จากนั้นไม่นานคนกลุ่มหนึ่งก็เดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหลังของหยางเฉิน
หยางเฉินหันกลับไปมองคนเ่าั้ก่อนจะพบว่าทั้งหมดต่างเป็คนที่เขารู้จัก ั้แ่สองสามีภรรยาหยวนหัวเหว่ยกับหยางจี้หยู และเลขานุการพรรคฟางจงผิง
เมื่อเขาเห็นหยางจี้หยู ภายในใจของหยางเฉินก็บังเกิดความสับสนวุ่นวายออกมา หยางเฉินไม่สามารถหาสาเหตุที่ทำให้ภายในใจของเขาปั่นป่วนเช่นนี้ได้
บางทีมันอาจจะเกี่ยวกับหยางจี้หยู แต่เขาก็ไม่อยากจะเอ่ยถามเื่นี้กับอีกฝ่ายแต่อย่างใด
สีหน้าของฟางจงผิงดูไม่ดีนัก เนื่องจากเขาเพิ่งเห็นว่าหยางเฉินกำลังพูดคุยกับถังหว่านในก่อนหน้านี้ แต่พอเขาเดินมาถังหว่านก็เดินหนีเขาไปเสียแล้ว
หยางเฉินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นฟางจงผิงเดินมาหาเขาด้วยท่าทีกระวนกระวาย
เป็ไปได้หรือไม่ว่าผู้ชายคนนี้ก็เป็หนึ่งในคนที่ไล่ตามจีบถังหว่านจนเธอรำคาญขึ้นมา? แต่หยางเฉินก็ไม่ได้กังวลใจเกี่ยวกับเื่นี้มากนัก
“ไม่คิดจริงๆ ว่าคุณจะมางานเลี้ยงครั้งนี้ด้วย แต่ที่น่าใกว่าคือผมไม่คิดจริงๆ ว่าคุณจะเป็สามีของประธานหลิน” หยวนหัวเหว่ยกล่าว
ตระกูลหยวนถือว่าเป็ตระกูลที่ใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดในจงไห่ เห็นได้ชัดว่าต่อให้เป็ตระกูลหลิวเองก็ยังต้องทำอะไรไว้หน้าตระกูลหยวนอยู่หลายส่วน
“อาการาเ็ของหยวนเย่เป็ไงบ้างครับ?” หยางเฉินถาม
หยวนหัวเหว่ยหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบหยางเฉิน “ อาการาเ็ของเ้าเด็กนั่นทุเลาลงมากแล้ว แพทย์ประจำตัวก็อนุญาตให้กลับบ้านได้ มิหนำซ้ำตอนนี้เ้าเด็กนั่นยังดูอ้วนท้วนกว่าก่อนหน้าเสียอีก”
หยางเฉินไม่คิดว่าเื่ที่หยวนเย่ดูมีน้ำมีนวลมากขึ้นจะเป็เื่บังเอิญแต่อย่างไร
เนื่องจากเขาถ่ายทอดลมปราณไปให้หยวนเย่ ทำให้เด็กคนนั้นรับพลังธรรมชาติไปเล็กน้อยจนดูแข็งแรงมากขึ้นกว่าเดิม
“หยางเฉิน นายรู้จักถังหว่านด้วยเหรอ?” ฟางจงผิงถามด้วยอารมณ์เร่งร้อน
หยางเฉินหันมามองเขาก่อนจะพยักหน้าให้ “ใช่ แต่ผมไม่ค่อยได้คุยกับเธอสักเท่าไร”
ใบหน้าของฟางจงผิงดูผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบของหยางเฉิน
ส่วนหยวนหัวเหว่ยและหยางจี้หยูดูมีสีหน้าที่ซับซ้อนเล็กน้อย ทั้งคู่มองหน้ากันไปมาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
หยางจี้หยูนึกขึ้นได้ว่าภายในงานเลี้ยงก่อนหน้านี้เขาดูแปลกไป เธอจึงเอ่ยถามหยางเฉินอีกครั้ง
“ภรรยาของคุณหยางนั้นสวยงามจนหาใครเปรียบได้ยากจริงๆ ค่ะ แต่ตอนนี้คุณดูเศร้าใจเล็กน้อยนะ คุณทะเลาะกับหลินรั่วซีมาหรือเปล่าคะ?”
หยางเฉินไม่ค่อยคุ้นเคยกับหยางจี้หยูที่ทำท่าทางดูเป็มิตรแบบนี้ เขาตอบเธอด้วยท่าทีสบายๆ
"มีเื่เกิดขึ้นเล็กน้อย แต่มันก็เป็ความผิดของผมเองนั่นแหละ”
“เห็นได้ชัดว่าหลินรั่วซีนั่นก็เหมือนพี่น้องตระกูลไช่ พวกเธอถูกเลี้ยงดูมาโดยไม่ได้เจอผู้ชายในวัยเดียวกันมากนัก พวกเธอจึงมีอารมณ์แบบสาวน้อยไร้เดียงสาเป็ส่วนใหญ่ หยางเฉินเมื่อคุณเป็สามีของหลินรั่วซีแล้วคุณก็ต้องพยายามเข้าใจเธอให้มากขึ้นนะคะ หลินรั่วซีแบกบริษัททั้งบริษัทเอาไว้บนบ่า บางทีอารมณ์และความรุนแรงที่แสดงออกมาก็อาจจะมาจากความเครียดที่สะสมกันมานานก็ได้ แต่ในเมื่อเธอตัดสินใจให้คุณเป็คู่ชีวิตแล้ว คุณก็ควรที่จะพยายามเข้าใจเธอมากขึ้น พูดคุยกับเธอด้วยเหตุผลและที่สำคัญที่สุดคืออย่าโกรธเธอไปเลยนะคะ”
เมื่อเห็นว่าหยางจี้หยูกำลังพยายามไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างเขากับหลินรั่วซี หยางเฉินก็ฝืนยิ้มออกมาด้วยความขมขื่น
แม้กระทั่งคนใกล้เคียงก็ยังรู้ว่าการเป็สามีภรรยากันนั้นจำเป็ที่จะต้องใช้ใจคุยกัน ไม่ใช่อารมณ์
หยางจี้หยูยิ้มออกมาอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจ “ฉันได้ยินมาจากเย่น้อยว่าคุณแต่งงานแล้ว ทำให้พวกเราต่างก็อยากรู้ว่าใครเป็ภรรยาของคุณกันแน่ จนในที่สุดเราก็ได้เห็นในวันนี้ มันดูแตกต่างจากที่เราคิดไปมากจริงๆ ค่ะ ถ้าในอนาคตพวกคุณมีลูกด้วยกันล่ะก็ พวกเราจะต้องมาแสดงความยินดีกับพวกคุณอย่างแน่นอน”
ลูก?... หยางเฉินฟังคำพูดของหยางจี้หยูอยู่นานสองนาน ภาพในจินตนาการที่เธอพูดนั้นดูสวยงามเป็อย่างมาก แต่กับหลินรั่วซีแล้วมันจะเป็ไปได้เหรอ?
บางทีหากสัญญาสามปีนั่นสิ้นสุดลง พวกเขาก็อาจจะกลายเป็คนแปลกหน้าไปก็ได้
หยางจี้หยูมองดูหยางเฉินที่นิ่งไปด้วยท่าทีแปลกๆ “ฉันได้ยินว่าคุณเป็เด็กกำพร้า ถ้าพ่อแม่ของคุณยังอยู่พวกท่านก็ต้องภูมิใจเป็อย่างมากแน่ที่มีลูกอย่างคุณ”
หลังจากที่เธอพูดออกไป หยวนหัวเหว่ยก็บีบมือภรรยาของเขาเบาๆ ในทันที พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่าไม่ให้เธอพูดมากไปกว่านี้
หยางจี้หยูต้องจำใจเงียบเสียงลง โดยที่ความรู้สึกอัดอั้นภายในอกยังคงมีอยู่มากมายจนแทบล้นออกมา หยางเฉินยิ้มให้กับเธอเล็กน้อย เขาไม่เคยใส่ใจเื่นี้อยู่แล้ว
ในขณะเดียวกัน ภาพที่หยางเฉินพูดคุยกับคนใหญ่คนโตในวันนี้ค่อยๆ เปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับตัวเขาไปอย่างสิ้นเชิง ในตอนนี้เหล่าชนชั้นสูงภายในงานต่างรู้สึกสนใจในตัวของหยางเฉินมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงแค่เขาจะเป็สามีของหลินรั่วซี เขายังเป็คนรู้จักของถังหว่านด้วย ตระกูลของถังหว่านอาจไม่ได้เป็ตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในจงไห่ แต่ถึงอย่างไรทางตระกูลเธอก็ยังใกล้ชิดกับตระกูลหยวนและโดยเฉพาะกับตระกูลฟางของเลขานุการฟางที่พยายามผูกมิตรกับเธอ
คนส่วนใหญ่ต่างรู้ว่าเมื่อเทียบระหว่างหลิวคังไป๋กับหยางจี้หยูแล้วตระกูลหลิวก็ไม่นับว่าเป็อะไร ตระกูลหยางของหยางจี้หยูนั้นนับได้ว่ามีเื้ัที่ยิ่งใหญ่ อีกทั้งยังมีอิทธิพลเป็อย่างมากในกรุงปักกิ่ง เมื่อพวกเขาเห็นหยางเฉินพูดคุยกับเธออย่างสนิทสนม พวกเขาก็เริ่มคาดเดาไปต่างๆ นานา
เป็ไปได้หรือไม่ว่าหยางเฉินคนนี้ อาจเป็ผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งที่ปลอมตัวมาจากปักกิ่ง?
ในเวลานั้นเองหลินรั่วซีกำลังยืนอยู่อีกมุมหนึ่งของงานพร้อมๆ กับสองพี่น้องตระกูลไช่
เธอรู้สึกแปลกใจเป็อย่างมากเมื่อเห็นว่าหยางเฉินกำลังพูดคุยกับหยวนหัวเหว่ยและหยางจี้หยูสองสามีภรรยา รวมทั้งเลขานุการฟางจงผิง
แต่ไช่หนิงรู้เื่ราวภายในเป็อย่างดี เธอรู้ว่าตัวตนของอีกด้านของหยางเฉินเป็อย่างไร ซึ่งแตกต่างจากหลินรั่วซีและไช่เอี๋ยนที่ไม่คิดว่าหยางเฉินจะรู้จักคนระดับนั้นได้ ภายในใจของหลิวรั่วซีบังเกิดความรู้สึกอันแปลกประหลาดขึ้นมา
ที่เธอพาหยางเฉินมางานเลี้ยงครั้งนี้ก็เพื่อให้เขาได้ผูกมิตรกับตระกูลหลิว โดยถือเป็การเปิดตัวเขาให้ชนชั้นสูงภายในเมืองได้รู้จัก แล้วทำความคุ้นเคยกันไว้
แต่เธอไม่เคยรู้เลยว่าหยางเฉินดันไปรู้จักกับหยวนหัวเหว่ยและหยางจี้หยู รวมทั้งเลขานุการฟางจงผิง อีกทั้งยังดูสนิทสนมกันเป็อย่างมาก
เื่เหล่านี้เธอกลับไม่เคยรู้มาก่อน เพราะหยางเฉินไม่เคยปริปากพูดเื่พวกนี้กับเธอแม้แต่ครั้งเดียว บางทีการกระทำของเธอครั้งนี้อาจดูโง่เง่าในสายตาของเขา บางทีหยางเฉินอาจจะเยาะเย้ยเธออยู่ในใจเงียบๆ ก็เป็ได้...
หยางเฉินยังคงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังกลายเป็จุดสนใจของคนทั้งงาน ในใจของเขาตอนนี้กำลังคิดถึงหลินรั่วซีที่กำลังเศร้าอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งหยวนหัวเหว่ยพูดกับเขาอีกครั้ง
“ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าหลิวคังไป๋จะสร้างปัญหาให้กับคุณนะ ถ้าเขาคิดจะทำอะไรอีกล่ะก็มาบอกพวกเราได้เลย ถึงอย่างไรนายก็เป็ผู้มีบุญคุณกับเราอยู่แล้ว เื่แค่นี้ทางเราจะไปจัดการให้เอง”
ความจริงแล้วหยางเฉินอยากจะให้สองพ่อลูกนั่นมาหาเื่เขามากกว่านี้จริงๆ แต่หยางเฉินก็ไม่ได้พูดความในใจออกไป เขาเพียงพยักหน้าตอบกลับอีกฝ่าย
“ทราบแล้วครับ ขอบคุณมาก”
หลังจากการสนทนาในงานเลี้ยงผ่านไป ต่อจากนั้นก็จะเป็งานเต้นรำ ในฟลอร์เต้นรำถูกจัดขึ้นที่ศูนย์กลางของงาน ที่ด้านข้างมีวงดนตรีรับเชิญมาจากกรุงเวียนนามาเป็ผู้สร้างเสียงเพลงประกอบการเต้นในครั้งนี้ ผู้คนจำนวนมากเริ่มเดินเข้ามาในฟลอร์เต้นรำ หลายคนเริ่มหันไปหาคู่เต้นภายในงานด้วย เมื่อคนเ่าั้ได้คู่เต้นรำแล้ว พวกเขาก็จะออกไปเต้นบนฟลอร์ด้วยท่วงท่าอันงดงาม
หยวนหัวเหว่ยถือว่าเป็สุภาพบุรุษอีกคนหนึ่ง เขาโน้มตัวลงเชิญหยางจี้หยูออกไปเต้นรำบนฟลอร์อย่างสง่างาม หลังจากที่ทั้งคู่จูงมือกันออกไป ฟางจงผิงก็ได้แต่ชะเง้อมองทั้งสองด้วยสายตาห่อเหี่ยว เขานั่งถอนหายใจเงียบๆ อยู่คนเดียวที่มุมอับของฟลอร์เต้นรำ
หยางเฉินไม่ได้คิดที่จะออกไปเต้นรำกับใคร ในขณะที่เขากำลังเดินหาสถานที่นั่งดื่มใหม่
สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นหลินรั่วซีกับสองสาวตระกูลไช่ที่กำลังอยู่ในบริเวณฟลอร์เต้นรำ ในขณะที่หลิวหยุนกำลังเดินไปหาพวกเธออย่างช้าๆ!
หยางเฉินขมวดคิ้วมุ่นในทันที เขารู้ดีว่าหลิวหยุนไม่ได้มาอย่างเป็มิตรแน่
ในขณะเดียวกันหลิวหยุนก็เดินมาผายมือให้กับหลินรั่วซี “ไม่ทราบว่าคุณหลินจะให้โอกาสผมเชิญคุณไปเต้นรำสักเพลงจะได้ไหมครับ?”
จากการคาดการณ์ของหลิวหยุน ในตอนนี้เขาสามารถทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันได้ มิหนำซ้ำยังสามารถกระตุ้นให้หลินรั่วซีรู้สึกไม่ชอบหน้าหยางเฉินมากขึ้น
ดูยังไงตอนนี้เขาก็ทำคะแนนนำหยางเฉินไปมากโขอยู่ดี คงไม่ใช่เื่แปลกอะไรที่หลินรั่วซีจะตอบรับคำเชิญของเขาแล้วไปเต้นรำบนฟลอร์
แต่หลินรั่วซีไม่ได้เป็คนโง่ เธอรู้ว่าหลิวหยุน้ามาเชิญเธอไปเต้นรำเพื่อหักหน้าหยางเฉินให้เขาอับอาย เพียงแต่หลิวหยุนก็เป็นายน้อยของตระกูลหลิว การที่เ้าภาพมาเชิญไปเต้นรำแล้วปฏิเสธไปก็นับได้ว่าเป็ความไม่สุภาพอย่างหนึ่ง แต่เธอก็ไม่รู้จะหาเหตุผลไปปฏิเสธหลิวหยุนอย่างไรดี
ไช่เอี๋ยนเห็นหลินรั่วซีกำลังรู้สึกอึดอัดใจ เธอจึงพูดกับหลิวหยุนขึ้นมา “ประธานหลิว รั่วซีไม่ชอบงานเต้นรำนัก คุณไปเชิญคนอื่นๆ ดีกว่าค่ะ”
หลิวหยุนยังคงเผยรอยยิ้มออกมา “สารวัตรไช่ ผมอยากจะเต้นรำกับประธานหลินจริงๆ หวังว่าคุณจะไม่ขัดขวางผมหรอกนะครับ”
ไช่หนิงจับมือน้องสาวของเธอไม่ให้ทำอะไรไปมากกว่านี้ ถ้าหากยังขืนดื้อดึงบางทีความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลหลิวและตระกูลไช่อาจแย่ลงมากกว่าเดิม
“เฮ้! นี่คุณไปเอาความกล้ามาจากไหน? ขนาดผมที่เป็สามีของเธอก็ยังไม่เคยได้เต้นรำด้วยเลย ตอนนี้คุณกลับคิดจะกลายเป็พวกอันธพาลยุ่มย่ามกับภรรยาของคนอื่นแล้ว?!” ในตอนนั้นเองหยางเฉินก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของหลิวรั่วซี
หลินรั่วซีตกตะลึงที่หยางเฉินจู่ๆ ก็โผล่มาจากด้านหลังเธอในขณะที่สีหน้าของสองพี่น้องตระกูลไช่กลับดูซับซ้อน
หลิวหยุนเค้นเสียงออกมาก่อนจะพูดขึ้น “ใช่เหรอครับ ใครจะเป็แบบคุณหยางได้ เมื่อกี้ก็เพิ่งไปคุยกับคุณนายถังนี่ครับ มิหนำซ้ำเธอยังดูงดงามถึงขนาดนั้น คุณหยางนี่ช่างน่าอิจฉาเสียจริง”
หยางเฉินเผยรอยยิ้มแปลกๆ ออกมา “ไม่ว่าคุณจะอิจฉาหรือคิดว่านับถือผมเป็ไอดอลหรืออะไรก็ตาม แต่ตราบใดที่เธอยังเป็ผู้หญิงของผม คุณก็ไม่มีสิทธิมายุ่มย่ามกับเธอ”
“ไม่ได้งั้นเหรอครับ?” หลิวหยุนรู้สึกอยากจะหยามหยางเฉินให้มากกว่านี้
ในตอนนั้นเองหยางเฉินก็ยื่นมือไปที่เื้ัในขณะที่สองสาวตระกูลไช่ยังยืนตะลึงอยู่ “สารวัตรไช่ คุณคงไม่คิดจะจับผมไปสถานีตำรวจเพราะเื่เล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ใช่มั้ยครับ?”
“หยางเฉิน นายกล้าโบ้ยมาให้พวกฉันเหรอ?! อยากตายนักหรือไง?!” ใบหน้าของไช่เอี๋ยนแทบจะเป็สีแดงก่ำขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว
แต่ไช่หนิงกลับรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าหยางเฉินกำลังทะเลาะกับหลิวหยุนอยู่ แต่ไม่รู้ทำไมหัวใจของเธอกลับเต้นไม่ตรงจังหวะ
หลิวหยุนไม่พูดอะไรออกมานอกจากเผยรอยยิ้มชั่วร้ายให้กับหยางเฉิน เขากล่าวขึ้น “บางทีนี่อาจไม่จำเป็จะต้องแยกว่าใครถูกใครผิดก็ได้ ถึงแม้ว่าคุณหยางจะบอกว่าอยากจะเต้นรำกับภรรยาของคุณก็จริง แต่ดูเหมือนว่าประธานหลินดูจะไม่เต็มใจที่จะต้องเต้นกับสามีอย่างคุณนะครับ”
หยางเฉินไม่สนใจคำพูดของหลิวหยุนแม้แต่น้อย เขามองไปยังใบหน้าของหลินรั่วซีที่ยังคงเงียบอยู่ อารมณ์อันซับซ้อนปรากฏขึ้นมาภายในแววตาของเธออย่างเห็นได้ชัด
ทันใดนั้นหยางเฉินก็เปลี่ยนท่าทีของเขาอย่างฉับพลัน เขาเดินเข้าไปหาหลินรั่วซีช้าๆ ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอ
หยางเฉินค่อยๆ ค้อมตัวลงราวกับสุภาพบุรุษพร้อมทั้งผายมือไปด้านหน้า เป็สัญญาณของการ “เชิญฝ่ายหญิง” ออกมาเต้นรำกับเขาบนฟลอร์ ไม่เพียงแต่ท่วงท่าการเชื้อเชิญอีกฝ่ายจะสง่างาม ท่าทางของเขายังเปลี่ยนไปจนแทบจะเหมือนกับเป็คนละคน จนหลิวหยุนและไช่เอี๋ยนต่างก็รู้สึกว่ากำลังมองคนอื่นที่ไม่ใช่หยางเฉินอยู่
แม้แต่หลินรั่วซีก็ยังรู้สึกว่าหัวของเธอกำลังขาวโพลนด้วยความตกตะลึง เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าหยางเฉินจะเป็คนเชิญเธอไปเต้นรำจริงๆ
นอกจากนี้เขาก็เป็แค่คนขายแพะย่างเท่านั้น คนขายแพะย่างที่ไหนจะเต้นรำเป็บ้าง?!
หลินรั่วซีก็มองหยางเฉินด้วยความเขินอายเล็กน้อย แต่หัวใจของเธอกำลังเต้นโครมครามออกมาไม่หยุดยั้ง หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที หลินรั่วซีที่นิ่งเงียบก็ค่อยๆ วางมืออันเรียบเนียนของเธอไว้บนฝ่ามือของหยางเฉิน
“งานเต้นรำครั้งนี้ไม่ใช่เื่เล่นๆ นะ ฉันไม่อยากจะเต้นกับคนไม่มีทักษะ นายอย่าคิดทำอะไรแผลงๆ จะดีกว่า”
หยางเฉินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เขาแค่นรอยยิ้มออกมา “ไม่ต้องห่วง ผมแค่อยากเต้นรำกับคุณเท่านั้นเอง อีกอย่างหนึ่งสามีคุณเต้นรำได้เก่งมากด้วยนะครับ”
