“คุณนายยอดปรารถนา”
ผู้เขียน
กาสะลอง : จันทร์เจิด
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2537
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเ้าของหนังสือเท่านั้น
เนื้อหาบาง่บางตอน
อีกสองวันต่อมา”
ฉันลงมาเดินเล่นที่สวนกุหลาบ พอเจอหน้าป้ามาธาร์ก็เอ่ยถามถึงทอมมี่กับมาร์คในทันที ด้วยรู้สึกแปลกใจที่วันนี้ไม่เห็นลุงกับหลานมาทำงานในสวนเหมือนเช่นหลายๆ วันที่ผ่านมา
“อ๋อ... ทอมกับมาร์คเข้าเมืองไปขนต้นกุหลาบที่คุณนายสั่งให้เอามาปลูกในสวนหลังบ้านค่ะ... เพราะคุณวิลเลี่ยมบอกว่าคุณนายจะปลูกกุหลาบเพิ่มอีกไร่ไม่ใช่หรือคะ?”
มาธาร์บอกขณะกำลังขนเสื้อผ้าของฉันไปซักรีด ซึ่งเป็หน้าที่รับผิดชอบที่หล่อนทำเป็ประจำทุกวัน
“ตายจริง... ฉันลืมได้ยังไง”
ปลูกกุหลาบเป็เื่ที่ฉันเป็คนคิดริเริ่มเอาไว้แต่แรก กระทั่งขอให้ทอมมี่พามาร์คมาทำงานเป็คนสวนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของเขา
“คุณนายจะเรียกใช้ทอมมี่กับมาร์คหรือคะ”
มาธาร์ถามซื่อๆ หากแต่คำพูดนั้นกลับสะกิดใจฉันอย่างแรง หล่อนคงไม่รู้ว่าฉันเคยแอบเรียกใช้ทั้งสามีและหลานชายของหล่อนมาแล้ว... ด้วยการให้ทั้งสองช่วยคราดไถพรวนดินลงบนที่นาผืนน้อยของฉันอย่างถึงพริกถึงขิงจนทำเอาฉันติดอกติดใจ
“ถ้าไม่อยู่ก็ไม่เป็ไรจ้ะ”
ฉันทำท่าว่ากำลังจะเดินกลับขึ้นห้อง แต่คำพูดของมาธาร์ก็ฉุดรั้งให้ฉันชะงัก
“ทอมกับมาร์คไม่อยู่... แต่ไมค์อยู่ค่ะ”
“ไมค์... ?”
ฉันทวนคำของมาธาร์ นึกในใจว่าเคยได้ยินชื่อนี้จากที่ไหนสักแห่ง กระทั่งมาธาร์พูดต่อฉันจึงกระจ่างแจ้ง
“ไมค์เป็หลานทอมมี่ค่ะ... เพิ่งเดินทางมาถึงเมื่อตอนบ่ายนี้เอง ตอนนี้ทอมสั่งให้ช่วยซ่อมรถแทร็กเตอร์อยู่ในโรงนาค่ะ”
ฉันฉุกคิดขึ้นได้เมื่อมาธาร์เอ่ยขึ้นมาถึงหลานชายอีกคน จำได้แล้วที่ทอมมี่บอกว่าหลานอีกคนชื่อ ‘ไมค์’ เป็ลูกครึ่งแอฟริกัน แม่เดียวกันกับมาร์ค แต่คนละพ่อ
“คุณนายจะให้ป้าไปตามไมค์มาช่วยงานมั้ยคะ”
มาธาร์ถาม
“ไม่เป็ไรจ้ะ... มีงานอะไรค้างไว้ก็ไปทำเถอะ”
ฉันบอกกับมาธาร์ ด้วยเกิดความคิดบางอย่างผุดวาบขึ้นมาในความปรารถนาอันดำมืดของตัวเอง
มาธาร์โอบตะกร้าผ้าไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินจากไปเงียบๆ ด้วยตระหนักดีว่างานบ้านอีกมากมายยังรอให้หล่อนช่วยจัดการ
เมื่อร่างของมาธาร์ลับไปจากสายตา แทนที่ฉันจะเดินกลับขึ้นห้องเพราะตอนนั้นแสงตะวันก็โพล้เพล้จวนเจียนจะค่ำ แต่ฉันกลับทอดสายตาไปยังโรงนาซึ่งอยู่ห่างออกไปทางด้านหลังคฤหาสน์
“นายเป็หลานของทอมมี่ใช่ไหม”
ฉันถามขณะถกชายกระโปรงรุ่ยร่ายที่มีดอกหญ้าเกาะติดอยู่ตรงชายลูกไม้เต็มไปหมด หลังจากเดินลัดเลาะเข้ามาจนถึงโรงนา สืบเท้าเข้าไปตามทิศทางที่มีเสียงเหล็กกระทบกันดังแว่วออกมา ตอนนั้นจึงเห็นร่างสูงใหญ่ไม่คุ้นตาของชายหนุ่มผิวเข้มที่กำลังซ่อมรถแทร็คเตอร์อยู่คนเดียว
“คุณ... เอ่อ... ”
ไมค์หันมา ท่าทางใเล็กน้อยเมื่อเห็นฉัน เพราะคงไม่คาดคิดว่าจะมีธุระอันใดให้คุณนายเ้าของคฤหาสน์ผู้เลอโฉมอย่างฉันจะเดินย่ำทุ่งหญ้าจนมาถึงที่นี่
“คุณคงเป็คุณนายโรสเ้าของคฤหาสน์... ผมไมค์ครับ ลุงทอมตามผมให้มาช่วยงานที่นี่ เห็นบอกว่าจะให้ผมเป็คนขับรถให้คุณนาย”
ไมค์บอกตามที่ได้รู้มาจากทอมมี่
“ใช่จ้ะ... ฉันเป็คนสั่งทอมมี่เอง ว่าให้หาคนขับรถให้ที”
ฉันตอบอย่างไว้ท่าที ไมค์รีบวางมือจากงานที่กำลังทำอยู่ตรงหน้า คว้าผ้าขี้ริ้วขึ้นเช็ดมือที่เปียกเปรอะไปด้วยคราบน้ำมัน
ตอนนั้นเขาไม่ได้สวมเสื้อ แลเห็นเค้าโครงร่างกำยำ เนื้อตัวของเขาตึงเต็มไปด้วยมัดกล้าม เส้นขนสีดำเป็แพแผ่กระจายไปทั่วแผงอกกว้าง
“ซ่อมรถเป็ด้วยหรือ”
ฉันมองชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชม ไมค์เป็ลูกครึ่งแอฟริกา แม้จะดำแต่ก็มีใบหน้าหล่อเหลาสะดุดตา
“ครับ”
“แล้วนายขับรถเก่งใช่ไหม”
“ครับ... ตอนอยู่เท็กซัสผมเคยขับรถบรรทุกมาก่อน รถเล็กๆ ก็ขับได้สบายครับ”
เขาตอบพลางล้วงซิการ์ขึ้นมาจุดสูบ คาบเอาไว้ตรงมุมปากซึ่งรกไปด้วยหนวดสีดำ สายตาจ้องมองทรวงอกอวบใหญ่ของฉันแล้วเผลอกลืนน้ำลายด้วยความลืมตัว ค่อยๆ พ่นควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นไปสู่เวิ้งอากาศของโรงนาในตอนใกล้ค่ำ
“แล้วนายขี่ม้าเป็ไหม?”
ฉันถามทั้งที่รู้ว่าลูกผู้ชายที่เกิดและเติบโตมาจากถิ่นคาวบอยอย่างเท็กซัสต้องขี่ม้าเป็ด้วยกันทุกคน
“นั่นงานถนัดของผมเลย... ผมเคยเป็ครูสอนขี่ม้ามาก่อน”
ไมค์ช่างพูด ดูเหมือนว่าเขาจะเก่งหลายเื่จนทำให้ฉันอยากลองพิสูจน์ความสามารถของเขา
“น่าสนใจ ขี่รถเก่ง... ขี่ม้าก็เก่ง... แล้วขี่อย่างอื่นล่ะ... นายเก่งหรือเปล่า?”
ฉันส่งยิ้มหวานอย่างมีจริตมารยา เชิดทรวงอกอวบใหญ่ สูดหายใจแรงลึกแล้วเดินเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นกายอาบเหงื่อของเขา และดูเหมือนว่าไมค์จะรับรู้ได้รวดเร็ว ในสัญญาณร้อนแรงบางอย่างที่วูบไหวอยู่เื้ัแววตาร่านราคะของคุณนายมากตัณหาอย่างฉัน
“ถ้าอยากรู้ว่าผมขี่เก่งมั้ย... จะขี่ได้ถึงอกถึงใจแค่ไหน... คุณนายคงต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง... หรือไม่ก็ให้ผมแสดงฝีมือให้ดู”
ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากริมฝีปากซึ่งรกไปด้วยแผงหนวดดกหนา ไมค์ช่างกล้าที่ท้าทายออกมาเช่นนี้ ทั้งที่เพิ่งเจอหน้ากันไม่นาน
“ถ้าอยากพิสูจน์ความสามารถให้ฉันเห็น... เอาเลยสิ นายจะรีรออยู่ทำไม”
ฉันเปิดทางเต็มที่ ไมค์ไม่รอรี
“อ๊ะ... ”
ฉันใ ไมค์ยกมือรวบไหล่ของฉันแล้วกดลงไปเบียดแนบกับผนังของโรงนา ฝังใบหน้าครึ้มเคราลงมาจูบไซ้ที่ซอกคออย่างหื่นกระหาย เพียงเท่านั้นร่างกายของฉันก็สั่นเทิ้มง่ายดาย มันอ่อนระทวยเหมือนผู้หญิงที่พานพบ
กิเลศตัณหามาแล้วใน่หนึ่งของชีวิต
“คุณนายน่าเอาเหลือเกิน... บอกตรงๆ ว่าผมอยากเอาน้องชายยัดเข้าไปในตัวคุณนายั้แ่แรกเห็น”
น่าแปลกที่คำพูดหยาบคายของไมค์ทำให้ใจของฉันเต้นแรง ยอมให้มือใหญ่ของเขายื่นเข้ามากอบใบหน้าตื่นตะลึงของฉันแล้วค้อมศีรษะลงมาจูบปากกันดูดดื่ม
“อ๊าห์... ซี้ดส์”
ฉันครางออกมา ด้วยริมฝีปากที่ผนึกแน่นเข้าหากัน ราวกับมีอำนาจแม่เหล็กดึงดูด ทำให้เราแลกลิ้นกันดื่มด่ำ ดูดเรียวลิ้นของกันและกันราวจะกลืนกิน
“ผมไม่คิดว่าคุณนายโรสจะเร่าร้อนถึงเพียงนี้”
เขาพร่ำออกมาด้วยความพึงพอใจในรสชาติจูบแสนเร่าร้อนที่เราป้อนเข้าสู่ร่องปากของกันและกัน
เราแลกลิ้นกันอยู่นานเป็ครู่จนมือไม้ของฉันอ่อนเปลี้ย ดวงตาของหนุ่มลูกครึ่งแอฟริกันวาวโรจน์ไปด้วยไฟราคะ สายตากระหายแลจับอยู่ที่ทรวงอกเย้ายวน ก่อนจะเปลื้องเสื้อผ้าของฉันออกจากลาดไหล่สล้าง ชุดกระโปรงบานรุ่ยร่ายถูกรั้งลงมากองอยู่ที่ข้อเท้า
“โอ้วแม่เ้า... นมหรือนี่... คุณนายช่างอวบใหญ่และงดงามเหลือเกิน”
ดวงตาของไมค์เบิกโพลง พูดพลางทาบมือทั้งสองข้างลงบนเต้าทรวงขาวผ่อง บีบขยำก้อนเนื้อหนั่นแน่นแล้วฝังไปหน้าเข้าเฟ้นฟอนยอดถันชี้งอนจนฉันสะดุ้ง
