เล่มที่ 9 บทที่ 266 สู้กับปลา
อ๋องจิงซวีกำค้อนจื่อจิงไว้แน่น เพียงพริบตาเดียว มันก็พุ่งตัวเข้าไปในวังวนสีดำแล้ว วังวนสีดำนี้เกิดจากลูกศรน้ำจากแม่น้ำหยิน ดังนั้นสำหรับอ๋องจิงซวีแล้ว จึงไม่ต่างอะไรกับบ้านของตนเอง ด้วยความคุ้นเคยกันมานาน จึงไม่ส่งผลอะไรเลยแม้แต่น้อย แถมยังอาศัยวังวนนี้เสริมความแข็งแกร่งให้ตนเองอีกด้วย
เมื่อสิ้นเสียงคำราม อ๋องจิงซวีก็กระหน่ำทุบค้อนจื่อจิงลงมาอย่างแรง
จากนั้นก็เกิดเสียงดังสนั่นไปทั่ว วังวนสีดำแทบจะแตกออกมา ปีศาจกระบี่ถูกทุบจนสลายกลายเป็ลำแสงกระเด็นลอยออกไป บัดนี้ลำแสงมากมายได้สาดส่องไปทั่วบริเวณ แม้แต่ห้วงมิติก็ยังแตกร้าว จนเกิดรอยปริแตกจำนวนมาก…
หลังจากที่ปีศาจกระบี่ถูกทุบอย่างรุนแรงแล้ว ลำแสงทั่วทั้งตัวก็กะพริบไหวอย่างไม่มั่นคงเช่นเดิม จากนั้นอักขระมากมายในตัวก็ราวกับดวงไฟดวงน้อย สาดกระจายออกมา ทว่าวังวนสีดำกลับไล่ตามอย่างไม่ลดละ ต่อให้ปีศาจกระบี่มีความรวดเร็วเพียงใด ก็ไม่อาจหนีรอดออกมาได้ เท่านี้ยังไม่พอ เ้าปีศาจกระบี่ยังไม่ทันจมหายเข้าไปในวังวน อ๋องจิงซวีก็ทุบลงมาอีกครั้งเสียแล้ว…
ทันใดนั้น ลำแสงรอบตัวปีศาจกระบี่ก็ะเิออก จนเกิดเป็เสียงดังกระหึ่ม ก่อนจะมีแรงอัดกระแทกกระจัดกระจายไปทั่วทุกทิศทุกทาง…
เพียงครู่เดียว ก็ได้ยินเสียงปีศาจกระบี่ร้องโอดครวญขอความช่วยเหลืออย่างอ่อนแรง ดังมาจากวังวนสีดำ
“ช่วยข้าด้วย…”
เวลานี้เอง หลินเฟยก็กำลังวุ่นอยู่กับการบงการปราณกระบี่สายฟ้าเหล่ยยวี่ที่สลักอักขระอยู่บนพื้น ทุกครั้งที่สลักลงไป ก็จะมีก็มีสายฟ้าสว่างวาบออกมาเป็ระยะ ดูเผินๆ ก็ราวกับัสีทองกำลังร่ายรำอยู่ หลังจากสลักอักขระจำนวนมากสำเร็จ รอบด้านภายในรัศมีร้อยลี้ก็มีหินิญญาเข้ามารายล้อม กลิ่นอายแห่งความโเี้เริ่มรวมตัวกัน คล้ายกับยอดปีศาจกำลังจะฟื้นคืนชีพ
ทว่าหลังจากได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือจากปีศาจกระบี่ หลินเฟยก็ชะงักลงไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดแขวะออกมาด้วยรอยยิ้ม
“ความสามารถแค่นี้ ยังจะกล้าเสนอตัวจัดการปีศาจเยาหวังตรงหน้าได้อีกหรือ?…”
เมื่อพูดจบ หลินเฟยก็ตบคัมภีร์สีดำเบาๆ
“ไปช่วยหน่อยแล้วกัน…”
ทันใดนั้น คัมภีร์สีดำก็พลันกางออกมาเป็ม่านรัตติกาลปกคลุมไปทั่ว จากนั้นก็มีภาพนิมิตเจดีย์โครงกระดูกเก้าชั้นที่สูงนับพันจ้างลอยลงมาจากฟากฟ้า ก่อนจะร่วงทับอ๋องจิงซวีอย่างหนักหน่วง…
“รนหาที่ตายนักนะ!”
อ๋องจิงซวีคำรามออกมาเสียงดังอย่างโกรธเกรี้ยว ก่อนจะบงการน้ำในแม่น้ำหยินให้ถาโถมเข้าใส่ภาพนิมิตเจดีย์เก้าชั้น…
แต่น่าเสียดาย ที่บัดนี้เจดีย์โครงกระดูกมีมนต์สะกดสูงถึงสามสิบแปดสายแล้ว แถมมนต์สะกดเทียนกังปลอมก็กลายเป็มนต์สะกดเทียนกังจริงแล้วด้วย จึงมีพลังทำลายล้างรุนแรงเป็อย่างมาก เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น วังวนที่เกิดจากน้ำในแม่น้ำหยินก็พลันะเิออก จากนั้นคัมภีร์สีดำที่ราวกับม่านรัตติกาลก็ม้วนเก็บเข้าไป จากนั้นก็ดูดมวลน้ำมหาศาลจากแม่น้ำหยินเข้าไปทันที…
ครู่เดียวหลังจากนั้น ก็ได้ยินเสียงัคำรามดังกัมปนาทขึ้นมา โครงกระดูกัที่พันรอบเจดีย์ก็พุ่งตัวมาพร้อมกับพายุที่โหมกระหน่ำ ก่อนจะฟาดหางสีขาวโพลนที่มีเพียงกระดูกเข้าที่หลังของอ๋องจิงซวีอย่างแรง…
ไอปีศาจที่รายล้อมรอบตัวก็พลันแตกสลายทันที จากนั้นก็มีเสียงโหยหวนด้วยความเ็ปดังขึ้นมา เกล็ดจำนวนมากปลิวว่อนอยู่ในอากาศ เพราะแรงกระแทกอันรุนแรงของโครงกระดูกันั่นเอง บัดนี้หลังของเ้าปีศาจปลาจึงเต็มไปด้วยแผลเหวอะหวะ
ยิ่งกว่านั้นก็คือ โครงกระดูกัไม่เปิดโอกาสให้อ๋องจิงซวีมีโอกาสโต้ตอบเลยแม้แต่น้อย ลำตัวที่เต็มไปด้วยกระดูกนับพันจ้างบิดส่ายไปมา ก่อนจะวกหัวกลับมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็กัดลงไปที่แขนอ๋องจิงซวีอย่างแรง แต่ยังดีที่มันไหวตัวทัน อ๋องจิงซวีจึงใช้ค้อนจื่อจิงเข้าต้านเอาไว้ จนเกิดเป็เสียงดังสนั่น หากช้าเพียงนิดเดียวละก็ เกรงว่าแขนข้างนี้ของมัน คงจะถูกโครงกระดูกักัดจนขาดไปเสียแล้ว…
“ถึงกับกล้าทำร้ายอ๋องอย่างข้าเชียวหรือ!” อ๋องจิงซวีถึงกับโกรธจัด ไอปีศาจที่พวยพุ่งก็พลันเปลี่ยนเป็เปลวไฟสีดำ ก่อนที่มันจะใช้ค้อนจื่อจิงไล่ทุบโครงกระดูกัอย่างบ้าคลั่ง
ใช่แล้ว ดูเหมือนว่าอ๋องจิงซวีจะลืมไปสนิท ว่าคู่ต่อสู้ของตนเองนอกจากจะมีโครงกระดูกัแล้ว ยังเหลือปีศาจกระบี่ที่หนีรอดออกจากวังวนสีดำอีกหนึ่งราย…
ปีศาจกระบี่ได้ถูกค้อนจื่อจิงทุบไปสองรอบจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด บัดนี้เอง เพราะมีโครงกระดูกัช่วยเหลือเอาไว้ มันจึงรอดตายมาได้ แล้วมีหรือจะยอมรามือไปง่ายๆ ดังนั้นตอนที่อ๋องจิงซวีต่อสู้กับโครงกระดูกัอย่างดุเดือดอยู่นั้นเอง ปีศาจกระบี่ก็ใช้พลังจากเคล็ดหลอมห้าธาตุอู่ตุ้นหายตัว มาอยู่ที่ด้านหลังอ๋องจิงซวีแทน…
“บ้าเอ๊ย ทุบจนอ๋องอย่างข้าเกือบตาย…” ปีศาจกระบี่บ่นกระปอดกระแปดด้วยเสียงแ่เบา ในที่สุดขณะที่โครงกระดูกัคำรามเสียงดังขึ้นอีกครั้ง และพุ่งเข้าชนกระทั่งอ๋องจิงซวีตัวลอย ทันใดนั้นเอง ปีศาจกระบี่ก็สบโอกาสทันที!
ถัดมาก็มีลำแสงสายหนึ่งโฉบผ่านด้วยความเร็วสูง บัดนี้ปีศาจกระบี่ได้เร่งความเร็วจนถึงขีดสุด ทั้งตัวของมันกำลังพุ่งไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว จนเปลวไฟแทบจะลุกโชนขึ้นมา ด้วยไฟแค้นอันรุนแรงนี้เอง ทำให้พลังของปีศาจกระบี่พวยพุ่งเกินขีดจำกัดของอาวุธหยางฝูไปแล้ว เพียงสะบั้นกระบี่ออกไป ก็ตัดร่างอ๋องจิงซวีจนขาดออกเป็สองท่อนเลยทีเดียว…
เพราะอ๋องจิงซวีบำเพ็ญตนอยู่ในแม่น้ำหยินมานับพันปี กายเนื้อจึงแข็งแกร่งราวเหล็กกล้า…
ทว่าบัดนี้กลับถูกปีศาจกระบี่สะบั้นขาดภายในครั้งเดียว
จากนั้นมีละอองโลหิตสาดกระเซ็นไปทั่ว เสียงคำรามก็พลันดังสนั่นจนฟ้าดินะเื
“ลงนรกไปกับข้าเสียเถอะ!”
อ๋องจิงซวีคำรามเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง บัดนี้ไอปีศาจรอบตัวก็พวยพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง เืทุกหยดราวกับกำลังเดือดพล่าน เพียงมันหมุนตัว ก็สำแดงกระทั่งเกิดเป็ร่างจริงที่สูงนับร้อยจ้างออกมาแล้ว ในมือทั้งสองข้างของมัน ก็มีค้อนจื่อจิงที่ขยายใหญ่โตนับร้อยเท่าเช่นกัน บัดนี้จึงดูราวกับอ๋องจิงซวีกำลังถือูเาลูกย่อมสองลูกไว้ในมือก็ว่าได้
เพียงทุบแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ก็ทำให้เกิดเป็คลื่นั์ถาโถมเข้ามา มวลน้ำมหาศาลท่วมทะลักจนกลายเป็แม่น้ำหยินสายยาว ซึ่งมีคลื่นน้ำโหมซัดรุนแรง!
บัดนี้น้ำในแม่น้ำหยินไม่เหมือนกับครั้งก่อนอีกต่อไป เพราะนี่คือหยดน้ำที่อ๋องจิงซวีสะสมมานับพันปี ปกติแล้ว เมื่อมันต้องประมือกับคนอื่นก็จะกักเก็บน้ำเอาไว้ในปาก โดยไม่นำออกมาใช้แม้แต่น้อย แต่หากมีอันตรายขึ้นมา มันก็จะพ่นออกมาเป็ลูกศรน้ำเท่านั้น ทว่าตอนนี้อ๋องจิงซวีกลับปลดปล่อยออกมาทั้งหมด มวลน้ำที่พ่นออกมาอย่างมหาศาล ได้ไหลรวมกันจนกลายเป็แม่น้ำหยินที่ไหลเชี่ยวแล้ว จากนั้นก็มีกระแสไอเย็นเสียดกระดูกปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ ส่วนไอหยินเข้มข้นก็พลันพวยพุ่งขึ้น…
ทันใดนั้นอ๋องจิงซวีก็ใช้ค้อนจื่อจิงกระหน่ำทุบลงมาอย่างหนักหน่วง ฟ้าดินก็พลันสั่นะเืรุนแรง พื้นดินภายในรัศมีหลายลี้ราวกับักำลังพลิกตัว พื้นดินถล่มทลายไปหมด ฟ้าดินก็อับแสงลง ส่วนน้ำในแม่น้ำหยินก็ไหลเชี่ยวแถมยังมีคลื่นน้ำโหมซัดไม่หยุด แต่ไม่นาน เศษหินที่แตกกระจายจากการถล่มของพื้นดินก็จางหายไป เหลือเพียงรอยแตกที่ทั้งกว้างและลึก จนมองไม่เห็นก้น…
อ๋องจิงซวีเหวี่ยงค้อนจื่อจิงขนาดั์อย่างบ้าคลั่ง ทั่วทั้งตัวของมัน ก็ปรากฏเป็ไอปีศาจปกคลุมหนาแน่นราวกับชุดเกราะที่หนาหลายจ้าง…
ขณะที่อ๋องจิงซวีกำลังต่อสู้กับปีศาจกระบี่และโครงกระดูกัอย่างเอาเป็เอาตาย ทั้งสองฝ่ายในตอนนี้นับว่ามีพลังสูสี โดยไม่มีใครเป็รองใคร ฝ่ายหนึ่งก็เป็ปีศาจขั้นเยาหวัง ส่วนอีกฝ่ายก็เป็ศาสตราวุธ แถมยังมีปีศาจกระบี่ที่สามารถหายตัวไปไหนมาไหนได้อย่างไร้ร่องรอยคอยช่วยอีกทาง ระหว่างที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ฟ้าดินก็พลันอับแสงลง นอกจากหลินเฟยที่กำลังใจจดใจจ่อกับการสร้างค่ายกลแล้ว คนอื่นๆต่างก็มองจนตาค้าง…
แต่สำหรับเวินโหวนั้น ถือว่าไม่แปลกเลย…
ทว่าอีกสองคนคือผู้บำเพ็ญขั้นจิงตันตัวจริงเสียงจริง ถือว่าเป็ผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งระดับต้นๆของแถบทะเลอูไห่ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็หยางเลี่ยหรือนักพรตเฮยซาน ก็ล้วนคิดไม่ถึงว่าการต่อสู้ในครั้งนี้ จะดุเดือดได้เพียงนี้เลยทีเดียว…
“ยังดีนะ ที่สำนึกตัวทัน…” นักพรตเฮยซานยิ่งดูอย่างไร เหงื่อเย็นก็ยิ่งผุดพรายขึ้นเรื่อยๆ…
นึกถึงตนเองในอดีต ที่คิดจะสังหารหลินเฟย เพื่อปล้นชิงชิ้นส่วนประตูมิติขึ้นมาทันที…
‘ยังดีที่ตอนนั้นได้เจอกับอสุรกายกุ่ยหวังเสียก่อน’
‘ไม่เช่นนั้นละก็…’
‘ป่านนี้หญ้าหน้าหลุมศพคงจะสูงเป็จ้างแล้วกระมัง?’
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------