2
จุดเริ่มต้น
“เพราะหนูนิดใช่ไหมครับ น้าวิภาถึงได้ตาย”
ชัชนนท์ถามตามความสงสัยของเขา เพราะถึงเขาจะโตแล้ว แต่ก็มีอายุแค่เพียงสิบสามปี ยังทำใจกับการสูญเสียที่มันเกิดขึ้นกับชีวิตเขาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วไม่ได้
“ชัชหลานจะคิดแบบนั้นไม่ได้ หนูนิดเขาจะทำให้แม่เขาตายเพื่ออะไร ทุกอย่างมันเป็กรรม ที่ทุกคนต้องเจอ ”
คุณปู่พยายาอธิบายเหตุผลให้หลานชายคนเดียวของเขาเข้าใจ
“คนที่น่าสงสารที่สุดตอนนี้ คือหนูนิดนะลูก น้องไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็พ่อ พอเกิดมาแม่ก็มาตายอีก”
คนแก่วัยหกสิบปีต้องเลี้ยงดู เด็กถึงสองคน โดยที่ทั้งคู่เป็เด็กกำพร้าไม่ต่างกัน อีกคนเป็หลานแท้ๆแต่อีกคนเป็หลานสาวที่คุณปู่อย่างเขาพร้อมดูแล
“ส้มแกต้องช่วยฉันนะ เหลือกันแค่นี้แล้ว”
การดูแลเด็กแรกเกิด ไม่ใช่เื่ง่ายเลย สำหรับคนอายุขนาดนี้ ดีที่ยังมีส้มคนรับใช้ใหม่อยู่อีกคน
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณท่าน น้าวิภามีพระคุณกับส้มเหมือนกัน ส้มจะดูแลหนูนิดให้ดีที่สุดเลยค่ะ”
“แล้วอย่าดูแลจนลืมผมนะ” ชัชนนท์พูดแซงขึ้นมาเพราะกลัวจะถูกลืม
“พี่ส้มไม่มีทางลืมคุณชัชแน่ๆ ส่วนคุณชัชก็ต้องช่วยพี่ส้มดูแลหนูนิดด้วยนะคะ”
“แล้วใครจะไปนอนกับผม”
ปกติแล้ว วิภาจะไปนอนกับชัชนนท์จนกว่าเขาจะหลับแล้วถึงลงมา หรือบางครั้งก็นอนด้วยจนเช้า
“ถ้าจะให้พี่ส้มไปนอนด้วย คุณชัชต้องห้ามรำคาญเสียงน้องร้องนะคะ”
ตามประสาเด็กทารก หิวก็ร้อง ปวดท้องก็ร้อง ส้มกลัวเ้านายน้อยของเขาจะรำคาญเอา
“ผมไม่รำคาญครับ เดี๋ยวผมช่วยชงนม พี่ส้มต้องสอนก่อนนะ”
ชัชนนท์เดินไปหาน้องสาวคนใหม่ ที่นอนหลับสนิทอยู่ในเปล
“อย่าดื้อนะ ถ้าโตแล้วดื้อจะจับหักคอเลย”
พี่ชายคนใหม่ ไม่รู้จะพูดอะไรกับเด็กน้อยที่นอนไม่รู้เื่อยู่ในเปล จึงแกล้งดุแก้อาย
“ถ้าพี่ชายไม่พาดื้อ น้องมันก็คงไม่ดื้อ เป็พี่แล้วนะต้องดูแลน้องให้ดี”
วันเวลาผ่านไปทุกวัน คุณปู่รู้ตัวดี ว่าเขาคงอยู่กับหลานทั้งสองไปไม่ได้ทั้งชีวิต เขาจึงอยากให้ทั้งคู่รักกัน
“น้องร้องไห้ตลอดเลย น้องเป็อะไรหรือเปล่าครับ”
ชัชนนท์แทบไม่ได้นอน เพราะหนูนิดร้องลั่นบ้าน นมก็ไม่ยอมกิน เอาแต่ร้องไห้
“หนูนิดเป็อะไรล่ะส้ม”
คุณปู่ทนไม่ไหวเพราะเสียงดังจนลั่นบ้าน อดเป็ห่วงไม่ได้ เพราะทุกคืนก็เห็นร้องแค่ไม่นาน
“เอามานี่เดี๋ยวฉันลองอุ้มไปเดินรับลมข้างนอกสิ เผื่อจะไม่สบายตัว”
เมื่อสามคนปู่หลานหมายถึงชัชนนท์อีกคน พากันไปเดินสนามหญ้าหน้าบ้าน เพียงแค่ไม่กี่นาที หนูนิดก็เงียบเสียงทันที
“ปู่ครับ ลองเอานมให้น้องกิน น้องจะได้หลับ”
ชัชนนท์ทำหน้าที่พี่ชาย เดินถือนมลงมาด้วย พอได้นมเข้าปากหนูนิดก็หลับอยู่ในอ้อมแขนของคุณปู่ที่แสนใจดี
หลังจากวันนั้น ถ้าหนูนิดงอแงวันไหน ไม่ต้องถึงมือคุณปู่แล้ว ชัชนนท์ทำหน้าที่อุ้มน้องออกมาเดินเล่นเอง เพราะตอนนี้หนูนิดเริ่มคอแข็งอุ้มง่ายกว่าตอนแรกมาก
*******************************
วันนี้เป็วันแรกของการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของชัชนนท์ เขากลายเป็ชายหนุ่มหล่อ ที่สาวๆพากันหมายปอง
และยังเป็วันแรกของการเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่งของหนูนิด
“พี่ชัชหล่อจังเลยค่ะ”
หนูนิดเดินมากอดขาพี่ชาย ที่ตัวสูงกว่าเธอมาก ชัชนนท์ก้มลงมาอุ้มน้องสาวขึ้นมากอด
“พี่ต้องไปอยู่หอแล้ว จะพยายามกลับบ้านบ่อยๆ ห้ามดื้อกับคุณปู่นะ”
นักศึกษาปีหนึ่งทุกคน จะต้องไปอยู่หอของมหาวิทยาลัย ชัชนนท์ก็ต้องไปอยู่เหมือนกับคนอื่น ถึงแม้จะไม่อยากไปก็ตาม
“แล้วใครจะสอนการบ้านหนูนิดคะ”
เด็กน้อยไม่อยากให้พี่ชายไปอยู่หอเลย เพราะเธอกลัวไม่มีเพื่อนเล่น ไม่มีคนสอนการบ้าน
“พี่ส้มก็สอนได้” พี่ชายอธิบาย
“แต่พี่ส้มเล่นขี่ม้ากับหนูนิดไม่ได้” เด็กน้อยยังไม่ยอม
“ก็เล่นกับคุณปู่ไง” ชัชนนท์แกล้งพูด
“ขนาดเดินยังช้าเลย มีหวังถ้าหนูนิดขี่คุณปู่เป็ม้า มีหวังม้าขาหักแน่ๆ”
เด็กน้อยกอดอก ทำท่างอนพี่ชาย ที่เอาแต่หัวเราะ ขำที่เธอพูดถึงคุณปู่แบบนั้น
“พี่ไปไม่กี่วัน เดี๋ยวก็กลับมาทุกอาทิตย์ มาหอมแก้มหน่อยสิ จะได้หายคิดถึง”
เมื่อเวลาผ่านไปสี่ปี ชัชนนท์ก็เรียนจบมหาวิทยาลัย และกำลังจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ เพราะเขา้ากลับมาเพื่อเป็อาจารย์มหาวิทยาลัย
“พี่ไปนานเลยนะคราวนี้ดูแลคุณปู่ให้ดี”
ชัชนนท์อดเป็ห่วงคุณปู่ไม่ได้ แต่ก็ยังดี ที่มีส้มกับหนูนิดคอยดูแลอยู่
“หนูนิดยังเด็กอยู่เลยจะดูแลคุณปู่ได้อย่างไรกันคะ”
เด็กน้อยพยายามหาเหตุผล ที่จะไม่ให้พี่ชายของเขาไปเรียนที่ต่างประเทศ
“ไหนบอกพี่สิ ตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้ว”ชัชนนท์ถามน้องสาว
“สิบขวบกว่าๆ” คนตอบทำท่าน้ำตาจะไหล
“น่ะ..มีกว่าๆด้วย เห็นไหมโตแล้ว เป็น้องสาวพี่ต้องเข้มแข็งนะ”
ั้แ่เรียนมหาวิทยาลัย ชัชนนท์ก็เริ่มห่างจากน้องสาว จึงไม่ค่อยติดน้องเท่าไหร่ แต่สำหรับหนูนิด เธอยังรักพี่ชายคนนี้ที่สุด
ถึงจะรักพี่ชายแค่ไหน แต่ในที่สุดหนูนิดก็ต้องยอมปล่อยให้ชัชนนท์ไปเรียนต่อที่ประเทศอเมริกา
หนูนิดอยู่ทางนี้ ก็ได้แต่รอคอยการกลับมาของพี่ชาย นานๆครั้งถึงจะได้คุยแชทกัน เพราะชัชนนท์ไม่ค่อยว่าง และเวลาของที่ประเทศไทยกับอเมริกาก็ต่างกันมาก
“หนูนิด หนูรู้ใช่ไหม ว่าหนูไม่ใช่หลานของปู่แท้ๆ”
เมื่อเห็นว่าหลานสาวอายุสิบสองปีแล้ว และตัวเขาเองก็อายุมากขึ้นทุกวัน เขาจึงอยากคุยทุกเื่กับหลานให้สบายใจ
“หนูนิดรู้ค่ะ แต่หนูนิดก็รักคุณปู่เหมือนเป็ปู่แท้ๆ”
“ปู่ก็ทั้งรัก ทั้งห่วงเราเลย พี่ชัชเขาโตแล้ว กลับมาเขาก็จะได้เป็อาจารย์มหาวิทยาลัย ปู่ก็หายห่วงเขา ห่วงก็แต่เรา”
ความรักที่มีให้หลานทั้งคู่ไม่เคยลดน้อยลงเลย แต่สิ่งที่คนสูงอายุเป็ห่วง คือยิ่งโตขึ้นชัชนนท์ก็เริ่มห่างออกจากครอบครัวไป
ตอนนี้ก็ไปอยู่ต่างประเทศ และยังไม่เคยกลับมา รอกลับเมื่อเรียนจบเลยทีเดียว ชายสูงอายุก็อดเป็ห่วงไม่ได้ว่าความผูกพันระหว่างหลานทั้งสองคนจะห่างหายไป กลัวว่าสักวันชัชนนท์จะมีครอบครัวแล้วทิ้งน้อง
“ถ้าวันหนึ่งปู่อยากให้หลานทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้ปู่ได้นอนตายตาหลับ หนูนิดจะทำให้ปู่ไหม”
“คุณปู่อย่าพูดแบบนี้สิคะ คุณปู่ยังต้องอยู่กับหนูนิดอีกนาน ”
เด็กน้อยทำท่าจะร้องไห้ เพราะสำหรับหนูนิดแล้ว ชีวิตของเธอมีปู่แค่คนเดียว
“ปู่ถามเฉยๆ ปู่ยังไม่ตายง่ายหรอก”
“ได้ค่ะ หนูนิดจะทำให้คุณปู่ทุกอย่างเลย”
เด็กน้อยโผเข้ากอดคุณปู่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ที่สนามหน้าบ้าน ด้วยความรักที่มันออกจากหัวใจของเด็กน้อย
ความอ่อนโยนของหลานสาวตัวน้อยในสายของคุณปู่ ที่ไม่มีวันไหนที่ชายแก่จะรู้สึกสบายใจเลยแค่คิดว่าต้องจากโลกนี้ไป การตัดสินใจครั้งนี้ผ่านการคิดไตร่ตรองมาหลายครั้งแล้ว ก่อนที่ชายแก่ที่แสนอบอุ่นของหลานจะพูดกับชัชนนท์
