ตอนที่ 8 ตบหน้าจิ้งจอกเฒ่า
ท้องพระโรงไท่เหอ สถานที่ซึ่งเป็ดั่งหัวใจของแผ่นดินั สถานที่ซึ่งคำตัดสินเพียงครึ่งคำสามารถพลิกผันชะตาชีวิตคนจากสูงสุดลงสู่ต่ำสุดได้ในพริบตา
ยามนี้ บรรยากาศภายในโถงกว้างใหญ่ไพศาลนั้นตึงเครียดเสียยิ่งกว่าสายพิณที่ถูกขึงจนเกือบขาด กลิ่นกำยานัที่หอมฉุนจนแสบจมูกลอยอบอวลผสมปนเปไปกับกลิ่นเหงื่อกาฬของเหล่าขุนนางนับร้อยที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นงันงก
เสาไม้สักทองขนาดมหึมาสิบสองต้นที่ค้ำยันเพดานสูงลิบดูราวกับขาของอสูรกายที่กำลังจ้องมองเหยื่อ เสียงลมหายใจที่แ่เบาของคนจำนวนมากรวมกันกลายเป็เสียงคลื่นใต้น้ำที่น่าอึดอัด
"นางแม่มด! นางปิศาจจิ้งจอก!"
เสียงะโก้องกังวานด้วยโทสะของชายชราผู้หนึ่งดังก้องไปทั่วท้องพระโรง ทำลายความเงียบงันจนสิ้นซาก
เบื้องหน้าบัลลังก์ัทองคำ ราชครูเสิ่น บิดาบังเกิดเกล้าของสนมเอกเสิ่นหลาน ยืนตระหง่านอยู่ด้วยท่าทีขึงขัง หนวดเคราสีดอกเลาของเขาสั่นระริกตามแรงอารมณ์ นิ้วมือที่เหี่ยวย่นแต่ประดับด้วยแหวนหยกราคาแพงชี้ตรงมายังสตรีร่างบางที่ยืนเคียงข้างฮ่องเต้
หลินอ้าย ในชุดสนมขั้นสามสีฟ้าอ่อน ยืนสงบนิ่งดุจหินผาท่ามกลางพายุ ใบหน้าที่มีหน้ากากผีเสื้อประดับอยู่เชิดขึ้นเล็กน้อย มุมปากของนางยกยิ้มบางเบา... รอยยิ้มที่ดูเหมือนจะเยาะหยันความโง่เขลาของโลกใบนี้
"ท่านราชครู..." หลินอ้ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่กังวานใส
"ท่านชี้หน้าข้า แล้วกล่าวหาว่าข้าเป็ปิศาจ... ท่านใช้ตาข้างไหนมองหรือเ้าคะ? หรือว่าความชราทำให้สายตาของท่านฝ้าฟาง จนแยกแยะไม่ออกระหว่าง มนุษย์ กับ ภาพหลอน ในจิตใจที่สกปรกของตนเอง?"
ฮือฮา!
เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นพร้อมกันทั่วท้องพระโรง ขุนนางน้อยใหญ่ต่างเบิกตาโพลง แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
'นางกล้า! นางกล้าด่าราชครูเสิ่น ผู้เป็ถึงพระพ่อตาของฮ่องเต้ และเป็ผู้กุมอำนาจครึ่งราชสำนักเชียวหรือ!'
"สามหาว!" ราชครูเสิ่นหน้าแดงก่ำจนเกือบเป็สีม่วง เขาหันไปคุกเข่าโขกศีรษะต่อหน้าฮ่องเต้ ฉินอวี้ ที่ประทับอยู่บนบัลลังก์ด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาอำมหิต
"ฝ่าา! ทรงสดับฟังวาจาสามหาวของนางเถิดพะยะค่ะ! สตรีผู้นี้อัปลักษณ์ไม่พอ จิตใจยังวิปริต ใช้วิชามารวาดลวดลายผีสางบนใบหน้าเพื่อสะกดจิตฝ่าา! นางคือตัวกาลกิณีที่ฟ้าส่งมาทำลายราชวงศ์ฉิน! หากไม่สั่งปะานางแล้วเอาเืมาล้างเสนียด แผ่นดินจะต้องลุกเป็ไฟ!"
ฉินอวี้กำหมัดแน่นจนข้อพระหัตถ์ขาวซีด พระองค์กำลังจะอ้าปากตรัสปกป้องหลินอ้าย แต่ทว่า... มือน้อยๆ ของนางกลับยื่นมาแตะที่หลังพระหัตถ์ของพระองค์เบาๆ เป็สัญญาณว่า
'อย่าเพิ่งเพคะ... ให้หม่อมฉันจัดการเอง'
หลินอ้ายก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างบางของนางดูเล็กจ้อยเมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของราชครูเสิ่น แต่นางกลับแผ่รัศมีที่กดดันไม่แพ้กัน
"ท่านราชครูบอกว่าข้าใช้วิชามาร..." หลินอ้ายเอียงคอเล็กน้อย ปีกผีเสื้อบนหน้าขยับไหว
"มีหลักฐานหรือไม่? หรือท่านเพียงแค่ชี้กวางเป็ม้า (บิดเบือนความจริง) เพราะข้าขัดผลประโยชน์ของบุตรสาวท่าน?"
"หลักฐานรึ? ย่อมมี!" ราชครูเสิ่นแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม
"ข้าได้เชิญ ท่านนักพรตเต้าหยิน ผู้สำเร็จวิชาอาคมจากเขาคุนหลุนมาตรวจสอบเ้าแล้ว! เข้ามา!"
สิ้นเสียงเรียก ชายวัยกลางคนในชุดนักพรตสีเหลืองเก่าๆ ท่าทางดูลึกลับ (แต่แววตากลอกกลิ้งเหมือนพวกสิบแปดมงกุฎ) ก็เดินเข้ามาพร้อมกระบี่ไม้ท้อและถ้วยน้ำมนต์
เสี่ยวลี่จื่อ ขันทีน้อยที่ยืนอยู่ข้างบัลลังก์กระซิบกับตัวเองเสียงสั่น
'ซวยแล้ว... ไอ้นักพรตหน้าเืนี่มันชื่อเสียงโด่งดังเื่ปราบผี (ด้วยการรับสินบน) นี่นา พระสนมซีจะรอดไหมเนี่ย!'
นักพรตเต้าหยินเดินวนรอบตัวหลินอ้ายสามรอบ ปากขมุบขมิบท่องคาถาที่ฟังไม่ได้ศัพท์ ก่อนจะตวาดเสียงดัง
"อากกก! กลิ่นไอปีศาจรุนแรงนัก! ผีเสื้อบนหน้านางคือผนึกิญญาที่นางใช้สูบพลังชีวิตั! ข้าต้องใช้น้ำทิพย์์พิสูจน์!"
นักพรตยื่นถ้วยน้ำมนต์มาตรงหน้า
"หากนางเป็คนบริสุทธิ์ น้ำนี้จะใสสะอาด แต่หากนางเป็ปีศาจ... น้ำนี้จะเปลี่ยนเป็สีดำทมิฬและเดือดพล่าน!"
หลินอ้ายมองถ้วยน้ำนั้นด้วยสายตาของผู้เชี่ยวชาญเคมี... กลิ่นฝาดเฝื่อนของ ลูกเบญกานี (Gallnut) และที่ปลายเล็บของนักพรตมีคราบสีขาวของ จุนสี (Iron Sulfate) ซ่อนอยู่
'ลูกไม้ตื้นๆ... ปฏิกิริยาเคมีพื้นฐานของหมึกจีนโบราณชัดๆ' นางคิดในใจ
"จุ่มนิ้วลงไป!" ราชครูเสิ่นตะคอก
หลินอ้ายยิ้มหวาน นางจุ่มนิ้วลงไปตามคำท้า ทันทีที่ปลายนิ้วััน้ำ นักพรตก็แอบดีดผงเคมีจากเล็บลงไปผสม
ฟู่...
น้ำใสๆ ในถ้วยเปลี่ยนเป็สีดำสนิททันตาเห็น!
"ปีศาจ! นางเป็ปีศาจจริงๆ!" เหล่าขุนนางหวีดร้องถอยกรูด ราชครูเสิ่นหัวเราะร่าด้วยความสะใจ
"ฝ่าา! หลักฐานคาตา! สั่งปะานางเดี๋ยวนี้!"
ฉินอวี้ผุดลุกขึ้นจากบัลลังก์ พระทัยหล่นวูบ พระองค์ไม่เชื่อเื่ปีศาจ แต่หลักฐานตรงหน้ามัน...
แต่แล้ว... เสียงหัวเราะใสๆ ของหลินอ้ายก็ดังขึ้น กลบเสียงหวีดร้องทั้งปวง
"ฮ่าๆๆๆ! ท่านนักพรต... ท่านเล่นปาหี่ได้เก่งกาจนัก เสียดายที่ข้าไม่ได้พกเศษเงินมาทิปให้"
"เ้า! ยังจะปากดีอีก!"
"ปาหี่หรือความจริง พิสูจน์ได้ไม่ยาก" หลินอ้ายหันไปสั่ง อาชิง ที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมห้องพร้ะกร้าใบใหญ่
"อาชิง! เอาของที่ข้าให้เตรียมมาออกมา!"
อาชิงรีบวิ่งเข้ามาพร้อมถาดที่มีขวดและถ้วยชามวางอยู่
1. เหยือกน้ำสีน้ำเงินเข้ม (น้ำดอกอัญชันเข้มข้น)
2. ถ้วยใส่น้ำส้มสายชู (กรด)
3. ถ้วยใส่ผงสีขาว (ขี้เถ้าด่าง)
หลินอ้ายเดินไปที่โต๊ะกลางท้องพระโรง นางหยิบเหยือกน้ำสีน้ำเงินขึ้นมาชูให้ทุกคนเห็น
"ท่านราชครู ท่านกล่าวหาว่าข้าใช้วิชามารเปลี่ยนน้ำให้เป็สีดำ... เช่นนั้น ข้าจะแสดง ปาฏิหาริย์แห่ง์ ให้ท่านดูบ้าง"
นางเทน้ำสีน้ำเงินลงในถ้วยใบใหญ่
"นี่คือน้ำจากดอกไม้ธรรมดา... เปรียบเสมือนจิตใจของข้าที่ภักดีต่อฝ่าา"
นางหยิบถ้วยน้ำส้มสายชูขึ้นมา
"แต่เมื่อถูกความอยุติธรรมและความริษยากัดกิน (กรด)..." นางเทน้ำส้มสายชูลงไป
วิ้ง!
ทันทีที่กรดัักับน้ำอัญชัน (Indicator) น้ำสีน้ำเงินเข้มก็เปลี่ยนเป็ สีม่วงแดงสดใส ราวกับทับทิมต้องแสง!
"โอ้โห!" ขุนนางทั้งหลายอุทานเสียงหลง
"น้ำเปลี่ยนสี! เปลี่ยนเป็สีม่วง... สีแห่งความรุ่งโรจน์!"
หลินอ้ายยิ้มมุมปาก อธิบายต่อด้วยเสียงดังกังวาน
"์เบื้องบนรับรู้ถึงความบริสุทธิ์ของข้า จึงเปลี่ยนน้ำให้เป็สีมงคล... แต่ทว่า!"
นางหยิบถ้วยผงสีขาว (เบส/ด่าง) ขึ้นมา จ้องตาราชครูเสิ่นเขม็ง
"สำหรับคนที่จิตใจสกปรก คิดร้ายต่อผู้อื่น... ์ย่อมลงโทษด้วยเพลิงพิโรธ!"
นางเทผงขี้เถ้าด่างลงไปในชามที่มีส่วนผสมของน้ำส้มสายชู
ฟู่!!!!!!! ซ่า!!!!!!!
ปฏิกิริยาระหว่างกรดกับเบสทำให้เกิดฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์พุ่งทะลักออกมาจากชามอย่างรุนแรง ฟองสีขาวฟูฟ่องล้นทะลักออกมาไหลนองเต็มโต๊ะ ส่งเสียงขู่ฟ่อราวกับัคำราม
"ว๊ากกก! ปีศาจ! ไม่สิ... เทพเ้า! เทพเ้าพิโรธแล้ว!"
นักพรตเต้าหยินใจนก้นจ้ำเบ้า ฉี่ราดรดกางเกงกลางท้องพระโรง ส่วนราชครูเสิ่นหน้าซีดเผือด ขาอ่อนจนต้องเกาะเสาพยุงตัว
หลินอ้ายยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางควันจางๆ จากปฏิกิริยาเคมี นางดูราวกับเทพธิดาผู้ควบคุมดินฟ้าอากาศ
"ท่านราชครู... ท่านนักพรต... น้ำมนต์ของพวกท่านทำได้เพียงเปลี่ยนสีให้มัวหมอง แต่วิชาของข้า สามารถเรียกเมฆหมอกและพายุได้... ท่านยังจะกล้ากล่าวหาข้าอีกหรือ?"
"นี่มัน... นี่มัน..." ราชครูเสิ่นอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก เขาไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อนในชีวิต ความรู้ที่มีมาทั้งชีวิตพังทลายลงต่อหน้าต่อตา
ฉินอวี้ที่ประทับอยู่บนบัลลังก์มองภาพนั้นด้วยความทึ่งระคนชื่นชม พระองค์ไม่รู้ว่านางทำได้อย่างไร แต่มัน... โคตรเท่!
พระองค์ทรงสรวลออกมาดังลั่น
"ฮ่าๆๆๆ! ดี! ดีมาก! สนมซี... เ้าช่างมีอิทธิฤทธิ์ที่น่าเลื่อมใสยิ่งนัก!"
ฉินอวี้ลุกขึ้นเดินลงมาจากบัลลังก์ มาหยุดยืนเคียงข้างหลินอ้าย พระองค์มองไปที่นักพรตตัวปลอมที่นั่งตัวสั่นอยู่
"เ้าบอกว่าน้ำของเ้าคือน้ำทิพย์์รึ? เสี่ยวลี่จื่อ! เอาน้ำถ้วยนั้นกรอกปากมันให้หมด! ถ้าเป็น้ำทิพย์จริง มันคงไม่ตายกระมัง!"
"ย... อย่านะพะยะค่ะ! มันคือหมึกผสมจุนสี! กินแล้วตายนะพะยะค่ะ!" นักพรตสารภาพหมดเปลือกด้วยความกลัวตาย
ผ่าง!
ความจริงถูกเปิดเผย ราชครูเสิ่นเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางสี่แยก เขาตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธและความอับอาย ขายหน้า... ขายหน้าบรรพบุรุษยิ่งนัก!
"ราชครูเสิ่น..." ฉินอวี้ตรัสเสียงเย็นเยียบ
"ท่านพาพวกสิบแปดมงกุฎเข้ามาปั่นป่วนราชสำนัก ใส่ร้ายสนมคนโปรดของข้า... โทษสถานใด?"
ราชครูเสิ่นรีบคุกเข่าลงโขกศีรษะ
"ฝ่าา! กระหม่อมโง่เขลา ถูกมันหลอกลวง! กระหม่อมทำไปเพราะห่วงใยราชบัลลังก์พะยะค่ะ!"
"ห่วงใย หรือ หวงอำนาจ กันแน่?" หลินอ้ายกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สามคน นางก้มลงมองจิ้งจอกเฒ่าที่หมอบอยู่แทบเท้านาง
"ท่านราชครู... วันนี้ข้าใช้มายากล เพื่อเปิดโปงคำลวงของท่าน จำไว้เถิดว่า... คนฉลาดมิอาจสู้คนดี แต่คนดีที่ฉลาด... ย่อมสู้ได้ทุกสิ่ง" นางยิ้มเยาะ
"กลับไปบอกลูกสาวท่านด้วยว่า... ยาพิษในแป้งตลับนั้น ข้ายังเก็บไว้อย่างดี วันใดที่ข้าอารมณ์ดี ข้าอาจจะนำมันไปปรุง ถวายคืนให้นางบ้าง!"
ราชครูเสิ่นเงยหน้าขึ้นมองหลินอ้าย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
'นังเด็กปีศาจ... วันนี้ข้าแพ้ แต่ายังไม่จบ! ตระกูลเสิ่นของข้าหยั่งรากลึกมาสามแผ่นดิน ข้าจะถอนรากถอนโคนเ้าให้ได้!'
"เอาตัวนักพรตไปโบยร้อยที แล้วเนรเทศออกจากเมืองหลวง! ส่วนท่านราชครู... ข้าสั่งหักเบี้ยหวัดท่านครึ่งปี ให้กลับไปทบทวนตัวเองที่จวน!" ฮ่องเต้ประกาศก้อง
"ขอบพระทัยฝ่าาที่เมตตา..." ราชครูเสิ่นกัดฟันรับคำสั่ง ก่อนจะเดินโซซัดโซเซออกจากท้องพระโรงไปราวกับหมาจนตรอก ท่ามกลางสายตาดูแคลนของขุนนางฝ่ายตรงข้าม
เมื่อทุกอย่างสงบลง ฉินอวี้หันมาหาหลินอ้าย พระองค์จับมือนางไว้แน่น
"เ้าทำข้าหัวใจแทบวาย... ไปเอาวิชาพวกนี้มาจากไหน?"
หลินอ้ายยิ้มกว้าง ดวงตาเป็ประกายสดใส
"ความลับของ์เพคะ... แต่ถ้าฝ่าาอยากรู้ คืนนี้เสด็จมาที่ตำหนักเย่ว์กวงสิเพคะ หม่อมฉันจะสอนวิชาูเาไฟะเิ ให้ดูอีกรอบ"
ตุ๊บ!
เสียงของหนักตกลงพื้น ทุกคนหันไปมอง พบว่าเป็ อาชิง ที่เป็ลมล้มพับไปแล้วด้วยความโล่งใจและตื่นเต้นเกินขีดจำกัด ขาชี้ฟ้า ตะกร้าเคมีกระจัดกระจาย
"อาชิง!" หลินอ้ายร้องเสียงหลง รีบวิ่งเข้าไปดู
ฉินอวี้มองภาพนั้นแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ บรรยากาศตึงเครียดในท้องพระโรงมลายหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นและความหวังใหม่ที่เริ่มก่อตัวขึ้น
แต่หลินอ้ายรู้ดี... การหักหน้าราชครูเสิ่นในวันนี้ เป็เพียงการประกาศาอย่างเป็ทางการ คลื่นลมลูกต่อไปที่จะตามมา ย่อมรุนแรงกว่าพายุในแก้วน้ำส้มสายชูนี้เป็พันเท่า!
และที่สำคัญ... แป้งพิษ ตลับนั้น ยังคงรอคอยเวลาที่จะทำหน้าที่ของมัน ในฐานะหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะลากคอฆาตกรตัวจริงขึ้นสู่ลานปะา!
