เวลาคนเจ็บป่วยไม่สบายก็ต้องมาหาหมอ ถูกหรือเปล่าคะ?
แต่ถ้าคนไข้ที่เจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ มีไข้แบบต่ำ ๆ แต่กล้ามเนื้อยังแข็งแกร่งแถมร่างกายก็ยังฟิตจนเกือบจะเรียกได้ว่าเป็ปกตินี่ล่ะ คุณคิดว่าฉันต้องช่วยรักษาเขายังไง อ๊ะ...อา...งานนี้เน้นเฉพาะผู้ชายนะคะ หน้าตาไม่ต้องหล่อมากก็ได้ แต่สเป็คเห็นแล้วแบบว่าเร้าใจ ฉันจะช่วยรักษาให้อย่างสุดฝีมือเลยล่ะค่ะ
วันนี้ก็เป็อีกวันที่ฉัน หมอพิจิกา หรือที่เพื่อร่วมงานเรียกกันติดปากว่า หมอจี๊ด ต้องทำหน้าที่ตรวจคนไข้ในคลินิกของฉันเองซึ่งเป็คลินิกเล็ก ๆ อยู่ในตัวเมืองถือได้ว่าการจราจรพลุกพล่านเลยล่ะค่ะ
ฉันเป็หมอมาได้ปีกว่าแล้ว ตรวจคนไข้มาก็เยอะ แต่ละคนแต่ละเคสนี่ยากง่ายแตกต่างกันออกไป แต่ฉันก็จะทำหน้าที่ของฉันอย่างดี ไม่เลือกคนไข้ และหลายหนที่ฉันก็มีมุมเื่ราวเล็ก ๆ ซึ่งไม่เคยเปิดเผยให้ใครได้รับรู้ แต่เป็เื่น่าตื่นเต้นอย่าบอกใครเลยล่ะค่ะ
จริง ๆ แล้วฉันเป็ผู้หญิงที่หน้าตาดีคนหนึ่ง ผิวขาวและรูปร่างออกจะอวบหน่อย รูปร่างของฉันเหมือนนางแบบปลุกใจเสือป่าตามหน้านิตยสารและสิ่งที่ฉันชอบมากคือการทาปากสีแดงเข้มเพื่อขับเน้นให้ใบหน้าของฉันยิ่งดูเฉิดฉายทั้งที่อายุของฉันยังไม่ครบยี่สิบห้า อาจจะดูแก่กว่าอายุเล็กน้อยแต่ก็ทำให้ฉันรู้สึกดี ถ้าพูดถึงรูปร่างของฉันน่ะไม่สมกับความเป็สาวเพราะหน้าอกของฉันใหญ่มากและสะโพกผาย แต่ก็ดูเต่งตึงและฉันก็ภูมิใจกับรูปร่างของตัวเอง
ปกติคลินิกของฉันจะปิดตอนสองทุ่มและมีผู้ช่วยเพียงคนเดียวชื่อมัดหมี่ เป็สาววัยยี่สิบหน้าตาดี วันนี้ฉันให้หล่อนกลับบ้านเร็วกว่าปกติเพราะมัดหมี่ขอกลับไปดูแลแม่ที่เป็ไข้หวัด พอคนไข้คนสุดท้ายออกจากคลีนิคไปแล้วฉันก็ยังอยู่เพื่อตรวจเช็คข้อมูลคนไข้และตรวจดูความเรียบร้อยของยาที่สั่งมา ด้านนอกคลีนิคยังมีคนพลุกพล่านเพราะทำเลที่ตั้งเป็ตึกใจกลางย่านการค้าและมันทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจสักหน่อยว่าอย่างน้อยด้านนอกก็ยังมีคนเยอะแยะ
พอเก็บของเรียบร้อยแล้วฉันก็ตั้งท่าจะกลับ แต่พอกำลังจะเปิดประตูคลินิกก็ต้องชะงักเพราะมีใครคนหนึ่งผลักประตูเข้ามาพอดีตอนที่ฉันกำลังจะเปิดประตู
“”อุ๊ย!”
ฉันร้องอุทานเบา ๆ เพราะก็ใเหมือนกันแต่เมื่อเงยหน้าก็ต้องตะลึงงันสตั๊นท์ไปสองสามวิเมื่อเห็นหน้าคนที่ผลักประตูเข้ามาข้างใน
“ขอโทษทีนะครับ...ไม่ทราบว่าคลินิกจะปิดหรือยังครับ?”
“อ๋อ...เอ้อ...ก็กำลังจะปิดแล้วน่ะค่ะ แต่พอดีคุณเปิดประตูเข้ามา”
ฉันตอบกลับไปแล้วพินิจใบหน้าของคนที่เข้ามาใหม่ เขาเป็ผู้ชายร่างสูงใหญ่สวมเสื้อยืดรัดรูปเห็นกล้ามเนื้อเป็มัดและหน้าตาดุดันหน่อยแต่ก็หล่อดีในความคิดของฉัน เขาตัวใหญ่กว่าฉัน ผิวสีแทนเข้ม คำนวณอายุน่าจะประมาณสามสิบ สวมกางเกงยีนส์สีซีด ๆ และส่งยิ้มให้ฉันั์ตาเป็ประกายเลยเชียวล่ะ แต่เขาไม่ได้มาคนเดียว ฉันมองข้ามไหล่กว้างของเขาไปก็เห็นผู้หญิงอีกคนอยู่ข้างหลัง หนุ่มหล่อยิ้มให้ฉันเก้อ ๆ ก่อนจะถาม
“แล้วไม่ทราบว่าคุณหมอยังอยู่หรือเปล่าครับ”
“ฉันนี่ล่ะค่ะเป็หมอประจำคลินิก ไม่ทราบว่าคุณ...”
“ผมอยากพบหมอหน่อยครับ”
“คุณเป็อะไรมาเหรอคะ?”
“คือผมปวดต้นขาน่ะครับ มันปวดจี๊ด ๆ แต่ก็ไม่กล้าไปซื้อยากินเอง ก็เลยมาหาหมอจะดีกว่า กลัวว่าแพ้ยาแล้วจะเป็อันตรายน่ะครับ”
“แต่นี่มันเป็เวลาปิดคลินิกแล้วนะคะ”
“ขอความกรุณาตรวจดูอาการให้แฟนดิฉันผมหน่อยได้ไหมคะคุณหมอ ถ้าจะไปโรงพยาบาลก็ยังอีกไกลและก็ยุ่งยากมากด้วย ถ้าไม่ได้รับการรักษาหรือวินิจฉัยอาการคืนนี้เขาอาจจะนอนไม่หลับก็ได้ค่ะ”
หญิงสาวที่มาด้วยเป็คนพูดขึ้น แฟนของหนุ่มหล่อพยายามร้องขอให้ฉันช่วยตรวจดูอาการให้ทั้งที่เลยเวลาปิดคลินิกไปแล้ว ตอนแรกฉันก็ตั้งใจจะปฏิเสธแต่เมื่อเห็นหน้าตาและแววตาของเขาแล้วก็อดที่จะนึกสงสารไม่ได้ แต่ลึก ๆ แล้วฉันก็รู้สึกวูบวาบขึ้นมาแปลก ๆ เพราะผู้ชายคนนี้หน้าตาดีและที่สำคัญหุ่นล่ำมาก ๆ ถึงแม้ว่าจะมีผู้หญิงข้างกายอยู่แล้วก็ตาม ฉันชั่งใจอยู่สักครู่ในที่สุดฉันก็ตอบไปว่า
“ก็ได้ค่ะ...ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามาก่อน ฉันจะตรวจคุณเป็คนไข้เคสสุดท้ายของวันนี้ก็แล้วกัน”
“ขอบคุณมากนะครับหมอ”
“ขอบคุณมากนะคะ”
ทั้งสองขอบคุณฉันแทบจะพร้อมกันก่อนจะก้าวเข้ามาในคลินิกที่ตกแต่งอย่างสวยงาม จริง ๆ แล้วฉันเป็หมอตรวจโรคทั่วไปไม่ใช่โรคเฉพาะทาง แต่ถ้าคนไข้มีอาการเจ็บไม่หนักมากก็พอจะรักษาหรือบรรเทาให้คลายความเจ็บไปก่อนได้ ถ้าอาการหนักกว่านี้ก็คงต้องส่งโรงพยาบาล แต่จากที่ดูอาการเห็นคนไข้ยังเดินได้สะดวกก็ไม่น่าจะหนักหนาอะไร แต่เื่ต่อไปที่ฉันจะเล่านี่สิ มันก็ค่อนข้างหนักอยู่เอาการ
หนุ่มหล่อหน้าตาออกดุดันเพราะมีขนเคราขึ้นทำให้ยิ่งดูเข้มเดินเข้ามาพร้อมแฟนสาวที่หน้าตาก็สะสวยประคองเบา ๆ ด้านหลัง ฉันเหลือบมองเ้าหล่อนเป็สาวผิวขาวตาคมผมยาวและรูปร่างบอบบางกว่าฉันสักหน่อย ท่าทางหล่อนจะหวงแฟนเพราะคอยตามไม่ห่างกระทั่งฉันพูดขึ้นว่า
“เดี๋ยวเชิญในห้องตรวจนะคะ ถ้ายังไงจะตรวจดูอาการให้”
