ฟ้องทางการอันใดกันเล่า! หากกล้าไปฟ้อง เ้าหน้าที่คงได้สั่งลงโทษโบยเป็แน่!
แม้ในใจมารดาซวนจู้จะรู้สึกไม่ยินยอมสักเพียงใด แต่ก็ไม่อาจทำอันใดได้ ทำได้แค่มองกู้อวี้อย่างเคียดแค้น “พวกเราคนหมู่บ้านเดียวกัน ข้าไม่คิดเล็กคิดน้อยกับพวกเ้าก็ได้ พวกเรากลับ!” กล่าวจบทำท่าจะพาคนของตนกลับไป
“ช้าก่อน ท่านไม่ฟ้อง แต่ข้าจะฟ้อง!” กู้อวี้พูดไล่หลังมารดาซวนจู้ด้วยน้ำเสียงดุดัน
มารดาซวนจู้หมุนกายกลับมา แล้วชี้หน้าด่า “คนขาพิการเช่นเ้าไปเอาความกล้าจากที่ใดมาฟ้องพวกเรา!”
ผู้ใหญ่บ้านตวาดเสียงดังขึ้นมาทันใด “พูดไม่เป็ก็ไม่ต้องพูด! หากยังขืนทำตัวอวดดีโอหังต่อหน้าข้าอีก ข้าจะไล่เ้าออกจากหมู่บ้าน แล้วก็จะห้ามไม่ให้เ้ามาเหยียบที่หมู่บ้านแห่งนี้อีกตลอดชีวิต!”
มารดาซวนจู้ไม่กล้ากล่าวคำใดอีก
กู้อวี้กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเ็า “ไฉนข้าจะฟ้องทางการมิได้ บุตรชายของท่านทำร้ายน้องชายทั้งสามคนของข้าจนสลบไสลไม่ได้สติ ทั้งยังทำให้เด็กหญิงบ้านข้าได้รับความใจนเสียขวัญ ท่านเชื่อหรือไม่ หากข้าไปแจ้งต่อทางการ ทางอำเภอต้องสั่งลงโทษท่านเป็แน่ บุตรชายคนโตกับบุตรชายคนรองของท่านอายุเต็มสิบสองแล้วกระมัง ตามกฎหมายบ้านเมือง บุรุษซึ่งอายุครบสิบสองสามารถรับโทษได้แล้ว บุตรชายคนโตกับบุตรชายคนรองของท่านจงใจทำร้ายผู้อื่น เท่านี้ก็เพียงพอให้ทางอำเภอเอาผิดกับคนทั้งสองได้แล้ว ซึ่งวิธีลงโทษของทางอำเภอก็คือส่งตัวไปขุดถ่านหินบนูเา”
จบประโยคนี้สีหน้าของบุตรชายคนโตและบุตรชายคนรองของมารดาซวนจู้เปลี่ยนเป็ซีดขาว บุตรชายคนรองส่งเสียงร่ำไห้ออกมา “ท่านแม่ พวกเราไม่อยากไปขุดถ่านหิน หากถูกส่งไปที่นั่นมีแต่ตายกับตายสถานเดียว เื่นี้ต้องโทษซวนจู้ที่้าให้ข้าไปเอาคืนเด็กหญิงผู้นั้นให้ ท่านแม่ เป็ซวนจู้ที่ก่อเื่!”
เนื่องจากหวาดกลัวอย่างสุดขีด บุตรชายคนโตและบุตรชายคนรองถึงกับให้การซัดทอดน้องชายของตนเองออกมา
ชาวบ้านทุกคนฟังแล้วสีหน้าเปลี่ยนเป็รังเกียจโดยพลัน ช่างหน้าไม่อายเหลือเกิน ให้พี่ชายไปเอาคืนเด็กหญิงที่อายุเพียงแค่สี่ขวบเท่านั้น
ซวนจู้ที่ถูกให้การซัดทอดสีหน้าเปลี่ยนเป็ร้อนใจ เขาร่ำไห้พลางแก้ตัว “ท่านแม่ แต่เ้าหกเป็ฝ่ายลงไม้ลงมือกับข้าก่อน!”
“เจินเจินบอกว่าห้ามเรียกนางว่าเ้าหก แต่เ้าก็ยังดึงดันจะเรียกนางว่าเ้าหกอยู่ดี ซ้ำยังท้าทายโดยบอกให้นางจัดการเ้า!” เอ้อร์วั่งเถียงกลับ
“ใช่ เ้าเป็คนบอกให้นางเล่นงานเ้าเอง!”
“สมองกระทบกระเทือนไปแล้วหรือไร หรือชอบความรุนแรง?”
เด็กคนนั้นพูดประโยคหนึ่ง เด็กคนนี้พูดประโยคหนึ่ง จนมารดาของซานลวี่จื่อแทบอยากจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี หลานชายของนางช่างหาเื่ใส่ตัวเสียจริง!
“เห็นแก่ที่เป็คนหมู่บ้านเดียวกัน อีกทั้งสกุลกู้ยังไม่ใช่สกุลที่คิดเล็กคิดน้อย ที่ข้าพูดออกไปเมื่อครู่ก็เพื่อชี้แจงความจริงให้ทุกคนทราบ ในเมื่อบัดนี้ทุกคนทราบความจริงหมดแล้ว เช่นนั้นข้าก็จะไม่ถือสาหาความ เพียงแต่ท่านต้องให้บุตรชายของท่านขออภัยเด็กที่ถูกพวกเขาทำร้ายด้วย และท่านต้องให้เงินยี่สิบอีแปะเป็ค่าชดใช้แก่เด็กเหล่านี้ หากยินยอมทำตาม ข้าก็ขอให้เื่จบลงเพียงเท่านี้ ต่อไปพวกเราไม่ข้องเกี่ยวกันอีก แต่หากท่านไม่ยินยอม ข้าก็จะไปฟ้องทางการและขอให้ชาวบ้านที่อยู่ในที่นี้ทุกคนร่วมเป็พยาน”
เหตุผลที่กู้อวี้พูดเช่นนี้หนึ่งคือเพื่อดึงบิดามารดาของเด็กที่ถูกทำร้ายมาเป็พวก และสองคือเพื่อให้เื่ที่เกิดขึ้นจบลงเพียงเท่านี้ ต่อไปคนเหล่านี้จะได้ไม่มาหาเื่พวกเขาอีก เพราะอย่างไรเสียเหตุการณ์ที่เกิดก็เป็คนของเขาที่เป็ฝ่ายลงมือก่อน
“เหตุใดข้าต้องชดใช้เงินด้วย!” มารดาซวนจู้ถามเสียงแหลมปรี๊ดด้วยความไม่พอใจ
ผู้ใหญ่ของเอ้อร์วั่ง รวมถึงบ้านของเด็กคนอื่นที่โดนรังแกโต้กลับทันควัน “แล้วเหตุใดต้องไม่ชดใช้!”
“บุตรชายของเ้าทำร้ายหลานของข้า ชดใช้เท่านี้ยังนับว่าน้อยไปเสียด้วยซ้ำ!”
“ใช่ หากมิใช่เพราะเห็นแก่กู้อวี้แล้วละก็ ข้าคงให้พวกเ้าชดใช้มาห้าสิบอีแปะไปแล้ว!”
มารดาซวนจู้ถูกบรรดาผู้ใหญ่ของเด็กที่ถูกรังแกรุมด่าทอจนแทบจะจมน้ำลายตาย แต่เนื่องจากไม่สามารถทำอันใดได้ จึงจำต้องยอมชดใช้เงินให้พวกเขา เวลาต่อมาผู้ใหญ่ของเด็กที่ถูกรังแกก็ตามมารดาซวนจู้เพื่อไปเอาเงิน เด็กที่ถูกทำร้ายมีหลายคน รวมกันแล้วเป็เงินถึงร้อยกว่าอีแปะ สูญเสียเงินไปมากเช่นนี้มารดาของซวนจู้ถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บใจ
ครั้นคนเ่าั้จากไปกันหมดแล้ว กู้อวี้ยกสองมือคารวะชาวบ้านที่ช่วยเหลือทุกคน “ข้าต้องขอขอบคุณทุกท่านมากที่ช่วยเป็พยาน พวกเรามาจากต่างถิ่น เจินเจินกับครอบครัวยังถูกสกุลหยวนขับไล่ออกมาอีก หากไม่ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากทุกคน วันนี้พวกเราคงต้องถูกคนเ่าั้ใส่ความเป็แน่ ข้าขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง”
ผู้ใหญ่บ้านยื่นมือไปตบไหล่กู้อวี้ “เ้าวางใจเถิด หากมีข้าอยู่จะไม่ยอมให้พวกเขามาหาเื่พวกเ้าอีกแน่!”
ชาวบ้านทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ต่างก็รับปากว่าจะไม่ยอมให้มารดาซวนจู้หาเื่คนสกุลกู้อีกแน่นอน
กู้อวี้กล่าวขอบคุณทุกคนอีกครั้งก่อนจะขอตัวกลับ
คล้อยหลังกู้อวี้ ชาวบ้านทุกคนต่างพูดชมชายหนุ่มไม่ขาดปาก บอกว่าเขาช่างเป็คนใจอ่อนเหลือเกิน รู้ว่ามารดาซวนจู้ไม่อาจชดใช้เงินให้แก่ทุกคนได้หมด จึงยอมเสียสละให้นางชดใช้แก่เด็กที่ถูกรังแกแทน
ครั้นกู้อวี้กลับถึงบ้าน ยายเฒ่าปลอบขวัญของหมู่บ้านได้กลับไปแล้ว เขาเดินไปยังห้องของเจินเจิน พบว่านางนอนหลับอยู่บนเตียงส่งเสียงกรนออกมา ไม่ได้รับรู้ถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่เลยแม้แต่น้อย
“อวี้เอ๋อร์ ไปกินข้าวเถิด” กู่ซื่อเดินเข้ามาตาม
เขาเข็นรถเข็นตามมารดาออกจากห้อง รอจนพ้นประตูมาแล้วค่อยเอ่ยถามว่า “นางกินแล้วหรือขอรับ”
กู่ซื่อพยักหน้า “นางกินขนมไปหลายชิ้น หลังจากยายเฒ่าปลอบขวัญมาถึงก็ให้นางแกล้งนอนหลับบนเตียง คิดไม่ถึงว่ายายเฒ่าเพิ่งจะร้องเพลงกล่อมได้ไม่นาน เจินเจินก็หลับไปจริงๆ เ้าอย่าได้ทำหน้าตาเช่นนั้น นี่มิใช่ความผิดของนางเสียหน่อย เป็พวกซวนจู้ต่างหากที่ไม่มีเหตุผล ถึงกับให้พี่ชายมารังแกเจินเจินที่เป็แค่เด็กผู้หญิง พวกเขาช่างหน้าไม่อาย เ้าสองเ้าสามก็เช่นกัน แค่นี้ก็ดูแลปกป้องเจินเจินมิได้ ต้องให้นางมาดูแลปกป้องตัวเองแทน ช่างไม่เอาไหนเอาเสียเลย!”
กู่ซื่อเดินนำบุตรชายไปยังห้องด้านหน้า ขณะที่ปากยังคงต่อว่าต่อขานบุตรชายผู้ไม่เอาไหนทั้งสามคนอย่างไม่หยุดหย่อน
มารดาซวนจู้ถึงกับต้องขอยืมเงินจากบ้านเดิมเพื่อมาชดใช้ให้แก่ผู้ใหญ่ของเด็กที่ถูกบุตรชายของตนทำร้าย หลังคนเหล่านี้กลับไปแล้ว นางเดินไปที่บ้านสกุลหยวนเพื่อไปหาเ้าใหญ่ เ้าใหญ่เห็นสีหน้ามารดาของซวนจู้ไม่ค่อยดีนัก จึงพาออกไปพูดคุยกันที่ป่าหลังบ้าน เมื่อเห็นว่าแถวนี้ไม่มีผู้ใด มารดาซวนจู้ยกมือขึ้นแล้วฟาดลงไปที่ใบหน้าเ้าใหญ่อย่างแรง
“กรี๊ด ท่านตบข้าด้วยเหตุใด!” เ้าใหญ่อุทานด้วยความเจ็บก่อนจะถามอย่างใ
มารดาซวนจู้ปรี่เข้าไปกระชากผมเ้าใหญ่ ก่อนจะตบซ้ำอีกสองที “ทำไมข้าถึงตบเ้าน่ะหรือ เพราะเ้ายุยงให้ข้าไปเอาเื่คนสกุลกู้ที่บ้าน ทำให้ต้องสูญเสียเงินไปกว่าร้อยอีแปะอย่างไรเล่า ข้าจะตบเ้าให้ตายเสียเดี๋ยวนี้!”
“ท่านไร้ความสามารถเองแล้วจะกล่าวโทษข้าได้อย่างไร!” เ้าใหญ่ดิ้นหลุดมาได้ก็ตบคืนกลับไป หากเ้าใหญ่ที่เคยแต่อยู่เฉยๆ ในห้องหอหรือจะมีเรี่ยวแรงสู้มารดาของซวนจู้ซึ่งทำงานสารพัดได้ ไม่นานนางก็ถูกตบจนลงไปกองกับพื้น
“นังสารเลว! ข้าจะไปบอกทุกคนว่าเป็เ้าที่ยุยงให้ข้าไปเอาเื่คนสกุลกู้ถึงบ้าน เ้าทำให้ข้าต้องเสียเงินไปไม่น้อย ซ้ำยังถูกชาวบ้านด่าว่าต่างๆ นานา ข้าจะทำให้เ้าได้รับรู้รสชาติของการถูกด่าบ้าง!”
“พอเถิด อย่าตบข้าอีกเลย ข้าจะชดใช้เงินให้พอใจหรือไม่!” เ้าใหญ่ทนถูกตบตีอีกต่อไปไม่ไหว นางร่ำไห้พร้อมกับวิงวอน
มารดาซวนจู้กลอกตาหมุนคิดอย่างรวดเร็ว “เ้าพูดเองนะ เป็เพราะเ้าที่ยุยงให้ข้าไปเอาเื่คนสกุลกู้ ข้าจึงต้องมาถูกชาวบ้านด่าว่า เพราะฉะนั้นก็ต้องให้เงินเป็ค่าทำขวัญข้ายี่สิบตำลึง ส่วนเงินค่าชดใช้ที่ต้องเสียไป ข้าจะไม่ถือสา ขอแค่เ้ายอมให้เงินค่าทำขวัญแก่ข้าก้พอ”
“ยี่สิบตำลึง ไฉนท่านถึงไม่ไปปล้นเสียเลยเล่า!” เ้าใหญ่แผดเสียงแหลมสูง
มารดาซวนจู้ชูมือขึ้นสูงแล้วฟาดลงไปที่ใบหน้าของเ้าใหญ่อีกครา “หากเ้าไม่ให้ ข้าจะเอาเื่นี้ไปโพนทะนาให้รู้ไปทั่วทั้งหมู่บ้าน!”
เ้าใหญ่ร่ำไห้พลางวิงวอน “ข้ามิได้มีเงินมากมายถึงเพียงนั้น ข้ามีแค่สองตำลึงเท่านั้น หากท่านไม่รับก็นำเื่นี้ไปบอกคนอื่นเถิด ข้าไม่ยอมรับเสียอย่าง ท่านก็ไม่สามารถทำอะไรข้าได้ อีกอย่างก็ไร้ซึ่งหลักฐาน หากพูดไปจะมีผู้ใดเชื่อ!”
