ซูเหยามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกจุกในอก ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ เธอรู้ดีว่าร่างกายของเด็กวัยสี่ขวบ้าโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเพื่อพัฒนาสมองและร่างกาย แต่ในตอนนี้ เธอมีเพียงพละกำลังที่เพิ่งฟื้นและวิชาความรู้ในหัว
"อดทนหน่อยนะเสี่ยวเถา" ซูเหยาวางมือบนไหล่เล็กๆ "วันนี้เราจะเข้าไปในป่าลึกขึ้นอีกนิด แม่รู้ว่ามีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่ที่นั่น"
เธอพยายามอธิบายถึงบทเรียนพฤกษศาสตร์ท่ามกลางความหิวแม้รู้ว่าเสี่ยวเถาไม่เข้าใจ
สองแม่ลูกเดินลึกเข้าไปในเขตป่าหลังหมู่บ้าน บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนจากป่าโปร่งเป็ป่าดิบชื้นที่มืดครึ้มขึ้น กลิ่นอับชื้นของใบไม้ที่ทับถมกันหนาแน่นส่งกลิ่นแรง แต่สำหรับซูเหยา นี่คือกลิ่นของโอกาส
"แม่จ๋า! ดูนั่นสิ เห็ดสีแดงสวยจังเลย!" เสี่ยวเถาอุทานอย่างดีใจพลางจะวิ่งไปเก็บเห็ดดอกโตสีแดงสดที่มีจุดสีขาวประปราย ซึ่งขึ้นอยู่โคนต้นสน
"หยุด! อย่าแตะมันเด็ดขาด!" ซูเหยาะโลั่นจนเด็กน้อยชะงักกึก
"ทำไมจ๊ะแม่? มันสวยออก ป้าสะใภ้เคยบอกว่าสีสวยๆ รสชาติจะดี"
ซูเหยารีบเดินเข้าไปดึงมือลูกสาวออกห่าง "นั่นคือ Amanita muscaria (เห็ดระโงกหิน) หรือเห็ดแมลงวัน เสี่ยวเถา ฟังแม่นะ ในโลกของพืช ความสวยงามคือคำเตือน ถ้าเธอกินมันเข้าไป เธอจะเห็นภาพหลอน อาเจียน และถ้ากินมากพอละก็ หัวใจเธอจะหยุดเต้น"
เด็กน้อยหน้าซีด รีบถอยกรูดมาเกาะขาแม่ "มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอจ๊ะ?"
"ธรรมชาติไม่ได้น่ากลัว ถ้าเรารู้จักเขา" ซูเหยาย่อตัวลง แล้วชี้ไปที่เห็ดอีกกลุ่มที่ดูมอซอ สีน้ำตาลอ่อนๆ รูปทรงคล้ายร่มที่บิดเบี้ยว "ดูนี่... นี่คือ เห็ดโคน สีมันไม่สวย แต่มันไม่มีพิษ และที่สำคัญ มันให้โปรตีนสูงกว่าผักทั่วไปมาก"
ซูเหยาค่อยๆ เก็บเห็ดโคนใส่ตะกร้าอย่างระมัดระวัง แต่เป้าหมายหลักของเธอในวันนี้ไม่ใช่แค่เห็ด เธอ้าแป้งเพื่อประทังความหิวระยะยาว และเป้าหมายต่อไปคือการขุดหาสมบัติใต้ดินภายในสวนนั่นเอง
ซูเหยาเดินนำไปจนถึงลำธารสายเล็กๆ เธอสังเกตเห็นพืชที่มีใบรูปหัวใจขนาดใหญ่ชูช่ออยู่ริมน้ำ เธอตรงเข้าไปใช้เสียมขุดดินเลนบริเวณนั้นทันที
"แม่จ๋า ขุดต้นหญ้าน้ำทำไมจ๊ะ? มันกินได้เหรอ?"
"นี่ไม่ใช่หญ้าทั่วไปเสี่ยวเถา นี่คือ หัวจักรพรรดิ หรือ ฉือจูกลางป่า" ซูเหยาปาดเหงื่อพลางงัดหัวพืชสีขาวหม่นขนาดเท่ากำปั้นเด็กขึ้นมา "มันมีแป้งเยอะมาก ถ้าเราเอาไปต้มหรือเผา รสชาติมันจะคล้ายมันฝรั่งผสมเกาลัดเลยล่ะ"
ขณะที่เธอกำลังขุดหัวที่สอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนเดินเหยียบกิ่งไม้แห้งดังขึ้นจากพุ่มไม้้า ซูเหยารีบดึงเสี่ยวเถามาไว้ข้างหลังตามสัญชาตญาณ
"ใครน่ะ!" ซูเหยาถามเสียงเข้ม มือข้างหนึ่งกระชับเสียมแน่น
ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเขียวเข้มก้าวออกมาจากพุ่มรก เขาคือ ผู้กองลู่เฉิง ที่เธอยังไม่รู้จักชื่อนั่นเอง ในมือของเขามีกระต่ายป่าที่เพิ่งดักได้หนึ่งตัว สายตาคมกริบของเขามองมาที่หญิงสาวม่ายที่กำลังตัวเลอะโคลนและเด็กหญิงตัวเล็กที่สั่นเทา
"ที่นี่เป็เขตป่าลึก มีสัตว์ป่าและกับดักทหารอยู่บ้าง พวกคุณมาทำอะไรกันตรงนี้?"
ลู่เฉิงถาม เสียงของเขาทุ้มต่ำและมีความเป็ผู้นำสูง ซูเหยาสบตาเขาโดยไม่หลบเลี่ยง ความมั่นใจของคนยุคปัจจุบันทำให้เธอไม่มีท่าทีเอียงอายหรือหวาดกลัวแบบสาวชาวบ้านทั่วไป
"ฉันมาหาอาหาร และฉันรู้ว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ ทหารอย่างคุณน่าจะดูแลแนวหน้า ไม่ใช่มาไล่ต้อนคนหาเช้ากินค่ำริมลำธารนะคะ"
ลู่เฉิงชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนในหมู่บ้านนี้พูดจาฉะฉานและกล้าต่อปากต่อคำกับเขาขนาดนี้ "ผมแค่อยากเตือนก็เท่านั้น...แล้วนั่นคุณขุดอะไร? ต้นไม้นั่นมันกินไม่ได้นะ ลำต้นมันมีน้ำยางที่ทำให้คัน"
ซูเหยาเลิกคิ้ว มองหัวพืชในมือแล้วมองหน้าทหารหนุ่ม "คุณพูดถูกครึ่งเดียวค่ะ ลำต้นกินไม่ได้เพราะมีแคลเซียมออกซาเลทสูงทำให้ระคายเคือง แต่หัวของมันถ้าปรุงให้ถูกวิธีคืออาหารชั้นยอด วิทยาศาสตร์ทหารไม่ได้สอนเื่พฤกษศาสตร์พื้นฐานเหรอคะ?"
ลู่เฉิงอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแอบกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างที่ไม่มีใครเห็น "พฤกษศาสตร์พื้นฐานงั้นเหรอ? น่าสนใจดีนี่"
เขามองดูตะกร้าของเธอที่มีทั้งเห็ดโคนและหัวพืชแปลกๆ "คุณดูไม่เหมือน... เอ่อ... ตามที่ชาวบ้านเขาพูดกัน"
"ถ้าคุณจะหมายถึงแม่ม่ายบ้าล่ะก็ ข้ามเื่นั้นไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลามาปรับทัศนคติใคร" ซูเหยาหันกลับไปขุดต่อ "เสี่ยวเถา มาช่วยแม่ล้างหัวจักรพรรดินี่เร็ว"
เสี่ยวเถาที่ตอนแรกกลัวทหารคนนี้มาก พอเห็นว่าแม่เถียงชนะในความคิดของเด็กน้อย ก็กล้าขยับออกมา "จ๊ะแม่!"
ลู่เฉิงยืนมองสองแม่ลูกอยู่เงียบๆ เขาเห็นความเหนื่อยล้าในดวงตาของเด็กน้อย และเห็นความเด็ดเดี่ยวในดวงตาของซูเหยา เขาตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้แล้ววางกระต่ายป่าที่ตายแล้วลงข้างตะกร้าของเธอ
"รับไปซะ ถือว่าแลกกับความรู้เื่หัวจักรพรรดิที่ผมเพิ่งได้ยิน"
ซูเหยามองกระต่ายตัวนั้นแล้วมองหน้าเขา "ฉันไม่ได้ขอทาน"
"ผมก็ไม่ได้ให้ทาน" ลู่เฉิงตอบเสียงเรียบ "ผมเป็ทหาร การที่คนในหมู่บ้านที่ผมรับผิดชอบต้องอดตาย คือความล้มเหลวของผม...รับไปเถอะ เด็ก้าโปรตีน"
คำพูดสุดท้ายของเขาจี้จุดอ่อนของซูเหยา เธอหันไปมองเสี่ยวเถาที่จ้องมองกระต่ายตัวนั้นด้วยแววตาเป็ประกาย ความเป็ห่วงเด็กน้อยเอาชนะทิฐิของเธอได้ในที่สุด
"ขอบคุณ... ฉันชื่อหลินซูเหยา ถ้าวันหลังคุณอยากรู้วิธีคัดแยกพืชมีพิษในป่าเพื่อใช้ในกองทัพ ฉันยินดีจะสอนเป็การตอบแทน"
ลู่เฉิงพยักหน้า "ผมชื่อลู่เฉิง... แล้วผมจะมารับ 'วิชา' จากคุณในวันหลัง"
ร่างสูงของทหารหนุ่มเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ซูเหยายืนมองตามด้วยความรู้สึกประหลาด ชีวิตในยุค 70 นี้ นอกจากความหิวโหยแล้ว ดูเหมือนจะมีสิ่งที่น่าสนใจกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีก และภารกิจต่อไปคือการสร้างความสุขในมื้ออาหาร
เย็นวันนั้น บ้านดินหลังเก่ากลับมีกลิ่นหอมฟุ้งที่หาได้ยาก ซูเหยาโชว์ฝีมือการปรุงอาหารที่คนยุคนั้นไม่เคยเห็น เธอเอาหัวจักรพรรดิมาฝานบางๆ แล้วผัดกับพริกป่าและเนื้อกระต่ายที่เลาะออกมาเพียงเล็กน้อย ส่วนที่เหลือเธอเอาไปรมควันเพื่อเก็บไว้กินวันหน้า และต้มซุปเห็ดโคนรสหวานน้ำต้มกระดูก
