หยงชิงก้าวลงจากบัลลังก์ ทุกสายตาต่างก้มต่ำ ไม่กล้ามองใบหน้าของฮ่องเต้ผู้สูงศักดิ์ เว้นก็แต่เยว่จือที่ยังนั่งหอบหายใจ มือหนึ่งเกาะแขนเหมยจิ้ง อีกมือยังจับขอบเสื้อไว้แน่น
“มีคนกล่าวโทษว่าข้าไม่เหลียวแลนางอย่างนั้นหรือ”
เสียงทุ้มนิ่งแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้าๆ เย็นะเืจนคนฟังขนลุก
เยว่จือเหลือบมองขึ้น ตาแดงก่ำแต่ยังมีแววไม่ยอม
“ฮึ ข้าเอง ข้าเอง ข้าเป็คนพูด” ยกมือขึ้นสูงแบบท้าทาย สูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะพูดรวดเดียว
“อยากลงทัณฑ์ก็เชิญ แต่ให้ตายข้าก็ไม่ผิดข้าพูดความจริงทั้งนั้นเป็สนมที่ฝ่าาไม่โปรดปรานมันเ็ปแค่ไหนรู้ไหม ฝ่าานอนกับสนมไม่ซ้ำหน้าจนแทบจะไม่ไหวส่วนข้ากับสนมหลายคนแห้งเหี่ยวเฉาตาย ข้าอ้วนเพราะฝ่าา ข้าตรอมใจเพราะฝ่าา ข้าไปหอโคมเขียวก็เพราะฝ่าา ข้าร่ำสุราเมามายก็เพราะฝ่าา เช่นนั้น… ทุกอย่างเป็เพราะฝ่าาทั้งหมด ฝ่าาก็ต้องจ่ายเงินค่าสุราอาหารแทนข้าสิ และเงินนั่นก็คือเงินของฝ่าา แบ่งให้ข้าในฐานะเมียก็ไม่ผิดดีกว่าให้เหล่าขุนนางชั่วยักยอกไปซื้อนางคณิกามาเชยชม” ไทเฮาถอนหายใจยาว
“พอได้แล้วสนมอันดับที่87” ไทเฮาส่งเสียงปรามเบาๆ
เสียงหัวเราะหอบหายใจของนางดังขึ้นในความเงียบเหมยจิ้งหน้าซีดเผือดแทบสิ้นสติ ส่วนหยงชิงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแ่เบา
ใต้เท้าเจิ้งกัดฟันกรอดจนได้ยินเสียงกรึดๆ
“ฝ่าา นางไม่สำนึกเลยสักนิด ปะานางเสียเถอะพ่ะย่ะค่ะ นางไม่เคารพยำเกรงผู้ใดแม้แต่ฝ่าา เอาเื่บนแท่นบรรทมของฝ่าามาพูดต่อหน้าขุนนางทั้งราชสำนัก สนมต่ำชั้นเช่นนี้ไม่ควรมีชีวิตอยู่”
“ใครกลัวพวกท่านกัน” เยว่จือเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เบ้ปากแลบลิ้น ดวงตาแดงเรื่อแต่ยังเปล่งประกาย
“ท่านบอกว่าให้ปะา ฝ่าาก็ต้องเชื่อท่านหรือท่านเป็ไท่ซวงหวงหรือไร ฝ่าาจึงต้องเชื่อท่าน”
“พรึ่บ”
เสียงขุนนางทั้งแถวคุกเข่าลงพร้อมกันราวกับคลื่นทะเล
“ฝ่าา โปรดบัญชาให้ปะาสนมอันดับที่ 87 ด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงขอให้ปะาดังะเืห้องโถง เยว่จือมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรงแต่ใบหน้ายังยิ้มเย้ย ดวงตาคู่นั้นเปล่งแสงดื้อดึงจนน่าประหลาด
คุกเข่าลงกับพื้นเชิดหน้าสูง
“หากว่าพวกเขาอยากฆ่าข้า ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไร และหากฝ่าาอยากจะปะาข้าก็เชิญ”
“เนรเทศนางไปเมืองอี้” เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหน้าบัลลังก์ เ็าและเฉียบขาดราวกับน้ำแข็ง
ทุกคนหันไปพร้อมกัน
ไทเฮาพูดขึ้นดังๆ ดวงพระพักตร์งดงามทว่ามีรอยเย็นเยียบบนเรียวปาก ั์ตาแข็งกร้าวจนแม้แต่หยงชิงยังไม่เปล่งวาจาตอบ
ท้องพระโรงทั้งหลังกดดันจนไร้เสียง เยว่จือหัวเราะแ่ในลำคอ
“เมืองอี้เหรอ... อย่างน้อยก็ยังดีกว่าที่นี่ แต่ว่าเมืองอี้ไหนวะ”
เหมยจิ้งน้ำตาคลอ หยงชิงเปล่งเสียงเรียบ
“ส่งนางไปเมืองอี้ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง”
"พอแล้วๆ อย่าร้อง ข้าปวดหู เอ๊ย ข้าเป็ห่วงเ้า เดี๋ยวหัวใจเ้าวายไปอีกคน ข้าจะลำบากแย่" เยว่จื่อว่าพลางตบไหล่ปลอบเบาๆ
เหมยจิ้งสูดจมูก น้ำตาไหลอีกสองหยดก่อนเสียงแหบพร่าออกมา
"พระสนม…จำไม่ได้จริงๆ หรือเ้าคะ ว่าทำไมถึงคิดสั้น..."
หญิงวัยสี่สิบห้าขมวดคิ้ว เธอไม่รู้อะไรสักอย่าง
"อืม…เ้าเล่ามาเถอะ ข้าอยากรู้เหมือนกัน ว่าข้าหรือเ้าของร่างนี้มีเหตุผลอะไรถึงต้อง…ทำแบบนี้"
เหมยจิ้งหลุบตา น้ำตาเอ่อใหม่ราวบ่อน้ำไม่รู้จบ
“หยุดร้องแล้วเล่ามาข้าไม่ได้ตายสักหน่อย”
"ตอนเข้าวังมาใหม่ๆ พระสนมดีใจมากนักเ้าคะ คิดว่าจะได้ถวายตัว เพื่อเป็ที่โปรดปรานและตระกูลจงของท่านจะไำดเ้เชิดหน้าชูตา เหมือนสนมคนอื่น แต่ฝ่าา…พระองค์ไม่เคยเรียก ไม่เคยมอง ไม่เคยให้โอกาสเลยสักคืน…"
เหมยจิ้งหยุดสูดหายใจ แต่เสียงสั่นจนเยว่จื่อต้องจับมือไว้
"พอเวลาผ่านไป ไม่มีใครสนใจ ไม่มีผู้ใดอยากคบหา พระสนมก็ยิ่งเงียบ ยิ่งกิน ยิ่งนอน จนร่างกายอวบใหญ่ขึ้นทุกวัน กลายเป็ที่ล้อเลียนในวัง ว่าพระสนมที่ฝ่าาไม่เคยมอง…"
หัวใจหญิงวัยสี่สิบห้าสะท้อนรับคำพูดนั้นเหมือนก้อนหินหล่นลงน้ำ
ภาพเลอะเลือนในหัวของร่างเดิมค่อยๆ ประกอบกันเป็เศษความรู้สึกหนักอึ้ง
เหมยจิ้งกล้ำกลืนคำสุดท้ายออกมา
"สุดท้ายพระสนมก็สิ้นหวัง ท้อใจจน…ตัดสินใจจะจากไปเช่นนี้เ้าค่ะ…"
หญิงวัยสี่สิบห้าก้มหน้าลงช้าๆ
"ภาวะสิ้นยินดี ซึมเศร้า…หมดแรงใจ…แล้วลงท้ายด้วยทำร้ายตัวเอง…จบด้วยการ ฆตต."
