คลื่นความร้อนที่น่ากลัวปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเฉินเจี้ยนสยง ทำให้เขาต้องหลับตาอย่างไม่รู้ตัว แม้ไม่ถูกเปลวเพลิงพุ่งเข้ามาโดยตรง แต่เฉินเจี้ยนสยงก็รู้สึกเหมือนถูกไฟเผาถึงจะอยู่ห่างออกไปมากกว่าสิบเมตรก็ตาม หากถูกผลักเข้าไปในทะเลเพลิงที่มีความยาวหลายร้อยเมตร ไม่ว่าใครก็ต้องตายจนไร้ร่างฝังแน่นอน
คลื่นความร้อนที่น่ากลัวทำให้ความคิดของเฉินเจี้ยนสยงหยุดนิ่งไป มีเพียงสัญชาตญาณจึงรอดชีวิตมาได้ เนื่องจากท่าร่างตัวเบา เขาจึงถอยออกมาได้ทันท่วงที ส่วนเหล่าผู้ฝึกวรยุทธ์ที่เหลือ เห็นว่าสถานการณ์ย่ำแย่ตั้งนานแล้วจึงหลบออกไปในระยะที่ไกลกว่าเดิม ใบหน้าแต่ละคนต่างสะท้อนแสงจากเปลวเพลิง เฝ้าดูเฉินเจี้ยนสยงที่เหินกลับมา ผู้คนจึงชื่นชมเขาอยู่ในใจ
สมกับเป็ผู้าุโที่จะเป็ผู้นำตำหนักไท่จี๋คนต่อไป ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขายังคิดหาวิธีและพลิกสถานการณ์เพื่อโจมตีแมงมุมดำั์ที่น่ากลัวตัวนั้นได้!
กลุ่มศิษย์ขั้นสูงของตำหนักไท่จี๋รีบเข้าไปในทันที เพื่อช่วยประคองร่างของเฉินเจี้ยนสยง
เวลาผ่านไปอย่างยาวนาน เปลวเพลิงตรงโถงทางเดินค่อยๆ มอดลง แมงมุมั์สีดำตัวนั้นกลายเป็เถ้าถ่านในเปลวเพลิง รอบๆ มีเพียงแมงมุมตัวเล็กที่ถูกสังหารโดยดวงดาวร่วงหล่นของซูเฟยหยิ่ง จึงเกิดแสงสลัวส่องกระทบใบหน้าของคนที่เหลือยี่สิบกว่าคน
“ตอนนี้เราจะทำยังไงดี?”
ทุกคนเกิดคำถามนี้ในใจ
ผู้าุโสายตรงของตระกูลถังเดินไปหาเฉินเจี้ยนสยง แต่กลับถูกกลุ่มศิษย์ระดับสูงของตำหนักไท่จี๋ขวางไว้ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะวางแผนร้ายต่อเฉินเจี้ยนสยง
“ถอยไป ฉัน้าปรึกษากับผู้าุโเฉินของพวกแก”
ผู้าุโสายตรงของตระกูลถังแค่นเสียงเ็า
“ผู้าุโเฉินกำลังพักผ่อนอยู่ โปรดอย่ารบกวน”
ศิษย์ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเอ่ยด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
“ถอยไปเถอะ”
เฉินเจี้ยนสยงเอ่ยด้วยตนเอง และก้าวไปข้างหน้าด้วยใบหน้าซีดเซียวเล็กน้อย แม้มือคู่นี้จะดีงามนัก แต่เขาก็ใช้วิชาฝ่ามือพลิกฟ้าดินซึ่งใช้พลังปราณมากเกินไปเช่นกัน ทำให้เขาไร้เรี่ยวแรงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามเขาไม่หวาดกลัวถังฉิงเทียน หากอีกฝ่ายจะลอบโจมตีเขากะทันหัน นั่นเพราะสถานการณ์ในตอนนี้ยังไม่ชัดเจนนัก จึงปราศจากข้อสงสัยที่อีกฝ่ายจะลงมือโจมตีกันเองเนื่องจากเป็การกระทำที่โง่เขลา
“จากที่ดูแล้ว เราจะต้องข้ามทะเลเพลิงไป”
เฉินเจี้ยนสยงเดินเข้ามา และมองปลายโถงทางเดิน
ไม่รู้ว่าเย่เฟิงและสาวงามคนนั้นถูกเคลื่อนย้ายไปที่ใดแล้ว พวกเขาจึงไม่สามารถอยู่ที่แห่งนี้ต่อไปได้ ไม่ว่าที่นี่คือที่ไหน จะมีอันตรายอยู่รอบตัวหรือไม่ พวกเขาจะต้องกลับไปยังโลกเดิมให้ได้!
ฉะนั้นทะเลเพลิงตรงนั้นเป็เส้นทางเดียวที่พวกเขาเลือก
ทุกคนกผ่อนเป็เวลาหลายชั่วโมง ระหว่างที่ไม่มีอะไรบุกโจมตี ดูเหมือนว่าสถานที่นี้จะเป็อาณาเขตของแมงมุมดำั์ จึงไม่มีสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากนั้นแล้ว
ภายใต้คำสั่งของเฉินเจี้ยนสยงและถังฉิงเทียน ทุกคนต่างมารวมตัวกันที่บริเวณเปลวเพลิงพวยพุ่งในที่สุด
หลังจากศึกษามาเป็เวลานาน ในที่สุดเฉินเจี้ยนสยงก็ค้นพบผ่านแสงสลัวว่าบนเพดานเหนือพื้นที่เปลวเพลิงปรากฏภาพวาดดาวลึกลับยากเข้าใจ ซึ่ทำให้เขาตื่นเต้นเป็อย่างยิ่ง แต่ภาพวาดดวงดาวนั้นหมายถึงอะไรกัน? จะสามารถข้ามผ่านทะเลเพลิงได้?
…………
ณ ตำหนักศิลา
เย่เฟิงและซูเฟยหยิ่งใช้เวลาตรวจสอบเป็เวลานานแต่พวกเขาก็ไม่พบหนทางที่จะออกจากตำหนักศิลานี้ได้เลย ระหว่างนั้นเย่เฟิงพยายามใช้กระบี่ไร้ตัวตน แต่กลับพบว่าม่านพลังชี่โปร่งใสนั้นป้องกันไม่ให้คนเคลื่อนย้าย
เข้ามาได้ แต่ออกไปไม่ได้!
ปัง!
เย่เฟิงกัดฟันแน่น และปล่อยหมัดชกประตูหินที่ปิดอย่างแ่า เขาไม่อาจยอมรับได้ที่ต้องมาติดอยู่ในสถานที่ที่แม้แต่นกยังไม่มาทำรัง แม้จะติดอยู่กับสาวงามรุ่นใหญ่อย่างซูเฟยหยิ่ง แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เขา้าเสียหน่อย!
บางทีราชันหั่วยวินเยาอาจสร้างความโกลาหลบนโลกแล้ว แต่เขากับซูเฟยหยิ่งกลับต้องติดอยู่ในสถานที่แบบนี้ หากเขากลับไปช้ากว่านี้อีกนิดล่ะก็เกรงว่ามันจะเกิดเื่ใหญ่แล้วน่ะสิ
“ไม่ต้องเครียดไป”
เสียงดังฟังชัดของซูเฟยหยิ่งลอยเข้าหูเย่เฟิง จากนั้นมือเย็นเยียบแต่นุ่มนวลก็จับมือเขาไว้ คล้ายกับกำลังปลอบโยนและให้กำลังใจเขาในเวลาเดียวกัน
“ท่านอาจารย์ ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ”
เย่เฟิงยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ััได้ถึงความอ่อนนุ่มจากมือนั้น คล้ายกับว่ามีเปลวไฟลุกโชนอยู่ภายในใจเขา สิ่งนี้ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะคิดถึงหลงหว่านเอ๋อร์และซูเมิ่งหาน ไม่รู้เลยว่าตอนนี้หญิงสาวทั้งสองคนจะเป็อย่างไรบ้าง...
สำหรับซูเฟยหยิ่ง ท่านอาจารย์สาวงามที่เขาติดตามมาั้แ่เด็ก แน่นอนว่าเขาก็ชื่นชอบ แต่อีกฝ่ายเป็ถึงท่านอาจารย์ของเขา ยิ่งกว่านั้นด้วยสถานการณ์ตอนนี้ เขาไม่อาจเกิดความคิดเช่นนั้นได้แน่นอน
“เธอก็ยังเป็เด็กอยู่ดี”
ร่องรอยความกังวลปรากฏบนใบหน้าของซูเฟยหยิ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาน้อยๆ
รอยยิ้มเช่นนี้ ทำให้เย่เฟิงอดไม่ได้ที่จะตื่นตะลึง ท่านอาจารย์ไม่ได้ยิ้มมานานเท่าไรแล้ว? เวลาเธอยิ้มช่างมีเสน่ห์ดึงดูดยิ่งกว่าผู้หญิงที่สวยที่สุดซึ่งเย่เฟิงเคยเจอมาเสียอีก ถึงอย่างไรเสียตัวตนของเธอก็เป็คนเ็าอยู่ตลอด แม้แต่ในโลกเทวะ ผู้ฝึกวิถีเซียนคนอื่นก็ไม่เคยเห็นรอยยิ้มของซูเฟยหยิ่งเลย!
“มันต้องมีวิธีสิน่า”
รอยยิ้มของซูเฟยหยิ่งปรากฏให้เห็นไม่นานก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว เธอคลายมือจากเย่เฟิงแล้วเดินไปที่ขอบตำหนักศิลา
เย่เฟิงมองตามรอยฉีกขาดของกระโปรงยาวจนเผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนราวหิมะของเธออย่างชัดเจน ชุดกระโปรงสีขาวที่คลุมหน้าอกของเธอก็ขาดเป็รูเพราะถูกขาของแมงมุมแทงทะลุจนเผยให้เห็นผิวเนื้อเล็กน้อย
ในวิหารโบราณแห่งนี้ ทั้งสองคนต่างไม่มีเวลาสนใจเื่นี้นัก แต่ตอนนี้สถานการณ์สงบลงแล้ว เวลาผ่านไปนานก็ยังหาทางออกไม่ได้ จึงทำให้เย่เฟิงสังเกตเห็นภาพวาบหวิว
“ท่านอาจารย์ เอ่อ...”
เย่เฟิงชี้หน้าอกของเธอ
“หืม?”
ซูเฟยหยิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนก้มดู และเห็นว่าชุดสีขาวของเธอขาดเป็รู ไม่อาจปกปิดร่างกายของเธอได้หมด จึงรีบยกมือขึ้นมาปิดบังไว้ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าเย่เฟิงกำลังจ้องมาที่เธอพร้อมกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“เธอมองอะไรของเธอ?”
ใบหน้าหญิงสาวพลันเ็า ก่อนหันหลังไม่ให้โอกาสเย่เฟิงได้มองต่อ
“เปล่า ไม่มีอะไรครับ ท่านอาจารย์ผมให้นี่”
เย่เฟิงรีบตอบกลับเป็พัลวัน เร่งหยิบชุดกระโปรงสีดำออกจากแหวนมิติแล้วยื่นให้อาจารย์
นี่คือสิ่งที่เขาใส่ไว้ในแหวนมิติเผื่อเหตุฉุกเฉิน เดิมทีมันถูกเตรียมไว้ให้หลงหว่านเอ๋อร์หรือซูเมิ่งหาน แต่ตอนนี้ให้ซูเฟยหยิ่งใช้จะดีกว่า
ซูเฟยหยิ่งกวาดจิตหยั่งรู้ออกไป เธอยื่นมือไปรับชุดโดยไม่แม้แต่จะหันมามอง
วิชาเซียนทักษะอำพรางตา!
เธอใช้ทักษะวิชาเซียน ปกคลุมร่างกายตนเองด้วยพลังชี่ที่แข็งแกร่ง เพื่อเตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้า
ในไม่ช้าชุดสีขาวที่ขาดวิ่นก็ถูกโยนทิ้งลงพื้น เย่เฟิงมองมันพลางลอบกลืนน้ำลาย อดไม่ได้ที่จะนึกภาพซูเฟยหยิ่งกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า...
ซูเฟยหยิ่งเปลี่ยนชุดอย่างรวดเร็ว ครู่ต่อมาเธอก็สะบัดมือและถอนวิชาอำพรางตา ร่างสง่างามน่าดึงดูดปรากฏเบื้องหน้าเย่เฟิงอีกครั้ง
ชายหนุ่มเพียงเหลือบมองก็รู้สึกว่าซูเฟยหยิ่งในชุดสีดำน่าดึงดูดใจกว่าเดิมเสียอีก เธอช่างเซ็กซี่ยิ่งนัก!
เดิมทีกระโปรงตัวนี้ถูกเตรียมไว้สำหรับซูเมิ่งหานและหลงหว่านเอ๋อร์ พอมันมาอยู่บนตัวซูเฟยหยิ่งจึงรัดแน่นเกินไป ยิ่งทำให้เห็นเรือนร่างอันเย้ายวนของซูเฟยหยิ่งเด่นชัดกว่าเดิม!
