หนานิเหอพึ่งจะอายุเท่าไรเอง? นายหญิงใหญ่กลับส่งคนเข้าห้องเขา?
เป็เื่จริงที่บุรุษในราชวงศ์ต้าซีเข้าใจเื่ทางเพศค่อนข้างเร็ว แต่ไม่ว่าอย่างไร มันก็ไม่ใช่ธุระของนายหญิงใหญ่ไม่ใช่หรือ?
หรืออาศัยว่าตัวตนของหยวนชิงชิวไร้บุพการี ทึกทักว่าตนเป็อาสะใภ้ก็สามารถจัดการตามอำเภอใจได้?
ยิ่งไปกว่านั้นผู้ใหญ่ในปัจจุบันต่างรู้กันว่า บุรุษคุ้นเคยกับเื่ในม่านมุ้งเร็วเกินไปมิใช่เื่ดี เหล่าคุณชายในเมืองเซียงเฉิงยามนี้จึงไม่นิยมจับคู่กับสาวใช้ต้นห้อง [1] กันแล้ว
สุขภาพของหนานิเหอย่ำแย่มาตลอด ดูรูปร่างผอมกะหร่องนั่นสิ แม้เขาจะเกิดมาตัวค่อนข้างสูงกว่าคนทั่วไป แต่ก็ยังป่วยกระเสาะกระแสะอมโรค หากไม่เป็เช่นนี้ ชาติก่อนเขาคงไม่สิ้นบุญเร็วหรอก ให้เขารับสาวใช้ต้นห้องตอนนี้ ทั้งยังเป็หญิงแฝดงดงามเย้ายวนสองคน ไม่รู้ว่าคือดอกเจี๋ยอวี่ [2] หรือนางงูพิษกินคนกันแน่?
เยี่ยนเจาเจาอดกัดฟันกรอดๆ ไม่ได้
หากยังอยู่ที่จวนสกุลเยี่ยน เยี่ยนเจาเจาต้องทำให้นายหญิงใหญ่เืตกยางออกกันบ้าง
ดีดลูกคิดได้ดีทีเดียว หากเป็หนุ่มน้อยที่เพิ่งเข้าสู่วัยแตกหนุ่ม อยู่ใน่อยากรู้อยากลอง เห็นสาวงามชวนเกิดอารมณ์สองคนเช่นนั้น เกรงว่านายหญิงใหญ่จะบรรลุเป้าหมายไปแล้ว
โชคดีที่หนานิเหอมีจิตใจแน่วแน่มั่นคง ไม่เช่นนั้นเยี่ยนเจาเจาคงได้บิดหูถามเขาแน่ว่าอยากตายคาอกั้แ่อายุยังน้อยแค่นี้หรือ?
เยี่ยนเจาเจายิ้มด้วยความโกรธ สีหน้านางเยือกเย็นลงโดยสมบูรณ์แล้ว มือถูกหนานิเหอจับแน่น นางจึงเกี่ยวนิ้วก้อยแล้วบิดบนมือของหนานิเหอเบาๆ เบนสายตามองนายหญิงใหญ่ที่มีสีหน้าย่ำแย่ ก่อนเอ่ยถามเสียงต่ำ “เกิดอะไรขึ้นกันแน่เ้าคะ?”
หนานิเหอขมวดคิ้วพร้อมอาการปวดศีรษะ แล้วเอ่ยเสียงเบา “เดี๋ยวข้าอธิบายให้เ้าฟัง”
ยามนี้ยังไม่สายมาก พี่น้องรูปงามของบ้านรองจึงเพิ่งตื่นนอน
ความสัมพันธ์ระหว่างหยวนอีเจินกับหยวนอีอ้ายไม่เหมือนพี่น้องคนอื่นๆ ั้แ่เล็ก พวกนางพักอยู่ในห้องเดียวกันตลอด ไม่เคยแยกจากกัน
ทั้งสองตื่นนอนพร้อมกัน และล้างหน้าพร้อมกันด้วย
ตอนที่กำลังหัวเราะเฮฮาเปรียบเทียบปิ่นดอกไม้ประดับมุกอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทจากข้างนอก
สักพักเสียงอื้ออึงก็ดังแว่วมาจากในเรือนของท่านแม่รางๆ คาดว่าท่านแม่คงโกรธเพราะเื่บางอย่างอีกแล้ว
หยวนอีเจินกับหยวนอีอ้ายมักจะเกลี้ยกล่อมให้ท่านแม่อย่าใช้อารมณ์บ่อยๆ จะได้ฟื้นฟูสุขภาพร่างกายให้เต็มที่ และมีน้องชายให้พวกนางอีกสักคน
เดิมทีทั้งสองคิดว่าไม่ใช่เื่ใหญ่โตอะไร จึงส่งสาวใช้ข้างกายตนเองไปปลอบท่านแม่ก่อน ตนหวีผมล้างหน้าเสร็จจะตามไปทักทายท่านแม่ทีหลัง
คาดไม่ถึงว่าเด็กรับใช้จะกลับมาในเวลาไม่นานด้วยสีหน้าตกตะลึงสุดขีดพร้อมท่าทางอ้ำๆ อึ้งๆ
เจินเจินและอ้ายอ้ายสบตากัน พอจะคาดเดาบางอย่างได้ จึงไล่สาวใช้ทุกคนในห้องออกไป เหลือเพียงคนนี้คนเดียว ก่อนถามว่า “มีเื่อะไรหรือ?”
เด็กรับใช้คนนี้เพิ่งจะอายุสิบห้าสิบหกปี ยังอยู่ใน่วัยรุ่น พออ้าปาก พวงแก้มก็แดงก่ำราวกับโกรธและอับอายจนแทบะเิ
“มีอะไร ค่อยๆ พูดก็พอ”
“เื่ราวไร้สาระ เกรงว่าเอ่ยแล้วจะระคายหูคุณหนูเ้าค่ะ”
เจินเจินและอ้ายอ้ายยิ่งรู้สึกแปลกใจขึ้นไปอีก แม้จวนสกุลหยวนจะเหลวไหลไปสักหน่อย แต่ก็ไม่น่าจะถึงขั้นเกิดเื่ยากจะเอ่ยเช่นนี้ หรือว่าหยวนหยางฮุยเหิมเกริมเกินไป ทำสาวใช้ในจวนตนเองแปดเปื้อน หรือสร้างปัญหาจนคนตาย?
พวกนางไม่ใช่แม่นางน้อยใสซื่อธรรมดาทั่วไป ในจวนสกุลหยวนเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น พวกนางทราบล่วงหน้าไว้จะดีที่สุด มิเช่นนั้นหากตามข่าวไม่ทัน ไม่รู้จะโดนฝูงหมาป่าที่จับจ้องอยู่รอบๆ สอดมือเข้ามาหรือไม่
ทั้งสองปลอบโยนสักพัก เด็กรับใช้คนนั้นจึงได้เล่าต้นสายปลายเหตุออกมาอย่างตะกุกตะกัก
“เมื่อครู่สาวใช้ของบ้านใหญ่มา บอกว่าบ้านใหญ่แย่แล้ว ขอเชิญนายหญิงรองให้ไปหา เพราะนางรับมือคนเดียวไม่ไหว นายหญิงรองจึงรีบหวีผมและรีบออกไปเ้าค่ะ”
นี่เป็เื่ธรรมดา เจินเจินและอ้ายอ้ายเคยชินแล้ว
แต่เมื่อวานเพิ่งคุยกับท่านแม่เื่นี้ไป เหตุใดนางจึงได้ไปอีกแล้วเล่า?
หากนางสามารถแบ่งความกระตือรือร้นที่มีต่อนายหญิงใหญ่มาให้ท่านพ่อสักครึ่งหนึ่งได้ นางคงไม่ถึงกับไร้บุตรชาย เพื่อแย่งความโปรดปรานของนายหญิงผู้เฒ่าที่มีต่อหยวนหยางฮุยจากบ้านใหญ่นั่นจนตอนนี้หรอก
ทว่าเป็สิ่งที่ไม่ควรเอ่ยกับท่านแม่ตรงๆ ได้แต่หวังว่านางจะตาสว่างในเร็ววัน
แน่นอนว่าทุกอย่างเป็แค่คำปลอบใจตนเอง เจินเจินและอ้ายอ้ายตำหนิการกระทำของนายหญิงใหญ่มานานแล้ว กระทั่งคนทั้งบ้านรองยังไม่ค่อยเคารพนายหญิงรองเพราะเหตุนี้
เมื่อก่อนตอนที่ตนยังไม่โต นายหญิงรองไปขอร้องนายหญิงใหญ่ให้จัดระเบียบคนในเรือนนาง ไปๆ มาๆ บ่าวไพร่ทั้งบ้านรองก็เอาใจออกหาก และหัวเราะเยาะนายหญิงรองเสียด้วยซ้ำ โชคดีที่ยามนี้พวกตนพี่น้องพอควบคุมได้แล้ว บ้านรองถึงได้ดีขึ้นมาบ้าง
ข้างนอกเขาพูดว่าอะไรกันนะ?
ต่างบอกกันว่าสะใภ้ใหญ่สกุลหยวน หลินซื่อสุภาพถ่อมตน งดงามเพียบพร้อมด้วยศีลธรรมจรรยา เป็สะใภ้ใหญ่ตัวอย่างแห่งเมืองซูโจว แต่มีใครจำท่านแม่พวกนางได้บ้าง?
มีสิ มีอยู่แล้ว
ส่วนมากบอกกันว่าเมิ่งซื่อ ท่านแม่พวกนางเ้าอารมณ์มุทะลุ วางตัวไม่ฉลาด กระทั่งบ่าวไพร่ในเรือนยังปราบไม่ได้ ยังไปรบกวนพี่สะใภ้ตนเองอีก จนคนหัวเราะเยาะกันไปทั่ว
แต่ความจริงเป็อย่างไรเล่า?
หน้าที่ควบคุมห้องเครื่องทั้งยุ่งทั้งมากเื่ นายหญิงใหญ่คิดไม่ตก จึงเรียกนายหญิงรองให้ไปช่วยงานไม่สำคัญอยู่ประจำ
คนอื่นเห็นล้วนหัวเราะเยาะ แต่ท่านแม่ของพวกนางกลับคิดว่านายหญิงใหญ่จริงใจกับตนเอง จึงยิ่งทุ่มเทแรงใจ บางคราทางโรงครัวขาดทุนทรัพย์ นางยังควักเนื้อตนเองไปจุนเจือ ช่างใสซื่อเสียจริง!
งานหนักงานเหนื่อยกระทั่งถุงเงินท่านแม่ยังเป็มาแล้ว บ้านใหญ่รับผิดชอบมรดกตกทอดของจวนสกุลหยวนทั้งหมด นางกลับไม่ให้ผลตอบแทนท่านแม่เลยสักนิด สนใจเพียงตักตวงเงินของตนเอง ไม่ปล่อยลอดมือมาให้บ้านรองเลย
ในบรรดาสะใภ้ทั้งสามสาย ท่านแม่พวกนางเมิ่งซื่อเป็ถึงสตรีที่มีชาติกำเนิดสูงส่งที่สุด บ้านใหญ่ตระกูลตกต่ำทว่าแต่งเข้ามาได้เพราะอาศัยสายสัมพันธ์กับนายหญิงผู้เฒ่า ส่วนบ้านสามนั่นมาจากตระกูลพ่อค้าราชวงศ์ ทว่ายามนี้บ้านรองกลับเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ เงินใช้ขาดมือทุกวัน!
สายตาของหยวนอีเจินจับจ้องปิ่นเงินไม่กี่ด้ามในกล่องเครื่องประดับสินเ้าสาวของตน ยังเป็แบบที่นิยมในปีก่อน เพราะไม่รู้ว่าจะใส่อะไรรักษาหน้าตาในเทศกาลบุปผาคราวหน้า
บุตรีอนุภรรยาบ้านใหญ่ยังมีกินมีใช้กว่าพวกนาง บ้านสามยิ่งไม่ต้องพูดถึง น้องหญิงแสนดีของพวกนางแทบจะใส่ชุดเครื่องเงินเครื่องทองจนคนอิจฉาตาร้อนกันทั่ว
หยวนอีเจินยิ่งคิดยิ่งโมโห อดเอ่ยแฝงความเดือดดาลไม่ได้ “คราวนี้ไปด้วยเหตุใดอีก? หรือว่ามีอะไรขาดเงินจนโปะไม่ไหว จึงให้ท่านแม่ของข้าไปประเคนเงินให้?”
หยวนอีอ้ายดึงนางไว้ ก่อนจะเอ่ย “น่าจะเกิดเื่ใหญ่ขึ้นแล้ว เมื่อก่อนไม่ค่อยเรียกท่านแม่ไปแต่เช้าเช่นนี้”
เด็กรับใช้คนนั้นกล่าวต่อทันทีว่า “ได้ยินมาว่านายหญิงใหญ่จะเอาใจชิวเกอเอ๋อร์ รู้ว่าวัยเขาถึงเกณฑ์แล้ว เลยหาฝาแฝดสาวสวยสองคนจากข้างนอกมาเป็สาวใช้ต้นห้องให้ชิวเกอเอ๋อร์
แต่ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ชิวเกอเอ๋อร์ถึงไม่เรียกใช้ สั่งคนโยนออกจากห้อง และมัดคนส่งไปเรือนฮุยเกอเอ๋อร์แต่เช้าตรู่ ระหว่างทางคนเห็นไม่น้อย อึกทึกครึกโครมจนบ้านใหญ่อับอายไม่กล้าสู้หน้า
ตอนนายหญิงใหญ่มาถึง ฮุยเกอเอ๋อร์ก็ตกตะลึงตาค้างแล้ว จำต้องให้คนลากสองแฝดออกไปทันที เห็นว่าโดนโบยจนตายแล้ว บ้านใหญ่เอะอะวุ่นวายกับเื่นี้จนนายหญิงใหญ่ควบคุมไม่อยู่ จึงให้คนมาเชิญนายหญิงของพวกเราไปเ้าค่ะ”
หยวนอีเจินโกรธจนดวงตาแดงก่ำ มิน่าเด็กรับใช้จึงไม่กล้าพูด เื่ราวสกปรกเช่นนี้สมควรพูดให้เหล่าคุณหนูฟังหรือ?
หากเื่ลือออกไปถึงหูคนนอก ชื่อเสียงคุณหนูสกุลหยวนยังจะเหลืออยู่อีกหรือ!
เหล่าคุณหนูต่างยังไม่ออกเรือน นายหญิงใหญ่ไม่อยากให้บรรดาบุตรสาวของตนเองแต่งออกก็ช่างเถอะ แต่อย่าลากสตรีบริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างพวกนางบ้านรองมาเอี่ยวด้วย!
หยวนอีอ้ายโกรธปนอับอายเช่นกัน แต่นางมีความพอดีกว่าเจินเจิน จึงโบกมือให้เด็กรับใช้คนนั้นถอยออกไป
ในห้องพลันเงียบสงบลง ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกของสองพี่น้อง
หยวนอีเจินอดหัวเราะอย่างถากถางไม่ได้ “ช่างเป็อาสะใภ้ที่ดีเสียจริง หากทำสำเร็จแล้วเื่แพร่ออกไป ใครบ้างจะไม่ชมว่านางมีคุณธรรมโอบอ้อมอารีและห่วงใยคนรุ่นหลัง? แต่ความงามหยาดฟ้ามาดินเช่นนี้ นางคิดอะไรถึงนำมาให้ชิวเกอเอ๋อร์เชยชม?”
หยวนอีอ้ายกำหมัดแน่น “จะคิดอะไรดีๆ ได้เล่า? หากเป็ของดีจริง เหตุใดไม่ส่งให้บุตรชายตนเอง แล้วยังโบยจนตายคาที่อีก? เกรงว่าคงคิดสกปรกเสียมากกว่า! หรือเห็นว่าคนซูโจวลืมเื่ของตี่จวิ้นอ๋องไปหมดแล้ว? นางก็ช่างคิดเสียเหลือเกิน ทำลายรากฐานร่างกายของชิวเกอเอ๋อร์ เปิดทางให้บุตรชายของนางไร้กังวล!”
ตี่จวิ้นอ๋องเป็คนน่าสงสาร ร่างกายอ่อนแอมาั้แ่เล็ก ไม่รู้แม่เลี้ยงของเขาคิดอะไรอยู่ถึงได้จับคู่คณิกาจากถนนเหยาให้เขา ยังไม่ทันถึงเดือน ตี่จวิ้นอ๋องก็กลับ์ไป
หยวนอีอ้ายก็เหมือนกัน
ดวงตานางแดงก่ำ โกรธจนตัวสั่นไปทั้งตัว “เมื่อก่อนท่านแม่พร่ำบอกว่านางเป็ผู้าุโที่ดีเลิศเลอ หากนางจิตใจดีจริงๆ เหตุใดจึงได้ทำเื่ต่ำช้าเช่นนี้?”
พูดแล้วน้ำตาของหยวนอีอ้ายก็ไหลลงมา “ทั้งยังเป็สองฝาแฝด ิ่เกียรติใครกันแน่!”
เจินเจินและอ้ายอ้ายรู้สึกไม่เป็ธรรมเช่นกัน ในจวนหลังนี้มีพวกนางพี่น้องที่เกิดมาหน้าตางดงามเหมือนกันคู่หนึ่ง ข้างนอกนั้นบางคนก็อิจฉาริษยา ย่อมมีการประโคมข่าวลือกันบ้างอยู่แล้ว
นายหญิงใหญ่หรือจะไม่เข้าใจ แล้วยังนำพี่น้องหญิงคู่หนึ่งเข้ามาเป็สาวใช้ต้นห้องอีก มันหมายความว่าอะไร?
หากมีจิตใจชอบธรรมจริง เห็นแก่ท่านแม่ที่คอยติดตามปรนนิบัติเมื่อก่อน อย่างไรก็ไม่มีทางดูิ่เด็กรุ่นหลังของตนเองเช่นนี้!
พวกนางไม่ได้มีความรู้สึกเป็มิตรกับหยวนชิงชิวและหยวนชิงจ้าวนัก แต่สองคนที่มีชื่ออักษรกลาง “ชิง” ก็เป็พี่น้องของพวกนาง เื่นี้นายหญิงใหญ่เล่นสกปรกเกินไปหน่อยแล้ว
นายหญิงใหญ่กล้าวางแผนใส่หยวนชิงชิวและหยวนชิงจ้าว วันพรุ่งนี้ก็อาจลงดาบกับพวกนางเหมือนกันไม่ใช่หรือ?
ที่น่ารังเกียจยิ่งกว่านั้นก็คือ บ้านรองมักจะโดนบ้านใหญ่นำมาใช้เป็อาวุธเสมอ เมื่อวานเพิ่งกำชับว่าอย่าไปยุ่งกับน้ำโคลนของบ้านใหญ่ ตอนนั้นรับปากเสียดิบดี ตื่นมาก็ลืมเสียสิ้น หยวนอีเจินโกรธจัดจนหัวใจเต้นตึกๆ
น้ำตาหยวนอีอ้ายร่วงเผาะไม่ขาดสาย ร่ำไห้จนตาแดงก่ำไปหมด คิดว่าปล่อยเป็เช่นนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว
ชีวิตนี้บ้านรองทนมาพอแล้ว!
นายหญิงใหญ่เสียท่าให้หนานิเหอ
แน่นอนว่าหนานิเหอกับเยี่ยนเจาเจาไม่คุยกับนาง หนานิเหอทิ้งไว้แค่สายตาชวนขบคิดก็ลากน้องหญิงของตนเองเข้าห้อง กระแทกประตูปิด ปฏิเสธไม่พบหน้าให้นายหญิงใหญ่อับอาย
นายหญิงใหญ่กลับไปด้วยความคับแค้นเพียงใด แต่ก็ไม่อยู่ในการพิจารณาของเยี่ยนเจาเจา เยี่ยนเจาเจาอยากรู้เพียงว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นตอนตนหลับกันแน่ และไม่อยากปล่อยผ่านแม้แต่เส้นผมสักเส้น
หนานิเหอไม่ยอมบอก เยี่ยนเจาเจาจึงไปหาหลานเล่อ ให้เขาเล่ามาั้แ่ต้นจนจบ แม้แต่เวลานั้นหนานิเหอใช้ถ้วยอะไรดื่มชา บนร่างสตรีนั่นสวมอาภรณ์เช่นไร ยังให้หลานเล่อบอกมาอย่างละเอียด
หลานเล่อกระอักกระอ่วน สายตาของเ้านายทั้งสองต่างจับจ้องมาที่เขา ทำให้เขาเหงื่อตกราวกับมีดาบมาจี้ที่แผ่นหลัง
เชิงอรรถ
[1] สาวใช้ต้นห้อง หมายถึง สาวใช้ในเรือนที่ปรนนิบัติเื่บนเตียง แต่ไม่ได้รับการยกขึ้นเป็อนุ ซึ่งส่วนใหญ่เป็สาวใช้ที่ถูกคัดเลือกมาเพื่อ ‘เปิดประสบการณ์’ ให้แก่คุณชายในตระกูลใหญ่ที่กำลังโตขึ้นเป็หนุ่ม
[2] ดอกเจี๋ยอวี่ หมายถึง ดอกไม้พูดได้ เป็คำเรียกนางสนม ‘หยางกุ้ยเฟย’ หนึ่งในสี่สุดยอดสาวงามของจีน เปรียบเปรยถึงหญิงสาวที่สวยและเฉลียวฉลาด น่ารื่นรมย์
