จอมยุทธ์โบราณได้หลงเหลือถ้ำเอาไว้ จนเวลาผ่านไปหลายหมื่นปีจึงได้เปิดขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าภายในถ้ำกลับมีแต่เสียงหวีดร้องเืสาดอาบไปทั่วพื้นดิน
ภายในระเบียงทางเดินของวิหารเต็มไปด้วยศพ ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่ถูกฆ่า กลิ่นคาวเืลอยโชยคละคลุ้งไปทั่ว
เต้าหลิงเดินเข้ามาในห้องหนึ่งหนึ่ง เขาััได้ถึงพลังต้นกำเนิดมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาระลอกใหญ่ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปีติ ฝีเท้าก้าวเดินตามต้นตอของพลังไปอย่างรวดเร็ว
ประตูหินถูกเปิดออก ข้างในเต็มไปด้วยอักขระซับซ้อน ซึ่งนั่นก็คือความลึกลับมหัศจรรย์ของค่ายกล อีกทั้งภายในยังอัดแน่นไปด้วยพลังต้นกำเนิดแสงหลากสีไหลเวียนลอยอยู่กลางอากาศ
“ฮ่าๆ...ค่ายกลรวบรวมพลังต้นกำเนิดโบราณ!” กลุ่มคนที่เปิดประตูหินนั้นร้องะโออกมาด้วยความดีใจ พวกเขารีบพุ่งทะยานเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง นี่ก็คือค่ายกลควบรวมพลังชนิดหนึ่ง ปกติแล้วจะมีแต่ขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่เท่านั้นที่จะมีมัน
ค่ายกลรวบรวมพลังต้นกำเนิดโบราณนี้มหัศจรรย์เป็อย่างยิ่ง มันสามารถสกัดพลังต้นกำเนิดที่อยู่ภายในพลังออกมาได้ ยิ่งนานวันเข้ามันก็จะค่อยๆ แข็งแกร่งมากขึ้น ทว่าความเร็วของมันนั้นช้ามาก ค่ายกลรวบรวมพลังต้นกำเนิดนี้ได้สกัดพลังต้นกำเนิดมาเป็เวลานานหลายยุคสมัย ทำให้พลังต้นกำเนิดของที่นี่นั้นมีจำนวนมากมหาศาล
พลังต้นกำเนิดเหมือนกับกระแสน้ำพลังงานต้นกำเนิด แต่ละเส้นนั้นมีขนาดใหญ่เป็อย่างมาก ด้วยความแข็งแกร่งของพลังนี้จะต้องใช้เวลาหลายยุคสมัยถึงจะแปรสภาพเป็เช่นนี้ได้
แน่นอนว่าค่ายกลรวบรวมพลังต้นกำเนิดโบราณเองก็มีความแข็งแกร่งและอ่อนแอ ซึ่งค่ายกลรวบรวมพลังต้นกำเนิดโบราณที่อยู่ภายในประตูหินนี้เล็กเป็อย่างมาก ถ้าหากเป็ค่ายกลรวบรวมพลังต้นกำเนิดโบราณที่ใหญ่กว่านี้จะต้องสกัดพลังต้นกำเนิดออกได้ราวกับแม่น้ำสายใหญ่เป็แน่
ดวงตาของเต้าหลิงร้อนผ่าวขึ้น ฝ่ามือของเขาคว้าไปที่ลำแสงสีม่วงเส้นหนึ่ง กลางฝ่ามือปรากฏอักขระสีทองขึ้น ไม่นานนักมันก็ได้ผนึกพลังต้นกำเนิดให้กลายเป็กลุ่มแสงสีม่วงส่องแสง์สว่างจ้าละลานตา
“บัดซบ กล้ามาขโมยพลังต้นกำเนิดของข้างั้นหรือ รนหาที่ตายนัก” ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวออกมาด้วยความโมโห ดวงตาสีเืจ้องมองไปที่เต้าหลิง
“สมองมีปัญหาหรือยังไง ไม่รู้หรือว่าที่นี่มีพลังต้นกำเนิดมากขนาดไหน” ใบหน้าของเต้าหลิงพลันบิดเบี้ยว พลังงานต้นกำเนิดภายในประตูหินนี้ถ้าจะเอาไปทั้งหมด มีหวังมือได้หงิกกันพอดี อีกฝ่ายยังจะมีกะจิตกะใจคิดเื่พรรค์นี้อีกอย่างนั้นหรือ
“ปากดีนักนะ เอาชีวิตของเ้ามาให้ข้าซะ” ชายหนุ่มบันดาลโทสะ ฝ่ามือของเขาพุ่งโจมตีเข้าใส่เต้าหลิง
“ไสหัวไป” ชายเสื้อของเต้าหลิงกระพือขึ้น อักขระสีทองพุ่งออกไปทำให้ร่างของชายหนุ่มกระเด็นลอยออกไปพร้อมกับกระอักเืกลางอากาศ
เต้าหลิงไม่มีเวลาที่จะมาประมือกับพวกเขา เขากลืนกินพลังงานต้นกำเนิดสีม่วงลงไป พลังงานนั้นไหลแล่นเข้าสู่ภายในร่างของเขา พลังศักยภาพค่อยๆ เปิดออก
“กลืน” เต้าหลิงดูดกลืนพลังเข้าไป อักขระสีทองพุ่งออกมา เส้นแสงแต่ละเส้นไหลแล่นเข้าไปในปากของเขาอย่างบ้าคลั่งราวกับจระเข้ดูดน้ำ
พลังต้นกำเนิดมหาศาลไหลเข้าไปในร่างทำให้ร่างกายของเต้าหลิงสั่นไหว เส้นเืเขียวปูดขึ้นทั่วทั้งร่างคล้ายกับจะะเิ
ผู้คนโดยรอบใเป็อย่างยิ่งราวกับเห็นผี เ้าเด็กนี่บ้ามากเกินไปแล้ว ดูดกลืนพลังเข้าไปในลมหายใจเดียวไม่กลัวตัวะเิตายหรืออย่างไร
หากไม่ใช่เพราะเต้าหลิงแข็งแกร่ง เขาก็คงจะไม่กล้าเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ แน่นอนว่าส่วนมากถูกดอกบัวเขียวดูดกลืนไป มันเหมือนกับหลุมดำั์ที่ดูดกลืนพลังต้นกำเนิดเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง
พลังต้นกำเนิดไหลแล่นเข้าไปอย่างไม่ขาดสาย พวกมันหมุนเวียนไปมาภายในร่างของเขาราวกับสายน้ำพลังปราณของเขาแข็งแกร่งขึ้นด้วยพลังอานุภาพของพลังต้นกำเนิดนี้ เขาััได้ว่าพลังศักยภาพของเขาได้เปิดออกแล้ว
“ช้าหน่อยก็ได้ ไม่มีใครมาแย่งเ้าหรอก” หลินซือซือมองดูเต้าหลิงที่กลืนกินพลังเข้าไปอย่างหิวกระหายพลางยิ้มออกมา
เต้าหลิงนั่งขัดสมาธิบนพื้น พลังของเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก ภายในส่วนลึกสุดของมวลกล้ามเนื้อแต่ละมัดพลังศักยภาพได้ถูกเปิดออกจนมองเห็นพื้นที่ว่างอยู่หลายช่อง ซึ่งพวกมันได้ถูกพลังต้นกำเนิดเติมเต็มจนหมดแล้ว
หมอกโกลาหลสลัวๆ โอบล้อมไปทั่วดอกบัวเขียว ความเร็วในการดูดซับของมันนั้นน่ากลัวมาก มันไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด มีเท่าไรก็กินเท่านั้น ทว่าเ้านี่ช่างเลือกกินเสียเหลือเกิน ดูดกลืนไปได้ไม่กี่สิบครั้งมันก็แน่นิ่งไม่ขยับ
“ฮ่าๆ...โชคครั้งใหญ่”
เสียงะเิหัวเราะดังลั่น เด็กหนุ่มั์ตาสีเืก้าวเท้าเดินออกมา สายตาของเขาจับจ้องไปยังพลังงานต้นกำเนิด พลางอ้าปากคายกระเป๋าหนังสัตว์อสูรออกมาเมื่อมันถูกเปิดออก ไม่รู้ว่ามีพลังต้นกำเนิดจำนวนเท่าไรที่ถูกดูดกลืนเข้าไป
“ให้ตายสิ นั่นมันกระเป๋าฟ้าดิน” ผู้คนโดยรอบโกรธมาก ทว่าก็ไม่มีใครกล้าทำอะไร เพราะเด็กหนุ่มั์ตาสีเืนั้นเป็ยอดฝีมือขั้นกำเนิดพลัง ไม่มีใครที่จะสามารถประมือกับเขาได้
กระเป๋าฟ้าดินเป็สมบัติล้ำค่าที่มีชื่อเสียงอย่างมาก ทว่าของจริงนั้นสูญหายไปนานแล้วส่วนมากจะเป็ของเลียนแบบ แต่ถึงจะเป็ของเลียนแบบก็พบเจอได้ยากเป็อย่างยิ่ง
หลินซือซือและเต้าหลิงก็ได้ออกไปจากที่นี่ เมื่อครู่พวกเขาดูดซับพลังเข้าไปเป็จำนวนมากทำให้ปวดเมื่อยไปทั้งร่าง พวกเขาหลอมพลังไปพลาง ในขณะเดียวกันก็พุ่งทะยานเข้าไปข้างใน
พลังของหลินซือซือค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้น พลังของนางเริ่มกลับคืนมาเหมือนกับตอนที่ติดหนึ่งในสิบอันดับของศิษย์ใหม่ที่เข้าสำนักซิงเฉิน
ภายในห้องมีประตูหินอยู่ไม่น้อย ของล้ำค่าที่จอมยุทธ์โบราณเก็บเอาไว้นั้นมีจำนวนเยอะมาก ในตอนนั้นเต้าหลิงก็เข้ามาภายในส่วนลึกพลันััได้ถึงคลื่นพลังที่น่ากลัวจำนวนมากแผ่ซ่านออกมา
“หรือว่าจะเป็คลังอาวุธ?” แววตาของเต้าหลิงส่องประกายขึ้น พลางพุ่งทะยานไปข้างใน ในตอนนั้นเขาก็เห็นคลังอาวุธที่เปิดอยู่ห้องหนึ่ง ซึ่งมีของล้ำค่าลอยอยู่กลางอากาศ
อาวุธที่อยู่ภายในนี้เก่าแก่เป็อย่างยิ่ง แสงที่ส่องออกมามืดมนหม่นหมอง พลังอานุภาพก็ลดน้อยลงไปมาก ของเหล่านี้ต่างเป็ของล้ำค่าที่แข็งแกร่ง ทว่าน่าเสียดายที่อักขระเต๋าได้หายไปหมดแล้ว
“น่าเสียดาย พลังอานุภาพของอาวุธเหล่านี้ได้สลายหายไปตามกาลเวลา” เต้าหลิงถอนหายใจ
ที่นี่มีคนอยู่ไม่น้อยที่กำลังเก็บของล้ำค่า เต้าหลิงกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วเขาก็รู้สึกผิดหวัง ไม่มีของล้ำค่าชิ้นไหนเลยที่ทำให้เขาใจสั่น
“ปิ่นสีทองม่วงนี้ช่างสวยจริงๆ” หลินซือซือเจอปิ่นสีม่วงอันหนึ่ง มันทำมาจากทองแดงสีม่วงหายาก ถ้านำไปขายในโลกภายนอกจะต้องขายได้ในราคาสูงลิบ ทว่าน่าเสียดายที่พลังภายในปิ่นนั้นหายไปจนจะหมดแล้ว
“นี่น่าจะเป็ประตูหินบานสุดท้ายแล้ว หรือว่าจะไม่มีของล้ำค่าอยู่แล้ว?” เต้าหลิงขมวดคิ้ว คนส่วนมากก็เอาของไปหมดแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงแค่ของที่ไร้ประโยชน์
ในตอนนั้นเอง สายตาของเต้าหลิงก็จับจ้องไปที่เบาะนั่งเก่าแก่อันหนึ่ง ้ามีรอยเท้าเหยียบย่ำเพราะถูกคนเตะจนกลายเป็ขยะ ไม่มีใครสนใจของสิ่งนี้
“แปลกมาก” เมื่อลองกวาดสายตามองดูเบาะนั่งหลายต่อหลายครั้ง หนังตาของเต้าหลิงก็กระตุกขึ้น เขาััได้ถึงพลังประหลาดที่ส่งออกมาจากเบาะ จึงเดินเข้าไปแล้วหยิบเบาะขึ้นมาตรวจสอบดู
“นี่คือของล้ำค่าหรือเปล่า” หลินซือซือเดินเข้ามา ดวงตากลมโตมองไปที่เบาะนั่งสีเหลืองพลางกล่าวขึ้นว่า “เ้าลองขึ้นไปนั่งดูสิ ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็เบาะนั่งที่จอมยุทธ์ใช้บรรลุพลังก็ได้นะ ถ้าเป็อย่างนั้นจริงๆ มูลค่าของของชิ้นนี้จะต้องสูงมากแน่”
ได้ยินดังนั้นเต้าหลิงก็พยักหน้า เขานั่งลงบนเบาะนั่ง จิต์สงบนิ่งพลางตรวจสอบพลังที่แปลกประหลาดนั้น ในขณะนั้นเขาก็ััได้ถึงพลังเต๋าที่เข้ามาปกคลุมเอาไว้ทั่วร่าง
ก๊อง...
เสียงระฆังสั่นไหวดังขึ้นมาเป็ระลอกๆ ทว่าฟังแล้วกลับไม่ชัดเจนเท่าไรนัก ราวกับว่าระฆังเต๋านี้ลอยเคว้งอยู่บนท้องฟ้าสูง อีกทั้งยังมีเสียงของจอมยุทธ์ที่นั่งขัดสมาธิอยู่กล่าวท่องบทเต๋าออกมาท่ามกลางความโกลาหล
เต้าหลิงที่ได้ยินเสียงกล่าวนั้นใบหน้าของเขาก็ผุดรอยยิ้มขึ้น พลางกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น“นี่มันพลังเต๋าที่จอมยุทธ์ทิ้งเอาไว้”
“อะไรนะ มีพลังต้นกำเนิดเต๋าอยู่อย่างนั้นหรือ” หลินซือซือแผดร้องเสียงหลง ดวงตากลมโตโค้งกลายเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว นางยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
พลังเต๋ามีเพียงจอมยุทธ์ที่บรรลุพลังแล้วเท่านั้นที่จะสามารถทิ้งพลังนี้เอาไว้ได้ เบาะนั่งนี้จะต้องเป็เบาะคู่กายที่จอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่งใช้เป็ประจำ พอนานวันเข้ามันเลยทิ้งพลังเต๋าเอาไว้
ของสิ่งนี้น่ากลัวเป็อย่างมาก แค่นั่งฝึกฝนบนเบาะก็จะทำให้การฝึกฝนนั้นพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยในการบรรลุวิชามหาอำนาจอีกด้วย
ที่สำคัญก็คือเบาะนั่งนี้อยู่ที่นี่มาเป็เวลานาน แต่ยังคงมีพลังเต๋าอยู่ นั่นแปลว่าผู้ที่นั่งฝึกฝนบนเบาะนี้ในตอนแรกจะต้องน่ากลัวมากจนถึงขีดสุด
“นี่มันสมบัติล้ำค่า” เต้าหลิงใจสั่น เพราะเสียงเต๋าเมื่อครู่ทำให้เขาผสานเข้ากับฟ้าดิน พลันรู้สึกถึงจุดที่ไม่สมบูรณ์ในร่างของตน และพลังเต๋านี้ก็ได้ดึงดูดให้เขาค่อยๆ เติมเต็มเส้นทางที่เลือกเดิน
“ดีจริงๆ เบาะนั่งนั่นเป็สมบัติล้ำค่าอย่างนั้นหรือ ขอบใจเ้ามากที่หาสมบัติล้ำค่าชั้นยอดเช่นนี้ให้กับข้า”
เสียงะเิหัวเราะเย็นๆ ดังลั่น ดวงตาร้อนผ่าวของเจียงเฉินไห่จ้องมองไปที่เบาะนั่งเขาตื่นเต้นเสียจนร่างทั้งร่างสั่นเทา ถ้าหากของสิ่งนี้ไปปรากฏอยู่บนโลกภายนอก เหล่าจอมยุทธ์จะต้อง่ชิงกันจนไม่ได้หลับไปนานหลายวันหลายคืน ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะได้มันมาง่ายๆ แบบนี้
“กัดไม่ปล่อยเสียจริง” เต้าหลิงใจสั่นพลางเก็บเบาะนั่งลงไป ความระแวดระวังปรากฏขึ้นภายในหัวใจเพราะอีกฝ่ายเป็ถึงยอดฝีมือขั้นกำเนิดพลัง
ฝ่ามือของหลินซือซือกำแน่น เื่ใหญ่แล้วสิ พวกเขาได้ปิดทางออกเอาไว้ การที่จะหนีออกไปได้นั้นเป็เื่ยากมาก
“คิดไม่ถึงเลยว่าเ้าพวกเด็กบ้านี่จะโชคดีถึงขนาดนี้” เจียงชุนเย่แสยะยิ้มเย็น “ทว่าโชคในครั้งนี้เป็ของพวกเราแล้ว ต้องขอบคุณพวกเ้ามาก”
“คิดไม่ถึงสินะ” ใบหน้าของชิงโปดูไม่ดีนัก เขาย้อนนึกกลับไปคิดถึงตอนที่ตนนั่งคุกเข่าลงพลางแผดเสียงคำรามออกมา “เ้าคงคิดไม่ถึงสินะ!”
“ซือซือ ข้าจะให้โอกาสเ้าอีกครั้ง รีบย้ายฝั่งมาหาข้าเสียดีกว่า อย่าได้ถูกเ้าปีศาจนี่หลอก” พลังทั่วร่างของเจียงเฉินไห่เดือดพล่านพร้อมพุ่งทะยานเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งห้องอาวุธ ในเวลาเดียวกันสายตาที่เร่าร้อนลุกเป็ไฟของเขาก็มองไปที่หลินซือซือพลางกล่าว
“ตัวท่านเป็อาจารย์ของสำนักซิงเฉิน ทว่ากลับเป็แกนนำพาพวกมาแย่งของล้ำค่า หน้าไม่อาย” หลินซือซือขบริมฝีปากแดง พลางกล่าวออกมาด้วยโทสะ
