เมื่อมองหลี่เฉิงเซียนที่ห่างไกลออกไป ท้ายที่สุดก็หายเข้าไปในป่า สีหน้าของเหลยเฉียนหลงเริ่มดูซีดเซียวมากขึ้น
หลังจากที่ได้เห็นการโจมตีของหลี่เฉิงเซียนใน่ก่อนหน้านี้ เหลยเฉียนหลงก็ดูเหมือนจะมีความหวังในการสังหารฉินอวี่มากขึ้น ท้ายที่สุดแล้ว ชื่อเสียงของหลี่เฉิงเซียนเป็ที่ก้องกังวานในหมู่คนรุ่นใหม่ ฉายาของเซียนกระบี่น้อย จึงเห็นได้ว่าไม่ธรรมดาเลย
สิ่งที่ทำให้เหลยเฉียนหลงคาดไม่ถึงคือ หลี่เฉิงเซียนผู้นี้เข้าโจมตีเพียงครั้งเดียวจากนั้นก็จากไป? นี่มันอะไรกัน?
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อหลี่เฉิงเซียนจากไป
ในขณะนี้ เหลยเฉียนหลงเริ่มรู้สึกเสียใจอย่างหนัก หากรู้แต่แรกว่าจะเป็เช่นนี้ เขาก็คงไม่ต้องลงมือ และคงไม่ต้องหยิบผนึกยันต์ออกมา
เมื่อมองไปที่ฉินอวี่ที่กำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ และมองท่อนไม้ที่แตกทลาย ร่างกายของเหลยเฉียนหลงก็สั่นสะท้านขึ้นอย่างหยุดไม่ได้ เขาหันศีรษะกลับไปทางด้านหลัง และพบว่าอัจฉริยะที่อยู่ด้านหลังต่างหายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว แม้แต่ผู้ฝึกตนหนุ่มที่อยู่ในด่านจิตใจต่างก็ถอยร่นออกไปอยู่บริเวณรอบนอกป่า เพราะต่างกลัวว่าตนเองจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย ซึ่งรวมถึงพวกอินิ และหลัวอวิ๋นทุนเช่นกัน
ต้องบอกเลยว่า ฉินอวี่ใช้วิชาของเรือนไม้เข้าขัดขวางการโจมตีของผนึกยันต์ในขั้นเต๋า ทำให้ทุกคนต่างใเป็อย่างมาก!
ใบหน้าของเหลยเฉียนหลงกระตุกขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และจ้องตรงไปทางฉินอวี่ ริมฝีปากเหมือนกำลังอมทุกข์ ซึ่งก่อนหน้านี้ เหลยเฉียนหลงค่อนข้างดูิ่ฉินอวี่ และบางทีก็มักจะเยาะเย้ย ในสายตาของเขา ฉินอวี่ก็เป็เพียงคนที่โชคดีที่ผู้เฒ่าร้องไห้รับเป็ศิษย์ เป็เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น เหลยเฉียนหลงดูถูกฉินอวี่อย่างมาก การที่ฉินอวี่กล้าร่วมเดิมพันกับเหล่าศิษย์อัจฉริยะนับพันคนในเื่ของสามสิบหกขุนพล์
ในสายตาของเขาแล้ว นี่เป็เื่ที่โง่เขลาสิ้นดี และฉินอวี่เป็ได้อย่างดีที่สุดก็แค่ตัวตลกเท่านั้น แต่เมื่ออยู่ในด่านจิตใจ ฉินอวี่ได้แสดงพละกำลังออกมาให้เหลยเฉียนหลงต้องใ เริ่มแรกด้วยอสุนี์ประจำตัว จากนั้นก็ได้ใช้พละกำลังของตนเองในการสกัดกั้นการโจมตีของหลี่เฉิงเซียน และสิ่งที่ทำให้เหลยเฉียนหลงรู้สึกเหมือนกำลังฝันไปคือ หลี่โหย่วฉายผู้นี้ได้ขัดขวางผนึกฝ่ามือไว้ด้วยเรือนไม้!
ในขณะกำลังอยู่ในภวังค์นั้น เหลยเฉียนหลงจึงตระหนักได้ว่าหลี่โหย่วฉายที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นไม่ได้โง่เขลา และไม่ได้หยิ่งผยอง แต่แค่แสร้งทำเป็อ่อนแอให้ศัตรูตายใจ
ในตอนแรก ในเมืองเทียนโหมวชั้นนอก เหลยจั๋วเยว่ได้พยายามอธิบายวิธีการที่จะใช้กำจัดหลี่โหย่วฉายอย่างละเอียด และบอกวิธีว่าจะควบคุมหลี่โหย่วฉายอย่างไร เมื่อถูกบีบให้ต้องกำจัดหลี่โหย่วฉายอีกครั้ง เหลยเฉียนหลงก็ดูถูกเขาอย่างมาก และคิดว่าเหลยจั๋วเยว่ยกย่องฉินอวี่มากเกินไป แต่ในตอนนี้... เหลยเฉียนหลงจึงได้พบว่าเหลยจั๋วเยว่ไม่ได้กล่าวเกินจริง และดูเหมือนจะยังประเมินหลี่โหย่วฉายต่ำเกินไปด้วยซ้ำ
เมื่อััได้ถึงพลังสังหารของฉินอวี่ เหลยเฉียนหลงก็จมอยู่กับความหวาดกลัวทันที เขาเป็คนสงบนิ่งขรึม แต่เมื่อต้องเผชิญกับความตาย ก็อดไม่ได้ที่จะสับสน ท้ายที่สุด บุคลิกที่ดูนิ่งขรึมก็เป็เพียงแค่ชายหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้น
เพียงแต่ สิ่งที่แตกต่างออกไปจากคนอื่นคือ เหลยเฉียนหลงไม่ได้เอาแต่ร้องอ้อนวอน แต่เขารู้ดีว่าตนเองพลาดโอกาสที่ดีที่สุดไปแล้ว หลี่โหย่วฉายคงไม่มีวันปล่อยตนเองไปแน่นอน ดังนั้น เหลยเฉียนหลงจึงไม่มีการขัดขืนโดยไม่จำเป็ และเผชิญหน้าอย่างใจเย็น เขามองไปยังฉินอวี่ที่กำลังเดินเข้ามา และพูดช้าๆ “ทำไมเรือนไม้ของเ้าเมื่อครู่นี้จึงสกัดกั้นรอยผนึกฝ่ามือระดับเต๋าได้?”
ก่อนจะต้องตาย เหลยเฉียนหลงได้ถามสิ่งที่สงสัยออกไป มโนจิตของเขาสำรวจดูไม้ท่อนหนึ่ง แต่ก็พบว่ามันเป็เพียงไม้ธรรมดาๆ ทั่วไป
ผนึกยันต์ระดับเต๋า นี่คือไพ่ใบสุดท้ายที่เหลยจั๋วเยว่มอบให้เขา ในตอนแรก เหลยจั๋วเยว่เคยกำชับเขาไว้ ว่าหากแน่ใจแล้วว่าพละกำลังของฉินอวี่อยู่เหนือจินตนาการของตนเอง และคิดว่าจะต้องโดนสังหารได้ทุกเมื่อ ก็ให้ใช้ผนึกยันต์นี้เป็ไม้ตายสุดท้าย
แต่นึกไม่ถึงเลย ว่าผนึกยันต์ที่นำเข้ามายังการท้าประลองอย่างลำบากนี้จะถูกฉินอวี่สกัดกั้นไว้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น... ยังถูกเรือนไม้ธรรมดาๆ แค่หลังหนึ่งสกัดไว้ได้ สิ่งนี้ทำให้เหลยเฉียนหลงต่างไม่เข้าใจและเหลือเชื่ออย่างยิ่ง สิ่งนี้เท่ากับการทำลายความเข้าใจที่เขามีมาทั้งหมด
เมื่อไรกันที่ไม้ชิ้นหนึ่งมีพลังป้องการน่ากลัวเช่นนี้?
คำถามของเหลยเฉียนหลงเหมือนพูดแทนใจของทุกคน ผู้ฝึกตนที่อยู่ด้านนอกต่างเงี่ยหูฟังเต็มที่ เพื่อรอฟังคำตอบของฉินอวี่
ฉินอวี่จ้องตรงไปยังเหลยเฉียนหลง และกล่าวอย่างเฉยเมย “ข้อบังคับ!”
รูม่านตาของเหลยเฉียนหลงหดลงเหลือเท่ารูเข็มอย่างรวดเร็ว สั่นสะท้านไปทั้งตัวราวกับถูกสายฟ้าฟาดติดต่อกัน จ้องมองฉินอวี่อย่างตื่นตะลึง
จากนั้น เหลยเฉียนหลงก็ยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มแฝงไปด้วยการดูถูกตนเอง เขากำลังยิ้มเยาะเหลยจั๋วเยว่ ยิ้มเย้ยให้กับทุกคนที่เดิมพันกับฉินอวี่ และคนทั้งหมดที่ดูถูกฉินอวี่
ในตอนนี้ เหลยเฉียนหลงได้พบแล้วว่า กบในกะลาตัวจริงและผู้เย่อหยิ่งทั้งยังโง่เขลาคือตนเอง
เหอๆ แค่ขั้นกุมารทิพย์ก็ััพลังของข้อบังคับได้แล้วหรือ? มิน่าล่ะผู้เฒ่ารองไห้จึงสนใจรับเขามาเป็ศิษย์
และตัวเองต่างหากที่ไม่เจียมตัวและดูแคลนปีศาจร้ายเช่นนี้
รอยยิ้มของเหลยเฉียนหลงนั้นกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ท้ายที่สุด เขาก็แหงนหน้าขึ้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง เมื่อเสียงหัวเราะหยุดลง เหลยเฉียนหลงก็จ้องมองฉินอวี่และพูดขึ้น “สายเือสุนีปรโลก ปลดปล่อยพลังออกมาเถอะ!”
ยังไม่ทันพูดจบ ชุดของเหลยเฉียนหลงก็ปลิวสะบัด ทั่วทั้งร่างเปล่งปลั่งด้วยเมฆอสุนีสีดำม่วง เมฆอสุนีม้วนตัวเข้ามา ราวกับปีศาจร้ายผู้เป็ะที่กำลังกลืนกินฟ้าดิน
สายฟ้าสีม่วงดำขนาดหนาปรากฏออกจากกลุ่มเมฆอสุนี และกำลังพัวพันกับแขนของเขาทีละสาย จนโอบรอบร่างของเหลยเฉียนหลง
“นี่เป็พลังสายเืของเผ่าอสุนีปรโลก ให้ข้าได้เห็นพละกำลังที่แท้จริงของเ้าหน่อยเถอะ” สีหน้าของเหลยเฉียนหลงดุร้าย แผดเสียงที่แหบแห้งขึ้น ในตอนนี้มีหอกศึกกำลังลอบอยู่ในมือของเขา ดวงตาทั้งสองที่จ้องมองฉินอวี่ด้วยแววตาที่ดื้อรั้นและบ้าคลั่ง
ฉินอวี่พยักหน้าเบาๆ และค่อยๆ เดินเข้าไปทางเหลยเฉียนหลง
“อสุนีปรโลก กลืน์!” เหลยเฉียนหลงเปิดริมฝีปากเบาๆ และพูดไปไม่กี่คำ
“เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!”
เสียงของสายฟ้าฟาดดังสนั่น อสุนีสีม่วงดำที่ปกคลุมร่างกายของเหลยเฉียนหลงขยับราวกับมีชีวิต ก่อนจะหลั่งไหลเข้าสู่หอกศึกในมือขวาของเขา จากนั้นหอกศึกก็ส่งเสียงดัง ปลดปล่อยเสียงราวกับัคำรามขึ้นทันที และเปลี่ยนไปเป็ัสายฟ้ามุ่งหน้าเข้าหาฉินอวี่ หากมองจากระยะไกล จะดูเหมือนัสายฟ้าสีดำม่วงกำลังอ้าปากกว้างที่แดงก่ำดั่งแอ่งโลหิตไปทางฉินอวี่
ฉินอวี่มีสีหน้านิ่งเฉย แต่มีความเศร้าเล็กน้อยในหัวใจ มือขวาของเขาเรียกรวมพลังจากอสุนี์ประจำตัวและหัวใจเพลิงธรณีขึ้นมา และพูดอย่างเฉยเมย “เ้าก็รู้ว่าสายฟ้าของเ้าทำอะไรข้าไม่ได้ แต่ก็ช่างเถอะ ตามที่เ้า้า นี่คือหัวใจเพลิงธรณี เ้าตายตาหลับได้แล้วล่ะ”
อสุนีลึกลับปกคลุมทั่วร่างกาย ฉินอวี่เริ่มขยับเคลื่อนที่ด้วยความเร็วจนปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเหลยเฉียนหลง มือขวาของเขาประคองอสุนี์ประจำตัวและหัวใจเพลิงธรณี และปล่อยกระแทกใส่หน้าอกของเหลยเฉียนหลงทันที
ปัง ปัง ปัง!
หมัดของฉินอวี่กระแทกทะลุเกราะศึกที่อยู่ในเสื้อของเหลยเฉียนหลงทันที พลังของอสุนี์ทำลายเกราะป้องกันทั่วร่างของเหลยเฉียนหลง หัวใจเพลิงธรณีหลั่งไหลเข้าสู่จุดตันเถียนของเหลยเฉียนหลงในทันที
ร่างกายของเหลยเฉียนหลงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง หัวใจเพลิงธรณีดูดกลืนพลังชีวิตของเขา ทำให้เขาร่วงตกลงไปบนถนนอย่างแข็งทื่อ และดวงตาที่กลมโตนั้นยังคงหลงเหลือความใและความเหลือเชื่อ
เหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่รอบนอกของด่านจิตใจต่างตกตะลึง เมื่อมองไปยังเหลยเฉียนหลงที่กำลังนอนแผ่อยู่บนพื้นอย่างไร้ลมหายใจ จากนั้นจึงหันกลับไปมองฉินอวี่ที่มีสีหน้านิ่งเฉย จิตใจของพวกเขาเต็มไปด้วยอาการใที่อธิบายไม่ได้
อินิ หลัวอวิ๋นทุน และเหล่าอัจฉริยะหนุ่มสาวต่างตกตะลึงเช่นกัน พวกเขาจ้องตรงไปทางเหลยเฉียนหลงที่กำลังนอนแผ่นอยู่บนถนน จิตใจของพวกเขาก็ส่งเสียงดังอยู่ภายในอย่างไม่อยากเชื่อ
เหลยเฉียนหลงตายแล้วหรือ?
หลี่โหย่วฉายสังหารเหลยเฉียนหลงได้ง่ายดายเช่นนี้เลยหรือ?
เป็ไปได้อย่างไร?
พวกอินิและคนอื่นๆ ต่างรู้สึกมึนงง เหลยเฉียนหลงคือผู้มีพละกำลังโดดเด่นในหมู่พวกเขา แม้ว่าจะไม่สามารถเทียบได้กับระดับสูงสุด แต่ด้วยพละกำลังของเขาก็เพียงพอที่จะบีบเค้นเจ็ดสิบสองอสูรธรณีได้ แต่ในตอนนี้... นึกไม่ถึงว่าจะถูกหลี่โหย่วฉายสังหารอย่างง่ายดายเช่นนี้
เอ่อ... นั่นคือหลี่โหย่วฉายผู้แข็งแกร่งบึกบึน หัวก้าวหน้า?
เอ่อ... นี่คือหลี่โหย่วฉายที่แท้จริง?
นี่... นี่คือศิษย์ของผู้เฒ่าร้องไห้?
