ฟองใสอีกสี่ลูกก็ค่อย ๆ ลอยออกมาทีละลูกอย่างเงียบงัน
ภายในฟองเ่าั้ มีร่างของเย่เฉิน เย่ซิน มู่หลิง และหวงหรานลอยนิ่งอยู่ในสภาพหลับใหล ใบหน้าสงบเหมือนกำลังฝัน แต่รอบร่างกายของพวกเขากลับมีแสงสีทองจาง ๆ ไหลเวียนเหมือนหมอกบางๆ ที่ห่อหุ้มเอาไว้
หลงซูเหยาดวงตาเบิกกว้าง รูม่านตาสั่นไหวเล็กน้อย หัวใจของนางเต้นแรงจนได้ยินเสียงสะท้อนในหู แต่ร่างกายกลับไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อยภายในฟองน้ำของจางเหวิน พลังบางอย่างกดทับอยู่ทุกทิศทางเหมือนถูกผูกติดกับกฎที่มองไม่เห็น
ในขณะนั้นเอง จางเหวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“เ้ามาหาคนที่ชื่อเย่ซินใช่ไหม… นางมีความสำคัญอะไรหรือเปล่า”
หลินไท่จี๋มองไปยังฟองน้ำใสที่มีร่างของเย่ซินลอยอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาลึกเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่าง
“ข้าแค่สนใจจะรับนางเป็ศิษย์เฉย ๆ”
นางหยุดเล็กน้อย
“แต่ตอนนี้… ไม่แล้วดีกว่า”
ทันใดนั้น จางเหวินขยับข้อมือเล็กน้อย ร่มแยก์ในมือเริ่มหมุน
ลวดลายเมฆสีทองบนผืนผ้าสีดำเข้มค่อย ๆ เคลื่อนไหวเหมือนท้องฟ้ายามค่ำที่มีหมอกหมุนวน ลายเส้นบางส่วนส่องแสงจาง ๆ คล้ายเส้นทางดวงดาวที่เคลื่อนผ่านกันอย่างเงียบงัน
พื้นผิวของผืนร่มไม่ใช่ผ้าธรรมดา แต่เหมือนผืนฟ้าที่ถูกย่อส่วนลงมา ความมืดลึกภายในดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับมองลงไปในห้วงอวกาศ
ด้ามจับสีดำด้านมีลวดลายแกะสลักโบราณ เส้นสายละเอียดเหมือนอักขระที่บันทึกกฎบางอย่างของโลกเอาไว้ เมื่อร่มหมุน อักขระเ่าั้เหมือนจะส่องแสงแ่ ๆ เป็จังหวะเดียวกับการเต้นของพลัง
และในวินาทีเดียวกัน ท้องฟ้า้าพลันสั่นะเื
เมฆดำที่ปกคลุมถูกฉีกเปิดออกอย่างรวดเร็ว ราวกับมีมือขนาดมหึมาแหวกมันออกจากกัน
ภายในช่องว่างนั้น ดวงตาสีทองคำบริสุทธิ์ค่อย ๆ เปิดออก ม่านตานั้นถูกหล่อขึ้นจากแสงบริสุทธิ์ แผ่ประกายเ็าที่ไร้อารมณ์
มันจ้องตรงมายังร่างของจางเหวิน แรงกดดันระดับที่แม้แต่กาลเวลาก็เหมือนหยุดไหล
หลินไท่จี๋ยืนอยู่อย่างสบาย จิตใจของนางไม่ได้ใอะไรแต่ทว่าร่างกายของนางกับตอบสนองด้วยอาการสั่นเล็กน้อย ในขณะที่หลงหยานเทียนกลับรู้สึกว่ากล้ามเนื้อของเขาเกร็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว
มิติรอบด้านเริ่มแตกร้าว รอยแยกสีดำปรากฏขึ้นในอากาศเหมือนกระจกที่กำลังแตก พลังจากดวงตาบนฟากฟ้ากำลังกดทับลงมาอย่างต่อเนื่อง
แต่ในขณะเดียวกัน ร่มแยก์หมุนเร็วขึ้น ผืนผ้าสีดำแผ่แรงดูดกลืนมหาศาล เหมือนหลุมดำขนาดย่อมที่เปิดออกกลางอากาศ
ฟองน้ำสีใสที่บรรจุร่างของคนที่มีโชคสีทองทั้งห้าไว้ถูกดึงเข้าไปภายในผืนร่มทันที ลวดลายสีทองจาง ๆ เริ่มไหลเวียนบนพื้นผิวราวกับมีชีวิต
ก่อนที่ภาพแรกจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
เงาร่างของัขนาดใหญ่ค่อย ๆ ลอยขึ้นจากความมืด
เกล็ดของมันเป็สีเงินอมฟ้า ส่องประกายเหมือนแสงจันทร์สะท้อนผิวน้ำ ลำตัวคดเคี้ยวอยู่ท่ามกลางหมอกสีทอง ดวงตาของมันปิดสนิทราวกับกำลังหลับใหล มันขดตัวอยู่ที่มุมหนึ่งของผืนร่ม ราวกับผู้พิทักษ์ที่ถูกผนึกเอาไว้
ถัดไปไม่ไกล
เป็รูปภาพเปลวไฟสีแดงดำค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างเงียบงัน เปลวไฟนั้นไม่ได้เผาไหม้ แต่หมุนวนเป็วงเหมือนดวงอาทิตย์ขนาดย่อม
อีกด้านหนึ่ง
ภาพของดอกบัว 9 สีบริสุทธิ์ค่อย ๆ เบ่งบาน กลีบของมันโปร่งใสราวหยก ละอองแสงเล็ก ๆ ลอยขึ้นจากกลีบดอกเหมือนละอองดาว
ภาพถัดมา เป็ภาพบัลลังก์สีทองโบราณค่อย ๆ ปรากฏขึ้น สลักลวดลายัและฟีนิกซ์อย่างสง่างาม และถูกประดับไปด้วยอัญมณีสีทอง
และภาพสุดท้าย คือหมอกสีชมพูอ่อนค่อย ๆ ลอยขึ้น กลีบดอกไม้โปรยลงช้า ๆ เหมือนฝัน ภายในหมอกนั้นคือเงาร่างของหญิงสาวที่ยืนหันหลัง ผมยาวพลิ้วไหว รัศมีอ่อนโยนแต่ลึกลับแผ่กระจายออกมา เพียงแค่มองก็รู้สึกเหมือนหัวใจถูกดึงดูดโดยไม่รู้ตัว
ทั้งห้าภาพค่อย ๆ หยุดนิ่ง กลายเป็ลวดลายถาวรบนผืนร่ม เส้นอักขระสีทองบาง ๆ เชื่อมโยงภาพทั้งหมดเข้าด้วยกันเหมือนวงแหวนแห่งกฎ ผืนผ้าของร่มแยก์ มันเป็เหมือนโลกขนาดย่อมที่บรรจุโชคชะตาของทั้งห้าคนเอาไว้
ทว่าจางเหวินรู้สึกไม่ค่อยชื่นชอบลายภาพสักเท่าไหร่เขาเลยหมุนมันหนึ่งรอบเพื่อเปลี่ยนให้ลวดลายกลับมาเป็เหมือนเดิมก่อนหน้านี้คือเนื้อผ้าสีดำสนิทพร้อมมีเมฆสีทองเป็ลวดลายทั่วทั้งผืนผ้า
ขณะเดียวกันเหนือท้องฟ้าที่ถูกฉีกออก ดวงตาสีทองบริสุทธิ์ยังคงจ้องมองลงมาอย่างไร้อารมณ์ ราวกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือกฎแห่งเหตุและผลทั้งหมด
จางเหวินยิ้มเล็กน้อยใต้หน้ากาก
“เสียใจด้วย ดูเหมือนว่าเ้าจะตัดสินใจช้าไปแล้ว…”
ทันใดนั้นเอง
ดวงตาทองบนท้องฟ้าสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่ลำแสงสีทองบางอย่างจะพุ่งตรงลงมายังร่างของเขาอย่างฉับพลัน
ลำแสงนั้นไม่ส่งเสียง ไม่ปลดปล่อยแรงกดดัน แต่มันกลับทำให้กฎของโลกโดยรอบหยุดนิ่ง ราวกับทุกสิ่งที่ถูกแสงนั้นส่องผ่านมันสามารถสลายหายไปได้ในทันที
จางเหวินยกร่มขึ้นอย่างช้า ๆ ร่มแยก์ถูกกางออกเต็มคัน ในวินาทีที่ร่มถูกยกขึ้น ลำแสงนั้นก็สั่นไหว ก่อนจะจางหายไปเหมือนถูกดูดกลืน
ทว่าในเสี้ยววินาทีถัดมา
มันกลับแปรเปลี่ยนเป็เส้นแสงเล็ก ๆ พุ่งผ่านม่านพลังเข้าไปในผืนผ้าที่เป็โลกขนาดย่อมของร่มแยก์โดยตรง
ภายในโลกขนาดย่อมของร่มแยก์ มันเหมือนหลุดเข้าไปยังโลกอีกใบ
โลกใบเล็กที่งดงาม เงียบสงบ เต็มไปด้วยูเา ป่าไม้ และแม่น้ำที่ไหลอย่างอ่อนโยน พร้อมเมฆทองคำที่เต็มท้องฟ้า ราวกับเป็โลกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อหลบหนีจากความวุ่นวายของภายนอก
เส้นแสงพุ่งตรงไปยังร่างของผู้คนทั้งหมดที่ถูกผนึกอยู่
แต่ทันทีที่มันเข้าใกล้ พลังบางอย่างก็สั่นะเื เส้นแสงถูกตัดขาด ก่อนจะถูกบดขยี้อย่างสมบูรณ์
พลังทั้งหมดของมันกลับถูกดูดกลืน กลายเป็พลังหล่อเลี้ยงโลกใบเล็กนั้นแทน
ภายนอก จางเหวินยิ้มเล็กน้อย
“อย่าโลเลสิถ้าส่งพลังมาแค่นี้ก็คงยากหน่อยนะ… พยายามเข้าละ”
ทันใดนั้นเอง
เสียงคำรามดังสนั่น
มันไม่ใช่เพียงเสียงเดียว แต่เป็เสียงคำรามของสัตว์อสูรจำนวนมหาศาลที่ดังก้องไปทั่วฟากฟ้า
หลินไท่จี๋หันไปมองทันที ดวงตาของนางเปิดใช้งานโดยไม่รู้ตัว ภาพแห่งอนาคตหลั่งไหลเข้ามา
สัตว์ิญญาระดับกึ่งจักรพรรดิ… ยี่สิบตัว และยังมีสัตว์ิญญาระดับจักรพรรดินักบุญ าานักบุญ และนักบุญอีกนับไม่ถ้วน กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาจากทุกทิศทาง
แต่สิ่งที่ทำให้นางใที่สุด ไม่ใช่จำนวนของศัตรู
ตูมมมมมมม!!
แรงกดดันบางอย่างะเิออกมา ออร่าที่ทรงพลังอย่างเหนือจินตนาการพุ่งทะยานออกจากร่างของจางเหวิน
ในเสี้ยววินาที พื้นที่ทั้งหมดถูกกดทับ กฎแห่งฟ้าดินสั่นะเื พลังธรรมชาติทั้งหมดเหมือนกำลังหวาดกลัว สิ่งมีชีวิตทุกชนิดในบริเวณใกล้เคียงตัวสั่นโดยไม่อาจควบคุม
ท้องฟ้าหยุดเคลื่อนไหว โลกเหมือนหยุดหายใจ หลินไท่จี๋และหลงหยานเทียนมองไปยังร่างของจางเหวินเบื้องหน้า
ดวงตาของทั้งสองเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ เพราะออร่าที่กำลังแผ่ออกมานั้น
ไม่ใช่พลังของกึ่งจักรพรรดิ และไม่ใช่พลังของครึ่งก้าวสู้จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ แต่มันคือ พลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
แรงกดดันนั้นไม่ใช่เพียงพลัง แต่มันคืออำนาจ อำนาจที่สามารถกำหนดกฎของโลกได้ด้วยตัวเอง
หลินไท่จี๋รู้สึกเหมือนศีรษะหมุนเล็กน้อย แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของจางเหวินทำให้ลมหายใจของนางหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ตลอดเวลาที่ผ่านมา
นางคิดมาตลอดว่า จางเหวินเป็เพียงกึ่งจักรพรรดิขั้นสูงสุด ซึ่งดวงตาของนางเองก็บอกแบบนั้น
แต่ตอนนี้นางรู้แล้วว่า มันผิด มันผิดทั้งหมดั้แ่เริ่ม
หลินไท่จี๋จ้องไปยังร่างของชายชุดขาว นางน่าจะรู้อยู่ั้แ่แรกแล้วว่าคนที่สวมหน้ากากสีดำสนิทปกปิดทุกส่วนของใบหน้าและใส่เสื้อผ้าปิดมิดชิดทุกส่วนบนร่างกาย
คนแบบนี้ มันไม่มีทางที่จะแสดงการบ่มเพาะที่แท้จริงออกมาั้แ่แรกอยู่แรกอยู่แล้ว ระดับพลังที่เขาแสดงออกมาในตอนแรก มันเป็เพียงภาพภายนอกที่เขาจงใจให้คนอื่นเห็นเท่านั้น
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ดวงตาแห่ง์ของนางเป็สิ่งที่ทรงพลังมาก ซึ่งมันแทบจะไม่เคยผิดพลาดในสถานการณ์แบบนี้มาก่อนด้วยซ้ำ แต่ขณะนั้นเองนางััได้ถึงพลังอาวุธระดับจักรพรรดิอีกชิ้น ก่อนที่นางจะมองไปที่ร่างของจางเหวินพร้อมก่อนจะพูดขึ้น
“ชุดเกราะระดับจักรพรรดิงั้นเหรอ… ข้าพอจะรู้แล้วอะไรทำให้ดวงตาของข้ามั่วไปหมด”
หลงหยานเทียนที่ััได้ถึงพลังของจางเหวินก็พูดขึ้นด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย
“ถ้าเ้ามีพลังมากขนาดนี้รวมกับอาวุธจักรพรรดิอีก 2 ชิ้นทำไมไม่เอาออกมาั้แ่แรกกัน…”
เสียงของจางเหวินดังขึ้น
“พวกเ้ามาผิดเวลาสักหน่อย เพราะข้าเองก็กำลังยุ่งอยู่กับการทำบางอย่างเหมือนกัน”
สิ้นเสียงของจางเหวิน โลกทั้งใบเหมือนหยุดนิ่งสัตว์ิญญาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็ระดับพลังไหนต่างหยุดนิ่งไม่สามารถขยับตัวได้อีก
