หัวใจของเย่ยวิ้นไม่อยู่กับเนื้อกับตัว นางรู้สึกปลื้มปีติเป็อย่างยิ่ง คิดไม่ถึงเลยว่าการมาที่เมืองชิงซานในครั้งนี้จะได้กำเนิดอัจฉริยะขึ้นมาหนึ่งคน การที่เขาเอาชนะชิงอี้จวิ้นได้นั้นนางไม่แปลกใจอะไรมาก อย่างไรเสีย เต้าหลิงก็เป็นักปรุงโอสถ
ดวงตาคู่สวยจ้องมองไปที่ใบหน้าเยาว์วัยของเด็กหนุ่ม พวกเขาพูดคุยกันไม่กี่ประโยค เย่ยวิ้นก็รีบเดินออกไป เพราะอยากจะรู้ว่าผลลัพธ์ของพลังนี้เป็อย่างไร
ภายในห้องพลันเงียบสงัดลง เต้าหลิงเม้มริมฝีปากพลางเดินเข้าไปแล้วปิดประตูลง เขากวาดสายตามองไปรอบๆ พลางนำธงเืเก้าผืนออกมาเพื่อลบตราประทับที่อยู่ข้างบนของล้ำค่า
ธงสีเืถึงแม้จะตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายอำมหิต แต่ดูสีที่เปล่งประกายออกมาระยิบระยับนั้นเหมือนทำขึ้นมาจากหยกโลหิต เวลาที่โบกกระพือก็ปรากฏแสงสว่างสีแดงฉานขึ้นเรืองรอง
ธงสีเืทั้งเก้าโบกสะบัดอยู่ท่ามกลางอากาศ พวกมันเคลื่อนตัวไปตามที่เต้าหลิงควบคุม ทันใดนั้นมันก็ขึ้นไปสูงครึ่งฟุต แล้วลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ
”พึ่บ”
ดวงตาทั้งสองของเต้าหลิงส่องประกายแสงหมอก์เหลืองอร่ามออกมา หลังจากที่เสียงนั้นสิ้นสุดลง ธงทั้งเก้าก็ได้รวมตัวเข้าด้วยกัน ปลดปล่อยคลื่นพลังมหาศาลออกมา ทั้งคลื่นพลังนี้ออกมาได้ไม่นานก็กลับไปเป็เหมือนเดิม ธงทั้งเก้าปรากฏขึ้นสลัวๆ กลางอากาศ เหมือนกับว่าได้ตัดขาดจากโลกภายนอกแล้ว
“ค่ายกลสังหารนี้ไม่เลวเลย เขา์นี่ร่ำรวยเสียจริง ขนาดแค่ลิ่วล้อยังมีของล้ำค่าถึงขนาดนี้” เต้าหลิงจ้องมองค่ายกลธงทั้งสี่ชนิดพลางกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจก่อนที่จะละสายตาไปอีกทางหนึ่ง
“ไม่รู้ว่าจะเป็ของอะไร” ใบหน้าของเด็กหนุ่มปรากฏสีหน้ารอคอย เพราะรู้สึกไม่วางใจเท่าไรนัก
“อย่างไรเสียก็เป็อันดับที่หนึ่ง อย่างน้อยๆ ก็น่าจะเป็ของล้ำค่าพิสดาร”
เต้าหลิงนั่งขัดสมาธิลงขณะพูดพึมพำ เขานำกำไลมิติมาวางลงบนฝ่ามือ ของสิ่งนี้เป็ของล้ำค่าลึกลับที่เขาได้มาจากศิลาเทพยุทธ์
ตอนที่เต้าหลิงได้ของสิ่งนี้มา เขายังไม่ทันได้ดูมันเลยด้วยซ้ำ
ทว่าเมื่อมองดูของล้ำค่าที่แน่นิ่งอยู่ในมือ สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็สีดำมืดราวกับก้นหม้อจนแทบจะสำรอกเื
เหง้าสีเหลืองแห้งกรอบอันหนึ่ง ประกายแสงสีเขียวมรกตอ่อนๆ ขนาดของมันเล็กมากเหมือนกับโสมูเา ดูแล้วอีกไม่นานก็น่าจะถูกย่อยสลาย
มุมปากของเต้าหลิงบิดเบี้ยวในทันที
“ข้าที่แย่งชิงอันดับหนึ่งมาได้ กลับให้ขยะกับข้าอย่างนั้นหรือ” สีหน้าของเต้าหลิงดำมืด จนอดไม่ได้ที่จะบีบทำลายของสิ่งนี้ทิ้งเสีย
ทว่าในขณะที่เขาจ้องมองเหง้านั้นด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ พลังงานแต่ละเส้นแสงกลับหลั่งไหลจากปลายนิ้วของเขา พลังงานเ่าั้แล่นเข้าไปภายในร่างเพราะอยากจะรู้ว่ามันจะใช่ของล้ำค่าหรือไม่
พลังงานสีทองไหลเข้าไปข้างในราวกับได้มาเยือนมหาสมุทรร้าง ไม่นานนักพวกมันก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
“หืม ถูกเหง้าดูดซับไปหมดแล้ว หรือว่ามันต้องใช้พลังกระตุ้น” สายตาของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ระหว่างปล่อยให้พลังไหลออกมาจากปลายนิ้วแล่นลิ่วเข้าไปภายในเหง้าอย่างบ้าคลั่ง
ผ่านไปราวๆ สิบกว่าลมหายใจ เต้าหลิงก็รู้สึกได้ว่าพลังภายในร่างของเขาหายไปครึ่งหนึ่ง ทว่าเหง้านั้นก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งนั่นทำให้เขาใยิ่ง ของสิ่งนี้จะต้องไม่ธรรมดาแน่
ในขณะที่เขากำลังจะตัดพลัง เขาก็พบว่าแรงดูดกลืนที่ออกมาจากเหง้านั้นเพิ่มพูนขึ้น มันดูดซับพลังภายในร่างของเขาอย่างไม่หยุด
“แย่ละสิ นี่มันบ้าอะไรกัน ทำไมมันถึงดูดซับพลังบริสุทธิ์ภายในร่างของข้าเองล่ะ!” เต้าหลิงอึ้งไป เขารู้สึกว่าพลังภายในร่างของเขาเริ่มไหลออกไปอย่างรวดเร็วเพราะถูกเหง้าดูดซับ
“ให้ตายสิ หรือว่าเ้าของสิ่งนี้จะมีจิติญญาแล้ว”
ความเ็ปเอ่อล้นออกมา ใบหน้าของเต้าหลิงเครียดขมึง เขารีบนั่งขัดสมาธิลงพลางดูดซับพลังบริสุทธิ์ฟ้าดิน ในเวลาเดียวกันเขาก็กลืนพลังงานสีทองหยดหนึ่งลงไปเพื่อที่จะฟื้นฟู
หยดพลังงานสีทองปรากฏขึ้นภายในร่างของเขา แรงดูดกลืนแสนตะกละตะกลามของเหง้าก็พลันเพิ่มมากขึ้น มันปรากฏขึ้นในร่างของเต้าหลิง ก่อนที่สูบกลืนพลังงานสีทองอย่างหิวกระหาย
“นี่มันอะไรกัน” เหงื่อไหลออกมาท่วมร่างของเต้าหลิง เขาเอ่ยเสียงหลง “หรือว่ามันจะมีจิติญญาแล้วจริงๆ”
จิต์ของเขาไหลเข้าไปในร่าง สายตาจ้องมองเหง้าที่กำลังดูดกลืนพลังงานสีทองอยู่ ดูเหมือนว่าของสิ่งนี้จะไม่ได้มีอันตรายต่อร่างกายของเขา
อีกทั้ง เขาก็ยังพบว่าด้วยภายใต้ผลของพลังงานสีทอง ส่วนที่เหลืองกรอบของเหง้าก็เริ่มส่องแสงหมอก์ขึ้นมาอ่อนๆ
“หรือว่าแต่เดิมทีเหง้านี้จะเป็ของล้ำค่า ดังนั้นมันจึงต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการรักษา” เต้าหลิงถอนหายใจ พลางกลอกตาครุ่นคิด
เขารู้สึกได้ถึงความไม่ธรรมดาของมัน จากนั้นกัดฟันกรอดกลืนพลังงานสีทองลงไปอีกหนึ่งหยด
พลังงานสีทองหยดที่สองถูกเหง้าดูดกลืนไปจนหมด ทั่วร่างของมันโอบล้อมไปด้วยแสงสีเขียวมรกต ถึงแม้ว่าจะดูเบาบาง แต่เต้าหลิงก็ััได้ถึงพลังิญญาที่ไม่เหมือนเดิม
อีกทั้งเหง้าก็ยังอยู่ข้างๆ หอคอยเล็กเหมือนกับว่าอยู่ด้วยกัน ทำให้เต้าหลิงใจสั่น แท้จริงแล้วมันจะทำอะไรกันแน่
“เ้าคงไม่ได้จะเอาข้าไปเป็บ่อน้ำชีวิตของเ้าหรอกนะ” เต้าหลิงเบิกตากว้าง การที่มีพืชอยู่ในร่างกายของเขานั้นทำให้เขาอดจะขนลุกซู่ขึ้นมาไม่ได้
“ข้าจะรอดูว่าเ้าเป็ปีศาจอะไร”
เต้าหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก เขารู้สึกได้ว่าพืชนี้ไม่ธรรมดา จึงข่มจิตข่มใจแล้วเอาหยดพลังงานสีทองออกมาอีกหยด
พลังงานสีทองค่อยๆ สลายหายไป แสงหมอก์ของเหง้าก็พลันสว่างจ้ามากขึ้น ไอพลังโกลาหลถูกปลดปล่อยออกมาสลัวๆ ราวกับว่ามาจากยุคสร้างโลก!
หัวใจของเต้าหลิงเต้นแรงไม่เป็จังหวะ มันต้องใช้พลังงานจำนวนมากถึงจะเติบใหญ่ขึ้น ของสิ่งนี้จะต้องเป็สมบัติล้ำค่าอย่างไม่ต้องสงสัย
พลังงานสีทองที่เก็บสะสมไว้ในร่างกายของเขาหายไปครึ่งหนึ่ง นั่นทำให้เต้าหลิงเ็ปหัวใจยิ่ง ไผ่เขียวดูดซับไปแค่นิดเดียวก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ทว่าเ้านี่ดูดซับไปมากขนาดนี้ยังไม่เห็นจะเปลี่ยนแปลงอะไรสักเท่าไร
เหง้าดูดซับพลังงานสีทองไปอีกหลายสิบหยด หนังตาของเต้าหลิงก็กระตุกขึ้น เหง้ารากซึ่งปกคลุมไปด้วยหมอกรางๆ กลับปรากฏคล้ายยอดตูมของดอกบัวเขียวประกายฟ้าขึ้นมา ท่ามกลางระลอกคลื่นโกลาหล มันได้ปลดปล่อยพลังที่น่าสะพรึงทั้งยังมีแสงหมอก์กระจายออกมาเป็เส้นๆ
“หรือว่าจะเป็ดอกบัวเขียว” เต้าหลิงขมวดคิ้ว รวมถึงจ้องมองดูอย่างพินิจ เหง้าเริ่มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมันได้กลายสภาพมีลักษณะคล้ายกับดอกบัว ทว่ามีแค่หนึ่งใบกับหนึ่งกลีบ กระนั้นสิ่งสำคัญคือพลังชีวิตเปี่ยมล้นบริสุทธิ์พรั่งพรูแพร่กระจายไม่หยุดหย่อน
สีหน้าของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ นี่มันดอกบัวอะไรกัน เหตุใดถึงได้น่ากลัวขนาดนี้ ทั้งดูดซับพลังงานไปตั้งมาก แต่กลับมีแค่กลีบหนึ่งกลีบกับใบอีกหนึ่งใบ
เด็กหนุ่ม้าให้มันเติบโตมากขึ้น กระนั้นสีหน้าของเต้าหลิงกลับดูไม่ดีนัก เนื่องจากเริ่มมองเห็นก้นขวดที่ใช้สำหรับใส่พลังงานสีทอง หยดพลังงานเหลืออยู่แค่สามสิบกว่าหยด ในตอนที่ได้มาจากหอคอยผ่านจิต เขาได้มาถึงพันหยดเชียวนะ!
เมื่อครู่เย่ยวิ้นที่ได้ไปสิบหยดยังดีอกดีใจถึงขนาดนั้น ทว่าเ้านี่กลับกินเยอะจนผิดปกติ มันเกือบจะกินพลังงานทั้งหมดแล้วซึ่งนั่นทำให้สีหน้าของเต้าหลิงดูไม่ปกติเท่าไรนัก
ดอกบัวเขียวนี้ปกคลุมไปด้วยละอองพลังปั่นป่วนโกลาหล ลึกลับเป็อย่างยิ่ง เหง้าที่อยู่ภายในร่างของเขาก็กลับกลายมาเป็ปกติ
เต้าหลิงใช้จิตใจลองควบคุมดอกบัวเขียวดู ดอกบัวเขียวพลันสั่นไหว แสงล้ำค่าถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับพลังชีวิตที่บริสุทธิ์
“ให้ตาย เ้านี่ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรเลย” เต้าหลิงเ็ปหัวใจยิ่ง เขารู้สึกขาดทุนครั้งใหญ่ เพราะดอกบัวเขียวนี่ตะกละมากเกินไปแล้ว ไม่รู้ว่าเหง้าของมันที่อยู่ในร่างของเขาจะเป็เื่ดีหรือเื่ไม่ดี
ระหว่างนั้นเขาััได้ถึงพลังิญญาของมันซึ่งปรากฏเพียงครู่หนึ่งและก็หายไป เต้าหลิงจึงลองควบคุมมันใหม่อีกครั้ง คราวนี้เขากลับรับรู้ถึงความหิวกระหายของดอกบัวเขียวที่มีต่อกำไลมิติ
เต้าหลิงขมวดคิ้ว ข้างในกำไลมิติก็ไม่ได้มีของดีอะไร มีมูลค่ามากสุดก็เป็แร่หิน มันคงไม่ใช่ว่ากินแร่หินได้หรอกนะ
เขาหยิบแร่หินชิ้นหนึ่งออกมา แร่ชิ้นนั้นก็คือหินหยินเขียว มันส่องแสง์เป็ประกายระยิบระยับ แร่หินนี้ล้ำค่าเป็อย่างยิ่ง ภายในแร่สามารถให้กำเนิดพลังหยินออกมาได้ ทั้งยังสามารถนำไปหลอมเป็ของล้ำค่าได้อีกด้วย
เมื่อเขาหยิบหินหยินเขียวออกมา เขาก็พบว่าดอกบัวเขียวมีปฏิกิริยาบางอย่างกับหินหยินเขียวนี้
“หรือว่ามันจะกินแร่หินได้ด้วย” สีหน้าของเต้าหลิงดำมืดขึ้น เขารู้สึกไม่แน่ใจเท่าไรนัก ทว่าเมื่อเห็นดอกบัวเขียวปล่อยลำแสงเส้นหนึ่งออกมาโอบล้อมหินหยินเขียวเอาไว้ สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจถึงขีดสุด
เต้าหลิงเบิกตาทั้งสองกว้าง เขาจ้องมองหินหยินเขียวที่ค่อยๆ แตกร้าว ไม่นานนัก มันก็กลายเป็หินธรรมดา เพราะถูกดอกบัวเขียวดูดซับพลังภายในหินไปจนหมด
หลังจากที่ดอกบัวเขียวดูดซับพลังของหินหยินเขียวไป มันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น พลังที่ส่งออกมานั้นเหมือนกับว่าได้แปรเปลี่ยนกลายเป็ของล้ำค่า
“มันกินแร่หินได้อย่างนั้นหรือ นี่มันบ้าอะไรกัน” เต้าหลิงกล่าวด้วยใบหน้าตกตะลึง แววตาของเขาสั่นคลอน และลองควบคุมดอกบัวเขียวอีกครั้ง ในตอนนั้นเขาก็พบว่าตนสามารถปรับเปลี่ยนพลังงานของดอกบัวเขียวได้
ไม่นานนัก ด้านหลังของเต้าหลิงก็ปรากฏร่างเงาของดอกบัวเขียวขึ้น มันปรากฏขึ้นเลือนรางกลางอากาศ ทั้งยังแฝงไปด้วยพลังที่น่าหวาดกลัว
แขนเสื้อของเต้าหลิงสะบัดขึ้น ร่างเงาของดอกบัวเขียวหมุนวนอยู่กลางอากาศ มวลอากาศแต่ละชั้นพลันแหลกสลายเป็ผุยผง ทั้งยังไม่มีเสียงดังออกมา
“สมบัติล้ำค่า”
เมื่อเห็นดังนั้น ภายในใจของเต้าหลิงก็เต็มไปด้วยความปีติ ของสิ่งนี้จะต้องเป็สมบัติล้ำค่าอย่างแน่นอน เขาลองใช้ร่างเงาของดอกบัวเขียวโจมตีอย่างไม่ขาดสายและเขาก็พบว่าพลังอานุภาพของมันนั้นแข็งแกร่งมาก ประการสำคัญมันสามารถบดทำลายห้วงมิติได้
ทว่ามันต้องใช้พลังงานปริมาณมหาศาล เต้าหลิงที่ควบคุมมันได้ไม่กี่ครั้งเขาก็ทนต่อไปอีกไม่ไหว เขาเม้มปากพร้อมครุ่นคิดว่าของสิ่งนี้จะต้องเติบใหญ่ได้มากขึ้นอีกเป็แน่
หลังจากนั้น เขาก็เอาแร่หินออกมาอีกครั้ง ดอกบัวเขียวเริ่มดูดซับพลังที่อยู่ภายในแร่หิน มันค่อยๆ น่าเกรงขามมากขึ้น แรงดูดกลืนเกรี้ยวกราดขึ้น ทั้งพลังงานที่อยู่ภายในเริ่มแข็งแกร่งร้ายกาจมากขึ้นเรื่อยๆ
เต้าหลิงเอาแร่หินออกมาให้ดอกบัวเขียวดูดซับพลังอย่างไม่หยุด ถ้าหากมีคนเห็นภาพนี้เข้า เดาว่าคงได้สำรอกเืสดออกมา เพราะแร่หินแต่ละก้อนนั้นล้วนไม่ธรรมดา ทว่าบัดนี้ พวกมันกลับค่อยๆ แหลกสลายไปทีละก้อน
“นี่มันเลือกกินด้วยอย่างนั้นหรือ?” เมื่อมันดูดซับแร่หินมาจนถึงก้อนที่แปด สีหน้าของเต้าหลิงก็ดำมืดเป็เส้นเมื่อพบว่าดอกบัวเขียวดูจะไม่ใส่ใจกับแร่หินที่เหลืออยู่แล้ว
“หรือว่าจะต้องมีพลังเหนือกว่าแร่หินอันก่อน” เต้าหลิงเกาศีรษะ สายตาจับจ้องไปที่ดอกบัวเขียว เขาพบว่ามันน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งมันที่แข็งแกร่งมากขึ้นทำให้เขาควบคุมมันได้ยากกว่าเดิม
“ของสิ่งนี้จะต้องไม่ธรรมดาเป็แน่ ทั้งยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร” เต้าหลิงสูดลมหายใจเข้าลึกเพราะความเร็วในการเติบโตอันรวดเร็วของมัน ถ้าหาหิน์มาได้ละก็ ดอกบัวเขียวอาจจะให้กำเนิดสมบัติล้ำค่าออกมาก็ได้
หลังจากนั้นเขาก็สงบจิตใจของตน พลางเริ่มฟื้นฟูพลังที่สูญเสียไป พลังงานบริสุทธิ์แต่ละเส้นไหลแล่นเข้ามาในร่าง
หลังจากนั้นหนึ่งชั่วยามเขาก็ลืมตาขึ้น ภายในใจเต็มไปด้วยความเบิกบานเพราะพลังของเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก จนเกือบจะถึงธรณีประตูหกชั้นฟ้าแล้ว
“ดูเหมือนว่า การประมือกับยอดฝีมือบ่อยครั้ง จะทำให้พลังของข้าแข็งแกร่งมากขึ้น” เต้าหลิงพึมพำกับตัวเอง ถ้าขัดเกลาไปเรื่อยๆ เดาว่าจะต้องทะลวงเข้าสู่ขั้นหกชั้นฟ้าได้แน่
หกชั้นฟ้าก็คือลุ่มน้ำ เมื่อทะลวงเข้าสู่ขั้นพลังนั้น พลังก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่าหนึ่ง
“เ้าหนู ออกมาหน่อยสิ”
มีเสียงเสียงหนึ่งดังทะลุกำแพงเข้ามา เต้าหลิงรู้สึกก่อนหน้านี้แล้วว่าจะมีคนมา แต่คิดไม่ถึงว่าจะมาเร็วขนาดนี้
เขาผลักประตูออกไปก็พบชายชราสวมชุดคลุมสีเงินคนหนึ่ง ซึ่งคนคนนี้ก็คือผู้าุโสามซุนเซี้ยงซาน ผู้รับหน้าที่ดูแลศิษย์ใหม่
“ผู้าุโสาม” เต้าหลิงยิ้มพร้อมก้มหัว
ใบหน้าของซุนเซี้ยงซานเต็มไปด้วยความปีติยินดี คิดไม่ถึงว่าการรับศิษย์ใหม่ในครั้งนี้จะมีม้ามืด เขารู้ดีว่ายอดอัจฉริยะจำนวนมากต่างก็เข้าสำนักซิงเฉินก็เพื่อที่จะไปโถงวิหารดารา ทว่าคนผู้นี้เป็คนที่เย่ยวิ้นพาเข้ามากับมือ ด้วยเหตุนั้นก็ถือว่าเป็ศิษย์ของตนด้วยเช่นกัน
ในความคิดของผู้าุโสามรู้สึกประหลาดใจยิ่ง ชิงอี้จวิ้นที่เป็กายดารา ถึงแม้เพิ่งพัฒนาขึ้นมาได้ไม่นาน แต่เขากลับต่อสู้เอาชนะชิงอี้จวิ้นได้ พลังในการต่อสู้ของเขานั้นทำให้ซุนเซี้ยงซานใมาก ในภายหลังเขาจะต้องมีอนาคตที่ไม่ธรรมดา เดาว่าอาจสามารถประมือกับยอดอัจฉริยะของแคว้นอื่นได้
