ในเวลาต่อมา
ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ รถเบนซ์คันหรูก็แล่นเข้ามาถึงฟาร์มและไร่องุ่นของพ่อเลี้ยงดามพ์ในจังหวัดเชียงราย
“สวยจังเลยค่ะ”
เมื่อเข้ามาถึงพื้นที่ด้านในของฟาร์ม มะนาวแทบเก็บอาการตื่นเต้นดีใจเอาไว้ไม่ไหว หล่อนทอดสายตามองออกไปจากกระจกรถ เห็นวัวและม้ายืนแระเล็มหญ้าอ้อยอิ่ง ตลอดสองข้างทางขนาบไปด้วยต้นองุ่นทั้งซ้ายและขวา ลูกองุ่นสีม่วงห้อยระย้าเป็พุ่มเป็พวงสวยงามน่าตื่นตาตื่นใจ
“ชอบมั้ยจ๊ะมะนาว”
เ้าของฟาร์มถามหญิงสาวที่นั่งอยู่เบาะด้านหน้า ส่วนตัวเขานั่งเคียงข้างอยู่กับแม่ของหล่อนที่เบาะด้านหลัง
“ชอบที่สุดเลยค่ะคุณลุง... ฟาร์มคุณลุงใหญ่มาก”
ในเวลาต่อมา
พ่อเลี้ยงดามพ์พาสองแม่ลูกเดินชมจนทั่วบริเวณบ้านหลังใหญ่ แนะนำเดือนฉายและลูกสาวให้รู้จักกับ ‘ป้าฉวี’ ซึ่งเป็หัวหน้าคนใช้ เป็แม่บ้านที่ทำงานรับใช้อยู่ในบ้านของพ่อเลี้ยงดามพ์มานานหลายปี
“เป็ไงบ้างจ๊ะหนูมะนาว... ชอบบ้านลุงมั้ย”
พ่อเลี้ยงถามหญิงสาว
“ชอบมากค่ะคุณลุง... บ้านกว้างขวางมากค่ะ”
มะนาวตอบด้วยสีหน้าเก็บอาการตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่
“ฉวี... ช่วยพาคุณเดือนกับหนูมะนาวไปดูห้องพักข้างบนให้ที”
เมื่อวานพ่อเลี้ยงเพิ่งสั่งเฟอร์นิเจอร์ชุดใหญ่มาจากในเมือง จัดเตรียมรอเอาไว้ภายในห้องนอนของสองแม่ลูกที่อยู่ชั้นบน
“เอ่อ... พ่อเลี้ยงคะ... เดือนกับลูกขอนอนข้างล่างค่ะ”
เดือนฉายรีบค้าน หล่อนเป็คนเจียมเนื้อเจียมตัว แค่ได้เข้ามาอาศัยร่วมชายคาก็นับว่าเป็บุญเหลือเกิน
“ได้ยังไง... ฉันเตรียมห้องเอาไว้แล้วที่ชั้นบน”
พ่อเลี้ยงรีบค้าน
“ไม่ค่ะ... เดือนกับลูกขอนอนข้างล่าง”
เดือนฉายตระหนักอยู่เสมอ ว่าหล่อนกับลูกสาวเข้ามาบ้านหลังนี้ในฐานะ ‘คนรับใช้’ หล่อนจะไม่มีวันตีตนเสมอนายอย่างเด็ดขาด
“นอนข้างบนเถอะ... ฉันเตรียมห้องเอาไว้ให้แล้ว ห้องนอนก็กว้างขวางสะดวกสบายกว่า”
พ่อเลี้ยงคะยั้นคะยอ
“เดือนกับลูกขอนอนที่เรือนคนใช้ค่ะ... คุณท่านได้โปรดอย่าทำให้เดือนหนักใจเลยนะคะ”
เดือนฉายมองหน้าเ้าของบ้านด้วยสายตาวิงวอน พ่อเลี้ยงมองสบตาหล่อนด้วยความเข้าใจ
“งั้นก็ตามใจ... ฉวีช่วยเตรียมห้องให้เดือนกับหนูมะนาวด้วยนะ”
นายใหญ่ผู้เป็เ้าของบ้านหันมากำชับฉวีวรรณ
“ค่ะนาย... ”
สาวใหญ่รับคำด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ทว่าไม่ทันจะเดินออกมา เดือนฉายก็ท้วงว่า
“เดือนกับลูกนอนห้องเดียวกันก็ได้นะคะ”
เดือนฉายกล่าวด้วยความเกรงใจ พ่อเลี้ยงได้ยินก็รีบขัด
“ไม่เป็ไร... นอนคนละห้องนั่นแหละดีแล้ว บ้านหลังนี้มีห้องเหลือเฟือ... เลิกเกรงใจฉันเสียทีเถอะเดือน”
พ่อเลี้ยงรีบบอก
“ค่ะท่าน... ”
เดือนฉายรับคำ เดินตามฉวีวรรณเข้ามายังห้องพักที่อยู่ด้านหลังห้องครัว เป็เรือนคนใช้ผู้หญิง ส่วนเรือนพักของคนงานชายจะอยู่อีกฟาก ใกล้กับคอกม้าที่อยู่ด้านหลัง
ตอนค่ำ
ที่โต๊ะอาหารที่เ้าของบ้านสั่งให้คนรับใช้ตั้งโต๊ะเอาไว้บริเวณเทอเรสหน้าบ้าน ท่ามกลางสนามหญ้าสีเขียวขจี อยู่ติดกับสวนกุหลาบ เบื้องทิศตะวันตกมีทิวเขาทอดแนวยาวโอบล้อมผืนฟาร์มและไร่องุ่น บรรยากาศภายในฟาร์มตอนใกล้ค่ำช่างเป็ภาพที่งดงามน่าชม
“สิงห์... มากินข้าวด้วยกัน พ่อจะแนะนำให้รู้จักคุณเดือนกับหนูมะนาว”
สายตาของผู้เป็เ้าของบ้านเหลือบไปเห็นลูกชายของตนเดินเข้าบ้านมาพอดี หลังจากสิงห์โดดลงจากหลังม้า ส่งเชือกจูงม้าให้กับลุงมั่นที่มายืนรอรับ เพื่อจะพาม้าไปกินน้ำแล้วส่งเข้าคอกเหมือนเช่นทุกวัน
สองแม่ลูกเหลือบมองไปยังร่างสูงใหญ่เกินกว่าร้อยแปดสิบเิเของชายหนุ่มสุดหล่อ
แม้ว่าสิงห์จะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าในวันทำงาน หากก็ดูมาดแมนสะดุดตา ในชุดเสื้อเชิ้ตสายสก๊อตและกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม หมวกปีกกว้างที่สวมอยู่บนศีรษะทำให้เขาดูราวกับพระเอกหนังคาวบอยฝรั่งยังไงยังงั้น มะนาวมองลูกชายเ้าของบ้านด้วยอาการตะลึง สิงห์หล่อมากหัวใจของหล่อนกระตุกวูบตอนมองเขา
“นี่คุณเดือนกับหนูมะนาว”
พ่อเลี้ยงดามพ์กุลีกุจอแนะนำสองแม่ลูก สิงห์จ้องมองมะนาว แวบแรกที่ได้เห็นใบหน้าของหญิงสาว ชายหนุ่มถึงกับตะลึงงันในความสวยของหล่อน ดวงตากลมโตเป็ประกายสุกใสรับกับคิ้วโค้งสวยได้รูป ริมฝีปากสีชมพูดูเอิมอิ่ม เส้นผมสีดำ ยาวสลวย ผิวพรรณขาวผุดผาด
“สวัสดีค่ะคุณสิงห์”
มะนาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล สีหน้ายิ้มแย้ม แต่ชายหนุ่มก็มองตอบด้วยสายตาแข็งกระด้างเ็า ไว้ท่าที เย่อหยิ่ง แสดงออกชัดเจนด้วยท่าทางไม่รับไมตรีของสองแม่ลูกที่ส่งยิ้มเก้อ
“มากินข้าวด้วยกัน... ”
พ่อเลี้ยงดามพ์เห็นสถานการณ์ไม่ดีจึงรีบผายมือเชื้อเชิญลูกชายให้เข้ามานั่งร่วมวง
“ไม่หิวครับ... ถ้าจะต้องนั่งร่วมวงกับสองแม่ลูกคู่นี้ผมคงกินข้าวไม่ลง”
คำพูดแบบขวานฝ่าซากไม่ถนอมน้ำใจคนของชายหนุ่ม ทำให้สองแม่ลูกสะอึก พูดอะไรไม่ออก ได้แต่หันมองหน้ากัน ไม่คิดว่าจะได้เจอกิริยาวาจาอำมหิตั้แ่วันแรกที่เจอกัน
“ไอ้สิงห์... คำว่ามารยาทน่ะเอ็งรู้จักบ้างมั้ย”
พ่อเลี้ยงดามพ์เหลืออด รีบปรามลูกชายปากร้าย “ผมรู้ว่าควรจะแสดงมารยาทกับใคร... ก็เมื่อวานผมคิดว่าเราคุยกันเข้าใจแล้วเสียอีก... จำไม่ได้หรือครับว่าเมื่อวานผมบอกกับคุณพ่อว่าผู้หญิงสองคนนี้จะมีฐานะเป็แค่คนใช้เท่านั้น”
รอยยิ้มเหยียด ผุดขึ้นที่ริมฝีปากของสิงห์ ฝากถ้อยคำเชือดเฉือนเอาไว้แล้วก็เดินจากไปอย่างไม่ใยดีต่อความรู้สึกของสองแม่ลูก
“เดือนเตือนแล้วนะคะ... แต่คุณท่านก็ไม่ฟัง”
เดือนฉายว่า ท่าทางต่อต้านของลูกชายเ้าของบ้านทำให้หล่อนหน้าเสีย
ก่อนหน้านี้เดือนฉายเคยปฏิเสธที่จะมานั่งร่วมโต๊ะอาหารกับเขา แต่สุดท้ายก็ทนเสียงรบเร้าคะยั้นคะยอไม่ไหว ทำให้ต้องมานั่งร่วมโต๊ะกับพ่อเลี้ยง กลายเป็ภาพที่ขวางหูขวางตาลูกชายเ้าของบ้านอย่างที่เห็น
“ผมขอเวลาหน่อย... ให้เวลาลูกชายผมอีกนิดนะครับ ผมเชื่อว่าเวลาจะทำให้อะไรๆ ดีขึ้น ไอ้สิงห์มันกลัวว่าคุณจะเข้ามาแทนที่นิโคลภรรยาผู้ล่วงลับของผม... คุณคงเข้าใจนะว่าสิงห์เป็เด็กกำพร้าแม่ ก็เลยออกอาการหวงพ่อออกมาอย่างที่เห็น”
พ่อเลี้ยงพยายามอธิบายให้สองแม่ลูกเข้าใจว่าเพราะอะไรสิงห์จึงเป็แบบนี้
