หลังจากได้รับการแต่งตั้งให้เป็ประธานบริษัทใหม่โดยไม่ทันตั้งตัว หยางเฉินก็เดินทอดน่องกลับไปแผนกประชาสัมพันธ์อย่างหมองหม่น เขาได้ตัดสินใจแล้วว่าหลังจากสั่งงานจ้าวเถิงกับหวังจี้ เขาจะกลับมาทำงานที่เขารักที่แผนกประชาสัมพันธ์แห่งนี้ต่อ
หลังจากเลิกงานหยางเฉินก็กลับบ้านไปทานอาหารเย็นด้วยความเร็วและปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม เมื่อหลินรั่วซีเห็นหยางเฉินเขมือบอาหารปริมาณมหาศาลอย่างตะกละตะกลามก็ขมวดคิ้วกล่าวว่า
"นายเล่นเกมจนหิวโซเลยหรือไง?"
หยางเฉินที่กำลังวุ่นวายกับอาหารตรงหน้าไม่ได้อธิบายอะไรมาก "คืนนี้ผมมีเื่เร่งด่วนต้องไปทำ และอาจไม่กลับบ้าน คุณไม่ต้องรอผมนะ"
หลินรั่วซีได้ยินดังนั้นก็หน้าแดงเล็กน้อยเธอยังจำคำพูดที่เคยบอกกับหยางเฉินได้เป็อย่างดี นั่นทำให้เธอรู้สึกเขินอายขึ้นมา
"ใครเขาจะรอนายกันจะไปไหนก็ไปเลย"
"ผมสัญญาไว้แล้วว่าผมจะต้องบอกคุณ" หยางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมก่อนจะก้าวขาออกจากบ้านไป
คืนนี้เขาต้องไปรับหน่วยเหยี่ยวทะเลตามที่สัญญาเอาไว้กับโซรอน ซึ่งหยางเฉินคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าจะต้องเกิดปัญหาต่างๆ ตามมาอย่างแน่นอน
หยางเฉินขับรถมุ่งหน้าไปยังท่าเรือตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองจงไห่ ในเวลาเดียวกันก็โทรหาเฉียงเวยให้เตรียมรถยนต์ และที่พักอาศัยสำหรับคนจำนวน 20 คน
เฉียงเวยไม่ได้ถามเหตุผลของหยางเฉินเธอทำตามที่เขาบอกโดยทันที
หลังจากที่มาถึงท่าเรือหยางเฉินจอดรถอยู่ใกล้เคียงท่าเรือ แต่กลับไม่เห็นร่องรอยของกลุ่มเหยี่ยวทะเลแต่อย่างใด
หยางเฉินหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาแล้วกดโทรออกทันที แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสาย นั่นทำให้เขาขมวดคิ้วเครียดอย่างช่วยไม่ได้ หรือว่าเขาจะมาช้าไปจนกลุ่มเหยี่ยวทะเลถูกกองพลน้อยเหยียนหวงหิ้วไปเสียก่อน?
แต่หากพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว หยางเฉินไม่คิดว่ากองพลน้อยเหยียนหวงจะทำการอย่างเอิกเกริกและรวดเร็วได้ถึงเพียงนี้
เขาคิดว่าเหยี่ยวทะเลควรจะไปถึงที่ท่าเรือแห่งหนึ่งแต่สถานการณ์คงจะไม่สู้ดีนัก เมื่อคิดได้ดังนั้น หยางเฉินก็เริ่มต้นค้นหาเส้นทางใหม่ทันที
ห้านาทีต่อมา ในที่สุดหยางเฉินก็มาถึงทางเข้าของท่าเรือตะวันออกเฉียงใต้และพบสถานการณ์ที่ผิดปกติ
เรือสะเทินน้ำสะเทินบกสามลำได้ปิดกั้นเส้นทางเข้าท่าเรือเอาไว้มีทหารไม่น้อยกว่าสามสิบคนสวมชุดหน่วยรบพิเศษ พร้อมด้วยอาวุธปืนครบมือซึ่งกำลังมุ่งเป้าไปยังคอนเทนเนอร์ตู้หนึ่ง
ขณะที่กลุ่มชายหญิงเจ็ดถึงแปดคนสวมชุดใส่ต่างๆ ยืนตรงหน้ากองกำลังพิเศษเหล่านี้ดูเหมือนบอยแบนด์วงดัง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็ผู้นำของหน่วยทหารติดอาวุธพวกนี้
เมื่อรถของหยางเฉินปรากฏขึ้นในสายตาของทุกคน อาวุธปืนทั้งหลายก็มุ่งเป้ามาที่เขาทันที
เลเซอร์สีแดงไปกระจุกรวมตัวกันในตำแหน่งถังเชื้อเพลิงของรถ นั่นทำให้หยางเฉินรู้แล้วว่าถ้าเขาขยับเขยื้อนรถแม้สักนิดเดียว รถของเขาจะต้องถูกยิงถังน้ำมันจนะเิตูมตามอย่างแน่นอน
หยางเฉินเปิดประตูรถแล้วเดินออกมารับลมเย็นฉ่ำของฤดูหนาว พลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดพ่นควันด้วยสีหน้าที่ดูไม่ทุกข์ร้อนกับสิ่งรอบตัว พร้อมก้าวเดินไปยังฝูงหน่วยทหารอาวุธครบมือโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ
ในขณะที่หยางเฉินได้เดินเข้ามาในเขตของพวกเขา กลุ่มชายหญิงเจ็ดแปดคนไม่รอช้า ก็เดินเข้ามาประจันหน้ากับเขาในทันที
บุคคลทั้งแปดนี้ทำให้หยางเฉินรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย นอกจากบุปผาพิรุณและฮุยอีแล้ว คนที่เหลือนั้นหยางเฉินไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน แต่สังเกตจากลักษณะท่าทางแล้ว พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้มีฝีมือด้อยไปกว่ากลุ่มัเลยแม้แต่น้อย
ฮุยอีพิจารณาดูหยางเฉินั้แ่หัวจรดเท้าก่อนจะฉีกยิ้มออกมากล่าวว่า
"ท่านเฮดีสการเคลื่อนไหวของท่านในครั้งนี้ทำให้พวกเราลำบากใจจริงๆ"
บุปผาพิรุณมองดูหยางเฉินด้วยสายตาที่สับสน แต่เพียงเสี้ยววินาทีก็กลับมาปกติอย่างรวดเร็ว "คนผู้นี้คือเฮดีสอย่างงั้นเหรอ?"
ชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบกว่าๆ สวมเครื่องแบบทหารสีฟ้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งกล่าวขึ้นว่า
"เขาดูไม่เหมือนกับที่เคยได้ยินมาเลย ผมชื่อหยงเย่ หัวหน้ากลุ่มัที่สอง ผมฟังเื่ของคุณมาไม่น้อย พอครั้งนี้ได้เห็นตัวจริงก็อดรู้สึกผิดหวังขึ้นมาไม่ได้"
หยางเฉินก็ไม่สนใจหยงเย่เขาเลือกที่จะหันไปกล่าวกับฮุยอีว่า
“ไม่ต้องห่วง ผมแค่ขอให้พวกเขามาช่วยจัดการปัญหาส่วนตัวบางอย่างเท่านั้น ถ้าพวกคุณช่วยทำเป็ไม่เห็น ครั้งหน้าผมจะเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อหนึ่งก็แล้วกัน"
"เฮดีสอย่ากร่างให้มากเกินไปนัก"
หยางเฉินกวาดสายตามองฝ่ายตรงข้ามเรียงตัวก่อนจะะเิรังสีสังหารออกมา เขากล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมว่า
"ที่นี่อยู่นอกอาณาเขตเจ็ดกองพลหน่วย ''ัหลาก'' พวกนายย่อมไม่สามารถฆ่าคนได้ตามอำเภอใจ”
"คิดว่าผมจะกลัวงั้นหรือ?" หยงเย่ยิ้ม
ฮุยอีขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมากล่าวว่า
"ท่านเฮดีส ให้พวกเขากลับไปเถอะ ประเทศจีนเราไม่อนุญาตให้ทหารรับจ้างมารับงานที่นี่"
"รุ่นพี่ฮุยอี พี่พูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร? พวกเราไม่เคยกลัวใครหน้าไหนอยู่แล้ว ตอนนี้พวกเหยี่ยวทะเลอะไรนั่นถูกพวกเราไล่ต้อนอยู่ไม่ใช่หรือไง" หยงเย่ะโออกมาเสียงดัง
หยางเฉินดูดบุหรี่เฮือกใหญ่และขยี้ก้นบุหรี่ชายหนุ่มกล่าวอย่างไม่แยแสว่า
"อนุโลมก็ไม่ได้เลยงั้นเหรอ?"
"ไม่ได้" หยงเย่ไม่อาจทนฟังคำพูดปัญญาอ่อนของหยางเฉินได้อีกต่อไป
"ไม่ว่านายจะเป็ใครมาจากไหน แต่ไหนๆ วันนี้ใครก็ตามที่มาที่นี่โดยไม่ได้รับเชิญ พวกมันจะไม่มีวันได้กลับไปอีก!”
หยางเฉินก้มหน้าลง ในความมืดมิดดวงตาของเขาได้กลับกลายเป็สีแดงเพลิง อุณหภูมิรอบตัวลดต่ำลงแปรเปลี่ยนเป็หนาวเย็นโดยฉับพลัน
ฮุยอีและคนอื่นๆ เห็นสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี ก็เริ่มระมัดระวังตัวเองมากขึ้น ทันใดนั้นเองร่างสูงโปร่งของหยางเฉินก็หายลับไปจากสายตา!
"นายนี่มันน่ารำคาญจริงๆ..."
เสียงที่คล้ายเครื่องยนต์บดเกียร์ดังขึ้น หยางเฉินปรากฏตัวอีกครั้งข้างๆ หยงเย่! นั่นทำให้เขาไม่ทันได้ตอบสนองใดๆ คอหนาเขาถูกมือของหยางเฉินบีบไว้อย่างฉับพลัน!!
สมาชิกกลุ่มัที่สองต่างตกตะลึงกับภาพเหตุการณ์ที่เห็นหัวหน้าของเขาเสียท่าด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว
ผู้ชายคนนี้ทำได้อย่างไรกัน!?
หยงเย่ไม่กล้าแม้แต่จะกลืนน้ำลายเขารู้สึกได้ว่าหยางเฉินใช้ความมืดให้เกิดประโยชน์ เพื่อหลบหลีกไปจากสายตาอันคมกริบเขา!
เขาสามารถเป็หัวหน้าของกลุ่มัที่สองนี้ได้ จากนอกจากยุทธวิธีการรบที่ยอดเยี่ยมแล้ว ความสามารถในด้านต่อสู้ก็ยังแข็งแกร่งหาใครเทียม แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหยางเฉิน ความสามารถทุกอย่างที่เขามีได้แหลกเป็เม็ดทรายไปเป็ที่เรียบร้อย!
ทหารทุกคนไม่กล้าเคลื่อนไหว เพราะหยงเย่อาจกลายเป็เนื้อบดได้ทุกเมื่อ
"ผมไม่สนใจว่าพ่อของคุณ แม่ของคุณ หรือพี่สาวคุณจะเป็ใคร ตอนนี้คอของคุณอยู่ในในเงื้อมมือผม และมันดูเปราะบางเอามากๆ..."
พูดจบหยางเฉินก็ยกหยงเย่ขึ้นกลางอากาศ และขว้างจนลอยละลิ่วไปไกลเจ็ดถึงแปดเมตรกลิ้งขลุกๆ อยู่ไม่กี่ครั้งก่อนจะแน่นิ่งอยู่กับพื้น!
เหล่าทหารเห็นดังนั้นก็ต่างเล็งปลายกระบอกปืนไปที่หัวของหยางเฉินทันที แต่ไม่มีใครกล้าที่จะยิงเขา แม้จะไม่มีมีตัวประกันก็ตาม!
หยางเฉินทิ้งสายตาอันหวาดกลัวของทุกคนไว้เื้ั เขาเดินตรงเข้าไปในท่าเรือโดยไม่มีผู้ใดกล้าขัดขวาง!
ฮุยอีถอนหายใจยาวออกมา เหม่อมองหยงเย่ที่พื้น และเมื่อพื้นเห็นว่าหยงเย่ไม่ลุกขึ้นมา ฮุยอีก็แสดงสายตาอันผิดหวังออกมา จากนั้นจึงสั่งการกลุ่มัที่สองว่า
"เก็บอาวุธกลับไปพวกเราไม่ต้องใช้มันแล้ว"
บุปผาพิรุณหันมองฮุยอีด้วยสายตาซับซ้อน
แต่หยางเฉินในตอนนี้ได้มาถึงหน้าตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่และะโขึ้นในภาษาอังกฤษว่า
"ออกมา ถึงเวลาสนุกกันแล้ว"
