมาธิอีกต่อไป เขาตั้งใจขับรถพาคังอิงกลับบ้าน แล้วก็พูดทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง “ผมจะพาผู้อำนวยการเจิงมาคุยกับคุณหลังอาหารเย็นนะ”
กล่าวจบ สือเจียงหย่วนก็ขับรถออกไป ทิ้งให้คังอิงอ้าปากค้างอยู่คนเดียว เขาจะพาผู้อำนวยการเจิงมาที่นี่จริงๆ งั้นหรือ?
คังอิงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเดินเข้าไปในบ้านพลางมองไปรอบๆ เธอจัดการลานบ้านที่รกนิดหน่อยให้เรียบร้อยอีกครั้ง เพื่อให้ดูเป็ระเบียบตอนที่แขกมาถึง
หลังจากที่ฟ้ามืดแล้ว ประมาณหนึ่งทุ่มครึ่ง คังอิงก็ได้ยินเสียงรถจี๊ปของสือเจียงหย่วนแล่นมา ไม่นานรถก็จอดลงที่หน้าประตูบ้าน
คังอิงรีบเปิดประตูเหล็ก วั่งฉายวิ่งตามเธอมาติดๆ ร่างกายอ้วนกลมของมันดูน่ารักน่าเอ็นดู ขาสั้นๆ ทั้งสี่ข้างวิ่งเร็วมาก
คังอิงเห็นว่าวั่งฉายเป็สุนัขที่เชื่อฟัง จึงไม่ได้สนใจมัน ปล่อยให้มันวิ่งตามเธอไปเรื่อยๆ
“คังอิง ผมพาผู้อำนวยการเจิงมาแล้ว นี่คือคังอิงคนที่คิดไอเดียดีๆ เื่การแข่งขันราชันแห่งชาน่ะครับ”
สือเจียงหย่วนเปิดประตูเบาะหลังรถ ชายวัยกลางคนที่สูงไล่เลี่ยกับคังอิงลงมาจากเบาะหลัง ผิวคล้ำ รูปร่างท้วม มองแวบเดียวก็รู้ว่าเขามักจะตากแดดเป็ประจำ ดวงตาของเขาเล็กจนแทบจะมองไม่เห็น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเห็นคังอิงเดินเข้ามาหา ผู้อำนวยการเจิงก็ยิ้มอย่างเป็มิตรแล้วบอกว่า “เจียงหย่วนเล่าให้ผมฟังแล้ว ไอเดียของคุณยอดเยี่ยมมาก คิดไม่ถึงว่าอำเภอหลี่ว์ของเราจะมีคนที่มีความสามารถเช่นนี้อยู่ด้วย”
คังอิงไม่คิดเลยว่าผู้อำนวยการเจิงจะเป็คนที่สุภาพอ่อนโยนแบบนี้
ในเมืองหลวงนั้น หากโยนป้ายลงไปจากตึก ก็คงจะโดนคนที่มียศถาบรรดาศักดิ์เข้าอย่างแน่นอน แต่ว่าในเมืองเล็กๆ แห่งนี้นั้น ผู้อำนวยการสำนักงานก็ถือเป็บุคคลที่มีอำนาจมาก
หากเป็เ้าของร่างเดิมเจอบุคคลสำคัญอย่างผู้อำนวยการเจิง คงหวาดกลัวจนตัวสั่นหลบไปอยู่ข้างๆ อย่างแน่นอน
แต่อย่างไรเสีย คังอิงในชาติที่แล้วนั้นได้พบเจอคนสำคัญมามากมาย ไม่ว่าจะเป็ผู้ว่าการมณฑลหรือต่อให้เป็บุคคลที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ เธอก็เคยพบเจอมาหมดแล้ว แถมยังคบหาเป็เพื่อนกันอีกด้วย
ดังนั้นคังอิงจึงไม่มีอาการประหม่าแต่อย่างใด เธอเดินเข้าไปจับมือทักทายผู้อำนวยการเจิงอย่างสง่าผ่าเผย
“ผู้อำนวยการเจิง คุณชมเกินไปแล้วค่ะ อันที่จริงนี่เป็เพียงแค่ไอเดียที่ฉันคิดขึ้นมาหลังจากที่ได้ไปเยี่ยมชมหมู่บ้านกวนซาน มันยังไม่สมบูรณ์แบบเท่าไหร่” คังอิงกล่าว
“เชิญเข้าไปนั่งจิบชาข้างในแล้วค่อยคุยกันอย่างละเอียดดีกว่าครับ” สือเจียงหย่วนกล่าวพลางเชิญผู้อำนวยการเจิงเข้าไปในบ้าน
เดิมทีที่นี่คือบ้านเก่าที่เขาเคยอยู่ตอนเด็กๆ ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับที่นี่มาก
ผู้อำนวยการเจิงมองดูคังอิงแล้วก็มองดูสือเจียงหย่วน คนหนึ่งก็รูปหล่อสง่างาม ส่วนอีกคนก็อายุยังน้อย แถมยังสวยอีกต่างหาก
โดยเฉพาะคังอิง แม้ว่าจะเป็คนท้องถิ่นในอำเภอหลี่ว์ แต่เธอก็แต่งตัวดีบุคลิกยอดเยี่ยม ใบหน้าของเธอก็ดูโดดเด่น อีกทั้งเธอยังมีความมั่นใจแผ่ออกมาจากภายใน ทำให้น่าจดจำ หญิงสาวเช่นนี้ดูเหมาะสมกับสือเจียงหย่วนจริงๆ
ผู้อำนวยการเจิงนึกถึงสือเจียงหย่วนที่ตอนนี้ยังไม่มีแฟน แถมยังถูกน้ารองของเขาทวงถามเื่นี้อยู่เสมอ จึงอดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดถึงเื่นี้ขึ้นมา
ยิ่งไปกว่านั้น คังอิงยังมาเช่าบ้านเก่าน้ารองของสือเจียงหย่วนอีก ถึงแม้ว่าจะเป็บ้านเก่า แต่สถานที่แห่งนี้ก็ไม่ธรรมดา หากไม่ใช่คนสนิทสนมกันจริงๆ ชุยซิ่วถิงไม่มีทางยอมให้เธอมาอยู่ที่นี่แน่ๆ
สถานที่แห่งนี้หากตระกูลหนิงไม่ได้ย้ายออกไปล่ะก็ มันคงจะเป็จุดสนใจของคนทั้งอำเภอแน่ๆ
ผู้อำนวยการเจิงยิ่งคิดเื่ต่างๆ ในใจ ก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดู และเป็มิตรกับคังอิงมากขึ้น
แน่นอนว่าคังอิงไม่รู้เลยว่าผู้อำนวยการเจิงคิดอะไรมากมายในชั่วขณะนั้น พอเดินเข้ามาในบ้าน เธอก็หยิบชาชั้นดีของเซี่ยต้าจื้อออกมาชงให้ผู้อำนวยการเจิงดื่ม
ผู้อำนวยการเจิงเป็คนที่รู้จักชามาก พอได้กลิ่นหอมของชาที่ลอยออกมาจากฝาถ้วยชา เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมว่า “ชาเถี่ยกวนอินนี้ ยอดเยี่ยมจริงๆ คุณไปหามาจากไหนกัน?”
คังอิงจึงเล่าเื่ทั้งหมดให้ฟัง เพราะเื่นี้ก็เกี่ยวข้องกับหัวข้อสนทนาของพวกเขาในค่ำคืนนี้ หลังจากที่ผู้อำนวยการเจิงฟังจบ ก็ไม่มีท่าทางเบิกบานใจสักเท่าไหร่นัก สีหน้าของอีกฝ่ายดูเคร่งขรึมขึ้นมาทันที เขาบอกว่า
“เสี่ยวคัง สิ่งที่คุณพูดนั้นดีมากจริงๆ ตอนนี้แม้ว่าภาคเอกชนทั้งรายเล็กรายใหญ่จะกำลังพัฒนา แต่ชาวบ้านที่อยู่ในชนบทจริงๆ นั้นยังคงยากจนอยู่
“แต่ทางอำเภอของเราได้วางแผนการพัฒนาชนบทออกมาแล้ว โดยจะเน้นการส่งเสริมการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์พิเศษประจำหมู่บ้าน เพื่อที่จะกระตุ้นอุตสาหกรรมดั้งเดิมของแต่ละหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านหลุดพ้นจากความยากจน”
