บทที่ 147 ความลับชาติกำเนิด
เ้าตำหนักจันทราเงินดื่มน้ำชาหนึ่งถ้วย แล้วทอดมองไปทางลานที่พักของมู่เซวียน “ผู้เฒ่าเสว่ การไต่ถามความเป็มาของเขาเป็เื่หนึ่ง ที่สำคัญที่สุดคือเราต้องรั้งให้เขาอยู่ต่อ แม้จะต้องแลกด้วยอะไรบางอย่างก็ตาม”
ผู้เฒ่าเสว่พยักหน้า “สำหรับสำนักแล้ว ผู้มีความสามารถคนหนึ่งนั้นสำคัญเป็อย่างยิ่ง สามารถค้ำจุนสำนักได้ยุคสมัยหนึ่ง เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะลองไปพูดกับเขาดูก่อน”
ขณะที่ฉินชูกำลังดื่มน้ำชา พลางครุ่นคิดปัญหาต่างๆ ผู้เฒ่าเสว่ที่มีเส้นผมสีเงินทั้งศีรษะก็มาหา
เมื่อเห็นผู้เฒ่าเสว่มาหา ถังหว่านเอ๋อร์และมู่เซวียน รวมถึงฉินชูที่สีหน้าไม่ค่อยพอใจนักล้วนลุกขึ้นยืน
ถังหว่านเอ๋อร์และมู่เซวียนโค้งคำนับ ฉินชูเพียงประสานมือคำนับแบบพอเป็พิธี เป็การยากที่จะให้เขาในตอนนี้เกิดความรู้สึกเคารพต่อคนของตำหนักจันทราเงิน
“พวกเ้านั่งเถอะ เ้าหนูดูไม่พอใจมากทีเดียว!” หลังจากนั่งลง ผู้เฒ่าเสว่จึงมองฉินชูพร้อมกล่าว
“สถานการณ์ในตอนนี้ ฉินชูยากจะรู้สึกพอใจได้” ฉินชูกล่าว
“ข้าเข้าใจ แต่ข้าบอกเ้าได้เลยว่า ข้ากับเ้าตำหนักไม่มีเจตนาร้ายต่อเ้า เพียงแค่อยากรั้งเ้าไว้” ผู้เฒ่าเสว่กล่าวกับฉินชู
ฉินชูไม่ได้กล่าวอะไรอีก เขาเองก็ไม่อยากกล่าวอะไร เขาเพียงคิดว่ารับหน้าให้จบๆ แล้วจะได้ไปจากที่นี่เสียที
“ฉินชู ก่อนหน้านี้เ้าบอกว่า้าพบข้าเป็การส่วนตัว มีธุระใด ก็พูดมาได้เลย หากไม่ใช่เื่ที่เหลือบ่ากว่าแรง ข้าสามารถช่วยเ้าได้” ผู้เฒ่าเสว่มองฉินชูที่นิ่งเงียบ ก่อนกล่าวขึ้นมา
ฉินชูก้มหน้าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันมองไปทางผู้เฒ่าเสว่ “เื่ที่ข้าจะถาม อาจทำให้ผู้เฒ่าเสว่เสียหน้า”
“ไม่เป็ไร” ผู้เฒ่าเสว่ส่ายหน้า
“เื่เป็เช่นนี้ เมื่อสิบกว่าปีก่อน คนผู้หนึ่งที่สำคัญต่อข้ามากได้ถูกสังหาร เื่นี้อาจมีความเกี่ยวโยงกับตระกูลสายเืศักดิ์สิทธิ์ และได้รู้มาว่าเมื่อสิบกว่าปีก่อน ผู้เฒ่าเสว่เคยพบคนของตระกูลสายเืศักดิ์สิทธิ์…” ฉินชูเอ่ยปากกล่าว เขาไม่สามารถพูดความจริงได้ จึงต้องดัดแปลงเล็กน้อย แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้พูดปด เพราะสิบกว่าปีก่อนตัวเขาเองก็ถูกสังหารจริงไม่ใช่หรือ
ผู้เฒ่าเสว่มองฉินชูด้วยแววตาคมกริบ แต่เพียงชั่วครู่ก็มืดหม่นลง “เ้าไม่จำเป็ต้องพูดไว้หน้าข้า ตอนนั้นข้าถูกคนของตระกูลสายเืศักดิ์สิทธิ์ทำร้าย”
“ผู้เฒ่าเสว่สามารถเล่าให้ฉินชูฟังได้หรือไม่?” ฉินชูเอ่ยถาม
“หาใช่เื่ใหญ่ ในอดีตข้าและเ้าตำหนักเคยออกไปท่องยุทธภพเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ต่างเคยไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์แคว้นจงโจว เ้าตำหนักได้คบหากับสหายผู้หนึ่ง สหายผู้นี้เป็คนของเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง ในปีนั้นสหายของเ้าตำหนักพาเด็กคนหนึ่งมา แล้วนางก็ถูกล่าสังหารด้วย คนที่ล่าสังหารนางเป็สมาชิกตระกูลสายเืศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน เพราะสหายของเ้าตำหนักเป็แขกในตำหนักจันทราเงิน ตำหนักจันทราเงินย่อมต้องดูแล ข้าจึงต้องลงมือ แต่ไม่อาจต้านทานได้เลย ถึงขนาดที่ข้าเกือบต้องแลกชีวิต เพียงแค่ยื้อเวลาให้นางได้เล็กน้อยเท่านั้น” ผู้เฒ่าเสว่กล่าวกับฉินชู
“ฉินชูขอล่วงเกินไต่ถามอีกเล็กน้อย ท่านรู้ฐานะของสตรีผู้นั้นหรือไม่ นอกจากนั้น เด็กคนนั้นมีความสัมพันธ์เป็อะไรกับสตรีผู้นั้น? เป็บุตรของนางหรือ?” ภายในใจฉินชูประหนึ่งมีคลื่นลมถาโถม แต่สีหน้ากลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ
“สตรีผู้นั้นมีนามว่าฉินหลิงซี มีฐานะสูงส่งในเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง เป็สมาชิกแกนกลางสายตรง เด็กที่นางพามาด้วยเป็บุตรของพี่ชายนาง นางเป็อาหญิงของเด็กคนนั้น” แม้ว่าผู้เฒ่าเสว่จะรู้สึกฉงนสงสัยเล็กน้อยว่าเหตุใดฉินชูถึงถามเื่เหล่านี้ แต่ก็กล่าวตอบไป
ฉินชูเข้าใจทุกอย่างแล้ว สตรีที่เส้นผมแปรเปลี่ยนเป็สีขาวในชั่วพริบตา หาใช่มารดาของเขา แต่เป็อาหญิงของเขา
“ในตอนนั้น นางมายังตำหนักจันทราเงินของเรา เพราะคิดจะหลบซ่อนตัว เลี้ยงดูเด็กคนนั้นให้เติบใหญ่ แต่ก็ถูกไล่ล่าถึงที่ ความจริงแล้ว เป้าหมายหลักของอีกฝ่ายคือเด็กคนนั้น เหมือนเขาจะมีความเกี่ยวโยงกับเื่ราวใหญ่โต นี่ไม่เพียงแค่คนของเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงที่คิดจะสังหารนะ ยังมีคนของเผ่าศักดิ์สิทธิ์เต่านิลด้วย” ผู้เฒ่าเสว่กล่าว
“ข้าน้อยเข้าใจแล้ว นี่ถือเป็เื่ใหญ่โตทีเดียว” ฉินชูกล่าว
“ความจริงแล้ว ก็มีเื่บางอย่างที่สิบสองแคว้นที่อยู่รอบนอกไม่มีผู้ใดล่วงรู้ แต่หาใช่ความลับในแดนศักดิ์สิทธิ์แคว้นจงโจว เมื่อยี่สิบปีก่อน เกิดเหตุโกลาหลกับเผ่าศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้า เผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงเกิดศึกภายใน สายย่อยหมายจะแย่งชิงตำแหน่งสายตรง! สมาชิกสายตรงนั้นแข็งแกร่งมาก แต่มีสมาชิกจำนวนไม่มาก นอกจากนั้น สายย่อยก็สมคบคิดกับกลุ่มอิทธิพลภายนอก ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงาเ็ล้มตายเป็จำนวนมาก แต่ผู้ที่คุมสถานการณ์ได้ก็ยังคงเป็คนของสายตรง ในเวลานั้นเองที่เผ่าศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ลงมือร่วมกัน ล้อมโจมตีเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง” ผู้เฒ่าเสว่กล่าว
“ผู้เฒ่าเสว่ เผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงถูกทำลายจนล่มสลายแล้วหรือ?” มู่เซวียนเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ
“ไม่ เผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงเก่งกาจมาก มียอดฝีมืออยู่หลายท่าน โดยเฉพาะบิดาและพี่ชายของฉินหลิงซี หรือก็คือหัวหน้าเผ่าและหัวหน้าเผ่าน้อยของเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง พวกเขาแข็งแกร่งเป็อย่างมาก ภายใต้การช่วยเหลือจากคนส่วนหนึ่งของเผ่าศักดิ์สิทธิ์เต่านิล พวกเขาฝ่าทะลวงออกจากวงล้อมสำเร็จ” ผู้เฒ่าเสว่กล่าว
“เหตุใดถึงมีความเกี่ยวข้องกับเผ่าศักดิ์สิทธิ์เต่านิลด้วยเ้าคะ?” ฉินชูยังไม่ทันถาม มู่เซวียนก็เอ่ยถามด้วยความร้อนใจแล้ว
ผู้เฒ่าเสว่มองมู่เซวียนก่อนกล่าว “เพราะภรรยาของหัวหน้าเผ่าน้อยแห่งเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงเป็คนของเผ่าศักดิ์สิทธิ์เต่านิล ทั้งยังเป็ผู้มีสายเืศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันย์ นางแต่งเข้าเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงก็จริง แต่ยังมีผู้จงรักภักดีในเผ่าศักดิ์สิทธิ์เต่านิลอยู่ ผู้จงรักภักดีเ่าั้ทลายวงล้อมของเผ่าศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ความจริงคนมากมายต่างรู้ว่านี่เป็แผนการร้าย เพราะในยามที่ศึกต่อสู้เปิดฉากขึ้น เป็่เวลาที่ฮูหยินหัวหน้าเผ่าน้อยผู้นั้นเพิ่งให้กำเนิดบุตร เป็่ที่อ่อนแอที่สุด ยามที่นางอยู่ในสภาวะสมบูรณ์ มีพลังต่อสู้แข็งกร้าวน่าตกตะลึง”
“นี่มันไร้ยางอายเกินไปแล้ว! ผู้เฒ่าเสว่ เช่นนั้นตอนนี้ฮูหยินและหัวหน้าเผ่าน้อยผู้นี้เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ?” มู่เซวียนฟังจนเกิดอารมณ์ร่วม ไม่จำเป็ต้องให้ฉินชูไต่ถามเพิ่ม
“เพื่อให้ฉินหลิงซีที่อุ้มเด็กสามารถออกจากสมรภูมิได้อย่างราบรื่น นางได้รับาเ็สาหัส ไม่รู้ชะตากรรม ข้าเองก็รู้เพียงเท่านี้” ผู้เฒ่าเสว่มองมู่เซวียนพร้อมส่ายหน้า เพราะหากมู่เซวียนถามอีกนางก็ไม่รู้แล้ว
“ช่างซับซ้อนนัก!” ฉินชูผ่อนลมหายใจออก เขารู้ชาติกำเนิดของตนเองแล้ว ฉินหลิงซีอาหญิงของตนเองพาตนเองหนีออกมา เช่นนั้นบิดามารดาของเขาก็คือสามีภรรยาหัวหน้าเผ่าน้อยแห่งเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง ยามนี้ยังมีปริศนาอีกข้อหนึ่ง นั่นคือบุรุษชุดครามที่คุ้มครองฉินหลิงซีและเขาคือผู้ใด
“ฉินชู พูดเื่เ้าบ้าง! สถานการณ์ของเ้าเป็อย่างไร?” ผู้เฒ่าเสว่หันมองฉินชู
“เื่บางอย่างข้าไม่คิดจะปิดบังผู้เฒ่าเสว่แล้ว ข้ามาจากแคว้นหนานเหยียน เพียงอยากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ พร้อมกับสืบดูว่าในตอนนั้นใครเป็คนสังหารคนในครอบครัวของข้า ไม่มีเจตนาร้ายต่อตำหนักจันทราเงิน” ฉินชูประสานมือคำนับผู้เฒ่าเสว่
“เ้าคิดอย่างไรกับตำหนักจันทราเงิน อยากอยู่ต่อหรือไม่?” ผู้เฒ่าเสว่ไม่ได้พูดจาอ้อมค้อม แต่พูดเข้าประเด็นหลักโดยตรง นางรู้ว่าฉินชูหาใช่คนโง่เขลา ใช้เล่ห์อุบายไปก็ไร้ประโยชน์
“ขอบคุณผู้เฒ่าเสว่ แต่ฉินชูมีสำนักแล้ว นั่นคือสำนักชิงหยุนที่เป็คู่ต่อสู้ของราชวงศ์ดาราเหมันต์ครั้งก่อน” ฉินชูบอกความเป็มาของตนเอง ที่กล้าพูดในยามนี้ เพราะเขารู้ว่าตำหนักจันทราเงินน่าจะไม่มีจิตปรปักษ์ต่อสำนักชิงหยุน
“คนของสำนักชิงหยุน… ข้าและโม่เต้าจื่อเคยพบกันหลายหน ตอนนี้เขาสบายดีหรือไม่?” เมื่อได้รู้ที่มาของฉินชู ผู้เฒ่าเสว่รู้สึกผิดคาดเล็กน้อย
“ผู้เฒ่าโม่สบายดีขอรับ ภายใต้การดูแลจากเขาและเ้าสำนักคนใหม่ สำนักชิงหยุนได้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” ฉินชูกล่าว
“เขาช่ำชองโหราพยากรณ์ ชำนาญด้านการวางแผน ตามหลักแล้วไม่ควรปล่อยให้เ้าออกมาเพ่นพ่าน” ผู้เฒ่าเสว่ส่ายหน้า นางรู้จักโม่เต้าจื่อดี นางคิดว่าโม่เต้าจื่อไม่ควรปล่อยผู้มีความสามารถเยี่ยงฉินชูออกมารับความเสี่ยง
ฉินชูประสานหมัดคำนับผู้เฒ่าเสว่ “สิ่งที่คนของเผ่าศักดิ์สิทธิ์ติดค้างข้า ข้าต้องทวงคืนมา ผู้เฒ่าโม่จึงไม่ได้ขวางข้า”
