ขณะที่กำลังคิด เหอชุนฮวาได้หันมามองเสิ่นอิ๋นหวนั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า นางพบว่าถึงแม้เสื้อผ้าที่ใส่จะเป็ผ้าฝ้ายหยาบแต่ก็เป็ของใหม่ แต่แน่นอนว่าไม่อาจเทียบได้กับผ้าเนื้อละเอียด
ทว่าเมื่อสายตานางเคลื่อนมาถึงศีรษะของเสิ่นอิ๋นหวน นางกลับพบว่าบนนั้นมีปิ่นหยกปักอยู่หนึ่งเล่ม แม้จะเป็ปิ่นเล่มเล็กๆ ที่หน้าตาธรรมดา แต่เหอชุนฮวากลับรู้สึกขัดตาทันทีที่เห็นว่าถูกปักโดยเสิ่นอิ๋นหวน
น้ำเสียงขณะพูดของนางเปลี่ยนไปทันที “เหอะ ข้าสงสัยอยู่ว่าเหตุใดไม่ไปมาหาสู่กับพวกเรา ที่แท้ก็มีเงินแล้วนี่เอง ถึงกับมีปิ่นปักผมให้ใส่”
เสิ่นอิ๋นหวนได้ยินนางพูดถึงปิ่นปักผมก็ยกมือขึ้นแตะศีรษะตัวเอง นางเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วน “อันหรานซื้อมาฝากจากในตัวเมืองน่ะ ไม่ได้มีค่ามากมาย”
“เหอะ…” เหอชุนฮวากลอกตามองบน “อันหรานของเ้ามีความสามารถไม่เบา หากไม่ใช่เพราะนาง ตอนนี้พวกเ้าคงยังอยู่ที่กระท่อมฟาง ตอนนี้ได้ย้ายมาอยู่บ้านไม้ ถึงแม้จะหลังคารั่วไปบ้างแต่ก็กันลมกันฝนได้”
ทว่าเสิ่นอิ๋นหวนกลับฟังความหมายแฝงในคำพูดนี้ไม่ออก แต่ฟังดูแล้วเหมือนกำลังชมหลี่อันหราน “ก็แค่ทำงานที่ไม่ต้องใช้ฝีมือ ลำบากก็แต่อันหราน ทั้งครอบครัวถึงได้ไม่ต้องทนหิว”
เหอชุนฮวาถลึงตาใส่ นางไม่ได้คิดว่านังอัปลักษณ์บ้านนี้จะมีความสามารถอะไรอยู่แล้ว “วันนี้ข้ามาเพราะมีเื่จะคุยด้วย” นางกวาดสายตาไปทั่วลานบ้าน แต่ก็ไม่เจอจุดที่จะนั่งลงได้จึงยืนพูดกับเสิ่นอิ๋นหวนแทน
เสิ่นอิ๋นหวนถาม “เื่อะไรหรือ เชิญพี่สะใภ้รองกล่าว”
“ฉางควนผู้นั้นยังอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่?”
“ใช่เ้าค่ะ!”
เหอชุนฮวาเกิดความลังเลเล็กน้อย สายตากวาดมองรอบด้านอีกครั้งก่อนจะกล่าวเสียงเบาว่า “เ้ารู้ภูมิหลังของเขาหรือไม่?”
เสิ่นอิ๋นหวนนึกไม่ถึงว่านางจะมาด้วยเื่ของฉางควน “ข้าเองก็ไม่รู้ เขาไม่เคยเล่าเื่ของตัวเองให้ฟัง อันหรานช่วยเขากลับมา ข้ารู้เพียงว่าเขามีพ่อแม่และน้องชายน้องสาว ไม่รู้อะไรอื่นนอกเหนือจากนี้”
ครั้นได้ยิน เหอชุนฮวาไม่พอใจกับคำตอบมาก นางขมวดคิ้วมุ่นถามต่อทันที “ไม่รู้เลยหรือ? เขาเป็คนที่ใดก็ไม่รู้? ที่บ้านประกอบอาชีพอะไร?”
“เื่นี้…” เสิ่นอิ๋นหวนเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนส่ายหน้าปฏิเสธ “ข้าไม่รู้จริงๆ”
“หรือว่าเ้าไม่ยอมบอกเพราะไม่อยากให้ข้ารู้?” เหอชุนฮวาเผยสีหน้าไม่พอใจ นี่ทำให้เสิ่นอิ๋นหวนต้องรีบส่ายมืออย่างลนลาน “ไม่ใช่ๆๆ ข้าไม่ได้ไม่ยอมบอก แต่ข้าไม่รู้จริงๆ ข้าเคยถามแล้วแต่เขาไม่ตอบ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้ถามอีก”
เสิ่นอิ๋นหวนจับตามองอากัปกิริยาของเหอชุนฮวาพร้อมกับพูดไปด้วยว่า “เขาเพียงแต่มาพักรักษาตัวที่นี่เป็่เวลาระยะหนึ่งก็เท่านั้น รอให้หายดีแล้วก็จะจากไป ข้าจึงไม่ได้สนใจอะไรมากมายขนาดนั้น มองว่าเป็แค่คนผ่านทาง”
“งั้นหรือ? พวกเ้าคิดเช่นนี้กับเขาจริงหรือ?” เหอชุนฮวายังคงถามต่อ
นางรีบตอบ “จะมีความคิดอื่นใดได้อีกกัน? ครอบครัวกินอยู่อย่างลำบาก ไม่กล้าคิดเื่อื่นหรอก” นางยังคงไม่เข้าใจว่าพี่สะใภ้รองมาที่นี่ด้วยเื่อันใดกันแน่
ครั้นเสิ่นอิ๋นหวนเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดถึงเครื่องมือชิ้นนั้นและเอาแต่คุยเื่เจียงเฉิงอย่างเดียวก็ถามอย่างลังเลว่า “หรือว่าฉางควนไปทำอะไรให้พี่สะใภ้รองไม่พอใจ?”
เหอชุนฮวาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางเดินมาพูดตรงหน้าเสิ่นอิ๋นหวนหลังจากที่แน่ใจแล้วว่าเจียงเฉิงไม่อยู่บ้านจริงๆ “เยวี่ยเอ๋อร์ชอบพอเขา ข้าคิดว่าหากได้เขาเป็ลูกเขยก็ไม่เลว ดูแล้วเป็คนมีความสามารถ”
ขณะที่พูด เหอชุนฮวาคอยสังเกตสีหน้าของเสิ่นอิ๋นหวนอยู่ตลอด อยากเห็นว่านางกำลังคิดอะไรอยู่
หัวใจของเสิ่นอิ๋นหวนพลันจมลง “นี่… นี่เป็เื่ดี หากเขาอยู่ที่นี่ได้ก็เยี่ยมไปเลย ฉางควนเป็คนซื่อตรง ทั้งยังยินดีช่วยงาน”
มุมปากของเหอชุนฮวายกยิ้มเย้ยหยัน ตาจ้องไปที่เสิ่นอิ๋นหวน “เช่นนั้นเ้าล่ะ? เ้าไม่อยากเก็บคนที่ดีขนาดนี้ไว้ให้อันหรานหรือ? ข้าว่าเ้าคงมีความคิดไม่ต่างกัน เพียงแต่ไม่กล้าพูดต่อหน้าข้าก็เท่านั้น”
“ไม่เลยๆ พี่สะใภ้รองคิดมากแล้ว ข้าไม่กล้าคิดแบบนั้น หน้าตาของอันหรานเป็แบบนั้น มิหนำซ้ำยังมีชื่อเสียงไม่ดี ข้าจะกล้าเพ้อฝันถึงเื่เ่าั้ได้อย่างไร ไม่มีจริงๆ เ้าค่ะพี่สะใภ้รอง” นางรีบอธิบายอย่างตื่นตระหนก ถึงแม้ในใจจะมีความคิดเช่นนี้จริง แต่ก็ไม่มีทางพูดต่อหน้าเหอชุนฮวาเด็ดขาด
“เช่นนั้นก็ดี ในเมื่อเ้าเองก็เข้าใจเื่ของอันหรานเช่นกัน เช่นนั้นก็อย่าคิดเพ้อเจ้อ ข้าตัดสินใจเื่เยวี่ยเอ๋อร์ไว้แล้ว เ้าเองก็ช่วยดูไว้หน่อย หากเขามีอะไรหรือมีความเคลื่อนไหวอะไรก็อย่าลืมมาบอกกับข้า” เหอชุนฮวาว่าพลางชำเลืองตามองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ
จากนั้นจึงใช้ไม้อ่อนต่อเพราะกลัวอีกฝ่ายจะไม่ยอมช่วย “เ้าเองก็เป็ป้าสามของเยวี่ยเอ๋อร์ หากไม่ช่วยเหลือครอบครัวของตัวเองแล้วจะไปช่วยเหลือผู้อื่นหรือ ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็ครอบครัวเดียวกันจริงหรือไม่?”
“ชะ ใช่เ้าค่ะ…” นางรีบขานรับ
เหอชุนฮวายกยิ้มบางๆ และตบบ่านาง “เช่นนั้นขอฝากเื่นี้ด้วยละ ช่วยดูให้ข้าหน่อย หลังจากการจับคู่นี้ประสบความสำเร็จ ข้าจะให้เยวี่ยเอ๋อร์มาขอบคุณเ้าอย่างดี”
“ไม่เป็ไร นี่เป็สิ่งที่ข้าซึ่งเป็ป้าสามสมควรทำอยู่แล้ว” เสิ่นอิ๋นหวนยิ้มขมขื่นแล้วไปส่งเหอชุนฮวาออกจากที่นี่ รอจนอีกฝ่ายจากไปไกลจึงค่อยถอนหายใจยาวๆ นางเองก็ถูกใจฉางควน นึกไม่ถึงว่าหลี่เยวี่ยซือจะใจตรงกัน
ในตอนที่นางกำลังจะเดินกลับเข้าบ้าน นางเหลือบไปเห็นหลี่อันหรานกับเจียงเฉิงพูดคุยยิ้มแย้มมาจากทางหลังบ้านไปด้วย เดินมาทางนี้ไปด้วย ภาพนี้บ่งบอกว่าลูกสาวมีความสุขที่ได้อยู่กับเจียงเฉิง รอยยิ้มดูหวานชื่นมาก
แค่มองก็รู้ว่าในหัวใจนางมีเขาเช่นกัน ทว่ากลับ… เฮ้อ
“ท่านแม่ ท่านมาถอนหายใจอะไรหน้าบ้าน เป็อะไรหรือ?” หลี่อันหรานมองมารดาด้วยความสงสัย
นางรีบตอบกลับไป “ไม่มีอะไร เพื่อนบ้านแค่มาคุยด้วยนิดหน่อยน่ะ งานของเ้าเป็อย่างไรบ้าง?”
“ใกล้เสร็จแล้วเ้าค่ะ พรุ่งนี้ข้าจะนำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวไปส่งในตัวเมืองเพิ่มอีก กลับมาแล้วค่อยเริ่มขุดบ่อปลาหลังบ้าน” หลี่อันหรานวางแผนไว้ว่าพรุ่งนี้ได้เงินมาแล้วจะนำไปซื้ออุปกรณ์เพิ่ม นางไม่ได้สนใจสีหน้าเศร้าหมองของเสิ่นอิ๋นหวนเมื่อคิดถึงงานที่ต้องทำ ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเช่นกัน
ในวันนี้ หลี่อันหรานอยู่กับเจียงเฉิงแทบทั้งวัน ทั้งสองคุยกันเื่บ่อปลาหลังบ้านกับขนาดของบ่อปลา นางหาท่อนไม้มาวาดอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จะใช้ลงบนพื้นกลางลานบ้าน
ทั้งสองคนมีเสียงหัวเราะเมื่อคุยถึงเื่ตลก สายตาของเจียงเฉิงมองมาที่นางตลอด ดวงตาเขาเป็ประกาย ขนาดเสิ่นอิ๋นหวนเห็นสายตาอันจริงจังของเขาแล้วยังรู้สึกประทับใจ
ถึงแม้เขาจะตามความคิดของหลี่อันหรานไม่ทันหลายจุดแต่ก็ยังคงฟังอย่างตั้งใจ
เสิ่นอิ๋นหวนออกจากบ้านมาถอนหายใจมองทั้งสองคนหลายรอบ ได้แต่คิดอยู่ในใจว่าหากพวกเขาได้อยู่ด้วยกันก็คงดี
