พวกเขาออกจากท่าเรือ เดินทางต่ออีกห้าร้อยลี้ ในที่สุดก็เห็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่บนที่ราบ
ระหว่างทางมีจอมยุทธ์สองสามคนควบม้าสัญจรผ่าน รัศมีพลังที่แผ่ซ่านทำให้ซุนต้าไห่ตัวสั่นสะท้าน
แม้อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ร้อยลี้ แต่โลกภายนอกกับมหาสมุทรนั้นช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ที่ท่าเรือ แค่ขั้นหลอมกายาสามสี่ชั้นฟ้าก็เปรียบดั่งนฤบาลของแถวนั้น ทว่าข้างนอก จอมยุทธ์อย่างซุนซี่ผิงเป็แค่คนที่อยู่หางแถว ถึงตายไปก็อาจยังไม่รู้ว่าตัวเองตายได้อย่างไร
“ข้าเข้าใจแล้วว่าทำไมท่านพ่อถึงไม่ไปจากที่นั่น!” ซุนต้าไห่ยิ้มเจื่อน
“การรู้จักเข้าใจตนเป็เื่ที่ดี พ่อของเ้ารู้ว่าความสามารถของตัวเองอยู่ที่ระดับไหน แทนที่จะใช้ชีวิตโดยปราศจากวันพรุ่งนี้ อยู่อย่างสงบย่อมดีกว่า!” จูชิงกล่าว
ซุนต้าไห่พยักหน้า เขารู้สึกโชคดีมากที่พ่อของเขาตัดสินใจเช่นนี้ ในตอนนั้นถ้าซุนซี่ผิงเลือกที่จะออกไปผจญภัยอยู่ข้างนอกก็คงไม่มีพรรคซี่ผิงอย่างทุกวันนี้ พวกซุนต้าไห่ก็คงไม่มีชีวิตที่สุขสบาย
“ฮี้ๆ!” ม้าคล้ายกับใ ไม่ว่าซุนต้าไห่จักดึงบังเหียนเท่าไหร่มันก็ไม่สงบลงเลย
จูชิงที่นั่งอยู่ในรถม้าออกจากสถานะบำเพ็ญเพียร เขามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “กลิ่นเืแรงมาก ไม่แปลกใจเลยที่มันจะใ!”
ก่อนหน้านี้จูชิงบำเพ็ญเพียรไปพลาง คุยกับซุนต้าไห่ไปพลาง ถ้าจอมยุทธ์คนอื่นรู้เข้าคงตะลึงจังงันเป็แน่แท้!
ในการบำเพ็ญเพียรควรอยู่ในสถานที่สงบและไม่มีสิ่งใดรบกวนจิตใจ หากทำอะไรพร้อมกันสองอย่างอาจเป็อันตรายต่อชีวิต
การบำเพ็ญเพียรมิใช่เื่เล่น ถ้าพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ทุกสิ่งอย่างจักดับสิ้น!
“ฮี้!” ม้าเริ่มไม่อยู่สุข มันส่งเสียงดังเอ็ดอึง วิ่งไปตามถนน
ซุนต้าไห่เป็เพียงขั้นหลอมกายาสี่ชั้นฟ้า ไม่อาจหยุดยั้งม้าที่กำลังบ้าคลั่งได้ ถึงจะพยายามดึงบังเหียนแค่ไหน มันก็ไม่มีทีท่าว่าจักหยุดแต่อย่างใด!
“ฟึ่บ!” จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก เงาร่างในรถม้าสั่นไหวแล้วเขาก็ปรากฏที่นอกรถม้า วางฝ่ามือเหนือหัวของมัน!
ม้าที่กำลังวิ่งพล่านรู้สึกเหมือนมีูเากดทับที่หัว ทำให้มันไม่สามารถเคลื่อนไหวใดๆ ได้อีก!
จูชิงแตะหัวมันเบาๆ “เด็กดี!”
ซุนต้าไห่ตระหนักรู้เป็อย่างดีว่าม้าที่กำลังคลุ้มคลั่งนั้นมีพละกำลังน่าพรั่นพรึงเพียงใด ทว่าจูชิงกลับหยุดมันได้โดยไม่ต้องใช้แรงแต่อย่างใด ลำพังแค่นี้ก็บ่งบอกได้ถึงฐานพลังที่เหนือชั้นเกินพรรณนาแล้ว
ด้านหลังรถม้า จอมยุทธ์คนหนึ่งขี่เสือวิ่งผ่านไป ครั้นเห็นว่ารถม้าหยุดลงเพราะความตื่นตระหนกของม้า จอมยุทธ์ผู้นั้นก็หัวเราะอย่างเหยียดหยาม
“ที่แท้ก็เพราะกลัวเสือตัวนั้นหรอกหรือ!” จูชิงยิ้มบางๆ
“ท่านผู้าุโจู...นั่นมันเสือจริงๆ หรือ!” ซุนต้าไห่ชี้ไปที่จอมยุทธ์ผู้นั้นพลางเบิกตาทั้งสองกว้าง
จูชิงพยักหน้า “กำราบสัตว์อสูรเป็สัตว์ขี่ของตัวเองได้ในขั้นหลอมกายา นับว่าเก่งกาจไม่เลว!”
“เขาเป็ขั้นหลอมกายางั้นรึ?” ซุนต้าไห่ตะลึงงัน
เขาแทบไม่กล้าสบตากับจอมยุทธ์คนนั้นด้วยซ้ำ เพราะััได้ถึงความต่างชั้นเสมือนฟ้ากับเหว ทว่าพอจูชิงบอกว่าอีกฝ่ายเป็ขั้นหลอมกายา ในฐานะจอมยุทธ์ที่อยู่ในขั้นพลังเดียวกัน เหตุใดถึงได้แตกต่างกันเพียงนี้?
“จอมยุทธ์ผู้นั้นน่าจะผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน แม้ว่าจะเป็ขั้นหลอมกายาเจ็ดชั้นฟ้า แต่กลับแข็งแกร่งกว่าจอมยุทธ์ขั้นหลอมกายาเจ็ดชั้นฟ้าทั่วไปมาก” จูชิงกล่าว
จอมยุทธ์ในสำนักมักถูกมองว่าเป็บุตรแห่ง์ ไม่ว่าเป็วิชาหรือวรยุทธ์ที่ฝึกฝนล้วนแล้วแข็งแกร่งกว่าจอมยุทธ์ข้างนอกหลายเท่า
มันเป็ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ว่าจอมยุทธ์ขั้นหลอมกายาที่อยู่ในสำนักมิใช่คู่ประมือของจอมยุทธ์ข้างนอก บางครั้งพวกเขาอาจมีวิชากับวรยุทธ์ที่เหนือกว่าก็จริง ทว่าก็ยังขาดประสบการณ์การต่อสู้ระหว่างความเป็และความตาย
อย่างไรก็ตาม คล้ายกับเกิดเื่บางอย่างใกล้ๆ ถนนเส้นนี้ พวกจูชิงเห็นจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งสัญจรผ่านหลายครั้ง มีบางครั้งที่เป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ
การปรากฏตัวของขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณทำให้ซุนต้าไห่ตื่นเต้นสุดแสน เขาไม่เคยเห็นคนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ที่ท่าเรือมาก่อน!
“ท่านผู้าุโจู พวกเราจะลองแวะไปดูสักหน่อยไหม?” ซุนต้าไห่เอ่ยถาม
“เอาสิ แวะไปดูหน่อยก็ดี” จูชิงพยักหน้า
ข้างหน้ามีเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งชื่อว่าเมืองหวนั มีจอมยุทธ์อยู่จำนวนไม่น้อย ส่วนใหญ่เป็ขั้นหลอมกายา มีขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณบ้างประปราย
การปรากฏตัวของจูชิงกับซุนต้าไห่มิได้ดึงดูดความสนใจของหมู่ชนเท่าไหร่นัก มีบางคนมองรถม้าพลางยิ้มไม่แยแส
“ลองไปถามดูสิว่ามีเื่อะไร?” จูชิงกล่าว
“ขอรับ!” ซุนต้าไห่ตอบรับ เบียดฝ่าฝูงชนหายวับไป สักพักหนึ่งก็เดินหอบหายใจออกมา
“ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ว!” ซุนต้าไห่พูดอย่างตื่นเต้น
“ค่อยๆ พูด!” จูชิงพูด
“ครึ่งปีก่อนมีสัตว์อสูรปรากฏตัวที่นี่ มันมักเข้ามาขโมยไก่กับเป็ดของชาวเมืองเป็ประจำ ชาวเมืองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับมัน จนเมื่อไม่กี่วันก่อนสัตว์อสูรตัวนั้นเริ่มทำร้ายชาวเมือง พวกเขาไม่มีทางเลือกจึงป่าวประกาศ ใครก็ตามที่ฆ่ามันได้จักได้รับหินปราณห้าสิบก้อนเป็รางวัล!” ซุนต้าไห่พูด
“อั่ก!” จูชิงแทบกระอักเื!
“ว่ายังไงนะ หินปราณห้าสิบก่อน?” จูชิงยังไม่อยากเชื่อเลยว่ารางวัลเล็กน้อยแค่นั้นจะทำให้จอมยุทธ์จำนวนมากมุ่งหน้ามาที่นี่เพื่อเสี่ยงชีวิตตัวเอง!
ซุนต้าไห่เหลือบมองจูชิง รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย คนที่มั่งคั่งล่ำซำอย่างจูชิงคงไม่มีทางเห็นหินปราณห้าสิบก้อนอยู่ในสายตา แต่สำหรับพวกเขาแล้ว หินปราณล้ำค่าสุดแสน ห้าสิบก้อนก็ถือว่ามีมูลค่าสูงเสียดฟ้าแล้ว
จูชิงไม่เห็นว่าหลังจากที่ซุนซี่ผิงได้หินปราณไป เขาเอาแต่นั่งนับหินปราณไม่ได้หลับไม่นอนทั้งคืน เหมือนกับเด็กหนุ่มที่เพิ่งมีความรักครั้งแรกไม่มีผิด
อีกทั้งสำหรับจอมยุทธ์บางคนมันคือกำไร เพราะสัตว์อสูรมีค่าในตัวมันอยู่แล้ว เกรงว่าอาจสูงกว่าหินปราณห้าสิบก้อนด้วยซ้ำ
จากนั้นจูชิงก็มิได้สนใจอะไร เขาเช่าห้องพักสองห้องเพื่อพักผ่อนหนึ่งคืน เตรียมตัวออกเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น
ทว่าพอใกล้เที่ยงคืน จูชิงที่กำลังทำกรรมฐานอยู่ จู่ๆ ก็ลืมตาขึ้น จับจ้องมองูเาที่อยู่ห่างไกลจากเมืองอย่างเหลือเชื่อ!
“สัตว์อสูรนั่นแข็งแกร่งมาก!” จูชิงใจหาย ใจหล่นตกลงไปที่ตาตุ่ม
“ปัง!” เขาทำลายกำแพงไม้โดยไม่รอช้าปลุกซุนต้าไห้ที่กำลังหลับใหลขึ้นมา
“ท่านผู้าุโ!” ซุนต้าไห่งัวเงีย พอเห็นจูชิงเขาก็เบิกตาทั้งสองกว้างทันที
เป็ไปไม่ได้ที่สัตว์อสูรที่ทรงพลังเฉกเช่นนั้นจะปรากฏตัวในสถานที่แบบนี้ ตอนแรกจูชิงนึกว่ามันเป็ขั้นหลอมกายาสูงสุด แต่เขาคิดว่าเขาเดาผิด เพราะมันแข็งแกร่งมาก มากถึงขนาดที่จูชิงยังรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
“ดูเหมือนมันจะได้รับาเ็!” จูชิงขมวดคิ้ว
เงาดำแวบผ่านในความมืดมิด เคลื่อนที่เร็วยิ่งยวด นอกจากจูชิงแล้วไม่มีใครในเมืองสังเกตเห็นมัน
เงาดำเคลื่อนตัวไปข้างๆ เล้าหมู ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องเอ็ดอึงทำลายความเงียบสงบของค่ำคืน มันไล่ล่าหมูทีละตัวสองตัว ก่อนที่จะลากหมูทั้งหมดสองสามร้อยตัวไปโดยไม่ส่งผลกระทบใดๆ กับความเร็ว!
“เ้ารออยู่นี่ เดี๋ยวข้ามา!” จูชิงพูดกับซุนต้าไห่แล้วหายไปในความมืด
สุนัขโลกันตร์สามหัวที่ถูกลืมนอนอยู่ข้างๆ สะลึมสะลือ มันหรี่ตามองเล็กน้อยและเปลี่ยนท่านอนต่อ
จูชิงตามสัตว์อสูรตัวนั้นไป ความเร็วของมันทำให้เขาประหลาดใจเป็อย่างมาก เขาแทบต้องใช้กำลังทั้งหมดที่มีถึงจะไล่มันทัน!
เห็นได้ชัดว่าสัตว์อสูรตัวนี้ระวังตัวยิ่งยวด มันเดินวนอยู่หลายครั้งแล้วจึงค่อยกลับมาที่เนินเล็กๆ มันใช้แขนอันทรงพลังขุดดินรอบๆ ลากหมูที่ล่ามาเข้าไปในถ้ำ
จูชิงมองถ้ำที่ซ่อนอยู่ใต้ดินพลางยิ้มมุมปาก เขาเตะเท้าทลายหน้าดินแล้วสืบเท้าก้าวเข้าไป
“เคร้งคร้าง!” ครั้นจูชิงสืบเท้าเข้าไปในถ้ำแสงเย็นเยือกพลันประจักษ์วาบ
เกราะเพลิงสีแดงฉานปกคลุมกายาของจูชิงชั้นหนึ่งต่อต้านกรงเล็บอันแหลมคมไว้ ขณะนั้นเขาเห็นรูปลักษณ์ของสัตว์อสูรได้อย่างชัดเจนผ่านแสงไฟ!
มันมีหน้าตาเหมือนกับแมว ทว่าที่น่าแปลกก็คือแมวตัวนี้มีเก้าหาง!
“สัตว์อสูรขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณแรกเริ่ม น่าสนใจไม่เบา!” จูชิงยื่นเหยียดมือขวามาดหมายคว้าคอของมัน
ทว่าการเคลื่อนไหวของมันคล่องแคล่วว่องไวสุดแสน หลบฝ่ามือของจูชิงได้ในพริบตาเดียว!
“หืม!” จูชิงยิ่งรู้สึกได้ว่าสัตว์อสูรตัวนี้ไม่ธรรมดา
จูชิงลงมือติดต่อกันหลายสิบครั้ง แต่แมวเก้าหางก็หลบได้ทุกครั้ง!
เขาค่อนข้างมั่นใจในพลังของตัวเอง หลังจากที่ประมือกับผู้พิทักษ์โลกหินโลหิต์มานาน กระทั่งจอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณก็มิใช่คู่มือของเขา
ทว่าเขากลับทำอะไรแมวเก้าหางขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณแรกเริ่มไม่ได้
“เ้ามนุษย์ ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายกับเ้า ถ้าเ้ายังไม่หยุด อย่ามาหาว่าข้าไม่เกรงใจ!” ทันใดนั้นเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังสะท้อนในจิติญญาของจูชิง
“แบบนี้นี่เอง เ้าเป็อสูรกลืนิญญา!” ม่านตาจูชิงหดเล็กเท่ารูเข็ม
“เ้ารู้จักข้าด้วยงั้นรึ?” แมวเก้าหางตัวแข็งทื่อ ั์ตากระดิ่งฉายสีตะลึงงัน
แน่นอนว่าจูชิงไม่มีทางรู้เบื้องลึกของแมวเก้าหาง ทว่าในจิติญญาของเขามีเฒ่าปีศาจ มีไม่กี่เื่ในโลกที่เขาไม่รู้
“มิน่าล่ะ ทำไมข้าถึงััได้ถึงอะไรบางอย่างจากตัวเ้า ที่แท้เ้าก็คืออสูรกลืนิญญา!” จูชิงมองแมวเก้าหาง ภายในใจเป็กังวลเล็กน้อย
อสูรกลืนิญญาเป็สิ่งที่น่าพรั่นพรึงั้แ่ยุคดึกดำบรรพ์ ในยุคสมัยนั้นไม่มีจอมยุทธ์คนไหนกล้าประมือกับมัน!
“อสูรกลืนิญญาสูญพันธุ์ไปแล้วไม่ใช่รึ ทำไมเ้าถึงยังมีชีวิตอยู่?” จูชิงเอ่ยถามด้วยความฉงนสงสัย
“เ้ามนุษย์ เ้าไม่กลัวข้ารึ?” แมวเก้าหางมองจูชิงอย่างประหลาดใจ ถ้าเป็ปกติ แค่ได้ยินคำว่าอสูรกลืนิญญา พวกมนุษย์ก็กลัวจนฉี่ราดแล้ว ทว่ามันกลับไม่รู้สึกถึงอารมณ์นั้นจากตัวจูชิงเลย!
