บทที่ 94 วิหารเลี่ยหมอเสิน
ลั่วถูหลบหนีไปอย่างเงียบกริบ แม้แต่จินหยินซินก็ไม่ทันสังเกต ทำเอาจินหยินซินโมโหมาก เห็นได้ชัดว่าเขาถูกหลอกใช้เข้าให้แล้ว แต่พอคิดดู เขากลับยิ้มออกมา การที่ได้รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามมีเพลิงอสูรลูกหนึ่ง เช่นนั้นเขาไม่รังเกียจจะตามหาฝ่ายตรงข้าม เอาเพลิงอสูรมาเป็ค่าตอบแทนที่เขาลงมือก็พอแล้ว นึกถึงก่อนหน้านี้ที่พลาดเพลิงภูตไป ในใจของเขายังคงรู้สึกเสียดายไม่หาย เสียดายที่เพลิงภูตถูกขบวนคลื่นสัตว์อสูรลาวากลืนกินไปแล้ว แถมยังไม่รู้ว่าเป็สัตว์อสูรตัวไหนที่โชคดีได้ไป แม้ไม่ได้เพลิงภูต เอาเพลิงอสูรมาแทนก็นับว่าไม่เลวเท่าไร
ซูเสี่ยวไป๋กับซูเสี่ยวชิงรู้สึกช่วยไม่ได้ พวกเขาเผชิญหน้ากับจินหยินซิน เ้าหมอนี้เป็ศิษย์าขั้นเก้า พลังรบแข็งแกร่งจนในระดับเดียวกันยากจะหาคู่ต่อกรได้และสำคัญที่สุดคือวิชาพลังเทพกายาทองกลั่นโลหิตสุดพิเศษของตระกูลจิน พลังร่างกายเนื้อที่แข็งแกร่งตลอดจนการป้องกันก็แข็งแกร่งเช่นกัน ต้องไม่ลืมว่าแม้เยี่ยเชียนชิวและเยี่ยลั่วเหิงตอนที่แย่งชิงเพลิงภูต พวกเขาได้ร่วมมือกันโจมตียังไม่อาจสร้างาแให้จินหยินซินได้ด้วยซ้ำ แม้พวกเขาสองพี่น้องจะยอมร่วมมือกัน กลับยังไม่อาจเป็คู่มือจินหยินซินได้ ครั้งนี้ทำได้เพียงคิดเสียว่าเป็โชคร้าย แต่พวกเขาเกลียดชังลั่วถูมากกว่า ดังนั้นเขาไม่รังเกียจที่จะก่อความยุ่งยากให้ลั่วถูเพิ่มขึ้นสักหน่อย ถ้ามีคนรู้ว่าลั่วถูมีเพลิงอสูรอยู่ในมือ เช่นนั้นในมิติลับแห่งนี้ย่อมถูกฝูงชนตามล่าแน่นอน ต่อให้กลับไปแผ่นดินต้นกำเนิดได้ก็ยังไม่พ้นได้รับความสนใจจากคนอื่นอยู่ดี
……
ลั่วถูไม่มีทางผูกมิตรกับจินหยินซินแน่ เพราะตัวเขาคือผู้สังหารจินต้าจง ดังนั้นขณะที่จินหยินซินลงมือ เขาก็ชิงถอยหลบออกมาเงียบๆ
ตลอดทางเขาได้เจอผู้ฝึกตนไม่น้อยที่ผ่านทางไป แต่เวลานี้ไม่มีใครยอมเสียเวลามายุ่งกับเขาแล้ว พวกเขาหวังจะใช้เวลาเพื่อเรียนรู้ศิลาเทพอัคคีมากกว่า ตอนนี้ลั่วถูถึงเพิ่งนึกได้ว่ายันต์กำหนดเสียงพันลี้ที่ใต้เท้าท่านทูตมอบให้แทบจะไร้ประโยชน์ไปแล้ว ในเมื่อมันใช้ได้ในระยะเพียงพันลี้ แต่แค่ตอนที่เขาบินผ่านธารลาวามาก็เกินพันลี้ไปแล้ว ดังนั้นจึงเป็ไปได้มากทีเดียวที่เขาและเจียงิ่จะอยู่กันคนละแผ่นดิน ทำได้เพียงรอสบโอกาสแล้วค่อยไปหา แต่ลั่วถูรู้สึกว่าเขาต้องรีบหาที่ลบตราประทับิญญาที่อยู่ในหินมณีของซูเสี่ยวพั่งลบออกก่อน เขาต้องหาสักที่หนึ่งเพื่อรักษาอาการาเ็ให้ฟื้นฟูขึ้นมาหน่อยถึงจะกล้าเข้าไปที่อาณาจักรว่านหั่ว โชคดีที่เป้าหมายของคนเ่าั้มุ่งไปที่ศิลาเทพอัคคีกันทั้งนั้น การหาสถานที่รักษาตัวจึงไม่ใช่เื่ยากแต่อย่างใด
ตราประทับบนหินมณีของซูเสี่ยวพั่งใช้เวลาไม่นานนักก็ทำลายได้แล้ว ด้วยวิธีการทำลายที่รุนแรงนั่นก็คือใช้พลังเพลิงต้นกำเนิดทำลายตราประทับโดยตรง ก็แทบไม่ติดขัดอะไรสักนิด ก็โจมตีตราประทับจนเละเทะได้แล้ว ลั่วถูเพิ่งจะตระหนักถึงความแข็งแกร่งของเพลิงนรกต้นกำเนิดได้ก็ตอนนี้เอง
ของในหินมณีของซูเสี่ยวพั่งทำให้ลั่วถูตื่นเต้นยินดี มีมณีิญญาลมหกก้อน เห็นได้ชัดว่าของสิ่งนี้เตรียมไว้สำหรับปีก์ เสียดายก็แต่ปีก์กลายเป็ซากไปเสียแล้วนี่สิ เพียงยารักษาก็มีมากกว่าสี่ห้าอย่างแล้ว ยาจิ่วจ้วนต้าหวน ยาน้ำเชียนฮวากั้นมี่ ยาหลิงจี ยาทาหว้าฟู่เซิงจี ยาหยั่งหุน ยาทุกชนิดล้วนเป็ยาชั้นสูงของโลกชั้นล่าง อีกทั้งคุณประโยชน์ไม่เหมือนกัน ยาจิ่วจ้วนต้าหวนหากใช้รักษาอาการาเ็ภายในจะเห็นผลดีที่สุด และยาน้ำเชียนฮวากั้นมี่มีฤทธิ์แก้พิษได้นับร้อย แม้กระทั่งพิษมารหรือปีศาจก็แก้ได้ ยาหลิงจีช่วยฟื้นลมปราณิญญาได้อย่างรวดเร็ว หล่อเลี้ยงลมปราณปลอบประโลมิญญา ยาทาหว้าฟู่เซิงจีที่จริงแล้วเป็ยาที่ดีที่สุดในการรักษาอาการาเ็ภายนอกที่ลั่วถูเคยเห็นมาในโลกชั้นล่าง ส่วนยาหยั่งหุนใช้สำหรับจิติญญาที่าเ็ เห็นได้ว่าก่อนเข้ามาในมิติลับเพลิงต้นกำเนิดเ้าซูเสี่ยวพั่งเตรียมพร้อมมาดีมาก และในหินมณีอีกก้อน ลั่วถูเห็นยันต์ิญญาจำนวนมาก วางซ้อนกันแบ่งชนิดประเภทชัดเจน อย่างน้อยก็มีหลายร้อยแผ่น ไหนจะยังขวดไข่มุกสีม่วงอีก เมื่อลั่วถูเพียงเปิดออก ก็รู้สึกถึงพลังสายฟ้าสายหนึ่งกระจายออกมา ด้านในเป็ไข่มุกสีม่วงดำ ชวนให้ลั่วถูนึกถึงไข่มุกที่ซูเสี่ยวพั่งโยนออกไปและกลายเป็เขตแดนสายฟ้า ชัดเจนแล้วว่าเ้าไข่มุกสีม่วงดำเป็สมบัติที่ใช้สร้างเขตแดนสายฟ้าได้ แถมยังมีตั้งหลายสิบเม็ด และที่ทำให้ลั่วถูยินดีที่สุดคือในหินมณีมียันต์สายฟ้าม่วงหลบหลีกเหลืออยู่อีกสามแผ่น
ยันต์หลบหนีระดับสูงเช่นนี้เป็สมบัติเพื่อการเอาชีวิตรอดอย่างแท้จริง หนีครั้งหนึ่งห่างไปพันลี้ ใช้ได้ดีกว่าปีกที่อาจารย์อักขระอาคมสลักให้พวกเยี่ยเชียนชิวตั้งเยอะ ยังมีวัตถุดิบบางอย่างที่ลั่วถูไม่รู้จักอยู่ด้วย แต่เมื่อนึกถึงยันต์ิญญาหลายร้อย ลั่วถูก็อิจฉาตาร้อนแล้ว ช่างร่ำรวยเสียจริงๆ นะ แค่ยันต์ิญญาพวกนี้ ก็ฆ่าคนตายได้แล้ว มิน่าเล่าเ้านี่ถึงได้ดูท่าทางอวดร่ำอวดรวยไม่เอาไหนเช่นนั้น ก็ล่ำซำสมความมั่นใจ เพียงแต่ดันโชคร้ายที่มาเจอกับลั่วถูเข้า
เมื่อมีสินาจากซูเสี่ยวพั่ง และตอนนี้ระดับพลังของตัวเขาก็นับว่าใกล้เคียงศิษย์าขั้นหกแล้ว แม้จะมีเพียงรากิญญาเพลิง แต่ลั่วถูก็รู้สึกว่าโอกาสรอดชีวิตในสนามรบเหยี่ยหั่วเช่นนี้ก็เพิ่มขึ้นเป็กอง ส่วนเื่อาการาเ็บนร่างก็ดีขึ้นมาราวสักเจ็ดแปดส่วนได้แล้ว อย่างไรเสียเขาก่อนหน้านี้เขาก็แค่ได้รับแรงสั่นะเืภายในเท่านั้นเอง
“ฮ่าฮ่า ต้องขอบคุณปีศาจโบราณกาลนั่นจริงๆ ตอนนี้ข้าขอดูหน่อยเถอะว่าบนสนามรบเหยี่ยหั่วมันยังมีของดีอะไรซ่อนอยู่อีก ิ่เอ๋อร์ พี่จะทำให้เ้าตะลึงจนตาค้างไปเลย!” ลั่วถูตอนนี้ดูจะมีความภูมิใจสูงเทียมฟ้าไปแล้ว เพียงทะลวงระดับครั้งเดียว แต่ถึงกับทะลวงขึ้นสู่ระดับศิษย์าขั้นห้าได้ทันทีพลังเติบโตว่องไวราวกับต้นไผ่ก็ไม่ปาน อีกทั้งยังมั่นคงอย่างมากเสียด้วย ต้องกล่าวว่าดอกเซวี่ยหั่วหุนมีประโยชน์กับรากิญญาเพลิงมากจริงๆ แน่นอนว่าดอกเซวี่ยหั่วหุนยังมีความลับที่ลั่วถูไม่รู้อยู่ด้วย อย่างไรเสียก็ไม่มีใครเคยกินดอกเซวี่ยหั่วหุนดิบๆ ลงไปทั้งก้านแบบเขาเช่นนี้ มีเพียงผีเท่านั้นที่รู้ว่าจะมีผลกระทบอะไรตามมาบ้าง และปีศาจโบราณกาลตัวนั้นเป็ราวกับอุปกรณ์กลั่นที่ช่วยให้ร่างกายของเขาดูดซับพลังของดอกเซวี่ยหั่วหุนได้ในระดับที่ดีที่สุด...
เมื่อรู้สึกว่าาแของเขาฟื้นฟูได้พอสมควรแล้ว ลั่วถูก็ไม่ลังเลอีก เขากลับรู้สึกว่าทั่วทั้งศิลาเทพอัคคีกำลังตกอยู่ในความเงียบสงัด ไม่เหมือนตอนที่เบิกฟ้าปลดปล่อยพลังอำนาจแห่งสรวง์ จนทำเอาิญญาของคนสั่นสะท้านไปตามๆ กันเกรงว่าเป็เพราะเวลาพิเศษเช่นนั้นถึงทำให้เขาััวิชาพลังเทพจากศิลาเทพอัคคีได้ชัดเจน ทว่าตอนนี้ต่อให้เขาจะกระตุ้นเพลิงนรกต้นกำเนิดสักเท่าไร ก็ไร้การตอบสนองจากศิลาเทพอัคคีอยู่ดี จึงไม่ต้องคิดจะไปศึกษาศิลาเทพอัคคีอีกเป็ธรรมดา สู่รีบมุ่งหน้าไปทางประตูบนูเาโดยตรงเสียดีกว่า
……
ประตูใหญ่สู่อาณาจักรว่านหั่วไม่ได้มีรูปลักษณ์จับต้องได้แต่อย่างใด มันเป็เหมือนแสงสลัวดวงหนึ่งบนูเา จากนั้นมีอักษรเพลิงดวงกลมปะทุอยู่ตรงนั้นราวกับเป็ประตูใหญ่บานหนึ่ง แต่เมื่อลั่วถูมาถึงหน้าประตู กลับััได้ถึงการสั่นไหวของมิติ เขามั่นใจได้เลยว่า เพียงก้าวผ่านอักษรเพลิงนี้ไป ต้องเข้าไปสู่โลกใบใหม่ได้แน่นอน และเป็ไปได้มากทีเดียวว่าจะเป็อาณาจักรว่านหั่ว
หลังจากลังเลเล็กน้อยอยู่ครู่หนึ่ง ลั่วถูลองยืนมือไปกดที่ประตู และััได้ว่าพลังความร้อนกระแสหนึ่งหลั่งไหลเข้ามาในฝ่ามือของเขา จากนั้นราวกับมีเปลวเพลิงกลุ่มหนึ่งลุกขึ้นในร่างกายของเขา
“ฮึม... ” ลั่วถูรู้สึกว่าร่างกายของตนกำลังลุกไหม้ จากนั้นประตูตรงหน้าเริ่มดูดเขาเข้าไป ภายใต้สถานการณ์ที่ไร้การป้องกัน จึงลากเอาร่างเขาเข้าไปในน้ำวนเปลวไฟได้ง่ายดาย แต่พลังความร้อนกระแสนั้นถึงแม้จะทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวสักเท่าไร ทว่าไม่อาจสร้างาแให้ร่างกายของเขาได้แต่อย่างใด
“ตูม... ” ร่างกายของลั่วถูสั่นสะท้าน รู้สึกเหมือนชนเข้ากับพื้นดินแข็งเต็มแรง ความรู้สึกปวดชาอันไม่รู้ที่มาทำให้เขาอดลูบไปที่เอวตัวเองไม่ได้
“นี่มัน... ” ลั่วถูลุกขึ้นนั่งทันที เขาเห็นว่าข้างตัวเหมือนกับมีแสงสว่างจากเปลวไฟกลุ่มหนึ่งส่องออกมา และแสงสว่างนั้นราวกับมนต์ที่กำลังจะหายไป เมื่อครู่นี้เขาถูกมนต์นี้ดึงดูดเข้ามา แต่เขาก็ต้องตะลึงอย่างรวดเร็ว เพราะเขาพบว่าตัวเขากำลังอยู่ในวังขนาดมโหฬาร
พื้นวิหารลึกหลายสิบจั้ง กว้างหลายร้อยจั้ง เบื้องหน้าเต็มไปด้วยหินอ่อนสีดำสนิท ชวนให้คนรู้สึกกดดันอย่างไร้สาเหตุ หลังคาสูงใหญ่ดูราวมณีน้ำโปร่งใส นอกมณีน้ำ คือของเหลวสีแดงเพลิงเดือดพล่านไม่หยุด อย่างกับลาวาที่ไหลริน เมื่อมองผ่านมณีน้ำออกไป ลั่วถูเห็นมีเงาประหลาดเป็เส้นๆ ว่ายผ่านหน้าไปด้วย
“นี่มันบ้าอะไรกัน หรือว่าที่นี่คือใต้ธารลาวา!” อารมณ์แปลกพิลึกบางอย่างปรากฏในใจของลั่วถู แสงสีแดงเพลิงบนหลังคาส่องเข้าสู่วิหาร ทำให้วิหารสีดำดูแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
“ตึง ตึง... ” ขณะที่ลั่วถูกำลังกวาดสายตามองสภาพแวดล้อมโดยรอบ นึกดูว่าในวิหารนี้ที่แท้มีอะไรแปลกประหลาดไปกันแน่ หรือกระทั่งคิดว่าทางออกอยู่ที่ไหนกัน ท่ามกลางความว่างเปล่าไม่ไกลออกไปนัก มีแรงสั่นะเืเกิดขึ้น ทันใดนั้นเองได้มีลำแสงส่องลงมาจากฟากฟ้า ลำแสงกระจายออกและปรากฏเป็ร่างของผู้ฝึกตนขึ้นมา
“เอ้ะ... ” ผู้ฝึกตนเ่าั้กับลั่วถูมีอารมณ์เดียวกันเมื่อแรกเข้าสู่วิหารแห่งนี้ ในความประหลาดใจกลับมีความตกตะลึงปะปนอยู่หลายส่วน เมื่อเขาเห็นลั่วถู ก็ตาเป็ประกาย รีบเดินเข้าหาลั่วถูทันที
“ยินดีต้อนรับเข้าสู่วิหารเลี่ยหมอเสินแห่งอาณาจักรว่านหั่ว ภารกิจของพวกเ้าคือ ---- ไล่ล่าปีศาจเพลิง แย่งชิงหนึ่งพันคะแนนโดยเร็ววัน หรือตายอยู่ที่นี่!”
ขณะที่ศิษย์าหลายคนกำลังจะเดินเข้าหาลั่วถู ในความว่างเปล่าของวิหารกลับมีเสียงดังออกมาเป็ประโยคราวกับจะเขย่าิญญาของพวกเขา อีกทั้งบนข้อมือของทุกคนยังมีบางอย่างอยู่ด้วย เป็อักษรเพลิงแถวหนึ่ง สลักอยู่บนิัของพวกเขาราวกับกำไลข้อมือ ตรงกลางอักษรลายเพลิงมีเพียงตัวเลขเดียวที่กระจ่างชัด “0”
ถูกต้อง อักษรลายเพลิงบนข้อมือของลั่วถูมีตัวเลขง่ายๆ เพียงหนึ่งตัว “0” เขาไม่รู้ว่าสิ่งนี้ปรากฏที่ข้อมือของเขาได้อย่างไร คงเป็หลังจากเขาเข้ามาในมิติแห่งนี้ ตอนมนต์เพลิงหายไปก็ผสานเข้ากับข้อมือของเขา ราวกับมนต์เพลิงกลายเป็อักษรพิเศษอย่างหนึ่ง และในวิหารนี้นอกจากสถานที่และภารกิจที่ปรากฏในสมองของเขา อย่างกับมีไม่มีคำเตือนอื่นๆ อีกเลย ชวนให้เขารู้สึกเหมือนโดนหลอกเสียเหลือเกิน
อาณาจักรว่านหั่วคืออะไรกันแน่ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ว่าแล้วปีศาจเพลิงเล่าคืออะไรกัน คะแนนหนึ่งพันคะแนนหมายถึงสิ่งใด หรือจะต้องสังหารปีศาจเพลิงถึงจะได้รับคะแนนอย่างนั้นหรือ คะแนนหนึ่งพันต้องสังหารปีศาจเพลิงมากเท่าไร สายตาของเขาได้แต่กวาดตามองไปที่คนอื่นๆ ในใจเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมาทันที เหมือนกับเื่ราวทั้งหมดที่นี่หลุดจากการควบคุมของเขาโดยสมบูรณ์ อย่างกับหลุดเข้ามาในแผนการบางอย่างที่ไม่รู้จักเข้าเสียแล้ว
