“ถึงขนาดนี้แล้ว เหตุใดยังจะเอาตัวข้าไปอีก ท่านไม่ได้ยินเพื่อนของท่านพูดฤา ว่าหากส่งสินค้าไม่ทันก็จะถูกปรับ” หลันฮวายังคงหาเหตุผลเพื่อเอาตัวรอด ก่อนสายตาของชายหนุ่มยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ค่าตัวของเ้าที่ทางการตั้งไว้ มันก็มากพอที่ข้าจะเอาไปจ่ายค่าปรับได้โดยที่ไม่เข้าเนื้อ” คำพูดของเขาทำเอาหลันฮวาอ้าปากค้าง เหตุใดเขาจึงหาเหตุผลมาย้อนนางกลับได้ทุกที ก่อนหญิงสาวจะหมดความอดทน ยอมเผยตัวตนออกมาในทันที
“แต่ข้าไม่อยากติดคุก! พวกท่านได้ยินฤาไม่ว่าข้าไม่อยากติดคุก ข้ายอมรับกับพวกท่านก็ได้ ว่าขโมยที่ออกอาละวาดผู้นั้น เป็ฝีมือของข้าเอง แต่ที่ข้าทำทั้งหมดก็เพื่อมีชีวิตรอด ที่ข้าขโมยของท่าน ก็เพียงเพราะความหิวบังคับให้ข้าต้องทำ ใครอยากจะเกิดมาเป็ขโมย หากแต่ข้าไม่ได้เกิดมาร่ำรวยมีเงินทองเหมือนพวกท่าน ข้าต้องอดมื้อกินมื้อมาตลอดนับจากเด็กจนถึงวันนี้ รสชาติไก่งวงเป็เช่นไรข้ายังมิเคยได้ัั” หญิงสาวพูดพร้อมกับระลึกถึง่เวลาทุกข์ทรมานที่ผ่าน
“ทำผิดก็คือผิด..ข้ออ้างใช้ลดโทษไม่ได้” หวงซีเหรินพูดด้วยหน้าตาราบเรียบเช่นเคย หลันฮวาได้ยินดังนั้นจึงยิ้มออกมาทั้งน้ำตา
“ผิดที่ข้าเกิดมาอาภัพ จนต้องเป็ขโมยเพื่อมีชีวิตรอด ท่านจับข้าไปเถิด ข้ายอมแล้ว บางครั้งการอยู่ในคุกก็ทำให้ข้ามีอาหารกิน ไม่ต้องไปขโมยผู้อื่นให้เขาเดือดร้อน” หญิงสาวยอมจำนน และไม่คิดต่อต้าน ก่อนที่อู่เจ๋อจะสะกิดชายหนุ่มให้เดินตามออกมา
“คุณชาย..ดูท่าทางแล้ว นางน่าสงสารอย่างบอกไม่ถูก” เขาพูดพร้อมกับหันมองไปทางหลันฮวา ก่อนที่ซีเหรินจะเชิดหน้าขึ้น แม้แววตาจะอ่อนลง แต่วาจาของเขายังคงยึดมั่นที่จะจับตัวนางส่งให้กับทางการ
“ไม่ว่าอย่างไร นางก็ต้องรับโทษ หากข้าปล่อยนางไป ชีวิตนางก็จะวนเวียนเป็ขโมยเช่นนี้ไม่รู้จักจบสิ้น”
“หากคุณชายเห็นควรเช่นนั้น เราก็ออกเดินทางกันเถิด เมื่อส่งสินค้าเสร็จแล้ว จะได้พานางไปส่งให้กับใต้เท้าตงซัน” อู่เจ๋อเคารพการตัดสินใจของซีเหริน จึงเบี่ยงตัวหันกลับมายังรถม้าที่จอดรออยู่
“เ้าลุกขึ้นไหวฤาไม่” ซีเหรินถามหญิงสาว ก่อนที่นางจะพยักหน้า แล้วพยายามลุกขึ้นยืนโดยมีชายหนุ่มคอยประคองอยู่เคียงข้าง เขาพานางขึ้นไปยังรถม้า แล้วทั้งหมดจึงพากันเดินทางผ่านเขาลูกนั้นไป
หญิงสาวนั่งอยู่ภายในรถม้าที่มีซีเหรินคอยบังคับควบคุมอยู่ นางรู้สึกปวดเข่าอย่างมากจนต้องโผล่หัวออกมา แล้วกระซิบเรียกเขาด้วยความเกรงใจ
“คุณชาย..คุณชาย ข้าเจ็บแผล” เสียงแ่ดังแว่วลอดมาจากด้านหลังทำให้ซีเหรินหันกลับไป แล้วพบนางยื่นหน้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อน หน้าตาแสนมอมแมมนั้นบ่งบอกว่านางยังเป็บุคคลไม่น่าไว้วางใจ
“...” ชายหนุ่มนิ่งเงียบไม่ตอบรับ ยังคงบังคับม้าเดินทางต่อไป เมื่อหญิงสาวหมดความอดทน นางจึงโผล่หน้าออกไปหาเขาอีกครั้ง
“คุณชาย..แผลข้าท่าจะระบมใหญ่แล้ว ข้าเจ็บมากจริง ๆ แลข้าเองก็หิวมากด้วย แสบท้องไปหมด” ชายหนุ่มหันไปที่ใบหน้ามอมแมมนั้นอีกครั้ง ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วนางเดียงสา หรือกำลังมารยากันแน่ แต่นั่นก็ทำให้เขาหยิบห่อข้าวยื่นให้นางโดยดี
“เหลืออยู่เท่านี้ เ้ากินไปก่อน อีกไม่นานด้านหน้าจะมีโรงเตี๊ยม” เมื่อหญิงสาวเห็นห่อข้าว ด้วยความหิวโหยจึงทำให้นางรีบคว้าไปในทันที ก่อนจะค่อย ๆ ขยับกายออกมานั่งคู่กับเขา
ซีเหรินสังเกตมือบางที่รีบเปิดห่อข้าวออก แล้วควักอาหารในห่อนั้นกินด้วยความหิวโหย เม็ดข้าวมากมายติดอยู่ริมฝีปาก แต่นั่นไม่ได้ทำให้นางรู้ตัวแต่อย่างใด ยังคงตั้งหน้าตั้งตาควักข้าวกินต่อไป ก่อนชายหนุ่มจะชะลอรถม้าแล้วควานหากระบอกน้ำยื่นให้กับนาง
“กินเช่นนั้น มีหวังเ้าได้ติดคอตายก่อนจะอิ่ม” หญิงสาวมองกระบอกน้ำที่เขายื่นให้ พลางเช็ดปากที่มีเม็ดข้าวติดออก แล้วเอื้อมไปรับน้ำมาดื่มด้วยความกระหาย
“เ้าอายุยังน้อย เหตุใดจึงอาศัยอยู่ผู้เดียว พ่อแม่เ้าล่ะ” เขาถามพร้อมกับบังคับรถม้าไปทางทิศเหนือ ในขณะที่อู่เจ๋อ บังคับรถม้าอีกคันอยู่ด้านหลัง หญิงสาววางกระบอกน้ำลงด้านข้าง แล้วเม้มปากแน่น
“ข้าไม่มีบ้าน ไม่มีพ่อแม่ เกิดมาก็มีแต่ยาย”
“แล้วยายของเ้าล่ะ”
“เหตุใดท่านจึงอยากรู้เื่ของข้านัก...สุดท้ายแล้วพอถึงจวนผู้ว่า ท่านก็ส่งตัวข้าให้เขานำไปลงโทษอยู่ดี ประวัติของข้ามิมีอะไรน่าสนใจหรอก ตอนเด็กก็แค่เป็ขอทาน พอโตมาหน่อยก็เป็ขโมยอย่างที่ท่านเห็น” เมื่อพูดจบหญิงสาวก็ก้มหน้ากินข้าวต่อ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเลื่อนสายตาตรงไปยังถนนดิน ที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่เต็มสองข้างทาง
“ผสมกับน้ำในกระบอก แล้วแปะไว้ที่แผล ยาสมุนไพรนี้ช่วยบรรเทาอาการปวดได้เป็อย่างดี” เขายื่นห่อยาให้กับนางโดยที่สายตายังคงจับจ้องไปยังถนนเส้นตรงนั้น หญิงสาวเลื่อนสายตามองห่อยา ก่อนจะเอื้อมมือไปรับจากเขาอย่างว่าง่าย ก่อนจะหวนคิดบางอย่างในใจอย่างเงียบ ๆ
