กลิ่นเหม็นเน่าของเนื้อตายตลบอบอวลไปทั่วห้องโถงชั้นล่างของหอโอสถเซียว แม้แต่กลิ่นปูนขาวที่ทาใหม่ก็ไม่อาจกลบมันได้มิด เซียวหลัน สั่งให้อาหลงนำโต๊ะไม้สักตัวยาวมาวางกลางห้องพร้อมเช็ดทำความสะอาดด้วยเหล้าแรงแล้วนำผ้าขาวมาปูทับ
"เสี่ยวชุน ต้มมีดมีดสั้นและเข็มเงินในน้ำเดือด อาหลงเตรียมกะละมัง ถังน้ำสะอาด และผ้าพันแผลให้มากที่สุด"
คำสั่งของนางเฉียบขาดและรวดเร็ว ชายผู้เป็พ่อของเด็กหนุ่มมองดูการเตรียมการที่แปลกประหลาดด้วยความหวาดหวั่น
"ทะ... ท่านหมอ ท่านจะทำอะไรกับลูกข้า"
"ขาของเขาเน่าเฟะจนถึงกระดูก" เซียวหลันตอบโดยไม่เงยหน้า ขณะกำลังล้างมือด้วยเหล้า "เนื้อที่ตายแล้วคืออาหารของเชื้อโรค มันปล่อยพิษเข้าสู่กระแสเื ทำให้ลูกเ้าไข้ขึ้นสูงและชักเกร็ง ทางเดียวที่จะรอดคือต้องตัดเนื้อเน่าพวกนั้นทิ้งให้หมด"
"ตะ... ตัดทิ้ง!" ชายคนนั้นหน้าซีดเผือด "หมายถึงตัดขาทิ้งหรือ!"
“ถ้าเ้ายังชักช้า ข้าคงต้องตัดขา แต่ถ้าเ้าหุบปากแล้วถอยไปยืนเงียบๆ ข้าอาจจะเก็บขาเขาไว้ได้ แต่เนื้อส่วนที่เน่าต้องเฉือนออก" เซียวหลันตวัดสายตาดุ "เลือกเอา!"
ชายผู้นั้นกลืนน้ำลายเอือก ยอมถอยหลังไปยืนตัวสั่นพิงกำแพง
เซียวหลันหันมาสนใจคนไข้ เด็กหนุ่มวัยรุ่นนอนหายใจรวยริน เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ขากระตุกเป็ระยะจากพิษบาดทะยัก นางไม่มียาชาแบบฉีด แต่ในย่ามยาที่นางปรุงเตรียมไว้ มีผงมาเฟยที่นางพยายามจำลองสูตรโบราณผสมกับสมุนไพรฤทธิ์กดประสาท
นางละลายผงยากับเหล้ากรอกเข้าปากเด็กหนุ่ม รอสักพักจนลมหายใจของเขาเริ่มแ่ลงและสม่ำเสมอ
"อาหลงจับขาเขาไว้ให้แน่น อย่าให้ขยับเด็ดขาด” เซียวหลันสั่งแล้วหยิบมีดสั้นเล่มเล็กที่เพิ่งขึ้นจากน้ำเดือด ไอความร้อนยังลอยกรุ่น นางสูดหายใจลึกปรับโหมดสายตาเป็ศัลยแพทย์ผู้ไร้ความรู้สึก
ฉึก!
ปลายมีดกรีดลงไปบนรอยต่อระหว่างเนื้อดีและเนื้อเน่า เืสีดำคล้ำผสมหนองทะลักออกมาทันที กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงขึ้นเป็ทวีคูณจนเสี่ยวชุนต้องเบือนหน้าหนีและยกมือปิดจมูก แต่เซียวหลันไม่กะพริบตา นางลงมีดอย่างแม่นยำและรวดเร็ว เฉือนก้อนเนื้อสีดำคล้ำที่ไร้ชีวิตชีวาออกทีละชิ้น ทีละชิ้น ราวกับกำลังปอกผลไม้อยู่
“อื้อออ!" เด็กหนุ่มครางในลำคอด้วยสัญชาตญาณความเ็ป แม้ฤทธิ์ยาจะช่วยกดประสาทไว้ แต่ความเ็ปจากการถูกกรีดเนื้อสดๆ นั้นรุนแรงนัก
"จับไว้แน่นๆ!" เซียวหลันสั่งเสียงเครียด “ถึงชั้นกล้ามเนื้อแล้ว ต่อไปคือกระดูก"
เมื่อเปิดแผลกว้างขึ้น สิ่งที่ปรากฏคือกระดูกหน้าแข้งที่มีจุดสีดำด่างๆ เกาะอยู่ เชื้อโรคได้ลุกลามไปถึงเยื่อหุ้มกระดูกแล้ว นี่คือสาเหตุที่ทำให้เด็กหนุ่มปวดทรมานเหมือนตายทั้งเป็
“ข้าต้องขูดมันออก" เซียวหลันบอกก่อนจะเปลี่ยนเครื่องมือเป็มีดใบหนาที่มีลักษณะคล้ายสิ่ว นางจรดคมมีดลงบนกระดูกแล้วเริ่มขูดทันที
ครืด... ครืด...
เสียงโลหะครูดกับกระดูกดังก้องกังวานในห้องโถงที่เงียบสงัด เสียงนั้นบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของผู้ที่ได้ยิน พ่อของเด็กหนุ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาหน้าเขียวคล้ำแล้วอาเจียนออกมาตรงมุมห้องก่อนจะเป็ลมล้มพับไป
เซียวหลันไม่สนใจสิ่งรอบข้าง สมาธิของนางจดจ่ออยู่กับการขจัดสิ่งสกปรกออกจากกระดูกขาวโพลน เืแดงฉานเริ่มไหลออกมาแทนที่เืดำ
นับเป็สัญญาณที่ดี
“เนื้อดีเริ่มปรากฏแล้ว เส้นเืใหญ่ยังปลอดภัย"
นางใช้เวลาอีกหนึ่งก้านธูปในการแต่งแผล ล้างแผลด้วยน้ำเกลือเข้มข้นซึ่งทำให้เด็กหนุ่มกระตุกเฮือกด้วยความแสบ แล้วราดทับด้วยผงยาสมานแผลสูตรพิเศษที่นางคิดค้นขึ้น
จนกระทั่งมาถึงขั้นตอนสุดท้าย นั่นก็คือการเย็บปิดปากแผล
เข็มเงินร้อยไหมโค้งงอเกี่ยวรั้งิัเข้าหากัน ฝีเข็มของนางยังคงงดงามและประณีตเหมือนงานศิลปะ เมื่อผูกปมสุดท้ายเสร็จสิ้นขาที่เคยดูเหมือนท่อนไม้เน่าก็กลับมาดูเป็รูปเป็ร่าง แม้จะมีรอยแผลเป็ขนาดใหญ่แต่ก็นับว่าน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
"เสร็จแล้ว" เซียวหลันวางมีดลงในถาด เสื้อผ้าฝ้ายของนางชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและเืกระเซ็น “อาหลง ปลุกพ่อเขาขึ้นมา"
หนึ่งชั่วยามต่อมา...
เด็กหนุ่มนอนหลับสนิทอยู่บนฟูกสะอาด ลมหายใจสม่ำเสมอ ไข้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด พ่อของเขาที่เพิ่งได้สติรีบคลานเข้าไปดูขาของลูกชาย แล้วหันมาก้มกราบเซียวหลันไม่หยุด
"ท่านหมอเทวดา! ท่านหมอเทวดา! ขอบคุณที่ช่วยชีวิตลูกข้า! ข้า... ข้าไม่มีเงินทองมากมาย แต่ข้าสัญญาว่าจะหามาจ่ายให้ครบ!"
เซียวหลันนั่งเช็ดมีดอยู่อีกมุมหนึ่งแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ค่ารักษาครั้งนี้ 20 ตำลึง"
"20 ตำลึง!" ชายผู้นั้นหน้าเสีย "ข้า... ข้ามีติดตัวมาแค่ 5 ตำลึงเท่านั้น"
"ข้ารู้" เซียวหลันเงยหน้ามอง "ข้าถึงมีข้อเสนอ เ้าเป็พ่อค้าเร่ใช่หรือไม่"
"ใช่... ใช่ขอรับ ข้าขายเครื่องเทศตามตลาดนัด"
“ดี! งั้น 5 ตำลึงนี้ข้าขอรับไว้เป็ค่ายา" นางกวาดเงินลงกระเป๋า "ส่วนที่เหลือ 15 ตำลึง ข้าจะให้เ้าจ่ายด้วยปากของเ้า"
"ปากงั้นหรือ"
“ใช่! จงไปป่าวประกาศให้ทั่วตลาดว่าหอโอสถเซียว ณ เรือนท้ายตลาดที่เคยว่ากันว่าผีดุ บัดนี้มีหมอปีศาจมาสถิตอยู่ หมอผู้ที่กล้ากรีดเนื้อขูดกระดูกเพื่อแย่งชิงคนจากพญายม" เซียวหลันยิ้มมุมปากที่ดูงดงามแต่แฝงความน่าเกรงขาม "บอกพวกเขาว่าถ้าไม่อยากตายเพราะโรคที่หมออื่นส่ายหน้าก็ให้แบกสังขารมาที่นี่แต่ต้องเตรียมใจและเตรียมเงินมาให้พร้อม"
พ่อค้าเร่กลืนน้ำลายมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความยำเกรง "ข้าจะทำขอรับ! ข้าจะบอกทุกคนว่าท่านเก่งกาจแค่ไหน!"
คืนนั้นข่าวลือเื่หมอหญิงปีศาจขูดกระดูกแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลี่เฉิงราวกระแสลม บ้างก็ว่านางเป็นางจิ้งจอกจำแลงที่กินเืเนื้อเป็อาหาร บ้างก็ว่านางใช้วิชาไสยเวทต่อแขนต่อขา แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนพูดตรงกันคือ เด็กหนุ่มที่ขาเน่าจนหนอนขึ้นกลับเดินกะเผลกออกจากร้านได้ในอีกสามวันต่อมา
แสงเทียนในหอโอสถเซียวส่องสว่างจนดึกดื่น
เซียวหลันนั่งนับเงิน 5 ตำลึงแรกจากการเปิดร้านอย่างเป็ทางการ นางมองดูอาหลงและเสี่ยวชุนที่กำลังหลับใหลด้วยความเหนื่อยอ่อน
"ก้าวแรกสำเร็จแล้ว" นางพึมพำกับตัวเอง
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูเบาๆ ก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาล
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เซียวหลันขมวดคิ้ว “ใครกันมาเอาป่านนี้" นางคว้ามีดสั้นซ่อนไว้ในแขนเสื้อแล้วเดินไปที่ประตู "ร้านปิดแล้ว ถ้าไม่อยากไส้ไหลก็มาพรุ่งนี้!"
"ขออภัยที่มารบกวนยามวิกาล" เสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่าและอ่อนแรงดังลอดเข้ามา "แต่ข้าเกรงว่า... ข้าคงรอถึงพรุ่งนี้ไม่ไหว"
เซียวหลันเปิดประตูออกเพียงแง้มเล็กน้อย ภาพที่เห็นคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน ใบหน้าของเขาซ่อนอยู่ใต้หมวกปีกกว้างแต่สิ่งที่เห็นชัดเจนคือมือข้างหนึ่งที่เกาะขอบประตูไว้แน่น มือที่ิัเริ่มเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำและมีไอเย็นแผ่ออกมาราวกับน้ำแข็ง
"พิษไอเย็น" เซียวหลันอุทานเบาๆ
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่ฉายแววทรมานแสนสาหัสก่อนที่ร่างสูงจะทรุดฮวบลงแทบเท้านาง
"ช่วย... ข้า...” ยังพูดไม่ทันจบเขาก็สลบไป
