เงียบสงัด มิว่าบนสังเวียนหรือว่านอกสังเวียน บรรยากาศล้วนเงียบงันประหนึ่งป่าช้า หม่าเทียนเลี่ยงไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเอง แทบจักกระอักโลหิตออกมา!
ใครๆ ต่างก็รู้ว่าหลินเวยหยวนเป็ผู้ที่โดดเด่นที่สุดของศิษย์สามัญในรอบนี้ เพราะวรยุทธ์ที่ได้รับจากาย่อมแกร่งกล้ายิ่งกว่าวิชาของพวกศิษย์นอกสำนัก หากไม่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หลินเวยหยวนจักต้องติดร้อยอันดับต้นอย่างแน่นอน หรือบางทีอาจติดสิบอันดับต้นเสียด้วยซ้ำ
ทว่าแค่หมัดสองหมัดกลับทำลายความคาดหวังของหม่าเทียนเลี่ยงจนย่อยยับ กระดูกอกแตกหักไม่เป็ชิ้นดี สูญเสียพลังในการต่อสู้โดยสมบูรณ์
“เ้านั่นแข็งแกร่งมาก ข้าไม่เคยเห็นใครสำแดงพลานุภาพของ《หมัดพฤฒา》ได้น่าพรั่นพรึงเช่นนี้มาก่อน” ศิษย์นอกสำนักคนหนึ่งพูดด้วยความตกตะลึง
“《หมัดทลายพยัคฆ์》ของหลินเวยหยวนระดับสูงกว่า《หมัดพฤฒา》อีกทั้งขั้นบำเพ็ญเพียรของหลินเวยหยวนก็ยังเหนือกว่าจูชิง กระนั้นแล้วก็ยังมิใช่คู่ประมือของจูชิง เขาทำแบบนั้นได้อย่างไร?” ข่งเต๋อยังคงมองจูชิงที่ยืนอยู่บนสังเวียน หัวใจสั่นสะท้านอย่างมิอาจหักห้าม
หม่าเทียนเลี่ยงหน้าเขียวคล้ำ การกระทำของจูชิงเหมือนกับตบหน้าเขา แถมยังมิใช่แค่ครั้งเดียว
“หลินเวยหยวนนั่นไม่เห็นจะเท่าไหร่” หวังจ้งจิ่งยิ้มบางๆ
ยิ่งหวังจ้งจิ่งมีท่าทางนิ่งเฉยมากเท่าไหร่ หม่าเทียนเลี่ยงก็ยิ่งรู้สึกหวังจ้งจิ่งกำลังดูถูกเขาอยู่
“เ้ารู้อยู่แล้วงั้นรึ” หม่าเทียนเลี่ยงชี้หน้าหวังจ้งจิ่ง
“เ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?” หวังจ้งจิ่งเหลือบมองหม่าเทียนเลี่ยง ที่ท่าราวไม่เห็นหม่าเทียนเลี่ยงอยู่ในสายตาแม้แต่นิด
หม่าเทียนเลี่ยงอ่อนแอกว่าหวังจ้งจิ่งเพียงเล็กน้อย ทว่าอย่างไรผู้ที่อยู่ในอันดับัพยัคฆ์กับผู้ที่มิได้อยู่ในอันดับัพยัคฆ์นั้นย่อมแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ในขุนเขากระบี่เทียนหยวน เพียงเอ่ยชื่อจอมยุทธ์ที่ติดอันดับัพยัคฆ์ ไม่ว่าใครก็ต้องสนใจ แต่ถ้าเอ่ยชื่อผู้ที่มิได้อยู่ในอันดับัพยัคฆ์ ไม่ว่าจักพยายามพูดอย่างไรก็ไม่มีใครฟัง
ศิษย์ัพยัคฆ์มิใช่แค่มีชื่อเสียง แต่สิทธิพิเศษก็ยังเหนือกว่าศิษย์ในสำนักทั่วไปหลายเท่า ขุนเขากระบี่เทียนหยวนจักมอบทรัพยากรล้ำค่าให้มากน้อยตามอันดับัพยัคฆ์ ดังนั้นศิษย์ในสำนักจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อเป็ศิษย์ัพยัคฆ์
หม่าเทียนเลี่ยงพ่ายแพ้ให้กับหวังจ้งจิ่งในการ่ชิงอันดับัพยัคฆ์หลายต่อหลายครั้ง
“เก็บความลับเก่งไม่เบานี่ ไม่คิดเลยว่าจักมีผู้ที่มีพร์เช่นนี้อยู่ในภูตธรณี” หม่าเทียนเลี่ยงแค่นเสียงหึ
“ต้องป่าวประกาศให้คนทั้งโลกรู้เหมือนเ้าหรือไร?” หวังจ้งจิ่งเบ้ปาก
“ตึง!” ทันใดนั้น เสียงอึกทึกกึกก้องดังสะท้อนมาจากสังเวียน หวังจ้งจิ่งตกตะลึง สายตาอันเหลือเชื่อมองไปทางสังเวียน
ผู้าุโลองกระบี่เองก็ใมากเช่นกัน แววตาแปรเปลี่ยนเป็ประหลาดใจ ในการทดสอบศิษย์นอกสำนักครั้งนี้มีแต่เื่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
“《หมัดพฤฒา》พฤฒาหนึ่งเสียง!” เืไหลตีอยู่ในลำคอของหม่าเทียนเลี่ยง พยายามยับยั้งมิให้กระอักโลหิตออกมา
“เป็ไปได้ยังไง ฝึกฝน《หมัดพฤฒา》ไปถึงขั้นนั้นได้อย่างไร มันเป็แค่เื่เล่าในตำนานมิใช่รึ?” ข่งเต๋อเบิกตาทั้งสองกว้าง
《หมัดพฤฒา》วรยุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับต่ำ เป็วรยุทธ์ขั้นที่ต่ำที่สุดของขุนเขากระบี่เทียนหยวน นอกจากจะไม่เป็ที่นิยมแล้ว ยังหาวรยุทธ์ที่ต่ำกว่านี้มิได้อีก
อีกทั้งขุนเขากระบี่เทียนหยวนซึ่งฝึกฝนกระบี่เป็หลักย่อมไม่สนใจวรยุทธ์จำพวกหมัดเป็ธรรมดา ถ้าให้พวกเขาเลือกแน่นอนว่าต้องเลือกเรียนวรยุทธ์มนุษย์ระดับต่ำอย่าง《พื้นฐานกระบี่》มิใช่《หมัดพฤฒา》
ผู้ที่ฝึกฝน《หมัดพฤฒา》ในขุนเขากระบี่เทียนหยวนนั้นมีเพียงน้อยนิด ยิ่งถ้าเลือกได้พวกเขาไม่มีทางเลือก《หมัดพฤฒา》
แม้ว่า《หมัดพฤฒา》จักมีตำนานเล่ากันว่ามันเป็วรยุทธ์วิชาแรกที่ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักขุนเขากระบี่เทียนหยวนร่ำเรียน ทั้งยังร่ำเรียนมาถึงบั้นปลายชีวิต จนสุดท้ายปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักก็ตระหนักรู้ถึงความลึกลับของเคล็ดวิชาแล้วเขียนคัมภีร์ขึ้นใหม่ เก็บมันไว้ในคลังวรยุทธ์ของขุนเขากระบี่เทียนหยวน
ทว่าตำนานก็คือตำนาน เพราะ《หมัดพฤฒา》ไม่ได้มีความพิเศษอันใดเลย มีศิษย์หลายที่เคยเรียนคนล้มเลิกความตั้งใจเปลี่ยนไปเรียนวรยุทธ์อื่นกันจนหมด
จนกระทั่งมีคนพบความลับของ《หมัดพฤฒา》โดยบังเอิญ นั่นอาจเป็เหตุผลที่ทำไมวรยุทธ์นี้ถึงมีชื่อว่า《หมัดพฤฒา》
ความลับของ《หมัดพฤฒา》ก็คือ ‘พฤฒา’ หรือเรียกอีกอย่างว่า ‘ทรงพลัง’ ใน่แรกเริ่มวรยุทธ์นี้ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น แต่หลังจากที่ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักขุนเขากระบี่เทียนหยวนเขียนมันขึ้นใหม่ ความลึกลับที่แฝงอยู่คล้ายกับทวีคูณขึ้นหลายเท่า
《หมัดพฤฒา》มีทั้งหมดเก้าเสียง ทุกครั้งที่ส่งเสียง พลานุภาพก็จักแกร่งกล้าขึ้นเท่าหนึ่ง ถ้าส่งเสียงทั้งหมดเก้าครั้ง นั่นก็หมายความว่าพลังจักเพิ่มขึ้นจากเดิมถึงเก้าเท่า
หากพูดถึงพลังกายที่เพิ่มขึ้นนั้นย่อมสูงเกินขอบเขตของวรยุทธ์ที่ควรจักเป็แล้ว
สามารถสำแดงพลานุภาพของวรยุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับต่ำได้ถึงขนาดนั้น ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักขุนเขากระบี่เทียนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก
อย่างไรก็ตาม การฝึกฝนเพื่อที่จะทำให้ไปถึงเสียงที่เก้า ไม่รู้ว่าต้องใช้ความมุมานะและความอุตสาหะมากขนาดไหน ถึงเป็ศิษย์ที่ค้นพบความลึกลับก็ฝึกฝนได้เพียงแค่สามเสียง โดยทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับวรยุทธ์นี้ เป็เหตุใดขั้นบำเพ็ญเพียรยกระดับอย่างแช่มช้า ท้ายที่สุดก็หมดอายุขัยลงในขั้นหลอมลมปราณ
ภายหลังแม้ว่าจักมีศิษย์จำนวนไม่น้อยอยากฝึกฝน《หมัดพฤฒา》จนถึงเก้าเสียงแต่ก็ล้มเหลวอยู่ดี นานวันเข้าวรยุทธ์นั้นก็กลายเป็สิ่งไม่มีคุณค่า ถูกศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนลืมเลือน
จนวันนี้จูชิงได้สำแดงพลานุภาพของมัน ครั้นศิษย์ในสำนักได้ยินเสียงนั้น พวกเขาก็นึกถึงวรยุทธ์ที่เล่าขานในตำนานขึ้นมาทันที
“พฤฒาหนึ่งเสียง ช่างน่าสนใจ!” ผู้าุโลองกระบี่หันมองจูชิง ดวงตาลึกล้ำมองทะลวงทุกสรรพสิ่ง
“หืม แปลกมาก!” แววตาของผู้าุโลองกระบี่เปลี่ยนผันเป็ตะลึงลาน เขามองไม่เห็นสรรพสิ่งใดๆ จากเด็กคนนั้นเลย
“มีพลังบางอย่างปกป้องเขาอยู่!” ผู้าุโลองกระบี่ขมวดคิ้ว
“เป็แค่ขั้นเหินนภาคิดจักมองทะลวงข้างั้นรึ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!” เฒ่าปีศาจแค่นเสียงในลำคอ
เขาคือผู้อยู่เหนือฟ้าดิน มิได้เห็นจอมยุทธ์ขั้นเหินนภาอยู่ในสายตา แม้ว่าจักเหลือเพียงเศษเสี้ยวิญญา แต่ก็ยังคงมิแยแสกับขั้นเหินนภาอยู่ดี
“เ้าหนูนี่ชอบทำให้ข้าแปลกใจอยู่เรื่อย เข้าสู่สถานะไร้ิญญาในสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างไรกัน ถึงวรยุทธ์จักตื้นเขิน หากก็ใช่ว่าจักหยั่งรู้ความลับได้ง่ายๆ” เฒ่าปีศาจยิ้ม
ทว่าพอนึกได้ว่ามีบัวโลหิตอยู่ในร่างของจูชิง เฒ่าปีศาจก็เข้าใจกระจ่างแจ้ง คงเป็เื่ผิดปกติหากผู้ที่มีร่างกายเช่นนี้ไม่มีพร์เยี่ยงปีศาจ
“ซัดมันเลย!” พวกศิษย์ประตูเทพ์หรือจักยอมปล่อยจูชิง เสียง “ตึง!” ดังสนั่นทั่วทุกหนแห่ง จูชิงพลิ้วกายหลบการโจมตีแล้วเหวี่ยงหมัดสวนกลับ ลมปราณทะลักทลายประหนึ่งมหาสมุทรพุ่งตรงไปยังกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้า
พวกศิษย์สามัญรู้สึกราวกับถูกค้อนั์ทุบลงกลางอก ยังมิทันรู้ตัวก็กระเด็นลอยออกจากสังเวียนไปแล้ว!
“พฤฒาหนึ่งเสียงสมดั่งคำร่ำลือ!” ผู้าุโลองกระบี่เห็นทุกการเคลื่อนไหวของจูชิง
หมัดพฤฒาเป็วรยุทธ์ที่ใช้พละกำลังสยบศัตรู ถึงจักมีกระบวนท่าเป็ร้อยเป็พันท่าก็ต้องถูกสยบด้วยหมัดเดียว!
แม้ว่าวรยุทธ์จักมีข้อดีมากมาย แต่ข้อเสียก็ชัดแจ้งเช่นกัน เพราะการโจมตีนั้นเป็เส้นตรง ถ้าอีกฝ่ายหลบได้ สถานการณ์ก็จักอันตรายยวดยิ่ง
“ฆ่า!” เด็กหนุ่มคนหนึ่งร่ายรำกระบี่อ่อน กระบี่นั้นเฉียดสวนหมัดของจูชิง พุ่งเข้าใส่อกของจูชิงอย่างรวดเร็ว!
ซึ่งเป็เหลี่ยมที่จูชิงไม่มีทางหลบพ้น!
“คนสกุลซุน...ตระกูลขุนนางยุทธ์!” หวังจ้งจิ่งขมวดคิ้ว ประตูเทพ์เต็มไปด้วยผู้มีพร์จริงๆ!
“คิดว่าข้ามีหลินเวยหยวนเป็ไพ่ตายแค่คนเดียวหรือยังไง ซุนซาเหลียงเป็ผู้สืบทอดตระกูลขุนนางยุทธ์ ฝึกฝน《วิชากระบี่อสรพิษ์》จนชำนิชำนาญแล้ว” หม่าเทียนเลี่ยงแสยะยิ้ม
แม้พฤฒาหนึ่งเสียงจักน่ากลัวเพียงใด หากก็เป็เพียงวรยุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับต่ำ ทว่า《วิชากระบี่อสรพิษ์》นั้นเป็วรยุทธ์มนุษย์ระดับสูง แค่สังหารจูชิงสามารถทำได้อย่างง่ายดาย
“เคร้ง!” กระบี่อ่อนของซุนซาเหลียงแทงอกจูชิง แต่กลับเหมือนกับกระทบกับเหล็ก ทำได้เพียงฉีกเสื้อของจูชิงเท่านั้น
“นี่มัน...!” ซุนซาเหลียงตะลึง ทันใดนั้นลมหมัดปะทะเข้าที่หน้า ยังดีที่ประสาทััตอบสนองรวดเร็วจึงรีบเบี่ยงตัวหลบได้ทัน
“มัวอึ้งอะไรอยู่ รีบจัดการมันซะสิ!” เมื่อหม่าเทียนเลี่ยงเห็นดังนั้นก็ะโด่าจากนอกสังเวียนให้ศิษย์คนอื่นๆ ร่วมมือกันฆ่าจูชิง
กระนั้นแล้วซุนซาเหลียงกลับพูดว่า “ไอ้บัดซบนั่นใส่เกราะเอาไว้อย่างนั้นรึ!”
การเคลื่อนไหวของจูชิงมิได้ช้าลงแต่อย่างใด เขาสืบเท้าไปข้างหน้าพร้อมกับปล่อยหมัด ลมปราณอันน่าสะพรึงะเิเป็วงกว้างพัดคนที่อยู่ใกล้ๆ ปลิวกระเด็น
“รุนแรงมาก!” ศิษย์ที่อยู่บนสังเวียนพอเห็นจูชิงสำแดงพลานุภาพเหนือฟ้าก็รีบถอยห่างจากจูชิง สังเวียนมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แค่ยืนหยัดอยู่บนสังเวียนให้ได้ก็ถือว่าเป็ผู้ชนะแล้ว
หม่าเทียนเลี่ยงรับรู้ได้ว่าความซวยกำลังมาเยือน เดิมทีเขามั่นใจเป็อย่างยิ่งว่าจักต้องเป็ฝ่ายชนะในการเดิมพัน ทว่าใครเล่าจักไปคิดว่าจะมีคนที่เก่งกาจเช่นนี้อยู่ในภูตธรณีด้วย
พอนึกถึงสิ่งที่ตนนำออกไปเดิมพัน หม่าเทียนเลี่ยงเ็ปหัวใจสุดแสน ถ้าแพ้พ่ายในการเดิมพันนี้เขาจักทำอย่างไร ถึงจักขายเืตัวเองหมดตัวก็ยังซื้อมันไม่ได้
“หวังจ้งจิ่ง เ้าหลอกข้า!” หม่าเทียนเลี่ยงชี้หน้าหวังจ้งจิ่ง
“เ้าสมองตายงั้นรึ!” หวังจ้งจิ่งกลอกตา
เขาพอจะเข้าใจความรู้สึกของหม่าเทียนเลี่ยงอยู่บ้าง ถ้าเปลี่ยนเป็เขาก็คงกลัดกลุ้มไม่แพ้กัน ใครจักไปคิดว่า《หมัดพฤฒา》วรยุทธ์ที่มอบให้จูชิงโดยไม่ตั้งใจจักทำให้จูชิงกลายเป็ผู้ไร้เทียมทานบนสังเวียน!
“ตึง!” ใครก็ตามที่ขวางจูชิงล้วนถูกซัดจนกระเด็นในหมัดเดียว
ซุนซาเหลียงหนีไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งตั้งนานแล้ว ถึงเป็คนโง่ก็ยังรู้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะเผชิญหน้ากับจูชิงในตอนนี้ แม้ว่าเป็คำสั่งจากศิษย์ในสำนัก แต่เขาก็ไม่มีทางเอาอนาคตของตัวเองมาเสี่ยงเป็อันขาด
